ตอนที่ 6
เจย์หรือเจมส์
รุ่งเช้า
มหาลัย@@
ข้าวหอม นักศึกษาปีหนึ่งคณะบัญชี กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเท้าอย่างเร่งรีบ เพราะรู้ตัวดีว่าวันนี้เธอสายมากแล้ว
ร่างเล็กอยู่ในชุดนักศึกษาเข้ารูปที่ขับเน้นทรวดทรงอ้อนแอ้นโค้งเว้าอย่างพอดิบพอดี
ชายกระโปรงทรงเอตัวสั้นไหวเอนไปตามจังหวะก้าวเดินที่เร่งร้อน เส้นผมยาวสลวยที่ปล่อยเปลือยทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามแรงลมยามเช้า ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าสวยหวานนวลตานั้นดูโดดเด่นสะดุดตา
“ตายจริงลืมตั้งนาฬิกาปลุกได้ยังไงกันเนี่ย ป่านนี้ยัยตองคงขึ้นเรียนไปแล้วมั้ง”
หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง ขณะเร่งฝีเท้าไปตามทางฟุตบาทอย่างลนลาน
พลั่ก!
“โอ๊ย!…”
เพราะความเร่งรีบจนเกินเหตุ ทำให้เธอไม่ทันได้มองทาง ร่างเล็กพุ่งชนเข้ากับแผงอกหนาของใครบางคนเข้าอย่างจัง แรงปะทะที่ไม่ทันตั้งหลักส่งผลให้ข้าวหอมเซถลา เสียหลักล้มลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นซีเมนต์อย่างหมดท่า
“เปะ…เป็นอะไรไหมครับ”
น้ำเสียงทุ้มแฝงความตื่นตระหนกดังขึ้นทันควัน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คู่กรณีที่เธอเพิ่งพุ่งชนเมื่อครู่ รีบก้าวขาเข้ามาหาพลางเอ่ยถามด้วยความตกใจและรู้สึกผิด
ข้าวหอมทำหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยจากแรงกระแทก ความเจ็บแล่นขึ้นมาจนเธอต้องเม้มริมฝีปากแน่น
“จะ…เจ็บ”
เสียงเล็กแผ่วสั่นหลุดออกมาจากริมฝีปากของคนตัวเล็ก ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย ดวงตาใสเริ่มเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
และในวินาทีนั้นเองที่ชายหนุ่มได้สบตากับข้าวหอม หัวใจที่เคยนิ่งสงบกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างฉับพลัน
อีกฟากหนึ่งของเจย์
ร่างสูงของเจย์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงไปตามฟุตบาทด้วยจังหวะเนิบนาบ ข้างกายคือรามเพื่อนสนิทที่เพิ่งแยกออกมาจากโรงอาหารด้วยกันเมื่อครู่
ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาคมของเขาก็สะดุดเข้ากับร่างสองร่างที่อยู่ไม่ไกล
เจมส์กำลังช่วยพยุงข้าวหอมอยู่ ท่าทีใกล้ชิดเกินกว่าจะมองผ่านไปเฉย ๆ ความรู้สึกบางอย่างพลันก่อตัวขึ้นในอก ทั้งแปลกใจและไม่ชอบใจอย่างบอกไม่ถูก
“ไอ้ราม มึงขึ้นเรียนไปก่อนเลย กูมีธุระ”
เจย์เอ่ยเสียงเรียบ โดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังภาพตรงหน้า
“ธุระอะไรของมึง”
รามหันมาถามอย่างสงสัย
“เถอะน่า…”
เจย์เอ่ยสวนกลับไปทันที น้ำเสียงเรียบสนิททว่าเด็ดขาดคล้ายต้องการจะตัดบทสนทนาตรงนี้ให้เร็วที่สุด
รามเห็นท่าทีนิ่งเฉยแบบนั้นก็ทำเพียงยักไหล่หนาน้อย ๆ อย่างไม่คิดจะเซ้าซี้ให้เสียเวลา
“เออ... งั้นมึงรีบตามขึ้นมาแล้วกัน”
พูดจบรามก็แยกตัวเดินออกไป ปล่อยให้เจย์ยังคงยืนอยู่ที่เดิมสายตาคมไม่เคยละไปจากภาพของคนทั้งสองตรงหน้าเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“ขอโทษนะ เมื่อกี้พี่ไม่ทันดูทาง… ไปห้องพยาบาลไหม”
เจมส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด พลางพยุงร่างเล็กให้ลุกขึ้นจากพื้นซีเมนต์อย่างระมัดระวัง
“ไม่เป็นไรค่ะ”
หญิงสาวปฏิเสธเบา ๆ พร้อมปัดฝุ่นที่เปื้อนตามเสื้อผ้าออกลวก ๆ
“แน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไร”
“ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะ”
เจมส์ทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ
“เออ…พี่ขอโทษจริง ๆ นะ งั้นเดี๋ยวพี่เลี้ยงข้าวเป็นการไถ่โทษดีไหม”
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ”
ข้าวหอมตอบย้ำอีกครั้ง พร้อมส่ายหน้าเบา ๆ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นเพื่อให้เขาคลายความกังวล
“…”
เจมส์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่ยังคงมองเธอด้วยสีหน้าเป็นห่วง
ข้าวหอมยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“งั้นหนูไปก่อนนะคะ สายมากแล้ว”
“เดี๋ยวสิ!”
ทว่าในจังหวะที่ร่างเล็กจะเตรียมหมุนตัวก้าวออกไปเสียงของเจมส์รั้งเธอไว้เสียก่อน
“งั้นพี่ขอคอนแทคเราไว้หน่อยได้ไหม”
ข้าวหอมหยุดชะงัก ก่อนจะหันกลับมามองเขาเล็กน้อย แววตาฉายความแปลกใจบาง ๆ
คอนแทคงั้นเหรอ จะขอไปทำไม
“เอ่อ…”
คนตัวเล็กชะงักไปเล็กน้อย ท่าทีลังเล ปากบางเม้มแน่นราวกับกำลังชั่งใจ
“ข้าวหอม!”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยตอบหรือให้คอนแทคใด ๆ เสียงตะโกนเรียกจากด้านหลังก็ดังขึ้น
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองตามต้นเสียงด้วยความตกใจเล็ก ๆ จากความดังที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
“นะ…นี่คุณ! ตะโกนอะไรเสียงดังขนาดนั้น ฉันตกใจหมด”
ข้าวหอมเอ่ยขึ้นทันทีที่เจย์เดินเข้ามาถึง น้ำเสียงยังเจือความตกใจเล็กน้อย
ชายหนุ่มกลับเพียงมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่สายตาคมจะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่เจมส์ แววตาคมฉายความไม่พอใจแบบไม่คิดปิดบัง แล้วเขาจึงหันกลับมาหาข้าวหอมอีกครั้ง
“สายแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมยังไม่ขึ้นเรียนอีก”
คำพูดเรียบ ๆ นั้นทำให้หญิงสาวชะงักไปชั่วครู่ ราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้
“ตายแล้ว…จริงด้วย! ฉันสายแล้ว”
พูดจบร่างเล็กก็รีบคว้ากระเป๋า ก่อนจะวิ่งจ้ำอ้าวออกไปทันทีท่าทีลุกลนจนแทบจะสะดุดล้มอีกครั้ง
“มึงรู้จักเธอเหรอ”
เจมส์มองตามแผ่นหลังเล็กของข้าวหอมจนลับสายตา ก่อนจะหันกลับมาถามเจย์ น้ำเสียงเย็นชาปนแข็งกระด้างอย่างคนไม่ถูกกัน
เจย์เพียงยักไหล่เบา ๆ มือยังคงล้วงกระเป๋ากางเกง สีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อน
“ก็…ไม่ค่อยเท่าไหร่”
“งั้นก็ดี…กูรู้สึกถูกชะตากับคนนี้อยู่เหมือนกัน”
คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะในลำคอจากเจย์ทันที เป็นเสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันอย่างไม่คิดปิดบัง
“มึงคิดว่ามึงชอบใคร แล้วจะได้คนนั้นงั้นเหรอ”
เขาเอียงหน้ามองอีกฝ่ายเล็กน้อย สายตาคมกดต่ำลง
“มึงชอบเธอ แล้วเธอจะต้องชอบมึงกลับงั้นเหรอ ”
เจมส์สบตาเขานิ่ง ก่อนจะตอบสั้น ๆ
“ก็ไม่แน่”
ทันทีที่ได้ยินคำท้าทาย เจย์ก็ก้าวเท้าเข้าไปประชิดอีกฝ่ายอีกหนึ่งก้าว สีหน้าและท่าทางของเขาผ่อนคลายเกินเหตุจนดูน่ากลัว ก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายแล้วกระซิบด้วยเสียงเรียบเรื่อย
“แล้วถ้ากูบอกมึงว่า…เธอเป็นเด็กกูล่ะ ที่แบบว่า…ไปมาหาสู่กันทุกคืน…มึงจะทำยังไง”
พลั่ก!
เจมส์ผลักอกเขาออกห่างทันที สีหน้าตึงเครียดเส้นเลือดที่ขมับกระตุกเล็กน้อย
“กูไม่เชื่อหรอก”
แม้อีกฝ่ายจะแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวเพียงใด ทว่าเจย์กลับเพียงยักไหล่เล็กน้อย ราวกับไม่ใส่ใจได้ใส่ใจแม้แต่น้อย
“ไม่เชื่อก็ตามใจ… แต่อย่าให้กูเห็นว่ามึงมายุ่งกับเธออีก”
พูดจบร่างสูงของเจย์ก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่เร่งรีบ ท่าทีผ่อนคลายราวกับเพิ่งกวนประสาทอีกฝ่ายได้สำเร็จ
ทิ้งให้เจมส์ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง มือกำแน่นจนเส้นเอ็นปูดขึ้น สีหน้าหงุดหงิดปนขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด ดวงตาวาววับด้วยอารมณ์ที่เริ่มปะทุขึ้นทีละน้อย
ผับXxx
แสงไฟสลัวสาดกระทบผู้คนที่เริ่มหลั่งไหลเข้ามา เสียงเพลงจังหวะหนักดังคลอไปทั่วทั้งร้าน
แก้วเหล้าถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากครั้งแล้วครั้งเล่า เจมส์นั่งเอนหลังอยู่บนโซฟา สายตาเหม่อลอยเล็กน้อย ความคิดในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับคำพูดของพี่ชายเมื่อช่วงกลางวัน
“ทุกคนที่กูชอบ…เสร็จมึงหมดเลยสินะ”
ชายหนุ่มพึมพำเสียงแข็งในลำคอ มือหนากำแก้วแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เส้นเอ็นปูดขึ้นเล็กน้อย ความคับแค้นค่อย ๆ ก่อตัวลึกลงในอก หนักแน่นขึ้นทุกวินาที
ทว่าในขณะที่ร่างสูงกำลังจะกระดกเหล้าเข้าปากอีกครั้ง กลับต้องชะงักลงกลางคัน เมื่อสายตาคมดันเผลอสบเข้ากับร่างเล็กของข้าวหอมที่กำลังเดินผ่านหน้าไป ร่างเล็กในชุดเดรสสายเดี่ยวแนบลำตัว ขับให้เรือนร่างดูอ่อนช้อยสะดุดตา
“น้อง!”
เจมส์เอ่ยเรียกทันที เมื่อเห็นว่าร่างเล็กกำลังจะเดินผ่านไปไกล น้ำเสียงนั้นชัดเจนพอจะรั้งให้เธอต้องชะลอฝีเท้าลง
ข้าวหอมหันมามอง คิ้วบางขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างสงสัยแม้จะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เธอก็ยังคงก้าวเข้ามาใกล้
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“นี่เรา…จำพี่ไม่ได้แล้วเหรอ”
หญิงสาวนิ่งคิดไปชั่วครู่ ดวงตากลมใสไหวระริกเหมือนกำลังรื้อฟื้นความทรงจำ ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นกระจ่างขึ้น
“อ๋อ…พี่คนเมื่อเช้านี่เอง”
“นึกว่าจะจำกันไม่ได้ซะแล้ว”
“แล้วมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่าแค่ทักทาย…มาเที่ยวเหรอ”
“อ๋อ หนูมาทำงานค่ะ”
“ทำงาน?”
น้ำเสียงแฝงความแปลกใจ ดวงตาคมมองสำรวจเธออีกครั้ง ราวกับพยายามทำความเข้าใจคำตอบเมื่อครู่
“ใช่…แต่พี่อย่าเข้าใจผิดนะ หนูแค่ชงเหล้าแล้วก็เอนเตอร์เทรนนิดหน่อย ไม่มีอะไรเกินเลย”
เจมส์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนมุมปากจะยกยิ้มขึ้นนิด ๆ
“งั้น…ว่างหรือเปล่า มาชงเหล้าให้พี่หน่อยสิ พอดีกำลังหาเด็กอยู่เหมือนกัน”
“ได้สิคะ…หนูก็กำลังหาลูกค้าอยู่พอดี”
ข้าวหอมตอบรับทันที พร้อมรอยยิ้มบางที่แต่งแต้มขึ้นบนริมฝีปาก ก่อนจะเอนตัวนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามอย่างแผ่วเบา
สายตาของเจมส์จับจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วมุมปากก็คลี่ยิ้มออกมาช้า ๆ รอยยิ้มนั้นแฝงความหมายบางอย่างที่ยากจะคาดเดา
ตัดภาพมาที่เจย์
ร่างสูงยืนพิงระเบียง ปล่อยสายลมยามค่ำคืนปะทะร่างกายอย่างไม่ใส่ใจ ควันบุหรี่สีจางถูกพ่นออกจากริมฝีปากช้า ๆ ลอยกระจายไปกับอากาศเบื้องหน้า
ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วเรียวกดหมายเลขอย่างเคยชิน แล้วแนบเครื่องเข้ากับหูอย่างไม่รีบร้อน
“ว่าไงคะ…น้องเจย์”
รอสายเพียงไม่กี่วินาที เสียงเล็กแหลมจากปลายสายดังแทรกขึ้นมา น้ำเสียงออดอ้อนเอาใจอย่างคุ้นเคย
เจย์เพียงนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เรียกข้าวหอมมาให้ที”
ปลายสายเงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบรับทันที
“ได้ค่ะ น้องเจย์ รอแบนึงน๊า เดี๋ยวเจ๊ให้ไปหาถึงที่เลย”
“ให้เวลายี่สิบนาที”
ร่างสูงเอ่ยตัดบทสั้น ๆ น้ำเสียงเรียบเย็นไม่เปิดโอกาสให้ต่อรองสิ้นคำชายหนุ่มก็กดตัดสายทันทีอย่างไม่ลังเล ก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นสูบอีกครั้ง แล้วพ่นควันออกมาอย่างช้า ๆ