Mag-log inขาได้รับใบสั่งจากย่าที่รักให้แต่งงาน เธอยอมรับการจับคลุมถุงชนจากย่าที่รักแต่งงานเป็นเมียออกหน้าออกตาและลบคำดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นลูกคนใช้ มาลุ้นรักกับพวกเขาทั้งสองว่าใครจะรักใครจะหลงใครก่อน
view moreบทที่ 1 ปมในใจ
บ้านหลังใหญ่เก่าแก่ตั้งอยู่กลางพื้นที่เกือบไร่ริมถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลกด้านหน้าเป็นพื้นที่ว่าเปล่าแต่ในอดีตที่รุ่งเรืองเป็นสนามหญ้าสวยงามส่วนด้านหลังบ้านเป็นสวนผักผลไม้มีทั้งมะม่วงลำไยน้อยหน่ามะพร้าวขนุนและสวนผักติดแม่น้ำน่านและมีบ้านพักคนงานสองหลังภายในสวนซึ่งหนึ่งในนั้นเคยบ้านของนายพยนต์กับนางน้อมจิตสองตายายอาศัยอยู่เพราะทั้งสองทำงานที่นี่มีลูกสาวหนึ่งคนชื่ออรพินที่รักกับชาคริตลูกชายเจ้านายแต่ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคบหากันจนกระทั่งชาคริตพบรักใหม่กับลูกสาวของนักการเมืองชื่อดังและฝ่ายหญิงตั้งครรภ์จึงแต่งงานกันแล้วย้ายไปอยู่กรุงเทพทั้งที่อรพินกำลังตั้งครรภ์เช่นกันพอคุณเตชธรรมกับคุณสิรามนรู้เรื่องก็รับเป็นหลานและให้ลูกชายมาเซ็นรับรองบุตรและชาคริตก็ยอมแลกกับที่ดินของพ่อแม่ที่มีอยู่พันกว่าไร่และจะไม่ยุ่งกับที่ดินบ้านหลังใหญ่ที่พ่อแม่อาศัยอยู่แต่สุดท้ายชาคริตก็ผิดคำพูดมาขอยืมโฉนดที่ดินของแม่ไปค้ำประกันธุรกิจแต่กลับเอาไปจำนองกับธนาคารและขาดส่งมาหลายเดือนจนกระทั่งทางธนาคารมีจดหมายแจ้งมาตามที่อยู่ของเจ้าของโฉนดทำให้คุณสิรามนถึงกับเป็นลม
“คุณย่าคะ ทำใจดีๆไว้ก่อนค่ะ” เสียงหวานของหลานสาวดังขึ้นพร้อมกับยาดมจ่อจมูกทำให้คุณสิรามนลืมตาขึ้นมอง
“แม่เอ๋ย” สิริมนเรียกหลานสาวเบาๆแล้วน้ำตาไหลออกมาเมื่อเธอไม่สามารถปกป้องหลานสาวได้ทั้งที่เธอไม่ได้มีหลานสาวแค่ลิปการ์แต่ลูกชายคนเดียวยังมีลูกอีกสองแต่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพนานๆจะมาหาสักครั้ง มีแต่ลิปการ์ที่คอยดูแลเธอมาตลอดและวันนี้มีจดหมายจากธนาคารบอกว่าอีกสองเดือนหากไม่นำเงินไปชำระหนี้ที่กู้เงินไปก็จะถูกยึดที่ดินผืนของเธอที่เก็บไว้ให้ลิปการ์
“จดหมายว่ายังไงคะคุณย่า” ลิปการ์สาวสวยหวานน่ารักผิวขาวนวลเนียนใบหน้าเกลี้ยงเกลารูปร่างอวบอิ่มอรชรสมส่วนอกเอวสะโพกรับกันเหมาะสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซ็นติเมตรอายุยี่สิบสี่ปีเรียนจบจากมหาวิทยาลัยดังในจังหวัดพิษณุโลกก็ทำงานที่บริษัทขายรถยนต์ยี่ห้อดังในตำแหน่งพนักงานบัญชีทั้งที่จบมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษและจีนเพราะพี่ระหัสเป็นผู้จัดการแล้วแนะนำเธอและที่ทำงานอยู่ใกล้บ้านแล้วเป็นห่วงย่าตายายที่อายุมากแล้วเธอต้องดูแลท่าน
“พ่อของเอ๋ยเอาไปเข้าแบงค์แล้วไม่จ่ายดอกเบี้ยและต้นทางธนาคารจะมายึดบ้านเราแล้วลูก เรามีเวลาสองเดือนที่จะหาเงินมาใช้หนี้ทั้งหมด” คุณสิริมนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเสียใจที่ลูกชายคนเดียวของเธอเห็นแก่ตัวไม่คิดถึงลิปการ์ลูกสาวคนโตที่ถูกพ่อละเลยมีแค่เธอกับสามีและตายายเท่านั้นที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่แม่จากไปตอนอายุสามขวบ
“เท่าไหร่คะคุณย่า” ลิปการ์ถามย่าด้วยความสงสารท่านและโกรธผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้นที่ทำให้ย่าเสียใจ
“สามสิบล้านยังไม่รวมดอกเบี้ย”
“สามสิบล้าน” ลิปการ์พูดเสียงดังเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่ย่าบอกว่าพ่อเอาที่ดินไปจำนองกับธนาคาร “แล้วเราจะไปหาเงินที่ไหนมาคะคุณย่า”
“ย่าก็ไม่รู้เหมือนกันลูก เดี๋ยวย่าจะเข้ากรุงเทพไปคุยกับพ่อชาก่อน เอ๋ยไปกับย่านะ” ตอนนี้เธอต้องคุยกับลูกชายให้รู้เรื่องว่าจะทำยังไงกับหนี้สินก้อนนี้หากเทียบกับธุรกิจของลูกชายมันก็ไม่ใช่เงินมากมายและเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมลูกชายเอาที่ดินไปจำนอง
“คุณย่าจะไปกรุงเทพเมื่อไหร่คะ เอ๋ยจะได้ลางานถูกค่ะ” เธอไม่ปล่อยให้ย่าเดินทางไปกรุงเทพคนเดียวแน่แม้ไม่อยากเจอคนเป็นพ่อกับครอบครัวและไม่คิดจะไปเหยียบบ้านของพวกเขา
“ไปเช้าวันอาทิตย์ก็ได้ลูก เอ๋ยจะได้ไม่ต้องลางาน” หากไม่จำเป็นเธอจะไม่ให้หลานสาวลำบากใจที่ต้องไปเจอครอบครัวของพ่อและเข้าใจดีที่หลานสาวไม่เคยเรียกลูกชายของเธอว่าพ่ออีกหลังจากงานศพของสามีของเธอ
“ค่ะคุณย่า เดี๋ยวเอ๋ยจะเอารถไปเช็คด้วยค่ะ” ลิปการ์บอกย่าเพื่อความปลอดภัยเพราะเธอมีรถอีโคคาร์คันเล็กเพื่อขับไปทำงานและพาตายายย่าไปทำธุระและไปหาหมอยามไม่สบายและมีรถกระบะของตาที่เอาไว้ขนผักผลไม้ไปส่งตลาด
“เราไปรถไฟก็ได้ลูก” คุณสิรามนไม่อยากให้หลานสาวลำบากเพราะนานๆจะเข้ากรุงเทพไม่รู้จักถนนหนทาง
“ไปรถไฟคุณย่าจะลำบากขึ้นรถลงรถและต่อรถอีกไหนจะกระเป๋าอีก เอ๋ยว่าขับรถไปเองแล้วจับจีพีเอสไปไม่หลงหรอกค่ะคุณย่า” ลิปการ์ตอบย่าแม้ว่าเธอจะไม่คุ้นชินถนนหนทางในกรุงเทพแต่ยุคนี้มีจีพีเอสนำทางก็ไม่น่าจะหลง
“เอาอย่างนั้นเหรอลูก”
“ค่ะคุณย่า เดี๋ยวเอ๋ยชวนยายไปด้วยขากลับเราจะได้แวะไหว้พระที่อยุธยาด้วยไงคะ” เธอไม่ได้พาย่ากับยายไปไหว้พระทำบุญต่างจังหวัดมานานแล้ว
“ดีลูก ย่าไม่ได้ไปไหว้พระแถวนั้นนานแล้ว เดี๋ยวย่าจะโทรนัดพ่อของเอ๋ยก่อนนะลูก” คุณสิรามนยิ้มให้หลานสาวยังไงเธอก็จะเอาที่ดินผืนนี้กลับมาให้ลิปการ์ให้ได้แม้จะต้องมีปัญหากับลูกชายก็ตามก่อนจะโทรหาลูกชาย
“สวัสดีครับคุณแม่ มีอะไรหรือเปล่าครับถึงได้โทรหาผม” ชาคริตรับสายแม่ที่นานทีปีหนจะโทรหาเขาและเขาเองก็จะแวะไปหาแม่ปีละครั้งครั้งแต่ช่วงหลังนี่ไม่ได้ไปเลยเพราะงานรัดตัวและลูกชายก็ไม่เอาไหนให้มาช่วงานก็ไม่ช่วยและทำธุรกิจอะไรก็ไปไม่รอดจนเขาหนักใจเพราะภรรยากับพ่อตาแม่ยายตามใจ
“วันอาทิตย์นี้แม่จะเข้าไปหาพ่อชาที่กรุงเทพนะ แม่มีธุระจะคุยด้วยน่ะ” คุณสิรามนตอบลูกชายที่ไม่ได้เจอกันเป็นปีแล้ว
“คุณแม่มีธุระด่วนหรือเปล่าครับ เดี๋ยวผมไปหาที่พิดโลกก็ได้ครับ” ชาคริตบอกแม่เขาไม่ได้ไปหาท่านนานแล้วหากไม่มีธุระจริงท่านคงไม่โทรหา
“เอาอย่างนั้นเหรอ วันเสาร์นี้มาได้มั้ยลูก”
“ได้ครับคุณแม่ วันเสาร์ผมจะไปหานะคุณแม่จะได้ไม่ลำบากเดินทางมากรุงเทพ” ชาคริตไม่อยากให้แม่มาหาเขาที่กรุงเทพเพราะไม่อยากมีปัญหากับภรรยาที่ไม่พอใจแม่ของเขายกที่ดินและบ้านให้ลูกสาวคนโตที่เกิดกับอรพินผู้หญิงที่เขารักแต่ไม่สามารถแต่งงานอย่างออกหน้าออกตาได้เพราะอรพินเป็นลูกสาวคนรับใช้บ้านของเขาพอเจอกับทิติพรไฮโซสาวแสนสวยทายาทคนเดียวของรองนายกรัฐมนตรีในยุคนั้นเขาก็ตกหลุมรักและมีความสัมพันธ์กันในชั่วข้ามคืนทำให้ทิติพรท้องเขาจึงแต่งงานกับทิติพรเพราะตอนนั้นพ่อของเขายังเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้ามีตามีชื่อเสียงมีเงินทองและมารู้ภายหลังว่าอรพินท้องเขาจึงปฏิเสธไม่รับผิดชอบเพราะกลัวภรรยาจะรู้เรื่องแต่สุดท้ายทิติพรก็รู้เรื่องจนได้และยื่นคำขาดให้เขาอยู่กรุงเทพไม่ให้กลับพิษณุโลกยกเว้นไปเยี่ยมพ่อแม่พร้อมกับเธอและไม่ยอมค้างคืนที่บ้านและจะไปแค่ปีละครั้งจนกระทั่งอรพินเสียชีวิตเขาก็กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ปีละครั้งเหมือนเดิมส่วนลูกๆก็นานๆครั้งเพราะไม่ชอบที่มีปู่ย่าเป็นคนบ้านนอกจนกระทั่งพ่อของเขาจากไปก็ยิ่งทำให้เขาก็ห่างเหินกับที่บ้านมากขึ้น
“ดีลูก แม่เอ๋ยจะได้ไม่ลำบากขับรถไปกรุงเทพ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายที่ไม่เคยดูดำดูดีลูกสาวคนโต
“คุณแม่จะมากรุงเทพกับเด็กเอ๋ยเหรอครับ ไม่ได้นะครับ ต่อไปถ้าคุณแม่จะมาหาผมก็โทรมาหาผมแล้วผมจะให้รถไปรับนะครับอย่าให้เด็กเอ๋ยมาที่บ้านของคุณพร ผมไม่อยากมีปัญหาครับ” ชาคริตพูดกับแม่เพราะคิดว่าแม่อยู่คนเดียวแต่เขาคิดผิดเพราะแม่ของเขาเปิดลำโพงทำให้ลิปการ์ได้ยินเต็มสองหู
“ทำไมแกพูดแบบนี้ตาชา แม่เอ๋ยเป็นลูกของแกนะ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายด้วยความไม่พอใจที่ไม่ยอมรับลิปการ์เป็นลูกทั้งที่อรพินยอมตรวจดีเอ็นเอเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเธอท้องกับชาคริตจริงและผลออกมาก็ชัดเจนว่าลิปการ์เป็นลูกของชาคริตจริงและเป็นหลานสาวแท้ๆของเธอ
“ผมรู้ว่าเด็กเอ๋ยเป็นลูก ผมก็เซ็นรับรองบุตรให้ตามที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการแล้วจะเอาอะไรกับผมอีกตอนนี้ผมมีครอบครัวมีความสุขดีอยู่แล้วคุณแม่อย่ามารื้อฟื้นเรื่องเก่าขึ้นมาให้ผมมีปัญหาอีกเลยนะครับ ต่างคนต่างอยู่แบบนี้ดีแล้วครับ” ชาคริตพูดอย่างเห็นแก่ตัวเพราะตอนนี้ครอบครัวของเขามีความสุขดีหากลิปการ์มาที่นี่ก็จะทำให้ครอบครัวของเขามีปัญหาเพราะภรรยาไม่ยอมให้ใครรู้ว่าเขาเคยมีลูกมาก่อนที่จะแต่งงานและเขาก็ต้องเลือกครอบครัวของเขา
“แล้วอย่าลืมล่ะวันเสาร์แม่จะรอถ้าแกไม่มาแม่จะไปหาที่กรุงเทพงั้นแค่นี้แหละ” คุณสิรามนโกรธลูกชายและมองหลานสาวอย่างสงสาร
“ครับคุณแม่” ชาคริตพูดจบก็วางสายจากแม่แล้วถอนหายใจทุกวันนี้เขาอยู่สุขสบายมีเงินทองเป็นนักธุรกิจมีชื่อเสียงเพราะได้แรงดันสนับสนุนจากพ่อตาจะทำอะไรก็เกรงใจและต้องยอมอ่อนข้อให้ภรรยาตลอดจนภรรยาได้ใจ
คุณสิรามนวางสายจากลูกชายแล้วลูบศีรษะหลานสาวเบาๆทุกวันนี้ก็ได้หลานสาวคนนี้ดูแลหากไม่มีลิปการ์ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ยังไงส่วนหลานอีกสองคนที่อยู่กรุงเทพเธอก็รักแต่ไม่ได้เลี้ยงดูอยู่ด้วยกันจึงไม่มีความผูกพันเหมือนลิปการ์ที่เธอทั้งรักและเป็นห่วง
“เอ๋ยอย่าคิดมากนะลูก”
“เอ๋ยไม่คิดมากหรอกค่ะคุณย่า เอ๋ยก็ไม่คิดจะไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาต่างคนต่างอยู่แบบนี้ดีแล้วค่ะ” เธอก็ไม่เคยคิดถึงพ่อและคิดมาตลอดว่าตัวเองไม่มีพ่อเพราะเธอใช้นามสกุลของตาจึงไม่มีใครรู้ว่าเป็นลูกของคุณชาคริตนอกจาคนใกล้ชิดสมัยก่อนก็เท่าอายุเธอ
“ย่ารักเอ๋ยนะลูก” คุณสิรามนพูดกับหลานสาวอย่างอ่อนโยน
“เอ๋ยก็รักคุณย่าค่ะ เดี๋ยวเอ๋ยไปช่วยยายทำอาหารเย็นก่อนนะคะ” ลิปการ์ยิ้มให้ย่าก่อนจะขอตัวไปช่วยยายทำอาหารเย็น
“ไปเถอะลูก”
ลิปการ์ลุกขึ้นเดินออกจากห้องนั่งเล่นที่สะอาดสะอ้านเพราะเธอกับยายช่วยกันทำความสะอาดแม้ด้านนอกจะดูเก่าแต่ในบ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย
“ยายจ๋าทำอะไรคะ” เสียงหวานถามยายที่ยืนอยู่หน้าเตาเพื่อทำอาหารให้ทุกคนในบ้านรับประทานก็มีเธอย่าตายายส่วนคนงานอีกสองครอบครัวก็ทำอาหารกินเองและทุกคนก็มีเงินเดือนจากการทำสวนที่ไม่ได้มีกำไรมากมากแต่ก็พอเลี้ยงทุกคนไม่ให้ลำบาก
“พอดีตาเขาวิดท้องร่องแล้วได้ปลาช่อนมาหลายตัวเย็นนี้ยายทำแกงส้มปลาช่อนใส่มะละกอกับห่อหมกปลาช่อนน่ะลูก แล้วคุยอะไรกับคุณมนเธอล่ะลูก” นางน้อมถามหลานสาวที่เลิกงานมาถึงก็เข้าไปคุยกับย่าในบ้าน
คีรีภัทรอุ้มลูกสาวตัวน้อยเดินมาหาพ่อของภรรยาหลังจากลูกหลานทุกคนได้รับของฝากกันแล้วก็พากันไปเล่นของเล่นใหม่ที่คุณตาเอามาฝาก“สวัสดีครับคุณชา น้องอีฟธุจ้าคุณตาสิคะลูก” ครีภัทรยกมือไหว้พ่อตาและเขายังเรียกว่าคุณชาเพราะภรรยาไม่ยอมเรียกคุณชาคริตว่าพ่อเขาจึงเรียกคุณชาและคุณชาคริตก็เข้าใจดีไม่ว่าอะไร“สวัสดีคีย์ สวัสดีค่ะน้องอีฟคนสวยของตา” คุณชาคริตพูดกับหลานสาวแล้วยิ้มก่อนจะยื่นมือไปขออุ้มและน้องอีฟก็ให้อุ้มเพราะรู้จักคุณตา“แมะๆ ป้อๆๆ..” น้องอีฟยิ้มให้คุณตาและยอมให้อุ้ม“มีของอะไรอีกหรือเปล่าครับเดี๋ยวผมจะให้เด็กมายกไปให้” “ก็มีเครื่องดื่มบำรุงของคุณทวดน้องอีฟและขนมของเด็กๆน่ะ” คุณชาคริตตอบลูกเขยแล้วเดินเข้าไปในบ้านพร้อมหลานสาวตัวน้อยที่พูดอ้อแอ้ชีมือชี้ไม้ตามประสาวเด็กอย่างเอ็นดูตั้งแต่หลานๆคลอดเขามาหาทุกเดือนและเดือนละสองสามครั้งเพราะอยู่คนเดียว ส่วนลูกสาวลูกชายไปเรียนเมืองนอกกับอดีตภรรยาเพิ่งกลับมาได้ไม่ถึงปีแล้วทิติยากับทาวัฒน์ไม่มาหาย่าและบอกว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวและทั้งสองก็อยู่บ้านหลังเดิมและทั้งสองก็มาช่วยงานของเขาที่บริษัทได้ไม่นาน ส่วนเขาก็ย้ายมาอยู่คนเดียวที่บ้านหลังเล็กที่ซื้อไว้
“ไอ้นี่ลามปามแล้วมึง” คีรการพูดแล้วยิ้มเขาจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าจะแต่งงานเพราะมันไม่เคยอยู่ในหัวของเขามาก่อนจนกระทั่งมีความสัมพันธ์กับพันดาราและเขาก็รู้ว่าปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปไม่ได้จึงมัดมือชกจับแต่งงาน“ไอ้แซมมันพูดเรื่องจริงมั้ยล่ะพี่เก้า” คีรีภัทรถามพี่ชายเพราะเป็นเรื่องจริงทั้งที่เพิ่งพูดไปน้ำลายยังไม่ทันแห้งพี่ชายของเขาก็แต่งงานต่อจากเขาทันทีเพราะเมียท้อง“เออๆ อยากพูดอะไรก็เอาที่พวกมึงสบายใจเถอะ แล้วตอนนี้พวกมมึงเห็นมั้ยล่ะว่าพวกเรามีความสุขกันมากแค่ไหนส่วนเรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปเก็บแต่สิ่งดีๆเรื่องรางดีๆไว้ในความทรงจำก็พอมั้ยวะ” คีรการพูดกับน้องๆทุกคนที่มีเมียมีลูกมีครอบครัวสมบูรณ์“พี่เก้าพูดถูก”บรรดาพ่อๆทั้งหลายนั่งดื่มกาแฟและทานของว่างมองดูลูกเมียเล่นน้ำอย่างมีความสุขแม้จะวุ่นวายแต่มันเป็นความวุ่นวายที่มีความสุขมากจากที่ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในวัยหนุ่มแต่พอแต่งงานมีลูกพวกการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไปเลิกเที่ยวกลางคืนแต่มีออกงานเลี้ยงพร้อมภรรยาของตัวเองกันบ่อยและมีไปสังสรรค์กับเพื่อนๆบ้างแต่ไม่อยู่ดึก“นี่แน่ๆ..” กลุ่มเด็กโตอย่างพี่คีน น้องเอื้อ น้องกาย น้องคูน น้องแอ้ม น้องดรีม น้
“ทำไมครับ” เขากำลังร้อนได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็ฟังว่าภรรยาสุดที่รักจะว่ายังไง“เอ๋ยอยากทำให้พี่คีย์ค่ะ” หญิงสาวตอบสามีก่อนคีย์น้อยตัวใหญ่บิ๊กเบิ้มบีบเบาๆแล้วมองสบตากันที่เจิดจ้าเป็นประกายเพลิงพิศวาสลุกโชนเพราะสามีภรรยาอยู่ด้วยกันมันก็มีปัจจัยหลายอย่างและหนึ่งในนั้นก็มีเรื่องความสัมพันธ์ทางกายด้วยและเธอเรียกว่าเมคเลิฟด้วยความรักและเข้าใจไม่ใช่เซ็กส์ที่เร่าร้อนพอจบเกมแล้วก็แยกย้ายกันไป“อ่าส์ ที่รักของผัว หื้มม..” คีรีภัทรมองร่างเล็กเปลือยเปล่าด้วยความรักใคร่หลงใหลแล้วยกมือเคล้นคลึงก้อนเนื้อนุ่มทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม“อุ้มเอ๋ยลงหน่อยสิคะ”ร่างใหญ่ปล่อยมือจากทรวงอกกลมกลึงแล้วยกร่างเล็กลงจากเคาน์เตอร์เพราะรู้ว่าเธอจะทำอะไรแล้วเธอก็ผลักเขาไปยืนพิงเคาน์เตอร์ก่อนจะทรุดลงนั่งคุกเข่าตรงจุดเดียวกับเขาก่อนนั้น“ถ้ามันเกเรเมื่อไหร่เอ๋ยจะตอนให้เหลือแต่ตอเลยค่ะ” ลิปการ์พูดกับสามีจับคีย์น้อยด้วยสองมือแล้วรูดขึ้นลงตามยาวของมันขึ้นลงจนสุดโคนช้าๆ“หืมม มันเป็นของหนูเอ๋ยคนเดียวครับที่รัก อ่าส์..” เสียงห้าวแหบพร่ามองมือเล็กกออบกุมคีย์น้อยแล้วบีบรูดเป็นจังหวะทำเอาเขาตัวเกร็งด้วยความเสียวซ่านกระสัน“แผล่บๆๆ
“อ้ะ อื้อ พะ พี่เบ็คขา อ่า โอ้ว์..” แพรงามร้องเสียงหลงเมื่อเขาตอกตรึงเจ้างูใหญ่เข้าใส่เติมเต็มในกายเธอจนจุกและมันรู้สึกดีจึงขยับสะโพกสองมือขยุ้มแผ่นหลังของเขาเพื่อบรรเทาความเสียวซ่านที่แผ่กระจายไปทั่วตัวของเธอและไม่ได้เจ็บเหมือนครั้งแรกมันเสียวมากกว่า“ปั้บบๆๆ ปั้บบๆๆ..”“อ่า เนยรัดพี่แน่นมากคนดี อื้มม อ่าส์..” บรินัยคำรามกระหึ่มเมื่อเธอให้ความร่วมมือแอ่นเด้งโหนกสาวขึ้นรับเจ้างูใหญ่ที่มุดหัวเข้าออกอย่างเพลิดเพลินชอบอกชอบใจอย่างไม่หยุดยั้งเพราะเขาอดทนอดกลั้นมานานพอได้กินเขาก็เขมือบคนตัวบางลงท้องให้จุใจไปเลยจึงเร่งจังหวะขับเคลื่อนสะโพกหนาอย่างหรุนแรงติดกันจนเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้องสวีทสุดหรู“ปั้บบๆๆ ปั้บบๆๆ..”“อ้ะ เนยไม่ไหวแล้ว อ่า อ้ะ อ้า อื้ออ..” แพรงามร้องบอกเขาเมื่อร่างกายของเธอใกล้จะจะเสร็จสมจึงไขว่คว้าหาความสุขที่ลอยอยู่แค่เอื้อมสองมือกอดรัดร่างหนาไว้แน่นสองขาเกี่ยวรัดเอวหนารับแรงกระแทกกระทั้นจนสั่นคลอนไปทั้งตัว“พี่ก็จะเสร็จแล้วครับ อื้มม อ่าส์..” เสียงห้าวหอบกระเส่าเอวหนาก็กระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างบางอย่างหนักหน่วงรุนแรงทุกจังหวะติดกันถี่กระชั้นก่อนจะถาโถมเข้าใส่กันเต็มแรง
ฝ่ายลิปการ์หลังเล่าเรื่องของสามีให้คุณย่าและตายายฟังแล้วพวกท่านก็บอกให้เธอเข้ากรุงเทพไปดูแลสามีเพราะที่นี่ก็มีคนเยอะแยะและคุณหญิงฉายฤดีก็สั่งคนขับรถไปส่งหลานสะใภ้ที่กรุงเทพแต่ไม่ได้บอกใครคุณดารกาสั่งให้แม่บ้านเตรียมอาหารให้ลูกชายแล้วไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนจะออกจากบ้านพร้อมสามีที่แวะไปดูลูกชายก่อนจะ
“พี่หิวอีกแล้วครับ..”“ห๋า..” ลิปการ์ร้องออกมามองสามีตาโตเพราะเร่างกายของเธอไได้พักไม่ถึงสามชั่วโมงเลย“หิวข้าวครับ แต่กินของคาวแล้วคืนนี้พี่จะกินของหวานต่อครับ” ชายหนุ่มพูดแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มมองภรรยาคนสวยตาเป็นประกายเพราะรู้ว่าเธอหวานยิ่งกว่าน้ำตาลใครจะว่าเขาหลงเมียก็ช่างมัน"พี่คีย์รู้ตัวมั้ยคะว่า
"ทำไมเราจะต้องไปสนใจพวกขี้ข้ามันด้วยครับพ่อ” ทาวัฒน์ไม่พอใจที่พ่อไม่ไล่คนใช้ออกทั้งที่มันว่าเขาไม่ใช่ลูกของท่าน“เอาเถอะลูก เดี๋ยวเรื่องนี้พ่อจะจัดการเอง พ่อไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนนะ ฟิวส์กับฟ้าก็ไปอาบน้ำกันเถอะลูกนานๆบ้านเราจะได้อยู่กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน” ชาคริตบอกลูกชายแล้วลุกขึ้นเพื่อขึ้นไปอ
“ดีขึ้นแล้วล่ะ โชคดีนะที่ยัยนั่นใส่ยาไม่เยอะไม่งั้นไอ้คีย์แย่แน่ๆ” คีรการนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวข้างน้องสาว“เก๋ไม่อยากว่าผู้หญิงด้วยกันนะคะ แต่แบบนี้ก็ไม่ไหวถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างพวกเธอก็ได้ใจอาจจะทำอีกแล้วจะทำให้ครอบครัวของคนอื่นแตกแยก แล้วพวกพี่ก็อย่าทำเหมือนพวกเธอเป็นของเล่นพอเบื่อแล้วก็ทิ้งเพราะผู้หญ