LOGIN
“ได้ออกมาข้างนอกแบบนี้ คุณควรจะดีใจไม่ใช่เหรอไง”
เจ้าของใบหน้าที่ไม่ได้แต่งแต้มใดๆ ทว่ากลับสวยอย่างไร้ที่ติ และถ้าหัวคิ้วไม่ขมวดเข้าหากันยุ่ง คงจะสวยขึ้นอีกหลายเท่า ละสายตาจากนอกหน้าต่างหันกลับมามองเจ้าของเสียง
“ออกไปจดทะเบียนสมรสกับฆาตกรมันควรดีใจใช่ไหมคะ”
เธอถามกลับ ริมฝีปากเม้มแน่นหลังจากนั้น เนื่องจากตกใจในคำพูดของตัวเองเหมือนกัน มือบางผสานเข้าหาและถูไถไปมาระหว่างสองหัวแม่มือ ซึ่งนั่นตกเป็นเป้าสายตาของเขา คนที่ถูกตอกกลับอย่างเชือดเฉือน ทว่ากลับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“ต้องดีใจสิครับ เพราะคุณจะเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่จะโชคดีแบบนี้ ใครมันจะได้แบบคุณไม่มีอีกแล้ว”
“ใช่ค่ะ ไม่มีอีกแล้ว”
เธอชะงักอีกรอบ ก่นด่าตัวเองในใจหลังหลุดปากโพล่งออกมาเป็นครั้งที่สอง ทั้งที่สั่งให้เงียบไป ห้ามต่อปากต่อคำ แล้วจะเป็นผลดี
“ดีใจด้วยครับ”
ริมฝีปากล่างของเธอเบะออก พลางเบือนหน้าออกไปนอกกระจก ไม่มีการพูดคุยกันอีก จนกระทั่งถึงที่หมาย และนี่คือประโยคของเขาหลังทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ ที่สร้างความร้อนผ่าวบนกลางอกของเธอไม่น้อย
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่ในโลกของผมอย่างเป็นทางการนะครับ คุณภรรยา”
รถคันเดิมวิ่งไปตามท้องถนนเส้นเดิม ก่อนจะถูกฉีกไปยังอีกเส้นที่เธอไม่รู้จัก เหมันต์เงียบขรึมมาตลอดทางนั้น ช่วงแรกที่ขึ้นรถมาเขาบอกเธอว่าวันนี้จะต้องทำตามแผน และเธอจะต้องย้ายที่นอนไปอยู่ที่ใดสักแห่ง
แน่นอนว่าหลังจากเลือกที่จะเป็นนางบำเรอ สถานะนางนกต่อจะไม่ใช่เธออีกต่อไปแล้ว
ทว่ายังมีข้อสงสัย เป็นแค่นางบำเรอทำไมต้องจดทะเบียนด้วย!
โรงแรม
เหมือนว่าเขาจะพาเธอมาทิ้งไว้ที่นี่มากกว่า ก่อนจะหายหัวไปนานหลายชั่วโมง แน่นอนว่าถึงจะไม่มีเขาเธอก็ไม่มีหนทางที่จะหนี ไม่มีโอกาสแม้แต่จะคิดเรื่องที่จะช่วยเหลือตัวเองออกไปจากที่นี่ด้วย นั่นก็เพราะว่าสร้อยคออันหรูหราที่มีไม่กี่เส้นในโลก กลับมาหากันอีกแล้ว
สร้อยภายนอกที่สวยสง่า แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยภัยอันตราย
หญิงสาวเลือกที่จะสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งในเวลาห้าทุ่มเศษ หลังจากปล่อยให้มันรกสมองกินเวลามานานครึ่งค่อนวัน ลุกไปอาบน้ำให้สดชื่น ก่อนจะกลับออกมาขึ้นเตียงนอน ดึงหมอนใบหนึ่งมาเป็นหมอนอิง พลางเอนหลังพิงพนัก
ความเหนื่อยล้าของร่างกายในตอนนี้ไม่เท่ากับภายใน เธอไม่มีแรงที่จะกอบโกยอากาศรอบๆ แต่ก็ไม่ถึงกับหายใจโรยริน
ก้านนิ้วเรียวสั่นเทาจังหวะดึงขึ้นมาสัมผัสกับสร้อยคอเส้นนั้น โลหะทองคำขาวอุณหภูมิเย็นยะเยือกมากกว่าปกติเนื่องจากร่างกายของเธอร้อน มาถึงตอนนี้ก็ยังทึ่ง มีระเบิดสวมอยู่ที่คอแบบนี้ได้อย่างไร ทำไมเรื่องถึงได้บานปลายขนาดนี้
“ไม่มีใครตามหากันเลยเหรอ”
เสียงพึมพำดังกังวานอยู่ในความเงียบพร้อมขอบตาร้อนผ่าว กำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์อีกด้านของเสี้ยวโลก ที่มันไม่ต่างกับโลกคู่ขนาน เพราะเธอถูกปิดหูปิตาไม่ให้มองเห็นอะไรเลย ไม่มีโทรศัพท์ก็เหมือนไม่มีตัวตน
ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น ขมับปวดตุบๆผลของการใช้ความคิดอย่างหนัก ตั้งแต่ถูกลักพาตัวมาเธอยังไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เลย
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ตามลำพังในห้องหรูแห่งนี้ ไม่ใช่ห้องที่ฝุ่นหนาเตอะจนหายใจไม่สะดวก
หญิงสาวร่นถอยร่าง ทิ้งศีรษะลงกับหมอน พลางถอนหายใจพรืด กวาดตามองเพดานอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะปิดไฟลงให้เหลือแค่เพียงโคมไฟ และหลับตาลง
มาตื่นอีกทีก็ตอนตีสี่ เพราะเสียงกุกกักจากอะไรสักอย่าง และเมื่อลืมตาขึ้นมากลับพบว่าเขานั่งอยู่บนเตียงอีกฝั่ง ในท่าหันหลังให้ ทีแรกเห็นเลือนรางเพราะตาพร่ามัว แค่พอกะพริบถี่ไล่ความง่วงไป กลับผมว่าระดับสายตาคือแผ่นหลังเปลือยเปล่า หญิงสาวไม่กล้าส่งเสียงเนื่องจากอึ้งในรอยสักนั้นอยู่ รอยสักอะไรสักอย่างที่พอเห็นแล้วเธอไม่ชอบเอาซะเลย
มันสวย แต่เธอไม่ชอบ
ก่อนหน้านี้ที่ไม่รู้เพราะไม่มีโอกาส เขาไม่เคยถอดเสื้อ ทว่าคราวนี้ไม่รู้ทำไม
แต่พอเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ กวาดตามองไปทั่ว เพ่งสายตามองนานๆ กลับพบว่านั่นล่ะคือคำตอบ
เลือด!
ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น ตอนเห็นเลือด ถึงแสงจะน้อยที่ได้มาจากโคมไฟ แต่มันสว่างพอที่จะเห็นภายในห้องได้ทั้งหมด
“คุณ...”
เสียงเรียกของเธอเบาหวิว ก็รู้ไม่ได้ตั้งใจที่จะเรียก และทันทีที่ร่างสูงได้ยินก็ชะงัก ทว่าสมองของเธอมันไม่รักดี
“อืม”
เหมันต์ดึงปืนที่เหน็บอยู่กับเอวสอบออกมาวางไว้บนโต๊ะ หากแต่ดาบนั้นยังคงวางอยู่ข้างกาย เห็นได้ชัดว่านั่นคือลูกรักเขา
“เกิดอะไรขึ้นคะ” หญิงสาวหลับตาแน่น เธอถามออกไปอีกแล้ว และแน่นอนการมองนิ่ง ร่างกายไม่ขยับนั้นพาใจเธอกระตุก เผลอกลั้นหายใจ และต้องเป็นฝ่ายขยับแทน ดึงตัวเองขึ้นมานั่งหลังตรง กวาดตามองไปทั่วแผ่นหลังเขา หาบาดแผล “บาดเจ็บเหรอ”
“เปล่า นี่เลือดมัน”
มือบางที่กำลังเอื้อมไปสัมผัสและใกล้จะถึงหยุดกลางคัน ก่อนจะชักกลับมาทาบริมฝีปากตัวเอง
หมายความว่าเขาฆ่าไปอีกศพแล้ว
คำถามต่อไปไม่ได้หลุดออกมาจากเธออีก ได้แต่ทอดมองเขาที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ โดยไม่ลืมหยิบดาบไปด้วย ส่วนปืนเดาว่าไม่มีลูก จากนั้นถึงจะเอามือออก พ่นลมหายใจอย่างโล่งอก
เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ
ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ
ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็
“เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค
บรรยากาศภายในร้านเสื้อผ้าและของใช้เด็กอ่อนอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนชุดบอดี้สูทตัวจิ๋วหลากสีสันที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นเซ็ท ลลิสาในชุดคลุมท้องสีหวานเดินอมยิ้มพลางลูบหน้าท้องนูนเด่นของตัวเองในวัยเจ็ดเดือน สายตาของเธอเป็นประกายระยับยามที่ได้มองข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีสามีที่น่ารักเดินตามอยู่ไม่ห่าง มือหนาของเขาเข็นรถเข็นคันใหญ่ที่บัดนี้มีทั้งผ้าอ้อมเนื้อนุ่มและขวดนมแบรนด์ดังวางอยู่จนเกือบเต็ม“คุณคะ ดูชุดนี้สิคะ... น่ารักจังเลย”ลลิสาหยิบชุดบอดี้สูทสีชมพูพาสเทลที่มีระบายลูกไม้เล็กๆ ตรงช่วงไหล่ขึ้นมาแนบกับอก ใบหน้าหวานของเธอยิ้มกว้างเหมันต์หยุดรถเข็นแล้วขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างบาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่ถือชุดอยู่ สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดู เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก“เล็กขนาดนี้ ลูกจะใส่ได้เหรอสา... ใส่อันนี้ได้ก็ตัวเท่าลูกแมวเพิ่งคลอดเลยนะ”“ก็เด็กแรกเกิดตัวเล็กเท่านี้แหละค่ะ คุณพ่อนี่ไม่รู้อะไรเลย” ลลิสาหันมาค้อนขวับเบาๆ แต่แก้มใสของอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อเธอเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ“ถ้างั้นก็ซื้อไปเถอะ อะไรท
“มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น
วันนี้อากาศดี ลลิสาจึงพาตัวเองมาเดินทอดน่องบนชายหาด ก่อนหน้านี้มรสุมเข้าคลื่นลมแรงขึ้นสูงกระทบโขดหินทีน้ำกระเซ็น ถอยลงเหมือนจะลากหินก้อนนั้นลงไปด้วย เธอถึงได้ไม่กล้ามา ทว่าตอนนี้ เขาว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เธอ..ก็อยากให้มันเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แม้ในชีวิตของเธอไม่เคยเชื่อเรื
“คราวนี้ไม่เหมือนกัน..” ทั้งที่เธอเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น บ่งบอกถึงความไม่พึงพอใจในการกระทำ เขากลับใช้เสียงแผ่วเบากับเธอ ประหนึ่งคนหมดแรง จากนั้นถึงจะค่อยๆหันกลับมา “ไม่เหมือนกันยังไง..” “ผมทำเพื่อเรา ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองฝ่ายเดียว” ลลิสาถึงกับน
เธอว่าไม่ใช่เพราะเขาอยากเซอร์ไพรส์ คนอย่างเหมันต์มีหลายอย่างที่หากต้องให้ก็ได้หมด แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อเกาะที่ห่างไกลเมือง และเป็นเกาะบนแผ่นดินที่ทั้งเธอและเขาไม่คุ้นเคย ถ้านี่ไม่ใช่เพราะมีไว้หนีปัญหา งั้นคงเป็นอย่างอื่นไม่ได้อีก “สถานที่กบดานเหรอคะ” ค
“ได้อะไรมาครับ” เหมันต์กลั้นขำ ทันทีที่เห็นเธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งราวกับเด็กเข้ามาหา มายิ้มแฉ่งตรงหน้าเขา ชูไข่ปิ้งที่อยู่ในถุงตรงหน้า “แทนแท๊น ไข่ปิ้งค่ะ” ร่างสูงพยักหน้าชี้ไปที่ถุงนั้น “นี่อะไร” “คุณไม่เคยกินเหรอคะ ไข่ทรงเครื่องไ