Inicio / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 6 ก่อการร้าย

Compartir

บทที่ 6 ก่อการร้าย

last update Fecha de publicación: 2026-03-08 13:33:18

       

         เมื่อไม่สามารถหาคำตอบและเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ลลิสาจึงเลือกที่จะเดินต่อ แต่ก่อนจะพาเท้าก้าวส้นสูงกระทบพื้นหิน ทอดน่องไปข้างหน้านั้น เธอไม่ลืมที่จะทำในสิ่งที่ทำเป็นประจำ คือการกลั้นหายใจ และบีบมือ จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าปอด ประหนึ่งดึงกลิ่นอายทำความคุ้นเคยกับบรรยากาศที่แปลกใหม่โดยรอบเข้ามาในกาย จนกว่าความตื่นเต้นนั้นจะหายไป

         และในที่สุดเธอก็มายืนอยู่ใจกลางของงาน 

         ความประหม่าเริ่มหายไปให้กับความตื่นตาตื่นใจที่เห็นแทน จนเผลอลืมไปชั่วขณะว่าเธอมาทำภารกิจ ไม่ใช่มาเที่ยวเตร่ โชคดีที่เธอไม่หลุดยิ้มให้กับหน้ากากตัวตลกที่เดินผ่าน พร้อมกับส่งจูบโบกไม้โบกมือมาให้

        เธอเดินเชื่องช้าไปเรื่อยๆ มองนั่นมองนี่ตามประสานักท่องเที่ยว ที่ไม่เคยพบเห็น

         มองหมอกจางบังตา และไฟสลัวตามซอกตึกที่ไม่ใช่พื้นที่จัดงาน ก่อนจะลากสายตากลับมายังพรมแดงและแสงแฟลชกะพริบถี่ยามกดชัตเตอร์รัวๆ ด้วยความเคยชินกับสิ่งเหล่านั้น ราวกับเป็นสิ่งเดียวที่เธอรู้จักในตอนนี้ ประหนึ่งว่ามันคือเพื่อนสนิท การกวักมือเรียกของมัน จึงทำให้เธอเดินไปหามันอย่าง่ายดาย

        แต่แล้ว.. 

       “คุณหนู...”

        เสียงใครคนหนึ่งดังอยู่ใกล้เธอ หญิงสาวหันไปมอง กลับพบว่าเป็นผู้ชายตัวสูง ที่อยู่ในชุดหน้ากากตลกเดียวกันกับคนที่โบกมือให้ หากแต่ตัวนี้เป็นตัวตลกที่แสนเศร้า เขาคือ ปีแยโร ในตำนาน

        “....”

        ในขณะที่เธอกำลังยืนงงว่าเขาคนนี้เป็นใคร จู่ๆต้นแขนของเธอก็ถูกจับไว้

        “คุณหนูครับ ผมเองเคอัส จำได้ไหม”

         “........”

        “คืนนี้ท่านวิชาญมารอเจอคุณหนูอยู่ที่หนึ่ง คุณหนูไปกับผม ไปเจอท่านหน่อยนะครับ”

        ลลิสาที่คิดว่าเป็นอีกหนึ่งภารกิจของเจ้านายคานโล หรือผู้ว่าจ้างของเธอ จึงเดินตามไปอย่างว่าง่าย ไม่ได้ฉุกคิดหรือสงสัยอะไรทั้งนั้น ใจของเธอตอนนี้ต้องการทำงานให้เสร็จ ให้ออกมาดีที่สุด และภาวนาให้งานเลิกเร็วๆ 

         แต่หากทั้งคู่สังเกตสักนิด หรือหน้ากากปีแยโรหันไปทางขวามือของเขา ซึ่งอยู่ห่างกับเขาไม่มากนัก ก็จะเห็นว่ามีผู้หญิงอีกคนแต่งตัวแบบเดียวกันกับเธอ ที่เหมือนแม้กระทั่งหน้ากาก ไม่พอรูปร่างของทั้งคู่ก็คล้ายคลึงกันมาก แต่ลลิสาดูเหมือนจะผอมกว่า 

        หล่อนอยู่ในท่าเดินกะเผลก สาเหตุมีคนจงใจชนให้หล่อนหกล้มเพื่อถ่วงเวลาช่วงนี้ไว้ หากแต่ไร้เสียงร้องจากความเจ็บปวด เพราะหล่อนนั้นเป็นใบ้ แต่ได้ยิน 

         ก่อนจะถูกคนลึกลับที่เดินมาประกบข้างหลังฉุดเข้าไปในซอกตึก ตามด้วยยาสลบชนิดโปะจนหมดสติ 

         “อู้!!!”

          ลลิสาถูกจูงมายังสถานที่หนึ่งหากจำไม่ผิดคือเสาแห่งอาเคร ระหว่างเดินใกล้จะถึง สายตาของเธอก็กวาดมองหาคานโลไปด้วยกับเขาคนนั้นที่จ้างเธอ แต่กลับไม่เจอใครเลยทั้งสองคน นอกจากร่างสูงใหญ่ประมาณชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ท่ามกลางผู้คนมากมายเดินผ่าน แต่เขากลับใช้เงาของเสาหินบังตัวเองเอาไว้ ราวกับยืนรอเธอคนเดียว 

         “เซรา ลูกพ่อ...”

          ทันทีที่ไปถึง เพียงแค่คำนั้นหลุดออกมา ลลิสาถึงกับเอียงคอ หน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หลังหน้ากากอันนั้น แต่เลือกที่จะเงียบ พูดไม่ได้เนื่องจากมันอยู่ในข้อตกลง

         “หลายปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน สบายดีไหมลูก แล้วพี่เซรันล่ะ ไม่มางานนี้ด้วยเหรอ” 

         “.....”

         “ขอโทษนะที่พ่อมาดักรอเจอลูกแบบนี้ ลูกคงตกใจ”

          “.....”

          “แต่ถ้าพ่อไม่ทำ คงไม่ได้เจอลูกแน่นอน ทางนั้นกี่ปีๆก็ยังคงตามล่าพ่ออยู่”

          มือสากใหญ่บ่งบอกถึงการผ่านความยากลำบากมาระดับหนึ่งยื่นเข้ามาจับมือเธอ ดวงตากลมโตขึงกว้างหลังหน้ากากอันนั้น เธอพยายามดึงออก แต่กลับสู้แรงของเขาไม่ได้ อีกอย่างยังคงงุนงงจนสมองเบลอ ว่าควรยืนเฉยๆ หรือต่อต้าน

         ร่างสูงวัยกลางคนตรงหน้าที่ไม่รู้ว่าใคร เพราะเขาเองก็สวมหน้ากาก พยายามจะกอดเธอ ส่วนอีกคนที่พาเธอมากลับยืนเฉยไม่คิดจะช่วยเหลือ มิหนำซ้ำนอบน้อมราวกับคนตรงหน้าเหมือนเป็นเจ้านาย 

         “เซรา..”

           ในขณะที่เขาพยายามดึงเธอเข้าไปกอด จังหวะนั้นความหวงแหนร่างกายตัวเอง ไม่ชอบให้ใครมาโดนตัว โดยเฉพาะคนแปลกหน้า ก็ปลุกความโกรธขึ้นมา ลืมไปเสียสนิทว่ากำลังทำอะไรอยู่ คิดจะผลักเขาถอยไปให้ไกลตัว และอ้าปากด่าสักฉาด ทว่าคนข้างๆกลับพูดขึ้นมาซะก่อน

         “นายครับ เราจะอยู่ที่นี่นานไม่ได้นะครับ”

          “ใส่หน้ากากอยู่กลัวอะไร” เขาออกความเห็น พร้อมกับการถูกคุกคามที่ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย “เซรา พ่อคิดถึงลูก คิดถึงแม่ของลูก และพี่ชายของลูก พ่ออยากกลับไปอยู่บ้านของเรา เซราต้องช่วยพ่อนะ”

         คราวนี้ลลิสาทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เธอหลุดโพล่งออกมา และผลักออกสุดกำลัง

         “ปล่อยฉันนะ!”

          แน่นอนว่าคนถูกผลักเซถอยหลัง พร้อมกับดวงตาที่ขึงโต

         “เธอเป็นใคร ทำไมแต่งตัวเหมือนลูกสาวฉัน..หรือว่าเป็นนกต่อ?”

          นกต่อเหรอ?

         หญิงสาวขึงตากว้าง เพราะน้ำเสียงที่เขาพูดกับเธอนั้นมาจากน้ำเสียงที่สั่นเครือ ตื่นตระหนกตกใจ เหมือนกลัวอะไรสักอย่าง ที่ถูกจับได้

        ซึ่งกว่าจะได้สติ ก็ตอนที่เขาทั้งคู่ร่นถอยเตรียมตัวจะหนีไป จังหวะคนอีกกลุ่มวิ่งกรูกันเข้ามา มารู้ทีหลังว่าเป็นทีมของเธอ ก็ตอนได้ยินเสียงพูดของคานโล

        “หมดหน้าที่ของคุณแล้วครับ”

        “คะ?”

         “เดินกลับไปทางเก่า จะมีเรือจอดรอคุณอยู่ เรื่องเงินนายจะโอนให้คุณเอง อย่าบอกเรื่องนี้กับใครนะครับ”

         จากนั้นกลุ่มมาใหม่ที่ว่าก็วิ่งตามสองคนนั้นไป ไม่เหลือแม้แต่คานโล 

        “อะ.. อะไรกันเนี่ย”

         ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จนเธอรนไปหมด มาได้สติอีกทีก็ตอนที่เห็นว่าตัวเองเริ่มเป็นเป้าสายตาของคนอื่นๆ

          เธอมองไปยังทางที่คานโลวิ่งไปอีกครั้ง จากนั้นจึงจะเดินกลับไปทางเดิม ถูกกลืนหายไปกับผู้คน พร้อมกับใจที่เต้นระทึก หายใจไม่ทั่วท้อง และคำถามมากมายที่มีจนล้นท้น หนึ่งในนั้นที่อยากรู้ก็คือ กลุ่มที่เธอทำงานให้ 

         เขาไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายใช่ไหม  

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ล่ามเมีย    บทที่ 166 เอาคืน

    ‘เนื่องจากพบข้อพิรุธในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง และการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทนอมินี...’คำสั่งนั้นระบุไว้ชัดเจน ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์สายในก็ดังขึ้น ทรงพลรีบกดรับด้วยความร้อนรน ปลายสายคือปลัดกระทรวงที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและห่างเหินผิดปกติ(ทรงพล... ทางหน่วยงานตรวจสอบภายในได้รับเอกสารร้องเรียนเรื่องการทุจริตงบประมาณรับรองในอดีตของคุณ พร้อมหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับในต่างประเทศอย่างละเอียด บอร์ดบริหารมีความเห็นให้สั่งพักงานคุณชั่วคราวเพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป)“ท่านครับ! เรื่องนี้ต้องมีคนกลั่นแกล้งผมแน่ๆ หลักฐานพวกนั้นมัน...”(ไปชี้แจงกับคณะกรรมการเองเถอะ ทรงพล) ปลายสายตัดไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายทรงพลวางหูโทรศัพท์ลงอย่างคนหมดแรง ในเวลาเดียวกันประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ลักษณ์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยสภาพกระหืดกระหอบ ใบหน้าของเขาถอดสีไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อ“คุณพ่อครับ! แย่แล้วครับ!” ลักษณ์ละล่ำละลักบอก “บริษัทของผม... ธนาคารเพิ่งส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาเงินกู้ แถมเจ้าหนี้รายใหญ่พากันเทขายหนี้เสียให้บริษัทนิ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 165 คำสั่งฟ้าแลบ

    หลังจากประตูห้องทำงานปิดลง ความเงียบสงัดเข้าครอบงำเหมันต์อีกครั้ง เขายังคงนั่งอยู่บนรถเข็น ปล่อยให้ความมืดสลัวของค่ำคืนในอิตาลีโอบล้อมร่างกาย ชายหนุ่มทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานสูง แต่ในหัวสมองกลับเต็มไปด้วยภาพใบหน้าซูบซีดของลลิสาบนเตียงคนไข้ ที่จินตนาการขึ้นมาด้วยตัวเองความรู้สึกผิดแล่นริ้วเข้ามาในอกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงอันที่จริงเขากับเธอมีสัญญาร่วมกัน... สัญญาอย่างเด็ดขาดว่าจะเก็บเรื่องที่เขายังมีชีวิตอยู่เป็นความลับ เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเองและเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นใหม่ ทว่าในวันนี้ เขากำลังจะผิดสัญญาข้อนั้นกับเธอการสั่งการเคลื่อนไหวผ่านเครือข่ายมืดที่แฝงตัวอยู่ในสถานทูตและกระทรวงต่างประเทศ เพื่อตัดแขนขาและทำลายชื่อเสียงของทรงพล มันไม่ต่างอะไรกับการทิ้งร่องรอยให้ศัตรูสืบสาวราวเรื่องกลับมาถึงเขาได้ หมากเกมนี้เสี่ยงเกินไป และอาจทำให้ความลับที่เพียรรักษามาตลอดเปิดเผยออกไปในที่สุดสมองของเขาหนักอึ้ง แต่เมื่อนึกถึงคำรายงานของลูกน้องที่ว่าทรงพลพูดจาดูถูกเหยียดหยามเธอจนลลิสาต้องนอนซึม แววตาของเหมันต์ก็กลับมากร้าวแสงและดุดันขึ้นมา ฝ่ามือหนากำแก้วบรั่นดีแน่นจนเส้นเลือด

  • ล่ามเมีย    บทที่ 164 แก้แค้นแทนเมีย

    เสียงประตูห้องพักฟื้นเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ ทรงพล พ่อของลลิสาที่เป็นนักการทูตระดับสูง เขาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางภูมิฐาน เสื้อผ้าเนี๊ยบกริบทุกระเบียบนิ้วตามลักษณะนิสัยที่ชอบรักษาภาพพจน์ ข้างกายของเขามีพี่ชายบุญธรรมที่ทรงพลรับมาเลี้ยงดูเดินตามเข้ามาด้วยเขาไม่เคยให้ความรักกับลลิสาอย่างที่พ่อควรจะให้ ด้วยค่านิยมโบราณที่ต้องการเด็กผู้ชายเพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูลและสานต่องานราชการ ทันทีที่ได้ลักษณ์มาเป็นลูกบุญธรรม ลลิสาก็กลายเป็นเพียงส่วนเกินที่ถูกเลี้ยงดูแบบปล่อยปะละเลยมาโดยตลอด“เป็นยังไงล่ะ โหมงานหนักจนต้องมานอนหยอดน้ำเกลือ ทำอะไรไม่คิดถึงชื่อเสียงวงศ์ตระกูลบ้างเลย”ทรงพลเอ่ยทักประโยคแรกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งกระแสความห่วงใย สายตาของเขามองประเมินลูกสาวแท้ๆ เหมือนมองสิ่งของที่ไม่ได้มาตรฐาน“สาไม่เป็นอะไรมากค่ะ พักผ่อนอีกวันก็กลับไปทำงานได้แล้ว” ลลิสาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอชินชาความเย็นชาแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก“ดีแล้ว เพราะพี่ลักษณ์เขาต้องใช้สมาธิกับโปรเจกต์ใหญ่ของกระทรวง พ่อไม่อยากให้เขาต้องมาพะวักพะวนเพราะเรื่องเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ของเธอ” ทรงพลหันไปยิ้มละมุนให้ลูกบุญธรรม ผิดก

  • ล่ามเมีย    บทที่ 163 ถึงกับป่วย

    แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์สาดส่องกระทบใบหน้าซูบซีดของลลิสาในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงคีย์บอร์ดที่ถูกรัวเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่องสลับกับเสียงพลิกหน้าเอกสารกองโตนาฬิกาตั้งโต๊ะบอกเวลาตีสองตรง แต่นั่นไม่ได้ทำให้หญิงสาวละสายตาจากงานตรงหน้าไปได้เลย เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงสามเดือนแล้ว... จากกำหนดสัญญาเจ็ดเดือนที่เธอให้ไว้กับเหมันต์“อีกนิดเดียวลลิสา เธอต้องทำให้ทัน”หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเพื่อเรียกสติที่เริ่มพร่าเลือนจากความง่วงงวดล้า เธอเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟเย็นชืดที่ละลายจนจืดชืดขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เพื่อหวังให้คาเฟอีนช่วยพยุงเปลือกตาที่หนักอึ้งเอาไว้ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของลลิสามีเพียงแค่บ้าน ออฟฟิศ และกองงานบริหาร บวกกับโปรเจกต์คอลเลคชันฤดูเสื้อผ้าคิดค้นขึ้นมาใหม่ ที่เธอต้องเคลียร์ระบบทั้งหมดให้ลงตัว เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเธอเดินทางไปอิตาลี ทุกอย่างที่นี่จะไม่สะดุด และแม่ของเธอจะไม่เดือดร้อนเธอยอมรับงานโปรเจกต์เสริมทุกชิ้น ยอมนอนวันละไม่ถึงสี่ชั่วโมง และปฏิเสธการสังสรรค์ทุกรูปแบบ ลูกน้องในที่ทำงานต่างมองว่าเธอโหมงานหนักจนเหมือนคนบ้า แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า แรงขับเคลื่อน

  • ล่ามเมีย    บทที่ 162 หักโหม

    มาเฟียร่างยักษ์ในคราบพยาบาลดัดเสียงเล็กเสียงน้อยจนฟังดูน่าขนลุก เขาเข็นรถเข้าไปจอดข้างเตียงวสุ วสุที่กำลังขวัญผวาอยู่แล้ว ถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นหน่วยก้านของบุรุษพยาบาลคล้ายๆกับคนร้ายที่ซ้อมเขาเมื่อคืน “เดี๋ยวๆ คุณพยาบาลครับ ผมว่าหน้าพวกคุณคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหน” “เคยเหรอครับ? เห็นที่ไหนครับ? ปกติพวกผมทำงานอยู่โรงพยาบาล เข้ากะควบกะซะส่วนใหญ่ หรือว่าคุณผู้ป่วยมาโรงพยาบาลบ่อยๆ เลยเห็น” พูดจบเขาก็กระแทกชามโจ๊กข้าวกล้องงาดำลงบนโต๊ะอาหารเสียงดังปัง จนน้ำในชามกระฉอก “ตายแล้ว ทำไมกิริยาหยาบคายแบบนี้ล่ะจ๊ะ โรงพยาบาลระดับห้าดาวจริงหรือเปล่าเนี่ย” แม่ของลลิสาโวยอารมณ์เสีย “ขออภัยครับคุณผู้หญิง พอดีพวกผมเพิ่งย้ายมาจากแผนกห้องดับจิต มือเลยหนักไปหน่อย ปกติใช้เข็นศพ พลิกร่างอาจารย์ใหญ่ครับ” หนึ่งในนั้นหันไปโค้งคำนับให้หล่อนแบบกวนๆ ก่อนจะหันมามองวสุด้วยสายตานิ่งลึกพลางหยิบมีดปอกผลไม้เล่มยาวออกมา พร้อมกับแอปเปิ้ลลูกหนึ่ง วสุเห็นถึงกับหน้าซีดเผือด ส่วนลลิสาปิดปากกลั้นขำ เธอเดินมายืนข้างเตียงแกล

  • ล่ามเมีย    บทที่ 161 หยอดน้ำข้าวต้ม

    ลลิสาผลักประตูห้องพักฟื้นเข้าไปด้วยหัวใจที่เต้นรัว ภาพที่เพื่อนร่วมงานของเธอนอนเป็นผักอยู่บนเตียงทำให้พวงแก้มของเธอร้อนผ่าว ทั้งเห็นใจและสงสาร แต่อีกมุมก็นึกสมน้ำหน้าอยู่เหมือนกัน นึกไม่ถึงว่าสามีของเธอจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ เฝือกขา เฝือกแขน ...และเฝือกคอ ฮะ! “น้องสา มาแล้วเหรอครับ” วสุทำเสียงอ่อนแรงอ้อนพลางชี้ไปที่เฝือกแขน “ดูสภาพพี่สิ น่าอายชะมัด” ลลิสาวางกระเช้าลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินกอดอกเข้าไปยืนข้างเตียงแล้วมองคนนอนอยู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางกลั้นขำ “โถ...คุณวสุ สภาพเหมือนไปฟัดกับรถสิบล้อมาเลยนะคะเนี่ย แขนหักเลยเหรอ?” “ไม่ใช่รถสิบล้อหรอกครับน้องสา พวกมันมากันสามคน ดักซุ่มเจตนากระทืบพี่ใต้ถุนคอนโด...อาการหนัก หมอบอกต้องพักเป็นเดือน” วสุฟ้องชุดใหญ่ “ผมว่าต้องเป็นไอ้พวกมาเฟียคู่อริธุรกิจแน่ๆ ช่วงนี้ได้ข่าวว่ามันริษยาพี่ที่ได้ดี หรือไม่ก็...” “หรือไม่ก็...ดูจากสภาพสาว่าไม่แน่ คุณวสุอาจเดินซุ่มซ่ามไปเหยียบเปลือกกล้วยของใครแล้วล้มใส่ก้อนหินเองหรือเปล่าคะ” สาวเจ้ารีบขัดคอขำๆ หน้าตาย “เพราะว่าถ้าเป็นมาเฟียจริ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status