Masuk
เสียงน้ำไหลจากฝักบัวรดผ่านศีรษะชำระล้างคราบเลือดออกไปด้วย กลายเป็นว่าบนพื้นเจือจางไปด้วยน้ำสีแดง ดวงตาคมกริบไม่ได้สะทกสะท้านกับสิ่งนั้นแต่อย่างใด สาเหตุเพราะชินแล้ว ภาพการตายของศัตรูต่างหากที่ทำให้เขาสนใจ
กระสุนนับสิบกระแทกร่าง และอีกหนึ่งนัดทะลุหัว ไม่พอทั้งตัวยังเหวอะหวะไปด้วยบาดแผลจากคมดาบของเขาอีก เรียกได้ว่ากึ่งกลางแสกหน้าราวกับล็อคเป้า
ริมฝีปากของเขายกยิ้มในขณะกำลังคิด ก่อนจะดึงสติกลับมายังปัจจุบัน และเร่งอาบน้ำทันที
ภารกิจผ่านไปด้วยดี และสำเร็จ สามารถบุกรังของมันได้ ด้วยสมุนร้อยต่อสิบ ฝั่งของเขาน้อยกว่า และที่สำคัญไม่มีใครได้รับบาดเจ็บร้ายแรงเลยสักคน มีแต่ฝั่งฝ่ายตรงกันข้ามเท่านั้นที่ตาย พร้อมกับหัวหน้าของมันคือเหยื่อของเขา
ครืน...
เสียงโทรศัพท์สั่นอยู่บนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า จังหวะเจ้าของกำลังเช็ดผมเปียกหมาดที่เพิ่งจะผ่านการสระมาใหม่ๆ ทันทีที่เห็นเป็นรายชื่อของลูกน้องคนสนิทจึงกดรับสาย
“เรียบร้อยดีไหม”
(ครับนาย จัดการเรียบร้อยแล้วครับ)
“พรุ่งนี้เตรียมตัวออกเดินทาง”
เขารอการรายงานจากคานโลอยู่ ชนวนเหตุของการตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรือไป จากแผนที่จะย้ายไปยังประเทศที่เป้าหมายใหม่นั้นอยู่ เพื่อทำการล้างแค้นเป็นเหยื่อรายที่สี่ของเขา
(ได้ครับนาย)
สั่งการเสร็จเขาก็เดินออกมาพร้อมตัดสายทิ้งทันที ภาพแรกที่เห็นคือร่างบางนอนตะแคงข้างหันหลังมาให้เขา
“อ่อยชิบ”
เหมันต์พึมพำ อดไม่ได้ที่ละสายตาจากเส้นผมเรื่อยลงมาถึงฝ่าเท้าขาวอมชมพู และไปหยุดตรงจุดที่เด่นสุดคือสะโพกกลมกลึง
สายตาที่นิ่งสงบในตอนแรกเปลี่ยนเป็นหรี่แคบทันที พร้อมกับเป็นประกายระยิบระยับ
“ลลิสา..”
เสียงแหบพร่าขานเรียกชื่อ เจ้าของที่แกล้งหลับได้ยินแบบนั้นถึงกับตัวแข็งทื่อ เธอรู้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้คืออะไร โดยประเมินจากภาพรวมแล้ว คืนนี้เห็นทีคงไม่อาจหลุดพ้น เธอถึงได้สูดลมหายใจเข้าปอดสุดลึก ค่อยๆพลิกตัวกลับมาหาเขา
“คุณไม่เหนื่อยเหรอคะ”
อย่าว่าแต่เขา เสียงเธอตอนนี้ก็สั่นไม่แพ้กัน หากแต่สั่นคนละแบบ ของเขาระคนมีอารมณ์กำหนัด ส่วนเธออารมณ์หวาดหวั่นและประหม่า
“ผมยังมีแรงอีกเยอะ”
ไม่พูดเปล่ามือหนาใหญ่สาก จับแต่มีดแต่ปืนสอดเข้ามาใต้กระโปรงที่เธอสวมใส่ด้วย ซึ่งเป็นชุดนอนเนื้อผ้าลื่น พลางลูบไล้เบาๆตรงต้นขา
ลำคอลลิสาแห้งผาก รู้สึกแบบนั้นตอนเผลอกลืนก้อนเจ็บลงไป สัมผัสนี้เธอไม่เคยมาก่อน มากสุดก็แค่กอดและจูบซึ่งนั่นสมัยเรียน อีกทั้งมาจากคนที่รัก ไม่ใช่คนอย่างเขา
ฆาตกรต่อเนื่อง..
จะปฏิเสธอย่างไรดี..
คงไม่ทันแล้ว
“อะ อินเวร์โน”
เธออยากผลักไส แต่กลายเป็นทาบแผงอก อยากใช้เสียงห้ามปราม แต่กลับกลายเป็นเสียงครางที่ยั่วยวน ไม่ใช่แค่เพียงเธอ ทว่าเขาเองก็ใช่ย่อย กลิ่นสบู่อ่อนๆอบอวลไปทั่วร่าง ที่เพิ่งเสร็จจากการอาบน้ำใหม่หมาด แทบหลอมละลายให้คนที่กำลังหายใจ เผลอสูดเข้าไปลึกสุดปอด และนั่นส่งผลให้เธอแทบคลั่ง
“ผมอยากได้รางวัล”
ประโยคสั่นกระเส่า มาพร้อมกับการโน้มตัวลงมาของเขา เธอที่ไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีก็อยู่ใต้ร่างของเขาแล้ว กับสัมผัสแปลกใหม่ ที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อน แต่กระนั้นก็เลือกที่จะเรียนรู้มัน คือปลายจมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอ และ ริมฝีปากร้อนฉ่าแตะเบาตรงติ่งหู หลังจากปลดพันธนาการชื่อว่าระเบิดนั้นออกให้ เพียงแค่นั้นร่างทั้งร่างราวกับคิดคดทรยศ
มันทั้งนอนนิ่ง ทั้งแข็งทื่อ ถึงไม่ค่อยเต็มใจ แต่ก็ไม่ได้ผลักไสไป
“อื้อ..”
จากนั้นสะดุ้งตอนที่นิ้วแกร่งก่อนหน้าลูบไล้สลับบีบเคล้นอยู่บนเนื้อเนียน เลื่อนลงมาคุกคามตรงจุดสงวน
“ไม่เคยหรือ” เปลือกตากำลังหลับพริ้ม เบิกขึ้นมากะทันหัน ตอนเขาผงกหัวขึ้นมาสบตาเธอ และเอ่ยถามน้ำเสียงแหบพร่า “เป็นไปได้ไงกัน คุณแก่แล้วนะ”
“นะ นี่..”
ลลิสาเสียอาการ เขากลับหัวเราะในลำคอ เธอแยกเขี้ยวใส่ แต่ไม่นานก็ต้องชะงักอีก เมื่อสบตาเข้ากับสายตาคมกริบของเขา ที่ตอนนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พลันเบือนหน้าไปทางอื่น จู่ๆ ก็เกิดเขินอายขึ้นมา
“ถ้างั้นมันจะเจ็บหน่อยนะ”
ไม่พอน้ำเสียงที่พูดออกมาของเขานั้นอีก
น้ำเสียงนุ่มนวลอย่างนั้นเหรอ ก็พูดเป็นนี่ แต่คนอย่างเขาน่ะนะ
เธอไม่ตอบ หากแต่ใบหน้าแดงก่ำ ทำตามคำสั่งเขาอย่างว่าง่าย ด้วยก้านนิ้วอันเดียว ที่แตะตรงปลายคางดึงเบาๆให้หันกลับ
“ถ้าอย่างนั้น..แล้วจูบล่ะ ผมคนแรกด้วยหรือเปล่า”
จังหวะเขาโน้มหน้าลงมาพ่นลมอุ่นๆใส่ใบหู คำถามนี้ก็ดังออกมา เธอไม่รู้ว่าพอได้ยินแล้ว ระดับร้อนที่มีอยู่ตอนนี้จะเป็นของใครที่ระดับเยอะมากกว่า
ถ้าตอบว่าไม่ใช่ จะถูกยิงจมเตียงตอนนี้ไหม
“ไม่ตอบ แสดงว่า..”
“อยากลองค่ะ”
“หืม?” ด้วยความกลัวว่าเขาจะโกรธ เธอถึงได้ชิงพูดออกไปแบบนั้น พอได้สติกลับทำหน้าไม่ถูก “ว่าไงนะ”
อินเวร์โนชะงักกึก ก่อนยิ้มกรุ้มกริ่ม
“สาบอกว่า..อยากลองค่ะ”
เธอบอกอีกครั้ง คราวนี้เขาฉีกยิ้ม เป็นยิ้มกว้างที่น่าขนลุกสุดๆ
“งั้นเหรอ..ก็ได้”
เพราะเขารู้ว่าเธอกลบเกลื่อนหรอก ถึงได้รู้สึกพึงพอใจ ชอบตอนที่เธอเอาตัวรอด รู้สึกว่า ..ตลกดี
ลลิสายิ้มตอบ หากแต่รอยยิ้มนั้นต่างกันกับเขาลิบลับ
คนใต้ร่างยิ้มแห้ง ไม่ได้ยิ้มยั่ว
“ฟังนะ ภรรยาของผม คืนนี้ผมจะเอาคุณให้จมเตียง”
“..............”
“ดังนั้น มือใหม่อย่างคุณไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ครางให้ดังๆก็พอ
เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ
ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ
ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็
“เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค
บรรยากาศภายในร้านเสื้อผ้าและของใช้เด็กอ่อนอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนชุดบอดี้สูทตัวจิ๋วหลากสีสันที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นเซ็ท ลลิสาในชุดคลุมท้องสีหวานเดินอมยิ้มพลางลูบหน้าท้องนูนเด่นของตัวเองในวัยเจ็ดเดือน สายตาของเธอเป็นประกายระยับยามที่ได้มองข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีสามีที่น่ารักเดินตามอยู่ไม่ห่าง มือหนาของเขาเข็นรถเข็นคันใหญ่ที่บัดนี้มีทั้งผ้าอ้อมเนื้อนุ่มและขวดนมแบรนด์ดังวางอยู่จนเกือบเต็ม“คุณคะ ดูชุดนี้สิคะ... น่ารักจังเลย”ลลิสาหยิบชุดบอดี้สูทสีชมพูพาสเทลที่มีระบายลูกไม้เล็กๆ ตรงช่วงไหล่ขึ้นมาแนบกับอก ใบหน้าหวานของเธอยิ้มกว้างเหมันต์หยุดรถเข็นแล้วขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างบาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่ถือชุดอยู่ สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดู เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก“เล็กขนาดนี้ ลูกจะใส่ได้เหรอสา... ใส่อันนี้ได้ก็ตัวเท่าลูกแมวเพิ่งคลอดเลยนะ”“ก็เด็กแรกเกิดตัวเล็กเท่านี้แหละค่ะ คุณพ่อนี่ไม่รู้อะไรเลย” ลลิสาหันมาค้อนขวับเบาๆ แต่แก้มใสของอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อเธอเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ“ถ้างั้นก็ซื้อไปเถอะ อะไรท
“มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น
สรุปว่า เรื่องจูบก็คือ..ถูกมองข้ามไปเลย และเธอก็ถูกเอาเปรียบฟรี? เฮ้อ! “ถ้าอย่างนั้นให้สานอนไหนคะ” ร่างสูงไม่ตอบในทันที แต่เดินช้าเข้ามาหาเธอ ด้วยสายตาที่นิ่งสงบ มือทั้งคู่ของเขายังคงซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ช ท่าทางนั้นทำให้เท้าเล็กต้องเดินถอยหลังตาม
เขาพูดทั้งที่เปลือกตายังปิดอยู่ เธอที่โน้มตัวลงใกล้กันเกินไป หากไม่มัวแต่ยืนตัวแข็งทื่อ ก็คงหนีทันไปแล้ว เพราะจังหวะที่กำลังจะดึงตัวขึ้นมามือหนากลับตะปบบีบตรงทอยกันไว้พอดิบพอดี “คะ คุณ..” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบเธอก็ตกใจ มือรั้งกันไว้ไม่ให้หนีนั้นยิ่งตกใจกว่า แต่ท
“ผมกลัวว่าเธอจะมาเป็นภาระมากกว่านะครับ ทำไมไม่ฆ่าซะให้จบๆ” กลุ่มสารนิโคตินอบอวลไปทั่วมวลอากาศผสมกับความบริสุทธิ์ กลิ่นอายเย็นปะทะความร้อนที่จงใจสร้างขึ้นให้เผาไหม้อย่างช้าๆเกิดเป็นกลิ่นอาฟเตอร์เทสต์สร้างความเคลิบเคลิ้มให้ผู้ดูดเข้าไป ถึงขนาดแหงนหน้าหลับตาจังหวะพ่นลมออกมา กลายเ
สมองของลลิสาทำงานหนัก ทั้งที่ปกติเธอมีมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่งานที่ทำไม่ค่อยได้สร้างรอยหยักให้สักเท่าไหร่ มีการป้อนงานให้ตลอด ไม่ได้ขวนขวายเองมาสักพักหนึ่งแล้ว ชีวิตจึงสะดวกสบายจนติดเป็นนิสัย และการไม่จับผิดใคร ไม่เอะใจ คือการไม่สร้างงานเพิ่มขึ้นมา เอาจริงเธอเป็นคนที่หนีความปร







