Share

บทที่ 9

Penulis: เจว๋เหริน
บรรดาญาติ ๆ ของตระกูลซูหลายคนลุกขึ้นยืนพูดแทนซูไห่เฉา เมื่อเห็นคนเหล่านั้นเข้าข้างและปกป้องเขา ซูหยิงเซี่ยก็รู้สึกหงุดหงิดในใจ พวกเขาช่างไร้ยางอายจริง ๆ ซูไห่เฉาเป็นคนให้สัญญาเองแท้ ๆ แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นความผิดของเธอซะงั้น

หากเจรจาขอเป็นหุ้นส่วนไม่สำเร็จ หากซูไห่เฉาจะไล่เธอออกจากตระกูลซู แล้วคนเหล่านี้จะลุกขึ้นมาโต้แย้งช่วยเธอไหม?

“ในเมื่อกล้าเดิมพันก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ให้ได้” หญิงชราพูด

เมื่อบรรดาญาติ ๆ ที่ต่อสู้เพื่อความอยุติธรรมของซูไห่เฉา เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็รู้สึกเหมือนมะเขือที่ถูกทุบ พวกเขาไม่กล้าพูดไร้สาระอะไรอีก

ซูไห่เฉาแสดงสีหน้าบูดบึ้งราวกับว่าเขากินอุจจาระเข้าไป แม้ว่าในใจของเขาจะรู้สึกไม่พอใจเป็นหมื่นพันเท่า แต่ในเมื่อคุณย่าพูดออกมาแบบนั้นแล้ว เขาจะไม่ยอมได้อย่างไร

ซูไห่เฉายกถ้วยน้ำชามาให้ซูหยิงเซี่ยดื่ม และตะโกนอย่างไม่เต็มใจว่า “พี่เซี่ย”

เมื่อเขาก้มหัวลง ดวงตาของซูไห่เฉาก็ฉายแววน่ากลัว และคิดในใจว่า ครั้งนี้เธอคงรู้สึกภูมิใจในตัวเอง แต่อย่าคิดว่าจะมีชีวิตที่ดีในอนาคตได้ ฉันเป็นคนที่มีอำนาจที่สุดในบริษัท ถ้าฉันอยากจะฆ่าเธอให้ตาย มันยังมีอีกหลายวิธีที่จะนำความอัปยศกลับนี้ส่งคืนให้เธอไม่ช้าก็เร็ว

ซูหยิงเซี่ยรับถ้วยน้ำชาไว้ แต่เธอไม่ได้ดื่ม เธอวางมันไว้บนโต๊ะประชุมและพูดกับหญิงชราว่า “คุณย่าคะ ฉันขอตัวกลับไปเตรียมข้อมูลก่อน พรุ่งนี้ฉันต้องคุยกับคุณจงเหลียงค่ะ”

เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง หลังจากที่ซูหยิงเซี่ยและหญิงชราออกจากห้องประชุมไปแล้ว ญาติคนอื่น ๆ ก็ยังไม่ลุกไปไหน

“ซูไห่เฉา นายต้องหาวิธีที่จะจัดการกับซูหยิงเซี่ยซะ ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องได้มาอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญแน่”

“ใช่ ถ้าเธอได้รับผิดชอบในการเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ลั่วเฉวจริง ๆ ล่ะก็ มันอาจจะส่งผลกระทบต่อสถานะของนายด้วยก็ได้”

ใบหน้าของซูไห่เฉาเริ่มมืดมน เป็นอย่างที่เหล่าญาติพูดว่า ถ้าซูหยิงเซี่ยได้รับผิดชอบการเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ลั่วเฉวแล้ว ตำแหน่งในบริษัทของเขาจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

“พวกคุณไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เธอทำสำเร็จ”

เมื่อซูหยิงเซี่ยและหานซานเฉียนกลับถึงบ้าน

ซูกั๋วเย่าและเจียงหลานกำลังนั่งกระวนกระวายอยู่ในห้องนั่งเล่น เพราะครอบครัวของพวกเขากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง ซูกั๋วเย่าไม่มีความกล้าที่จะไปเข้าประชุม เพราะเขากลัวที่จะเห็นตัวเองถูกไล่ออกจากตระกูลซู

“หยิงเซี่ยเป็นยังไงบ้าง?” เจี่ยงหลานถามลูกด้วยความรู้สึกหวาดกลัวกับคำถามนั้น

เมื่อซูหยิงเซี่ยเห็นพ่อแม่ของเธอดูตื่นตระหนกและรู้สึกกังวล เธอจึงยิ้มและพูดว่า “พ่อแม่ไม่ต้องกังวลไป เราจะไม่ถูกไล่ออกจากตระกูลซูค่ะ”

ซูกั๋วเย่ามองไปที่ซูหยิงเซี่ยด้วยความประหลาดใจ เขาลุกขึ้นยืนและถามด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อว่า “ลูก...ลูกเจรจาขอเป็นหุ้นส่วนสำเร็จแล้วจริง ๆ เหรอ?”

“หยิงเซี่ย ลูกทำได้อย่างนั้นเหรอ?” เจี่ยงหลานก็มีท่าทีที่ตกตะลึงเช่นกัน

ซูหยิงเซี่ยพยักหน้ารับและเหลือบตามองไปที่หานซานเฉียน ทุกคนคิดว่ามันเป็นผลงานของเธอ มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าเป็นเพราะหานซานเฉียน และเขาต่างหากที่เป็นวีรบุรุษของเรื่องนี้

“ใช่ค่ะ การเจรจาสำเร็จ และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วค่ะ” ซูหยิงเซี่ยกล่าว

เจี่ยงหลานเดินเข้าไปหาซูหยิงเซี่ยอย่างตื่นเต้น เธอผลักหานซานเฉียนออกไป และพูดกับลูกอย่างตื่นเต้นดีใจว่า “หยิงเซี่ย ลูกสาวของแม่เก่งมาก เป็นความผิดของแม่เองที่ไม่เชื่อใจลูก”

“หยิงเซี่ย แล้วคุณย่าว่ายังไงบ้าง ซูไห่เฉายกน้ำชามาให้ลูกไหม?” ซูกั๋วเย่ารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมและพลาดฉากที่เขาจะได้เห็นซูไห่เฉาเรียกลูกสาวตนว่า พี่เซี่ย ช่างน่าเสียดายจริง ๆ

“คุณย่าพูดชมเชยนิดหน่อยค่ะ ส่วนซูไห่เฉาก็ยกชามาให้ลูกด้วยค่ะ” เมื่อซูหยิงเซี่ยเห็นพ่อแม่ของเธอมีความสุข เธอเองก็มีความสุข

ถ้าซูหยิงเซี่ยมีความสุข หานซานเฉียนก็มีความสุขเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจี่ยงหลานเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของหานซานเฉียน เธอก็รู้สึกไม่พอใจ และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชากับเขาว่า “แกยิ้มอะไร นี่เป็นผลงานของหยิงเซี่ยที่ทำเพื่อครอบครัวเรา แกเกี่ยวอะไรด้วย”

ซูหยิงเซี่ยต้องการจะพูดแทนหานซานเฉียน แต่เมื่อเธอเห็นเขาส่ายหัว เธอก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ

“พ่อกับแม่วางใจได้แล้ว ตอนนี้ไม่มีใครไล่พวกเราออกจากตระกูลซูแล้วล่ะค่ะ”

“วางใจแล้วล่ะ ไม่ได้คิดเลยว่าลูกสาวของเราจะประสบความสำเร็จ แม่มีความสุขมากจริง ๆ”

ทั้งครอบครัวรู้สึกมีความสุขอย่างมาก แต่หานซานเฉียนกลับถูกทำราวกับเป็นคนนอก ได้แต่เดินไปที่ห้องครัวอย่างเงียบ ๆ

ในคืนนั้น ซูไห่เฉาและพ่อของเขาไปที่บ้านพักของตระกูลซู พวกเขาจะไม่ยอมให้ซูหยิงเซี่ยกลับมามีโอกาสอีกครั้ง และต้องหยุดยั้งความก้าวหน้าของเธอให้ได้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1455

    เมื่อเผชิญกับทัศนคติเช่นนี้ของเฟยหลิงเอ๋อร์ หานซานเฉียนก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับนางอย่างไรขอทานตัวน้อยคนนี้จงใจปกปิดตัวตน การเก็บนางไว้จะเป็นเรื่องดีหรือร้ายกันนะ?แต่นางรู้ข่าวเกี่ยวของเจียงหยิงหยิงและรู้ตัวตนของไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์ด้วย ดังนั้นหานซานเฉียนจึงไม่สามารถขับไล่นางไปได้แต่ถ้าอยากรู้ตัวตนของนาง นางก็พูดเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าต้องเก็บนางเอาไว้ถึงจะรู้ได้ว่านางเป็นใคร“เจ้ามาหาข้าเพราะเหตุใด” หานซานเฉียนถาม และหลังจากถามคำถามนี้ เขาก็เตือนอีกว่า “ข้าจำเป็นต้องรู้ หากเจ้าไม่เต็มใจที่จะตอบข้าอย่างตรงไปตรงมา ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าอยู่ด้วย”“ข้าคิดว่าท่านมีพลังมาก เหตุผลนี้เพียงพอหรือไม่” เฟยหลิงเอ๋อร์กล่าวนี่...หานซานเฉียนพูดไม่ออก และทันใดนั้นก็รู้สึกว่าคำถามของเขาไม่จำเป็นเลย และเขาก็ไม่สามารถได้รับคำตอบที่ลึกกว่านี้ได้แต่สิ่งหนึ่งที่หานซานเฉียนแน่ใจก็คือ เฟยหลิงเอ๋อร์ต้องซ่อนความลับบางอย่างไว้ สำหรับสิ่งที่นางต้องการนั้น บางทีอาจต้องรู้จักกันสักพักถึงจะสามารถรู้ได้“ท่านคงไม่คิดที่จะเก็บนางไว้จริง ๆ หรอกใช่หรือไม่?” ไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์มองหานซานเฉียนด้วยท่าทางเป็นกังวล นาง

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1454

    “เจ้าเป็นใครกันแน่ ข้าไม่คิดว่าเจ้าเป็นขอทาน” หานซานเฉียนถามเฟยหลิงเอ๋อร์อย่างตรงไปตรงมาเฟยหลิงเอ๋อร์ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า "ถ้าอยากรู้ว่าข้าเป็นใคร ก็เก็บข้าไว้ แล้วท่านจะได้รู้ในภายหลัง"หานซานเฉียนขมวดคิ้วเล็กน้อย สิ่งที่เด็กหญิงตัวน้อยพูดมันชัดเจนมาก นางยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่ขอทาน แต่ถ้าหานซานเฉียนอยากรู้ เขาก็ต้องเก็บนางไว้ข้างกาย“นี่เป็นข้อตกลงอย่างนั้นหรือ?” หานซานเฉียนถามพลางขมวดคิ้วเฟยหลิงเอ๋อร์ยิ้มและพยักหน้า“หากข้าไม่สงสัยเกี่ยวกับตัวตนของเจ้า ข้าก็ไล่เจ้าไปได้ใช่หรือไม่?” หานซานเฉียนกล่าวต่อราวกับว่านางไม่คิดว่าหานซานเฉียนจะพูดแบบนั้น เฟยหลิงเอ๋อร์ย่นจมูกและดูครุ่นคิด เห็นได้ชัดว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างเพื่อตอบโต้หานซานเฉียน“เราไม่อยากรู้เกี่ยวกับเจ้า รีบออกไปซะ” ไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น“ไม่ ท่านต้องสงสัยเกี่ยวกับตัวข้าแน่” เฟยหลิงเอ๋อร์กล่าวหานซานเฉียนยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่ได้คาดหวังว่าสาวน้อยคนนี้จะผยองเช่นนี้ แต่เขาได้รับไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์เอาไว้แล้วหนึ่งคน และตัวตนของนางก็พิเศษมากด้วย เขาจะยอมให้เฟยหลิงเอ๋อร์อยู่ด้วยได้อย่างไร?หานซานเฉีย

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1453

    เมื่อหานซานเฉียนกลับมาที่ลานบ้าน ไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์กำลังนั่งอยู่บนบันไดศาลาลานด้วยความงุนงงราวกับว่านางเสียสติไปแล้ว“เป็นอะไรไป?” หานซานเฉียนเดินเข้ามาก่อนจะถามขึ้นไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์ชี้ไปข้างหน้าและไม่พูดอะไรเมื่อมองไปทางนิ้วของไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์ หานซานเฉียนก็พบแผ่นหลังของหญิงสาวผมหางม้า นางดูตัวเล็กมาก แต่เมื่อมองจากด้านหลังก็เดาได้ว่านางเป็นคนที่สวยงาม“นางเป็นใคร?” หานซานเฉียนถามอย่างสงสัยไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์ได้สติ นางเงยหน้าขึ้นมองหานซานเฉียนแล้วพูดว่า “นางคือขอทานตัวน้อยคนนั้นไงเจ้าคะ”ขอทานตัวน้อย!หานซานเฉียนก้าวไปข้างหน้าและตะโกนเรียกขอทานตัวน้อย “หันกลับมาให้ข้าดูหน่อยสิ”ขอทานตัวน้อยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันกลับมาอย่างเขินอาย ใบหน้าของนางแดงราวกับแอปเปิลประณีต ไร้ที่ติ นี่เป็นคำจำกัดความที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่หานซานเฉียนนึกถึงได้เด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเหมือนกับตุ๊กตา ไม่เพียงแต่ผิวพันของนางจะเนียนสวยไร้ที่ติเท่านั้น แต่หน้าตาของนางก็ปราณีตมาก ในชีวิตของหานซานเฉียน ไม่มีใครเทียบความงามของฉี๋อีหยุนได้ แต่ด้วยการปรากฏตัวของขอทานตัวน้อยคนนี้ ดูเห

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1452

    เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ฮวงเซียวหย่งก็รู้สึกเป็นกังวล ท่านอาจารย์มาหาเขาที่จวนของเจ้าเมืองเป็นครั้งแรก แต่ถูกขัดขวางโดยคนโง่เหล่านี้!“เจ้าพวกโง่ กล้าดียังไงมาขวางอาจารย์ของข้า!” ฮวงเซียวหย่งตะโกนยามดูเสียใจและพูดว่า “คุณชายฮวง พวกเราแค่กลัวว่าเขาจะโกหกน่ะขอรับ”ฮวงเซียวหย่งตบหัวยามคนนั้นแล้วพูดว่า “เจ้านี่ช่างโง่เขลาจริง ๆ ใครจะกล้ามาแสร้งทำเป็นอาจารย์ของข้าที่จวนเจ้าเมืองอีก เว้นเสียแต่ต้องการตาย”เมื่อยามได้ยินสิ่งนี้ เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่ามันสมเหตุสมผลฮวงเซียวหย่งคือใคร เขาเป็นบุตรชายของเจ้าเมืองเชียวนะ!จะมีใครกล้ามาแกล้งทำเป็นอาจารย์ของเขาได้อย่างไร?ซึ่งหมายความว่าชายหนุ่มที่อยู่นอกประตูนั้นเป็นปรมาจารย์สามอันดับหลังจริง ๆ ทันใดนั้นเหงื่อเย็นก็ไหลลงมาที่หลังของยาม เมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาเพิ่งพูดกับหานซานเฉียนไปเมื่อครู่ เป็นไปได้ไหมว่าเขาได้ผ่านประตูนรกไปแล้ว!ถ้าหานซานเฉียนมีนิสัยดุร้าย เกรงว่าพวกเขาคงตายไปนานแล้วฮวงเซียวหย่งวิ่งไปจนสุดทางของจวนเจ้าเมือง ไม่กล้าแม้แต่จะพักหายใจ เมื่อเขาเห็นหานซานเฉียนถูกพวกโง่เขลาขวางไว้ เขาก็โกรธมาก“พวกเจ้ากำลังทำอะไร กล้าดียังไงมา

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1451

    “เจ้ากำลังทำอะไร รู้หรือไม่ว่านี่คือที่ไหน นี่คือจวนของเจ้าเมือง เจ้าไม่สามารถเข้าไปได้!”จวนของเจ้าเมืองหานซานเฉียนถูกยามขวางเอาไว้ยามในชุดเกราะหลายคนดูมีพลังราวกับสายรุ้ง โดยมีออร่าที่แม้แต่ราชาแห่งสวรรค์ก็ไม่สามารถหยุดยั้งพวกเขาได้หานซานเฉียนรู้สึกคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้มาก และทันใดนั้นเขาก็อดหัวเราะไม่ได้นี่มันเหมือนกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประตูของคลับระดับไฮเอนด์ หรือโรงแรมบนโลกปัจจุบันที่พยายามขวางเขาไม่ให้เข้าประตูเลยไม่ใช่เหรอเมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าหานซานเฉียนเคยพบกับสิ่งต่าง ๆ มากมายบนโลกมาก่อนแล้ว เขาไม่คิดเลยว่าสถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับเขาในโลกเชวียนหยวนด้วย ดูเหมือนว่าธรรมชาติของมนุษย์จะเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าโลกไหน ๆ ก็มักจะมีคนที่ดูถูกคนอื่นอยู่เสมอ“ข้ามาหาฮวงเซียวหย่ง ไปบอกเขา แล้วเขาจะมาพบข้าเอง” หานซานเฉียนกล่าวพวกยามดูไม่พอใจ ตอนนี้ฮวงเซียวหย่งคือความภาคภูมิใจของจวนเจ้าเมือง ฮวงเซียวหย่งมีความแข็งแกร่งระดับโคมห้า แม้แต่ยามเหล่านี้ก็ดูเหมือนด้พึ่งบารมีของเขาไปด้วยเมื่อเอ่ยถึงและผู้ชายที่อยู่ข้างหน้ากลับพูดอย่างโจ่งแจ้งว่าต้องการพบฮวงเซียวหย

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1450

    ตระกูลเฉินเคยรุ่งโรจน์อย่างยิ่งในเมืองหลงหยุน และเฉินเถี่ยซินซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลเฉินก็มีสถานะที่ไม่ธรรมดา แต่ตอนนี้เขาได้รับความทุกข์ทรมานจากจุดจบเช่นนี้ แม้ว่ามันจะเป็นความผิดของเขาเอง แต่ก็ยังทำให้หลายคนถอนหายใจด้วยความเสียดาย“แค่มีเงินก็เปล่าประโยชน์ โลกเชวียนหยวนความแข็งแกร่งคือการรับประกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”“เฉินเถี่ยซิน โอ้อวดมากเกินไป ถึงกับบอกว่าเขาจะสามารถเข้าสู่ราชสำนักได้อย่างแน่นอน แต่กลับต้องมาเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิดตั้งแต่ยังเยาว์วัย”“เขาเดินทางจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่งเพื่อตามหาอาจารย์ แต่อาจารย์ที่แท้จริงก็อยู่ข้าง ๆ เขา แต่เขากลับทำลายโอกาสนี้เสียเอง ไม่มีที่สำหรับความเห็นอกเห็นใจจริง ๆ”“ใครจะคิดว่าคนไร้ค่าที่ถูกตระกูลเฉินขับไล่ออกไปจะเป็นคนที่มีอำนาจได้ขนาดนี้ ฮวงเซียวหย่งเลื่อนขึ้นสู่ระดับโคมห้าในช่วงเวลาสั้น ๆ ความแข็งแกร่งของเขาจะต้องอยู่ในสามลำดับหลังอย่างแน่นอน”ประโยคนี้ได้รับการยอมรับจากหลาย ๆ คน ไม่มีใครคาดคิดถึงความแข็งแกร่งของหานซานเฉียนจริง ๆ เพราะการแสดงของเขาในตระกูลเฉินนั้นดูไร้ค่าโดยไม่มีความเชี่ยวชาญใด ๆ เลยแต่ตอนนี้พวกเขารู้แล้

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1125

    หม่าเฟยห่าวไม่คิดว่าจู่ ๆ หม่าอวี้จะปรากฏตัวในเวลานี้ และความคิดแรกของเขาคือยืมมือของหม่าอวี้ในการฆ่าหานซานเฉียน เพื่อให้โอกาสตัวเองในการแก้แค้นแต่ตอนนี้หม่าเฟยห่าวไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม เพราะคู่ต่อสู้คือหานเทียนเซิง แม้ว่าหม่าอวี้จะสนับสนุนเขา หม่าเฟยห่าวก็ทำได้เพียงยืนนิ่งจนกว่าเขาจะแน่ใจว่าหม่าอวี

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1030

    "กั๋วเย่าได้โปรด แต่งงานกับฉันใหม่เถอะนะ ฉันอยากกลับเข้าตระกูลซู ฉันรู้ว่าเมื่อก่อนมันเป็นความผิดของฉันเอง ฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ขอโอกาสให้ฉันชดใช้ในสิ่งที่ฉันทำไปได้ไหม" เจี่ยงหลานกล่าวกับซูกั๋วเย่า น้ำหูน้ำตาไหลซูกั๋วเย่าเกลียดเจี่ยงหลานลึกไปถึงกระดูกดำ เนื่องจากการกดขี่ที่เขาได้รับจากเจี่ยงหลาน

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1072

    เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างชัดเจน ฉี๋อีหยุนก็ยืนงงงันราวกับถูกฟ้าผ่าเขา!เขาจริง ๆ ด้วย!ทำไมจู่ ๆ เขาถึงมาปรากฏตัวในอเมริกาล่ะ? ในตอนแรก ฉี๋อีหยุนคิดว่าตัวเองตาฝาด ดังนั้นเธอจึงขยี้ตา และหลังจากยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าคน ๆ นี้คือหานซานเฉียนจริง ๆ ความคิดแรกของฉี๋อีหยุนคือการเข้าไปหาเขาแต่เธอก็ต

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1046

    เมื่อเห็นท่าทีลังเลของหนานกงซุน แสดงว่าเขาต้องมีความกลัวอยู่ในใจ และหานซานเฉียนก็มั่นใจมากขึ้นว่าเขาสามารถใช้สิ่งนี้ต่อรองกับหนานกงซุนได้“เรือนจำตี้ซินถูกทำลายจนหมดสิ้น นายทุ่มเทไปขนาดนี้จะยอมกลับไปมือเปล่าเหรอ?” หานซานเฉียนกล่าวหนานกงซุนตกใจ หานซานเฉียนค้นพบความกลัวของเขา ผู้ชายคนนี้ไม่เพียงแต่มีทั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status