ลุ้นรักเจ้าสาวใบสั่ง

ลุ้นรักเจ้าสาวใบสั่ง

last updateآخر تحديث : 2026-02-28
بواسطة:  ทิพย์วารีمستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
205فصول
384وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ขาได้รับใบสั่งจากย่าที่รักให้แต่งงาน เธอยอมรับการจับคลุมถุงชนจากย่าที่รักแต่งงานเป็นเมียออกหน้าออกตาและลบคำดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นลูกคนใช้ มาลุ้นรักกับพวกเขาทั้งสองว่าใครจะรักใครจะหลงใครก่อน

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 ปมในใจ

บทที่ 1 ปมในใจ

บ้านหลังใหญ่เก่าแก่ตั้งอยู่กลางพื้นที่เกือบไร่ริมถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลกด้านหน้าเป็นพื้นที่ว่าเปล่าแต่ในอดีตที่รุ่งเรืองเป็นสนามหญ้าสวยงามส่วนด้านหลังบ้านเป็นสวนผักผลไม้มีทั้งมะม่วงลำไยน้อยหน่ามะพร้าวขนุนและสวนผักติดแม่น้ำน่านและมีบ้านพักคนงานสองหลังภายในสวนซึ่งหนึ่งในนั้นเคยบ้านของนายพยนต์กับนางน้อมจิตสองตายายอาศัยอยู่เพราะทั้งสองทำงานที่นี่มีลูกสาวหนึ่งคนชื่ออรพินที่รักกับชาคริตลูกชายเจ้านายแต่ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคบหากันจนกระทั่งชาคริตพบรักใหม่กับลูกสาวของนักการเมืองชื่อดังและฝ่ายหญิงตั้งครรภ์จึงแต่งงานกันแล้วย้ายไปอยู่กรุงเทพทั้งที่อรพินกำลังตั้งครรภ์เช่นกันพอคุณเตชธรรมกับคุณสิรามนรู้เรื่องก็รับเป็นหลานและให้ลูกชายมาเซ็นรับรองบุตรและชาคริตก็ยอมแลกกับที่ดินของพ่อแม่ที่มีอยู่พันกว่าไร่และจะไม่ยุ่งกับที่ดินบ้านหลังใหญ่ที่พ่อแม่อาศัยอยู่แต่สุดท้ายชาคริตก็ผิดคำพูดมาขอยืมโฉนดที่ดินของแม่ไปค้ำประกันธุรกิจแต่กลับเอาไปจำนองกับธนาคารและขาดส่งมาหลายเดือนจนกระทั่งทางธนาคารมีจดหมายแจ้งมาตามที่อยู่ของเจ้าของโฉนดทำให้คุณสิรามนถึงกับเป็นลม

“คุณย่าคะ ทำใจดีๆไว้ก่อนค่ะ” เสียงหวานของหลานสาวดังขึ้นพร้อมกับยาดมจ่อจมูกทำให้คุณสิรามนลืมตาขึ้นมอง

“แม่เอ๋ย” สิริมนเรียกหลานสาวเบาๆแล้วน้ำตาไหลออกมาเมื่อเธอไม่สามารถปกป้องหลานสาวได้ทั้งที่เธอไม่ได้มีหลานสาวแค่ลิปการ์แต่ลูกชายคนเดียวยังมีลูกอีกสองแต่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพนานๆจะมาหาสักครั้ง มีแต่ลิปการ์ที่คอยดูแลเธอมาตลอดและวันนี้มีจดหมายจากธนาคารบอกว่าอีกสองเดือนหากไม่นำเงินไปชำระหนี้ที่กู้เงินไปก็จะถูกยึดที่ดินผืนของเธอที่เก็บไว้ให้ลิปการ์

“จดหมายว่ายังไงคะคุณย่า” ลิปการ์สาวสวยหวานน่ารักผิวขาวนวลเนียนใบหน้าเกลี้ยงเกลารูปร่างอวบอิ่มอรชรสมส่วนอกเอวสะโพกรับกันเหมาะสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซ็นติเมตรอายุยี่สิบสี่ปีเรียนจบจากมหาวิทยาลัยดังในจังหวัดพิษณุโลกก็ทำงานที่บริษัทขายรถยนต์ยี่ห้อดังในตำแหน่งพนักงานบัญชีทั้งที่จบมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษและจีนเพราะพี่ระหัสเป็นผู้จัดการแล้วแนะนำเธอและที่ทำงานอยู่ใกล้บ้านแล้วเป็นห่วงย่าตายายที่อายุมากแล้วเธอต้องดูแลท่าน

“พ่อของเอ๋ยเอาไปเข้าแบงค์แล้วไม่จ่ายดอกเบี้ยและต้นทางธนาคารจะมายึดบ้านเราแล้วลูก เรามีเวลาสองเดือนที่จะหาเงินมาใช้หนี้ทั้งหมด” คุณสิริมนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเสียใจที่ลูกชายคนเดียวของเธอเห็นแก่ตัวไม่คิดถึงลิปการ์ลูกสาวคนโตที่ถูกพ่อละเลยมีแค่เธอกับสามีและตายายเท่านั้นที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่แม่จากไปตอนอายุสามขวบ

“เท่าไหร่คะคุณย่า” ลิปการ์ถามย่าด้วยความสงสารท่านและโกรธผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้นที่ทำให้ย่าเสียใจ

“สามสิบล้านยังไม่รวมดอกเบี้ย”

“สามสิบล้าน” ลิปการ์พูดเสียงดังเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่ย่าบอกว่าพ่อเอาที่ดินไปจำนองกับธนาคาร “แล้วเราจะไปหาเงินที่ไหนมาคะคุณย่า”

“ย่าก็ไม่รู้เหมือนกันลูก เดี๋ยวย่าจะเข้ากรุงเทพไปคุยกับพ่อชาก่อน เอ๋ยไปกับย่านะ” ตอนนี้เธอต้องคุยกับลูกชายให้รู้เรื่องว่าจะทำยังไงกับหนี้สินก้อนนี้หากเทียบกับธุรกิจของลูกชายมันก็ไม่ใช่เงินมากมายและเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมลูกชายเอาที่ดินไปจำนอง

“คุณย่าจะไปกรุงเทพเมื่อไหร่คะ เอ๋ยจะได้ลางานถูกค่ะ” เธอไม่ปล่อยให้ย่าเดินทางไปกรุงเทพคนเดียวแน่แม้ไม่อยากเจอคนเป็นพ่อกับครอบครัวและไม่คิดจะไปเหยียบบ้านของพวกเขา

“ไปเช้าวันอาทิตย์ก็ได้ลูก เอ๋ยจะได้ไม่ต้องลางาน” หากไม่จำเป็นเธอจะไม่ให้หลานสาวลำบากใจที่ต้องไปเจอครอบครัวของพ่อและเข้าใจดีที่หลานสาวไม่เคยเรียกลูกชายของเธอว่าพ่ออีกหลังจากงานศพของสามีของเธอ

“ค่ะคุณย่า เดี๋ยวเอ๋ยจะเอารถไปเช็คด้วยค่ะ” ลิปการ์บอกย่าเพื่อความปลอดภัยเพราะเธอมีรถอีโคคาร์คันเล็กเพื่อขับไปทำงานและพาตายายย่าไปทำธุระและไปหาหมอยามไม่สบายและมีรถกระบะของตาที่เอาไว้ขนผักผลไม้ไปส่งตลาด

“เราไปรถไฟก็ได้ลูก” คุณสิรามนไม่อยากให้หลานสาวลำบากเพราะนานๆจะเข้ากรุงเทพไม่รู้จักถนนหนทาง

“ไปรถไฟคุณย่าจะลำบากขึ้นรถลงรถและต่อรถอีกไหนจะกระเป๋าอีก เอ๋ยว่าขับรถไปเองแล้วจับจีพีเอสไปไม่หลงหรอกค่ะคุณย่า” ลิปการ์ตอบย่าแม้ว่าเธอจะไม่คุ้นชินถนนหนทางในกรุงเทพแต่ยุคนี้มีจีพีเอสนำทางก็ไม่น่าจะหลง

“เอาอย่างนั้นเหรอลูก”

“ค่ะคุณย่า เดี๋ยวเอ๋ยชวนยายไปด้วยขากลับเราจะได้แวะไหว้พระที่อยุธยาด้วยไงคะ” เธอไม่ได้พาย่ากับยายไปไหว้พระทำบุญต่างจังหวัดมานานแล้ว

“ดีลูก ย่าไม่ได้ไปไหว้พระแถวนั้นนานแล้ว เดี๋ยวย่าจะโทรนัดพ่อของเอ๋ยก่อนนะลูก” คุณสิรามนยิ้มให้หลานสาวยังไงเธอก็จะเอาที่ดินผืนนี้กลับมาให้ลิปการ์ให้ได้แม้จะต้องมีปัญหากับลูกชายก็ตามก่อนจะโทรหาลูกชาย

“สวัสดีครับคุณแม่ มีอะไรหรือเปล่าครับถึงได้โทรหาผม” ชาคริตรับสายแม่ที่นานทีปีหนจะโทรหาเขาและเขาเองก็จะแวะไปหาแม่ปีละครั้งครั้งแต่ช่วงหลังนี่ไม่ได้ไปเลยเพราะงานรัดตัวและลูกชายก็ไม่เอาไหนให้มาช่วงานก็ไม่ช่วยและทำธุรกิจอะไรก็ไปไม่รอดจนเขาหนักใจเพราะภรรยากับพ่อตาแม่ยายตามใจ

“วันอาทิตย์นี้แม่จะเข้าไปหาพ่อชาที่กรุงเทพนะ แม่มีธุระจะคุยด้วยน่ะ” คุณสิรามนตอบลูกชายที่ไม่ได้เจอกันเป็นปีแล้ว

“คุณแม่มีธุระด่วนหรือเปล่าครับ เดี๋ยวผมไปหาที่พิดโลกก็ได้ครับ” ชาคริตบอกแม่เขาไม่ได้ไปหาท่านนานแล้วหากไม่มีธุระจริงท่านคงไม่โทรหา

“เอาอย่างนั้นเหรอ วันเสาร์นี้มาได้มั้ยลูก”

“ได้ครับคุณแม่ วันเสาร์ผมจะไปหานะคุณแม่จะได้ไม่ลำบากเดินทางมากรุงเทพ” ชาคริตไม่อยากให้แม่มาหาเขาที่กรุงเทพเพราะไม่อยากมีปัญหากับภรรยาที่ไม่พอใจแม่ของเขายกที่ดินและบ้านให้ลูกสาวคนโตที่เกิดกับอรพินผู้หญิงที่เขารักแต่ไม่สามารถแต่งงานอย่างออกหน้าออกตาได้เพราะอรพินเป็นลูกสาวคนรับใช้บ้านของเขาพอเจอกับทิติพรไฮโซสาวแสนสวยทายาทคนเดียวของรองนายกรัฐมนตรีในยุคนั้นเขาก็ตกหลุมรักและมีความสัมพันธ์กันในชั่วข้ามคืนทำให้ทิติพรท้องเขาจึงแต่งงานกับทิติพรเพราะตอนนั้นพ่อของเขายังเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้ามีตามีชื่อเสียงมีเงินทองและมารู้ภายหลังว่าอรพินท้องเขาจึงปฏิเสธไม่รับผิดชอบเพราะกลัวภรรยาจะรู้เรื่องแต่สุดท้ายทิติพรก็รู้เรื่องจนได้และยื่นคำขาดให้เขาอยู่กรุงเทพไม่ให้กลับพิษณุโลกยกเว้นไปเยี่ยมพ่อแม่พร้อมกับเธอและไม่ยอมค้างคืนที่บ้านและจะไปแค่ปีละครั้งจนกระทั่งอรพินเสียชีวิตเขาก็กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ปีละครั้งเหมือนเดิมส่วนลูกๆก็นานๆครั้งเพราะไม่ชอบที่มีปู่ย่าเป็นคนบ้านนอกจนกระทั่งพ่อของเขาจากไปก็ยิ่งทำให้เขาก็ห่างเหินกับที่บ้านมากขึ้น

“ดีลูก แม่เอ๋ยจะได้ไม่ลำบากขับรถไปกรุงเทพ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายที่ไม่เคยดูดำดูดีลูกสาวคนโต

“คุณแม่จะมากรุงเทพกับเด็กเอ๋ยเหรอครับ ไม่ได้นะครับ ต่อไปถ้าคุณแม่จะมาหาผมก็โทรมาหาผมแล้วผมจะให้รถไปรับนะครับอย่าให้เด็กเอ๋ยมาที่บ้านของคุณพร ผมไม่อยากมีปัญหาครับ” ชาคริตพูดกับแม่เพราะคิดว่าแม่อยู่คนเดียวแต่เขาคิดผิดเพราะแม่ของเขาเปิดลำโพงทำให้ลิปการ์ได้ยินเต็มสองหู

“ทำไมแกพูดแบบนี้ตาชา แม่เอ๋ยเป็นลูกของแกนะ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายด้วยความไม่พอใจที่ไม่ยอมรับลิปการ์เป็นลูกทั้งที่อรพินยอมตรวจดีเอ็นเอเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเธอท้องกับชาคริตจริงและผลออกมาก็ชัดเจนว่าลิปการ์เป็นลูกของชาคริตจริงและเป็นหลานสาวแท้ๆของเธอ

“ผมรู้ว่าเด็กเอ๋ยเป็นลูก ผมก็เซ็นรับรองบุตรให้ตามที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการแล้วจะเอาอะไรกับผมอีกตอนนี้ผมมีครอบครัวมีความสุขดีอยู่แล้วคุณแม่อย่ามารื้อฟื้นเรื่องเก่าขึ้นมาให้ผมมีปัญหาอีกเลยนะครับ ต่างคนต่างอยู่แบบนี้ดีแล้วครับ” ชาคริตพูดอย่างเห็นแก่ตัวเพราะตอนนี้ครอบครัวของเขามีความสุขดีหากลิปการ์มาที่นี่ก็จะทำให้ครอบครัวของเขามีปัญหาเพราะภรรยาไม่ยอมให้ใครรู้ว่าเขาเคยมีลูกมาก่อนที่จะแต่งงานและเขาก็ต้องเลือกครอบครัวของเขา

“แล้วอย่าลืมล่ะวันเสาร์แม่จะรอถ้าแกไม่มาแม่จะไปหาที่กรุงเทพงั้นแค่นี้แหละ” คุณสิรามนโกรธลูกชายและมองหลานสาวอย่างสงสาร

“ครับคุณแม่” ชาคริตพูดจบก็วางสายจากแม่แล้วถอนหายใจทุกวันนี้เขาอยู่สุขสบายมีเงินทองเป็นนักธุรกิจมีชื่อเสียงเพราะได้แรงดันสนับสนุนจากพ่อตาจะทำอะไรก็เกรงใจและต้องยอมอ่อนข้อให้ภรรยาตลอดจนภรรยาได้ใจ

คุณสิรามนวางสายจากลูกชายแล้วลูบศีรษะหลานสาวเบาๆทุกวันนี้ก็ได้หลานสาวคนนี้ดูแลหากไม่มีลิปการ์ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ยังไงส่วนหลานอีกสองคนที่อยู่กรุงเทพเธอก็รักแต่ไม่ได้เลี้ยงดูอยู่ด้วยกันจึงไม่มีความผูกพันเหมือนลิปการ์ที่เธอทั้งรักและเป็นห่วง

“เอ๋ยอย่าคิดมากนะลูก”

“เอ๋ยไม่คิดมากหรอกค่ะคุณย่า เอ๋ยก็ไม่คิดจะไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาต่างคนต่างอยู่แบบนี้ดีแล้วค่ะ” เธอก็ไม่เคยคิดถึงพ่อและคิดมาตลอดว่าตัวเองไม่มีพ่อเพราะเธอใช้นามสกุลของตาจึงไม่มีใครรู้ว่าเป็นลูกของคุณชาคริตนอกจาคนใกล้ชิดสมัยก่อนก็เท่าอายุเธอ

“ย่ารักเอ๋ยนะลูก” คุณสิรามนพูดกับหลานสาวอย่างอ่อนโยน

“เอ๋ยก็รักคุณย่าค่ะ เดี๋ยวเอ๋ยไปช่วยยายทำอาหารเย็นก่อนนะคะ” ลิปการ์ยิ้มให้ย่าก่อนจะขอตัวไปช่วยยายทำอาหารเย็น

“ไปเถอะลูก”

ลิปการ์ลุกขึ้นเดินออกจากห้องนั่งเล่นที่สะอาดสะอ้านเพราะเธอกับยายช่วยกันทำความสะอาดแม้ด้านนอกจะดูเก่าแต่ในบ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย

“ยายจ๋าทำอะไรคะ” เสียงหวานถามยายที่ยืนอยู่หน้าเตาเพื่อทำอาหารให้ทุกคนในบ้านรับประทานก็มีเธอย่าตายายส่วนคนงานอีกสองครอบครัวก็ทำอาหารกินเองและทุกคนก็มีเงินเดือนจากการทำสวนที่ไม่ได้มีกำไรมากมากแต่ก็พอเลี้ยงทุกคนไม่ให้ลำบาก

“พอดีตาเขาวิดท้องร่องแล้วได้ปลาช่อนมาหลายตัวเย็นนี้ยายทำแกงส้มปลาช่อนใส่มะละกอกับห่อหมกปลาช่อนน่ะลูก แล้วคุยอะไรกับคุณมนเธอล่ะลูก” นางน้อมถามหลานสาวที่เลิกงานมาถึงก็เข้าไปคุยกับย่าในบ้าน

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
205 فصول
บทที่ 1 ปมในใจ
บทที่ 1 ปมในใจบ้านหลังใหญ่เก่าแก่ตั้งอยู่กลางพื้นที่เกือบไร่ริมถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลกด้านหน้าเป็นพื้นที่ว่าเปล่าแต่ในอดีตที่รุ่งเรืองเป็นสนามหญ้าสวยงามส่วนด้านหลังบ้านเป็นสวนผักผลไม้มีทั้งมะม่วงลำไยน้อยหน่ามะพร้าวขนุนและสวนผักติดแม่น้ำน่านและมีบ้านพักคนงานสองหลังภายในสวนซึ่งหนึ่งในนั้นเคยบ้านของนายพยนต์กับนางน้อมจิตสองตายายอาศัยอยู่เพราะทั้งสองทำงานที่นี่มีลูกสาวหนึ่งคนชื่ออรพินที่รักกับชาคริตลูกชายเจ้านายแต่ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคบหากันจนกระทั่งชาคริตพบรักใหม่กับลูกสาวของนักการเมืองชื่อดังและฝ่ายหญิงตั้งครรภ์จึงแต่งงานกันแล้วย้ายไปอยู่กรุงเทพทั้งที่อรพินกำลังตั้งครรภ์เช่นกันพอคุณเตชธรรมกับคุณสิรามนรู้เรื่องก็รับเป็นหลานและให้ลูกชายมาเซ็นรับรองบุตรและชาคริตก็ยอมแลกกับที่ดินของพ่อแม่ที่มีอยู่พันกว่าไร่และจะไม่ยุ่งกับที่ดินบ้านหลังใหญ่ที่พ่อแม่อาศัยอยู่แต่สุดท้ายชาคริตก็ผิดคำพูดมาขอยืมโฉนดที่ดินของแม่ไปค้ำประกันธุรกิจแต่กลับเอาไปจำนองกับธนาคารและขาดส่งมาหลายเดือนจนกระทั่งทางธนาคารมีจดหมายแจ้งมาตามที่อยู่ของเจ้าของโฉนดทำให้คุณสิรามนถึงกับเป็นลม“คุณย่าคะ ทำใจดีๆไว้ก่อนค่ะ” เสียงหวานของหล
اقرأ المزيد
บทที่ 2 แม่เลี้ยง
“เราอาจจะต้องย้ายออกจากที่นี่ค่ะยาย” ลิปการ์พูดกับยายเบาๆ“อะไรนะ เอ๋ยบอกว่าเราจะย้ายออกจากที่นี่มีเรื่องอะไรเหรอลูก” นางน้อมถามหลานสาวด้วยความตกใจหากย้ายออกจากบ้านหลังนี้แล้วพวกเธอจะไปอยู่ที่ไหนเพราะตั้งแต่แต่งงานกับสามีก็มาทำงานที่บ้านนี้สี่สิบกว่าปีญาติพี่น้องก็อยู่คนที่คนละทางที่ดินสักผืนก็ยังไม่มี“คุณชาเอาบ้านหลังนี้พร้อมที่ดินผืนนี้ไปจำนองกับธนาคารแล้วไม่ยอมส่งเงินต้นเงินดอกและทางธนาคารก็ให้เวลาสองเดือนหาเงินไปจ่ายดอกจ่ายต้นไม่งั้นจะถูกยึดค่ะ”“อกอีน้อมจะแตก ทำไมมันเลวแบบนี้นะแล้วคุณมนว่ายังไงลูก” นางน้อมถึงกับหมดแรงจนทัพพีร่วงจากมือเสียงดังเมื่อได้ยินหลานสาวพูดแม้เธอจะทำใจเรื่องลูกสาวที่ทะเยอทะยานคิดว่าชาคริตจะรักจริงแต่สุดท้ายก็ถูกทิ้งทำให้ลูกกพร้าพ่อทั้งที่พ่อยังมีชีวิตอยู่และเธอก็ปล่อยวางไปแล้ว แต่สำหรับชาคริตเธอก็เจ็บแค้นแทนหลานสาวที่พ่อไม่ยอมรับไม่มาเหลียวแลแม้แต่หางตา“ยายไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวเอ๋ยจะหาที่อยู่ใหม่สำหรับพวกเราเป็นห่วงแต่ครอบครัวของลุงสมกับลุงดำไม่รู้จะทำยังไงค่ะ” ลิปการ์พูดอย่างหนักใจเพราะเงินจำนวนสามสิบกว่าล้านเธอไม่มีปัญญาหามาใช้คืนแน่นอนเพราะทุกวันนี้เธ
اقرأ المزيد
บทที่ 3 มรดก
“ไม่ได้นะคะคุณชา คุณจะเอาเงินตั้งสามสิบกว่าล้านไปไถ่ที่ดินคืนไม่ได้นะคะ เกิดธุรกิจของเรามีปัญหาอีกล่ะจะทำยังไง” ทิติพรท้วงสามีด้วยความไม่พอใจทำไมเธอจะเสียเงินสามสิบล้านให้นังลูกคนใช้นั่นด้วยเธออุตส่าห์วางแผนไว้แล้วว่าเธอจะได้เงินส่วนต่างอีกยี่สิบกว่าล้าน“แล้วคุณจะให้ผมปล่อยให้ที่ดินของคุณแม่ถูกยึดหรือไงแล้วท่านจะไปอยู่ที่ไหน” ชาคริตว่าภรรยาเขารู้ว่าทิติพรไม่ชอบแม่แต่ยังไงท่านก็เป็นแม่ของเขาถึงเขาจะเลวแต่ก็รักแม่แค่ไม่ได้รักลูกที่ไม่ต้องการให้เกิดมาอย่างลิปการ์เท่านั้น“คุณแม่ไปอยู่กับเราที่กรุงเทพก็ได้นี่คะ” ทิติพรเสนอสามีให้แม่ของเขาไปอยู่ด้วยที่กรุงเทพ“บ้านแม่อยู่ที่นี่ แม่จะไม่ย้ายไปไหนแม่จะอยู่และตายที่นี่” คุณสิรามนพูดกับลูกสะใภ้ยังไงเธอก็ไม่ไปอยู่กรุงเทพหากไม่อยู่ที่นี่เธอก็จะหาบ้านอยู่ที่นี่“ผมจะจัดการให้ครับคุณแม่” ชาคริตบอกแม่ยังไงเขาจะคืนที่ดินให้แม่“ฉันไม่ยอมค่ะ ถ้าคุณไถ่ที่ดินผืนนี้ให้คุณแม่ คุณแม่ก็จะยกให้นังเด็กลูกคนใช้นั่นแล้วลูกของเราล่ะคะจะได้อะไรพรไม่ยอมค่ะ ถ้าคุณทำแบบนั้นพรจะไปคุยกับคุณพ่อ” ทิติพรเอาพ่อมาขู่สามีเพราะเขามีทุกวันนี้ได้ก็เพราะพ่อของเธอเป็นคนสนับสนุ
اقرأ المزيد
บทที่ 4 เพื่อนแท้
“คุณมนก็ลองคุยกับเอ๋ยนะคะ ฉันยังไงก็ได้ขอแค่ยัยเอ๋ยมีความสุขฉันก็พอใจแล้วค่ะ” เธอไม่ได้เห็นแก่เงินทองแต่อยู่ที่นี่เพื่อหลานสาว“ขอบใจนะแม่น้อมที่ยังอยู่ด้วยกัน” คุณสิรามนขอบคุณคนสนิทที่ช่วยกันเลี้ยงดูหลานสาวมาด้วยกันจนตอนนี้ลิปการ์เรียนจบทำงานและอยากให้มีครอบครัวเธอจะได้หมดห่วงและตอนนี้หลานสาวของเธอคบหากับลูกชายของนายตำรวจรุ่นน้องของสามีและในอดีตเคยช่วยเหลือกันจนได้ดิบได้ดีและเพิ่งขอย้ายกลับมาทำงานที่บ้านเกิดได้สามปีเพราะการช่วยเหลือจากพ่อที่เป็นรองผบช.ภ.6เวลา16.30น.ลิปการ์ก็เก็บของเมื่อใกล้เวลาเลิกงานและวันนี้เธอทำงานไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะห่วงย่าไม่รู้ว่าจะคุยกับพ่อของเธอรู้เรื่องหรือเปล่าสำหรับเธอนั้นไม่ได้สนใจพ่ออยู่แล้วเพราะมันเลยเวลาที่จะโหยหาความรักจากคนเป็นพ่อที่ไม่ยอมรับและไม่ให้เธอเรียกว่าพ่อในวันที่ปู่จากไปและเธอก็ไม่เคยพูดถึงเขาอีกเลยและเรียกว่าคุณชาและไม่เจอหน้ามาเป็นสิบกว่าปีแต่เห็นเขากับครอบครัวผ่านสื่อและไม่มีความรู้สึกอะไรกับพวกเขา“สวัสดีค่ะคุณย่า” ลิปการ์จอดรถแล้วเดินเข้าบ้านพร้อมกับถุงขนมที่เธอแวะซื้อมาให้ย่าตายายและฝากคนงานทำสวน“ซื้ออะไรมาลูก”“ขนมหวานค่ะคุณย่า เ
اقرأ المزيد
บทที่ 5 ทางเลือก
“ผมะพาเอ๋ยมาส่งก่อนสี่ทุ่มนะครับคุณย่า” วีระบอกย่าของแฟนสาวเขาไม่ได้รังเกียจที่ลิปการ์เป็นลูกคนรับใช้แต่แม่ของเขาไม่ชอบและอยากให้เขาคบกับลูกสาวเพื่อนของพ่อที่เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจแต่เขาชอบลิปการ์จะว่ารักก็ได้เพราะลิปการ์ทั้งสวยน่ารักนิสัยดี"จ้ะพ่อวี" คุณสิรามนยิ้มให้แฟนหลานสาวที่เสมอต้นเสมอปลายแต่อะไรมันก็แน่นอนหากวีระและครอบครัวรู้ว่าบ้านของเธอกำลังจะถูกยึดก็ไม่รู้ว่าจะกระทบกับความสัมพันธ์ของหลานสาวกับวีระหรือเปล่าลิปการ์ขึ้นรถปอร์เช่สปอร์ตสองที่นั่งสีดำของแฟนหนุ่มแล้วถอนหายใจเธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเธอกับวีระมันไปไม่ถึงไหนเพราะตัวเองไม่มีอะไรเหมาะสมกับลูกชายท่านรองผบช.ภ.6 กับเจ้าของโรงสีใหญ่ที่สุดในพิษณุโลกและตอนนี้บ้านของย่ากำลังจะถูกยึดจึงอยากจะคุยกับวีระให้เข้าใจ“เอ๋ยเป็นอะไรครับ” วีระถามแฟนสาวที่คบกันมาเกือบสองปี“มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยค่ะ”“เรื่องอะไรครับ พี่ช่วยเอ๋ยได้นะครับ” วีระพูดกับแฟนสาวตั้งแต่คบกันมาลิปการ์ไม่เคยเรียกร้องอยากได้อะไรทั้งที่เขาเต็มใจไม่เหมือนผู้หญิงคนก่อนๆของเขาที่อยากได้โน่นนี่นั่นและเขาเองนี่แหละที่ซื้อให้เธอเองและลิปการ์ก็ปฏิเสธทุกครั้งบอกว่าของแพง
اقرأ المزيد
บทที่ 6 ต่างชนชั้น
“คือผมจะแต่งงานกับเอ๋ยครับ”“แกพูดอะไรนะตาวี” ขจีย้อนถามลูกชายด้วยความไม่พอใจ“ผมจะแต่งงานกับเอ๋ยครับคุณแม่”“ไม่ได้ แม่ไม่ยอมแกแต่งงานกับยัยเอ๋ยนั่น” เธอจะยอมรับลูกคนใช้มาร่วมสกุลได้ยังไงกันแล้วจะไปพูดคุยกับใครเขาได้ถึงลิปการ์จะเป็นหลานของอดีตผู้ว่ากับคุณนายสิรามนแล้วไงล่ะในเมื่อมันเป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้พวกเขาไม่ได้มีหน้ามีตาและลิปการ์ก็ไม่ได้รับการยอมรับและยังใช้นามสกุลแม่ที่ไม่มีใครรู้จัก“คุณแม่ครับ ผมรักเอ๋ยครับ”“แล้วแกจะบอกใครๆว่ายังไงถ้าเขาถามว่าเมียแกเป็นลูกเต้าเหล่าใครมาจากตระกูลไหน” ขจีถามลูกชาย“แล้วเกี่ยวอะไรกับชาติตระกูลครับคุณแม่ ผมรักเอ่ยอยากแต่งงานสร้างครอบครัวด้วยกันนะครับ” วีระกล่อมแม่และเขาไม่พูดถึงเรื่องครอบครัวของแฟนสาวกำลังจะถูกยึดบ้าน“พ่อแกเป็นถึงรองผบช.ภาคและอีกไม่นานจะเลื่อนขั้นเป็นผบช.ภาคแล้วจะเอาหน้าไปไว้ไหน”“คุณพ่อครับ”“เรื่องนี้มันเป็นชีวิตของวีก็จริงแต่เราต้องดูความเหมาะสมผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาของลูกก็ต้องเกื้อหนุนอาชีพหน้าที่การงานของลูกไม่ใช่ว่าดึงลูกให้ตกต่ำนะ วีคิดให้ดีๆและพ่อไม่เห็นด้วยที่วีจะแต่งงานกับหนูเอ๋ยไม่ใช่ว่าหนูเอ๋ยไม่ดีแต่หน้าที่การงาน
اقرأ المزيد
บทที่ 7 หวังดี
“เดี๋ยวเอ๋ยไปเตรียมน้ำหวานเย็นๆมาให้คุณย่าฉายกับน้าละมัยก่อนะคะ” ลิปการ์พูดจบก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อเอาเครื่องดื่มไปรับแขก“ฉันอยากได้หนูเอ๋ยเป็นหลานสะใภ้ ขอได้มั้ยมน” คุณหญิงฉายยังไม่ลืมเรื่องที่คุยกับเพื่อนไว้เมื่อสองปีก่อนตอนลิปการ์เรียนจบปริญญาตรี“เธอยังไม่ลืมเรื่องนี้อีกเหรอฉาย”“ไม่ลืมหรอกมน แต่เสียดายหนูเอ๋ยมีแฟนแล้วนี่สิ อ้อ เรื่องธนาคารเดี๋ยวฉันจัดการให้เธอเองนะมนแล้วไม่ต้องย้ายไปไหนทั้งนั้นแหละ” คุณหญิงจับมือเพื่อนแล้วนั่งลงบนโซฟามองบ้านที่ยังคงสภาพเดิมสะอาดสะอ้าน“แต่ว่าเรื่องนี้..”“เรื่องแค่นี้เองนะมน ส่วนเรื่องที่ดินที่เชียงใหม่ฉันจะให้หลานชายขึ้นไปดูว่าพอจะทำอะไรได้บ้างแล้วเรามาร่วมหุ้นกันแปรสภาพจากที่ดินให้มันงอกเงยเป็นเงิน” คุณหญิงฉายฤดีบอกเพื่อนเพราะที่ดินสองแปลงรวมกันกว่าห้าสิบไร่สามารถสร้างบ้านพักตากอากาศหรือสร้างโรงเรมรีสอร์ตคอนโดขายก็ได้ก็ต้องรอให้หลานชายไปดูก่อน“แต่ฉันไม่มีเงินนะฉาย” คุณสิรามนนั่งลงข้างเพื่อน“เธอมีที่ดินฉันลงเงินก็วินๆกันทั้งสองฝ่ายนี่นะจ้ะ” มันไม่ยากเลยเพราะหลานชายทั้งสองเก่งและมองการณ์ไกลและเธอจะให้หลานชายคนรองจัดการเรื่องนี้“แต่เรื่องบ้าน
اقرأ المزيد
บทที่ 8 คาสโนว่า
“เธอไปคุยกับหลานชานก่อนเถอะฉายแล้วค่อยมาคุยกัน” คุณสิรามนแบ่งรับแบ่งสู้หากหลานชายเพื่อนไม่ขัดข้องเธอค่อยคุยกับหลานสาวและตอนนี้ก็คลายใจไปเปราะหนึ่งคือเรื่องบ้านอย่างน้อยเป็นหนี้เพื่อนยังดีกว่าถูกธนาคารยึดจากนั้นทั้งสองก็คุยกันถึงเรื่องแต่เก่าก่อนหนหลังอย่างมีความสุขจนสี่ทุ่มก็แยกย้ายกันไปนอนพักผ่อนและคุณหญิงก็อยู่เที่ยวไหว้พระที่พิษณุโลกและไปเที่ยวเมืองเก่าสุโขทัยอยู่สามวันก็กลับกรุงเทพส่วนหลานชายทั้งสองที่คุณหญิงพูดถึงทั้งสองต่างก็เป็นหนุ่มไฮโซรูปหล่อและนักรักตัวฉกาจและพวกเขาเลือกกินไม่ได้กินมั่วแล้วคบผู้หญิงทีละคนพอเบื่อก็คบคนใหม่และคีรีภัทรหลานชายคนรองก็เคยมีแฟนสมัยเรียนที่นิวยอร์กและวางแผนแต่งงานหลังเรียนจบสองปีแต่ฝ่ายหญิงรอไม่ไหวจึงแต่งงานกับลูกชายนักธุรกิจชื่อดังของบอสตันหลังจากนั้นชายหนุ่มก็ไคบใครจริงจังและจะมีเซฟโซนของเขาที่เอาไว้หาความสุขสำราญกับสาวสวยที่ถูกใจพูดง่ายไม่งี่เง่ายึดตัวเขาเป็นของตัวเอง“อ้ะ คีย์ขาแต้มชอบน้องชายของคุณมากค่ะ อ้ะ อ้า..” เสียงแหลมร้องบอกชายหนุ่มที่ยืนจังก้าอยู่หน้ากระจกในห้องน้าสองมือจับเอวเธอแล้วกระแทกท่อนเอ็นลำใหญ่เข้าใส่ร่องสวาทของเธอจึงแอ่นสะโพก
اقرأ المزيد
บทที่ 9 ข้อตกลง
“สวัสดีลูก นี่ถ้าย่าไม่มีธุระจะคุยด้วยก็คงไม่ได้เห็นหน้าคีย์ใช่มั้ยลูก” คุณหญิงค้อนหลานชายอย่างหมั่นไส้ที่ไม่มีเวลาให้พ่อแม่ย่าแต่มีเวลาให้สาวๆ“โธ่คุณย่าครับ ผมต้องทำงานนะครับอีกเดี๋ยวก็ต้องรีบไปเพราะมีประชุมเช้านี้อีกครับ” คนเป็นหลานโอดครวญกับย่าแต่ไม่ได้งานยุ่งขนาดนั้นเขายังหนุ่มยังแน่นก็ต้องมีเวลาส่วนตัวบ้างขืนทำแต่งานก็เหี่ยวแห้งหัวโตน่ะสิ“จ้ะๆ แล้วนี่พ่อแม่เราล่ะไม่มาทานอาหารเช้าด้วยกันหรือไง”“เดี๋ยวตามมาครับ ว่าแต่ที่พิดโลกมีอะไรดีครับคุณย่าถึงไปตั้งหลายวัน” คนเป็นหลานพูดกระเซ้าย่าที่ไปพิษณุโลกหลายวัน“มีดีจริงๆนั่นแหละ ว่าแต่ตอนนี้คีย์มีแฟนหรือยังลูก” คุณหญิงตะล่อมถามหลานชายเพื่อจะเข้าเรื่องที่ต้องการ“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณย่า” คีรีภัทรหรี่ตามองย่าอย่างสงสัยว่าจะมาไม้ไหนและดูท่าว่าจะไม่พ้นหาเมียให้เขาแน่นอน“คีย์ตอบย่ามาก่อนสิลูก” คนเป็นย่ายังไม่ตอบหลานชาย“ไม่มีครับ และไม่คิดจะมีแฟนหรือเมียตอนนี้ครับคุณย่า” คนเป็นหลานพูดดักคอย่าก่อนที่ท่านจะพูดเรื่องที่เขาเดา“ชัดเจนมากเลยเนาะ แต่ว่าย่าอยากมีเหลนแล้วนะลูกถ้าคีย์ยังไม่มีแฟนก็ลองศึกษาหนูเอ๋ยหลานย่ามนก่อนมั้ยลูก” คุณหญิงพูดกั
اقرأ المزيد
บทที่ 10 คิดหนัก
“ไปไหว้หลวงพ่อขอฤกษ์ดีให้ตาคีย์กันดีกว่าแม่อาย แม่กรอง” คุณหญิงฉายฤดีพูดกับลูกสะใภ้ทั้งสอง“คุณแม่แน่ใจแล้วเหรอคะที่จะให้ตาคีย์แต่งงาน” ดารกาถามย่าของลูกเพราะเธอรู้จักนิสัยลูกชายดีหากรับปากง่ายๆแบบนี้ต้องมีแผนอะไรสักอย่าง“แน่ใจสิแม่อาย ว่าแต่แม่อายไม่รังเกียจหนูเอ๋ยใช่มั้ยลูก”“ไม่ค่ะคุณแม่ แต่ตาคีย์รับปากง่ายเกินไปอายว่าต้องมีแผนการอะไรสักอย่างอายกลัวหนูเอ๋ยจะรับมือไม่ไหวมากกว่าค่ะ” เธอไม่ได้รังเกียจลิปการ์แต่กลัวหญิงสาวจะรับมือลูกชายจอมเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการไม่ได้มากกว่า“แม่รู้จักตาคีย์ดีเหมือนแม่อายนั่นแหละ หนูเอ๋ยไม่ได้อ่อนแอนะแม่อายแม่เชื่อว่าดูคนไม่ผิดหรอกจ้ะ” คุณหญิงพูดกับลูกสะใภ้ตอนนี้หลานชายคนรองอายุสามสิบเอ็ดปีแล้วยังลอยไปลอยมาถึงมีข่าวกับสาวๆก็บอกว่าเป็นเพื่อนกันทั้งนั้นถ้าหากมีแฟนท่าจะไม่ยุ่ง“ค่ะคุณแม่” ในเมื่อแม่สามีคิดว่าดีเธอก็ว่าดีตามเพราะท่านมีแต่ความหวังดีกับลูกหลาน“งั้นแม่อายกับแม่กรองไปเตรียมตัวเถอะลูก”เมื่อลูกสะใภ้ทั้งสองออกไปแล้วคุณหญิงก็โทรหาเพื่อนรักเพื่อคุยเรื่องที่หลานๆของพวกเขาและตกลงกันว่าจะให้ทั้งสองแต่งงานกันและเธอกำลังจะไปหาฤกษ์แต่งงานให้ทั้งสอง“มัมไม
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status