ตอนที่ 5
แกล้งเมา
ตัดภาพมาที่ช่วงสายของวัน
รถหรูสีเข้มแล่นเข้ามาอย่างเงียบงัน ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอและจอดสนิทหน้าบ้านหลังใหญ่สไตล์ยุโรป
ตัวอาคารสีขาวงาช้างตั้งตระหง่าน ทอดเงาลงบนลานหินกว้าง เบื้องหน้ามีสวนตกแต่งอย่างประณีต แทรกด้วยพุ่มไม้ตัดแต่งเป็นระเบียบ เสียงเครื่องยนต์ดับลง เหลือเพียงความสงบที่โอบล้อมพื้นที่โดยรอบ
เจย์ก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสบาย ร่างสูงสง่ารับกับแสงแดดยามสายที่ทอดกระทบเสี้ยวหน้า มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ทั้งสองข้างอย่างเคยชิน
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน แม่บ้านสองคนก็รีบก้าวออกมาต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ท่าทางนอบน้อม เร่งฝีเท้าเข้ามาหาเขาแทบจะในทันที
“ก็ว่าอยู่…ทำไมจู่ ๆ ก็หายใจไม่ออก”
เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น พร้อมรอยเย้ยบาง ๆ
“ที่แท้ก็มีของเสียเดินเข้ามาในบ้านนี่เอง”
ต้นเสียงมาจากชายหนุ่มอีกคน“เจมส์” น้องชายแท้ ๆ ของเจย์ ที่อายุห่างกันเพียงปีเดียว ร่างสูงโปร่งกำลังก้าวลงมาจากบันไดทีละขั้นอย่างไม่เร่งรีบ
สายตาคมเฉียบมองตรงมายังผู้มาใหม่เย็นชาและเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตร
“ของเสียที่ว่าคือมึงเองหรือเปล่า”
เจย์สวนกลับทันควัน มือยังคงล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับคนตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่น่าเกรงกลัวแม้แต่น้อย
“มึงมาที่นี่ทำไม”
“ก็ที่นี่บ้านกู ทำไม…กูจะมาไม่ได้ แล้วกูจะมาหรือไม่มามึงเสือกไรด้วย”
เจมส์อ้าปากเหมือนจะสวนกลับ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร
“เจย์มาแล้วเหรอลูก”
เสียงนุ่มของหญิงวัยกลางคนดังแทรกขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของบ้าน
เจย์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างสมเพชให้คนตรงหน้า ก่อนจะละสายตาไปหาผู้เป็นแม่ทันที
“ครับแม่ ตอนแรกกะว่าจะไม่มา… แต่พอดีว่าง เลยแวะมาหน่อย”
น้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“ดีแล้วล่ะลูก แม่กำลังคิดถึงอยู่พอดี”
หญิงวัยกลางคนยิ้มอ่อน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ทานอะไรมาหรือยัง เดี๋ยวแม่ให้ป้าแม่บ้านจัดกับข้าวขึ้นโต๊ะให้”
“ยังเลยครับ”
“ดีเลย เดี๋ยวแม่จะให้ป้านวลทำกับข้าวของโปรดให้”
ป้านวลที่ว่าคือแม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่ ตั้งแต่จำความได้เจย์ก็เห็นป้านวลอยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว
เจย์พยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองเจมส์เพียงชั่วแวบแววตาคมนิ่งเรียบ แต่แฝงบางอย่างที่อ่านไม่ออก
จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจ
เจมส์ยืนมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยสีหน้าคุมเคือง ก่อนจะหันกลับมาทางผู้เป็นแม่
“ทำไมแม่ต้องพูดดีกับมันตลอดด้วย”
หญิงวัยกลางคนขมวดคิ้วทันที
“ทำไมถึงไปเรียกพี่เขาแบบนั้นล่ะลูก นั่นพี่ชายเรานะ”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแฝงความตำหนิชัดเจน เจมส์เม้มปากแน่น ไม่ตอบอะไรกลับ
ส่วนผู้เป็นแม่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะหมุนตัวเดินไปหาป้านวลที่ยืนรออยู่ไม่ไกล
จุดเริ่มต้นของรอยร้าวระหว่างพี่น้องคู่นี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องผู้หญิง เมื่อสองปีก่อน เจย์อยู่ปีสอง ส่วนเจมส์เองก็เพิ่งขึ้นปีหนึ่ง
ในตอนนั้นเจมส์กำลังตามจีบผู้หญิงคนหนึ่งจากคณะนิเทศศาสตร์ เพียงแค่ได้สบตาในครั้งแรกหัวใจก็พลันไหววูบ ราวกับตกหลุมรักโดยไม่ทันตั้งตัว
หลังจากนั้น เขามักแวะเวียนไปดักรอเธอที่หน้าคณะอยู่เสมอไม่ก็พยายามชวนเธอไปทานข้าว ดูหนัง หวังเพียงให้เธอหันมามองเขาบ้างสักครั้ง
ทว่าสิ่งที่ได้กลับมามีเพียงคำปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่ง วันหนึ่ง เขาถึงได้รู้ความจริงว่าเธอคนนั้นกำลังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเจย์พี่ชายแท้ ๆ ของตัวเอง
ความไม่พอใจที่สะสมมาตั้งแต่เด็กปะทุขึ้นในทันที ในสายตาของเจมส์ เจย์คือคนที่มักจะได้ทุกอย่างเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความสนใจ การยอมรับ หรือแม้แต่ความรักจากพ่อแม่
และครั้งนี้ก็เช่นกันคนที่เขาพยายามแทบตายกลับกลายเป็นเพียงอีกคนที่เลือกเจย์โดยไม่ลังเล ตั้งแต่นั้นมา ความรู้สึกด้อยค่าและคับแค้นจึงค่อย ๆ กลายเป็นความเกลียดชัง
ส่วนเจย์นั้น เขาก็ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้มากนัก ก็ไม่ได้ถึงขั้นเกลียดน้องชายหรอก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะเป็นแบบนั้น เขาก็ไม่จำเป็นต้องลดตัวลงไปดีด้วยเช่นกัน
@ผับXXX
หลังจากบทสนทนาเรื่อยเปื่อยกับคนในบ้านสิ้นสุดลง เจย์ก็มานั่งอยู่ที่ผับประจำของกลุ่มเพื่อน
แสงไฟสลัวสาดกระทบผิวแก้วในมือเป็นประกายจาง ๆ เสียงดนตรีคลอเบาแทรกอยู่ในบรรยากาศยามค่ำคืน วันนี้ไร้เงาของพวกไอ้สี่คนนั้น
ซึ่งสำหรับเขาแล้วก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยก็มีสักคืน ที่เขาจะได้นั่งดื่มเงียบ ๆ ปล่อยความคิดล่องลอยไปตามจังหวะเพลง โดยไม่ต้องทนรับมือกับเกมไร้สาระที่พวกนั้นชอบยัดเยียดมาให้ทุกครั้งที่เจอกัน
“อ้าว…น้องเจย์ มาทำไมไม่บอกเจ๊ล่ะคะ เจ๊จะได้เตรียมสาวสวย ๆ ไว้ให้”
ความสงบที่เขาเพิ่งได้ครอบครองอยู่เพียงชั่วครู่ ก็ถูกทำลายลงในทันที เมื่อยัยเจ๊ที่ปกติมักคุยกับเขาผ่านโทรศัพท์กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาใกล้
“ไม่ป็นไร”
ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกเข้าปากอีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจ
“แหม๋...มาทั้งที จะไม่ใช้บริการเด็ก ๆ ของเจ๊เลยเหรอ....”
หญิงวัยกลางคนยังคงตื้อไม่เลิก น้ำเสียงออดอ้อนเจือความเอาใจเพราะเธอรู้ดี ว่าหากทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าพึงพอใจได้ก็คงจะได้ทิปไม่น้อย
เจย์ยังคงนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยตอบ ท่าทีเฉยชานั้น ทำให้เจ๊ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ้ำอึ้ง
“เอ่อ...งั้น เดี๋ยวเจ๊ไปหาเด็กมาให้แล้วกัน”
ปัง!
เสียงแก้วเหล้ากระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง ทำเอาหญิงวัยกลางคนสะดุ้งโหยง
“ต้องเป็นผู้หญิงที่มาหาฉันเมื่อคืนเท่านั้น”
เจย์เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ก่อนจะหันมามองเธอด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ จากนั้นก็เบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่ใส่ใจ
เจ๊ได้แต่พยักหน้ารัว ๆ อย่างลนลาน ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินออกไปทันที
“ยัยหอม! ยัยหอมโว้ย!”
เสียงเจ๊ตะโกนเรียกดังลั่น สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ ทว่าครั้งนี้กลับไร้เสียงตอบรับ
“นี่ดาว...ยัยหอมล่ะ”
หญิงวัยกลางคนหันไปถามพนักงานสาวอีกคนที่เดินผ่าน
“เมื่อกี้หนูเห็นเดินสวนกันอยู่แถวหน้าห้องน้ำ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เธอก็รีบมุ่งหน้าไปหาข้าวหอมแทบจะในทันทีเพราะหากชักช้าไปแม้เพียงนิดเดียว คนที่อยู่บนชั้นวีไอพีอาจไม่พอใจขึ้นมาก็ได้
ร่างเล็กของข้าวหอมยืนอยู่หน้ากระจกภายในห้องน้ำ ปลายนิ้วเรียวล้างมืออย่างแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองผ่านเงาสะท้อน
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ เธอก็ผลักประตูออกไปจากห้องน้ำอย่างไม่รีบร้อน ริมฝีปากเล็กได้รูปขยับพึมพำเป็นทำนองเพลงเบา ๆ อย่างเคยชิน
“อุ อิ อ๊า โอ้ว อะอร้าย!!”
ร่างเล็กสะดุ้งโหยง ร้องลั่นด้วยความตกใจ ขณะกำลังฮัมเพลงเพลิน ๆ ก็เจ๊น่ะสิมายืนดักรออยู่หน้าห้องน้ำแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงจนเธอแทบช็อกหัวใจจะวาย
“นี่เจ๊! ฉันตกใจหมดเลย...”
ข้าวหอมบ่นออกมา พลางทำหน้ายู่เล็กน้อย
“มาอยู่นี่เอง....ตามหาตั้งนาน”
“ละ...แล้วมีอะไร”
หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนของเจ๊แก
“มีคนเรียกหาแกน่ะ...รีบไปเลยอยู่ชั้นบน”
“ใครเหรอ? ฉันยังมีลูกค้ารออยู่เยอะเลยนะ”
“เออน่า…ไม่ต้องสนใจลูกค้าพวกนั้นหรอก เดี๋ยวฉันหาคนไปแทนให้เอง”
เจ๊โบกมือรัว ๆ อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเร่งเสียงขึ้นเล็กน้อย
“แต่คนชั้นบน…ฉันหาคนแทนไม่ได้ รีบขึ้นไปได้แล้ว”
พูดจบก็ไม่รอให้ข้าวหอมได้ตั้งตัว มือคว้าข้อมือบาง ดันให้เธอเดินนำไปข้างหน้า
“รู้แล้วน่า…เจ๊ไปทำอย่างอื่นเถอะ”
หญิงสาวบ่นงึมงำ แต่ก็ยอมก้าวตามแรงเร่งนั้นไปโดยดี
ควันบุหรี่ถูกพ่นออกจากริมฝีปากหยักได้รูปซ้ำแล้วซ้ำเล่า สายตาคมทอดมองลงไปยังชั้นล่างอย่างไม่สบอารมณ์ เข็มนาฬิกาข้อมือยังคงเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า
นี่ก็ผ่านไปกว่าห้านาทีแล้ว แต่ยัยข้าวหอมอะไรนั่นยังไม่โผล่มาเสียที
ความหงุดหงิดค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นภายในใจ เพราะเขาไม่ใช่คนประเภทที่ชอบรออะไรนาน ๆ อยู่แล้วถ้าสิ่งนั้นไม่สำคัญพอ
ไม่นานนักเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังใกล้เข้ามาพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากน้ำหอมของคนมาใหม่ที่ลอยแตะปลายจมูก ทำให้เจย์ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันไปมอง
ข้าวหอมทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่มือเรียวยกขวดขึ้นรินเหล้าลงในแก้วอย่างชำนาญ
“กว่าจะเสด็จมาได้...นึกว่าจะได้ส่งเสลี่ยงไปรับซะแล้ว”
เจย์เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ แต่แฝงความแดกดันไว้อย่างชัดเจน
ข้าวหอมช้อนสายตามองกลับเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งไม่แพ้กัน
“ก็ฉันลูกค้าเยอะนี่… ถ้าคุณอยากได้ ก็ต้องรอหน่อยสิ”
“เหอะ...ลูกค้าที่ว่าคือไอ้พวกนั่นน่ะเหรอ...”
ร่างสูงเอ่ยเสียงหยัน พลางทอดสายตาคมลงไปยังชั้นล่างอย่างดูแคลน
“......”
หญิงสาวมองตามสายตาของเขาลงไปด้านล่าง แต่ก็ยังคงนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยตอบอะไร
“สเปกเธอ…เป็นแบบนั้นเหรอ”
“ปะ...เปล่า ใช่ที่ไหน”
“ก็เห็นชอบรับลูกค้าแบบนั้น”
“ก็ได้เงินเหมือนกันนี่....”
คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มหันมามองเธอตรง ๆ แววตาคมเข้มขึ้นเล็กน้อย
“เมื่อเช้า ฉันก็ให้เธอไปเกือบแสน… ทำไมไม่รับไว้ล่ะ”
เขาเว้นจังหวะเพียงนิด ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“อ๋อ…ไม่ได้ขายตัวสินะ”
ประโยคนั้นทำเอาข้าวหอมถึงกับหน้าแดงก่ำ หูร้อนผ่าว แต่เธอยังคงฝืนข่มอารมณ์เอาไว้
“ไหนบอกว่าไม่ให้ฉันพูด… แล้วคุณพูดมันออกมาทำไม”
เหล้าในแก้วถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้ง เจย์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างคนไม่แยแส
“ก็ตรงนี้…มีแค่เธอกับฉัน ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ล่ะ”
เขาเอ่ยเนิบ ๆ ก่อนจะทอดสายตามองเธออย่างมีนัย น้ำเสียงเริ่มพร่าเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
“เมื่อคืนเธอแม่ง…ทำเอาฉันลืมไม่ลงเลยว่ะ นี่ก็เริ่มเมาแล้วด้วย… ไปส่งที่ห้องหน่อยสิ”
“ฝันไปเถอะ...”
“ทำไมเหรอ...เพราะฉันไม่ใช่ไอ้เสี่ยพวกนั้นเหรอ”
“ถ้าคุณอยากมากนัก…เดี๋ยวฉันให้คนที่เขารับงานแบบนี้ไปส่งก็ได้”
ร่างสูงเหยียดตัวลุกขึ้นจากโซฟา ทว่าแอลกอฮอล์ในเลือดทำให้ก้าวเท้าเซเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ข้าวหอมแทน ใบหน้าหล่อคมค่อย ๆ โน้มเข้าไปใกล้ กระซิบชิดข้างหูด้วยลมหายใจอุ่น
“คนที่ฉันอยากได้…คือเธอต่างหาก”
เสียงทุ้มพร่าจากฤทธิ์เมาแผ่วเบาลงอย่างมีนัย
“เธอไม่หึงฉันบ้างเหรอ…หืม ถ้าเธอยอมฉัน…ฉันก็จะมีแค่เธอคนเดียวนะ”
“…”
หญิงสาวนั่งนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับที่ กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของเขาปะทะเข้ามาอย่างชัดเจน ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดอยู่บริเวณต้นคอ
“กลิ่นเธอ…เหมือนเมื่อคืนเปี๊ยบเลย”
เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วชิดหู
“ข้าวหอม…ไปส่งฉันที่ห้องหน่อย”
“ถ้ากลับไปไหว...คุณก็นอนที่นี่เถอะ”
น้ำเสียงเอ่ยติดแผ่ว พร่าไปตามฤทธิ์แอลกอฮอล์
“ไม่…อีกหน่อยฉันก็เลิกงานแล้ว”
“รีบไปไหน....อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนสิ”
ปลายจมูกคมสันไล้ผ่านเส้นผมยาวสลวย สูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ราวกับจงใจยั่วให้อีกฝ่ายหลงกล
ข้าวหอมนั่งนิ่ง ไม่ได้ขัดขืน เพราะมันเป็นสิ่งที่เธอคุ้นชินและต้องทำอยู่แล้ว ทว่าแปลกตรงที่ เมื่อเป็นเจย์เธอกลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย
“ฉันขอ...จูบเด็กชงเหล้าได้มั้ย”
ใบหน้าหล่อคมเลื่อนลงต่ำ สูดดมกลิ่มหอมอ่อน ๆ ของซอกคอขาวอย่างจงใจ
“ไม่ได้!”
หญิงสาวรีบปฏิเสธทันควัน
“ข้าวหอมฉันแม่งไม่ไหวแล้วว่ะ”
เจย์เลื่อนมือไปจับมือของข้าวหอมอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ ดึงมันเข้ามาวางลงไว้ตรงเป้ากางเกงของตัวเอง
“ดูสิ....ของฉันมันแข็งหมดแล้ว”
“จะบ้าหรือไง!”
ข้าวหอมชักมือกลับแทบจะทันที พลางขยับตัวถอยห่างออกไป สีหน้าขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด
“ก็เราเคย ๆ กันแล้วนี่...ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ
“ถ้าเมามากก็กลับไปนอน เดี๋ยวฉันเรียกรถให้”
ข้าวหอมสวนกลับทันที น้ำเสียงเย็นลงอย่างชัดเจน คล้ายพยายามตัดบทให้จบลงตรงนั้น
“อ้าว...พี่เจย์”
ยังไม่ทันที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงใสแหลมแสบแก้วหูเล็กน้อยก็ดังแทรกขึ้นมา
เมื่อหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็น “น้ำ” สาวสวยคนเดิมที่เคยแวะเวียนมาหาเขาอยู่บ่อยครั้งในช่วงก่อน
“ทำไมพี่เจย์เมาแบบนี่ล่ะคะ”
หญิงสาวเอ่ยเสียงออดอ้อน พลางรีบก้าวเข้าไปพยุงร่างสูงที่เอนกายอยู่บนโซฟา ขณะที่ข้าวหอมได้แต่ยืนกอดอกมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด
“นี่ยัยข้าวหอม! เธอมอมเหล้าพี่เขาใช่มั้ย”
“ผู้ชายแบบนี้…ไม่มีใครมอมเขาได้ง่าย ๆ หรอก”
ข้าวหอมตอบกลับเรียบ ๆ แฝงแววประชดเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองอีกฝ่าย
“เธอมาพอดีแล้ว ช่วยพาเขาไปส่งที่ห้องหน่อยก็แล้วกัน เห็นว่าสนิทกันดีนี่”
พูดจบ ร่างเล็กก็หมุนตัวเดินออกไปทันที ไม่คิดจะหันกลับมามองอีกเลย สีหน้าเฉยชานั้นทำเอาร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาถึงกับหน้าเสียเล็กน้อย สายตาคมมองตามแผ่นหลังบางที่ค่อย ๆ ห่างออกไป
“พี่เจย์ งั้นเดี๋ยวน้ำไปส่งที่ห้องนะคะ”
พลั่ก
ทันทีที่เสียงแหลมเอ่ยจบ ร่างสูงก็สะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายอย่างไม่ไยดี สีหน้าฉายแววหงุดหงิดชัดเจน
“ปล่อย ฉันกลับเองได้”
“อ้าว พี่เจย์เมาไม่ใช่เหรอคะ ขับรถกลับมันอันตรายนะ...”
น้ำยังไม่ยอมง่าย ๆ พยายามเอื้อมมือไปแตะแขนเขาอีกครั้ง แต่เจย์กลับชักมือหนีทันที พร้อมสายตาเย็นเฉียบ
“เหล้าแค่นี้ไม่ทำให้ฉันเมาหรอก”
พูดจบ ร่างสูงก็ลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง ไม่ได้มีท่าทีเมาเหมือนเมื่อครู่แม้แต่น้อย มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างเคยชิน
ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองใครทิ้งให้น้ำยืนชะงักอยู่ตรงนั้น สีหน้าทั้งตกใจทั้งเสียหน้าเล็กน้อย
คอนโดONENA
ควันบุหรี่สีจางลอยคลุ้งอยู่ทั่วระเบียงของคอนโดหรู ร่างสูงยืนพิงราวระเบียง ปล่อยสายลมยามค่ำคืนพัดผ่านอย่างไม่ใส่ใจ
ใบหน้าคมยังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์อ่านยากเช่นเคย ปลายนิ้วคีบบุหรี่ขึ้นสูบช้า ๆ ก่อนจะดีดมันทิ้งลงไปด้านล่าง
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน…”
เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วราวกับพึมพำกับตัวเอง
“ว่าผู้หญิงแบบเธอ จะใจแข็งได้สักแค่ไหนกันเชียว”
#เออชีก็เริ่ดเนาะ แกล้งมงแกล้งเมาหวังจะเอานางเอก555