Mag-log in..ศรัณย์.. เจ้าพ่อคาสิโน เงินกู้ บุคคลที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความอันตราย ใบหน้ามีรอยยิ้มประดับเสมอแต่มันกลับเป็นรอยยิ้มที่ทำคนมองรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ "เอาสิ่งมีค่าที่เธอมีมาแลกสิ อย่างเช่น... ร่างกาย" ..พุดตาน.. เด็กสาวผู้มีใบหน้าสวยหวานตากลมโตใสซื่อไร้พิษภัย พื้นฐานเป็นคนซื่อๆ เก็บความรู้สึกไม่เก่งและรักครอบครัวมาก "หนูจะใช้หนี้คุณแทนพ่อเองค่ะ" ..... เธอ ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัวในบ้านหลังเล็กอย่างมีความสุขจนกระทั่งชายแปลกหน้าร่างใหญ่นับสิบเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับประโยคที่ทำเอาคนฟังแทบล้มทั้งยืน "เวลาหนึ่งอาทิตย์หวังว่าจะเห็นเงินก้อนนั้นตรงหนากู ไม่งั้นอย่าหาว่ากูใจร้าย" เขา มีเพียบพร้อมทุกอย่าง เงิน ทอง อำนาจ รวมถึงผู้หญิง เห็นความทุกข์ของคนเป็นเรื่องสนุกโดยเฉพาะหมาจนตรอกที่ไม่มีทางเลือก "ลองกราบตีนกูดูเผื่อกูจะเมตตามึงสักครั้ง" .....
view more"นังหนูถึงแล้ว"
เสียงเรียกจากคนขับแท็กซี่ด้านหน้าดึงสติของเด็กสาวบนเบาะนั่งด้านหลังให้กลับมาโฟกัสกับปัจจุบันอีกครั้ง ดวงตากลมโตเหลือบหันมองสถานที่ตามโลเคชั่นที่ได้รับมาพลางกัดปากเบาๆ ไฟหลากสีหน้าสถานบันเทิงและผู้คนด้านหน้าที่พลุกพล่านทำให้ใจดวงน้อยสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นระคนกลัว มือเรียวยื่นเปิดกระเป๋าสะพายใบเล็กหยิบธนบัตรแบงก์สีแดงออกมาสามแบงก์ให้กับลุงคนขับ ยิ้มระบายบางเบาบนใบหน้าเล็กน้อยแล้วลงจากรถมา ท่ามกลางแสงสลัวและเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากรถราที่กำลังวิ่งอยู่บนท้องถนน เสียงพูดคุยกันของนักท่องราตรีในเขตบริเวณสถานที่แต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงลมหายใจเข้าออกและเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรงของตัวเองชัดเจน พุดตานขบเม้มริมฝีปากเข้าหากันกระชับสายกระเป๋าสะพายเข้าหาตัวพลางเรียกแรงกำลังใจให้ตัวเอง "แค่ขอยืดเวลาอีกหน่อยเท่านั้นเองคนที่มีเงินไม่ขาดเหลืออะไรอย่างเขาคนนั้นคงจะไม่อะไรหรอกมั้ง" เสียงใสเอ่ยให้กำลังใจตัวเองพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สาวเท้าในรองเท้าผ้าใบสีขาวก้าวเดินตรงไปยังหน้าสถานบันเทิงที่มีผู้คนยืนอยู่ประปรายเกาะกลุ่มกันอยู่ ก้มหน้าลงเล็กน้อยตั้งใจจะไม่สบตากับใครทั้งนั้นแต่กลับถูกรั้งไว้ด้วยท่อนแขนใหญ่ของการ์ดร่างสูงที่ยืนทำหน้าที่อยู่ด้านหน้า "ขอบัตรประชาชนครับ" "คะ? บัตรเหรอ" เจ้าของดวงหน้าใสเอียงคอเล็กน้อยถามกลับ เธอไม่เคยมาเที่ยวสถานที่แบบนี้แอบแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ชายร่างสูงตรงหน้าถามถึงบัตร หรือคนจะที่เข้าไปได้ต้องเป็นคนไทยเท่านั้นเหรอ "อายุไม่ถึงเข้าไม่ได้ครับ" ในระหว่างที่เอ่ยเสียงลอดริมฝีปากคลายความสงสัยก็กวาดสายตามองคนตัวเล็กกว่าไปด้วย มือเล็กสอดเข้าในกระเป๋าค้นหาบัตรประชาชนเพื่อยืนยันอายุของตัวเองแอบประหม่าอยู่ไม่น้อยที่ถูกกวาดสายตามองสำรวจราวกับตัวเองเป็นสินค้าที่กำลังจะถูกซื้อก็ไม่ปาน เผลอกลั้นลมหายใจค่อยๆ ยื่นบัตรส่วนตัวในมือให้กับคนตรงหน้า "สิบเก้า?" "ค่ะ อีกสองเดือนถึงจะสิบเก้าบริบูรณ์ค่ะ" "..เข้าไม่ได้ ไปที่อื่นไป" พุดตานขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินแบบนั้น เธอรับบัตรส่วนตัวในมือใหญ่มาถือไว้แบบงงๆ ขยับเดินห่างออกจากตรงนั้นมาเล็กน้อยเพราะมีคนกำลังต่อแถวรออยู่ด้านหลัง ยืนรอจนกระทั่งคนเริ่มบางตาจึงเดินกลับไปหาคนตรวจบัตรด้านหน้าอีกครั้ง "เห็นว่าวันนี้นายเข้าเหรอวะ" "เออ เมื่อกี้กูยังเห็นพี่เขตอยู่เลย นายน่าจะมาถึงแล้ว" "แล้ว..." "ขอโทษนะคะ คือหนูจำเป็นต้องเข้าไปด้านในจริงๆ ค่ะ หนูมีธุระสำคัญมากจำเป็นต้องเข้าไปจริงๆ พี่ให้หนูเข้าไปได้ไหมคะ" เสียงใสเอ่ยแทรกบทสนทนาของการ์ดร่างสูงสองคนด้านหน้าดึงสองคนที่กำลังจุดบุหรี่สนทนากันอยู่หันความสนใจมายังเด็กสาวอีกครั้ง "ธุระอะไรก็เรื่องของน้องครับ แต่พี่ก็มีหน้าที่ของพี่ กฎคือห้ามเข้าก็เข้าไม่ได้ครับ" "แต่หนู..." "เอาน่า พี่รู้ว่าเด็กวัยนี้อยากรู้อยากลองแต่รออีกสักปีสองปีค่อยมาใหม่แล้วกัน" "หนูไม่ได้..." "มีอะไรกัน" เสียงใสชะงักลงทันทีที่มีใครอีกคนเอ่ยแทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคนมาใหม่ในชุดเสื้อสูทดูดีสีดำเดินออกมาจากด้านใน ใบหน้าหล่อเหลาแต่กลับดูน่าเกรงขามชวนใจสั่นทำเธอรีบเก็บคำพูดต่างๆ ที่กำลังจะเอ่ยออกไปกลับทันที เขตแดนเหลือบมองเด็กสาวหน้าใสตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมายังลูกน้องสองคนอีกครั้ง มือหนาสอดเข้าในกระเป๋ากางเกงรอคำตอบจากลูกน้อง "ไม่มีอะไรครับพี่ เด็กแค่อยากรู้อยากลองจะเข้าไปให้ได้เท่านั้นเอง" ดวงตาเรียวเหลือบมองเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้งพลางครางรับในลำคอเบาๆ ยกมือตบไหล่ของลูกน้องสองสามทีแล้วหันหลังกำลังจะเดินกลับเข้าด้านในแต่ก็ถูกเรียกไว้ด้วยเสียงใสของคนตัวเล็กด้านหลัง "เดี๋ยวค่ะ" "..." "คุณเป็นเจ้าของที่นี่เหรอคะ" "..." หมุนตัวหันกลับมามองใบหน้าใสของเด็กที่ดูยังไงก็เหมือนยังไม่บรรลุนิติภาวะนิ่งๆ "หนูอยากขอยืดเวลาเรื่องเงิน..." "ฉันไม่ใช่เจ้าของ นายไม่พบลูกหนี้เคสเล็กๆ กลับไปเถอะ" "แต่หนูอยากขอเวลาจริงๆ นะคะ ถึงเงินนั้นจะเล็กน้อยสำหรับพวกคุณแต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำแบบหนูมันเยอะมากจริงๆ นะคะ หนูขอเวลาไม่นานจะไม่เซ้าซี้ถ้าเจ้านายคุณบอกว่าไม่ได้หนูก็จะกลับเลย แค่สิบนาทีหนูสัญญา" "..." เขตแดนหลุบมองมือเล็กที่ยกขึ้นมาชูนิ้วก้อยน้อยเป็นคำมั่นสัญญาเพียงนิดแล้วเหลือบกลับขึ้นยังดวงหน้าใสของเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง ดวงตาเรียวไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ มีเพียงนัยน์ตาดำขลับที่กำลังจดจ้องคนตัวเล็กนิ่งอยู่แบบนั้น จำนวนเงินก้อนนั้นที่เด็กสาวพูดถึงอาจไม่ได้สะกิดขนหน้าแข้งเจ้านายเลยด้วยซ้ำ แต่คนเราในเมื่อหยิบยืมใครมาแล้วก็ต้องใช้คืนหากไม่มีปัญญาจะใช้คืนก็ไม่ควรจะก่อมันตั้งแต่เริ่มแรก โดยปกติแล้วเจ้านายเขาไม่ใช่คนที่จะหยิบยืมให้ใครทั่วไปยิ่งคนธรรมดาที่เหมือนไม่มีปัญญาจะชดใช้คืนให้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย แล้วกับเด็กตรงหน้า... หรือจะมีประโยชน์อย่างอื่นแฝงอยู่ คิดแล้วก็นึกย้อนไปถึงลูกหนี้ที่เคยผ่านตามาว่าจะมีใครน่าสะดุดตาบ้าง เขาไม่ได้รับเรื่องนี้โดยตรงโดยเฉพาะลูกหนี้รายเล็กๆ ไม่ค่อยสำคัญจะมีลูกน้องคอยดูแลต่ออีกทีจึงไม่ค่อยรู้รายละเอียดมากนัก "ตามมา" ---"อืม อร่อยเหมือนที่อวดไว้จริงด้วยแฮะ"ศรัณย์เอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม มือหนาจับถ้วยน้ำซุปถ้วยเล็กยกซดน้ำแกงที่เหลือจนได้ยินเสียงซู๊ดดังตามมา ก่อนจะวางกลับลงตามเดิมเงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็กตรงข้ามที่กำลังกลั้นยิ้มจนใบหน้าแดงก่ำ เบือนหน้าออกเล็กน้อยกระแอมไอเบาๆ กลบเกลื่อนอาการน่าอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน"ถ้าบอกว่าไม่อร่อยหนูก็ไม่เชื่อหรอกค่ะ เพราะทั้งหม้อคุณทานอยู่คนเดียวเลย หนูตักมาถ้วยเดียวนอกนั้นคุณก็จัดการหมด""พูดไป ใครมันจะกินเยอะขนาดนั้น" น่าอายฉิบ! เขาต้องติดเชื้อจอมตะกละจากเด็กน้อยมาแน่ๆ ปกติไม่เคยกินเยอะแบบนี้มาก่อน"อือ... ถ้าคุณอยากทานอีกไว้พรุ่งนี้หนูทำให้อีกนะคะ อยากทานอะไรเดี๋ยวหนูทำให้เองค่ะ""ไม่ต้องลำบากก็ได้เดี๋ยวเธอกับลูกจะเหนื่อยเปล่า" ถึงจะพูดแบบนั้นออกมา แต่ในใจระริกระรี้ทนรอไม่ไหว รู้สึกว่ามื้อนี้เป็นมื้อที่ทานได้เยอะที่สุดแล้ว คงเพราะคนทำใส่ใจลงไปด้วยตอนปรุงรสชาติอาหารถึงได้อร่อยมากเป็นพิเศษ อร่อยกว่าร้านอาหารหรูๆ ดังๆ อย่างที่เจ้าหล่อนพูดมาจริงศรัณย์ช่วยพุดตานเก็บกวาดโต๊ะและล้างจานชามจนเรียบร้อยแล้วก็พากันมานั่งดูหนังยังโถงนั่งเล่น โดยที่คนตัวเล็กนั่งอยู่บนตักแก
ฟ้าหลังฝนมักจะเจอกับความสดใสและสวยงามเสมอ และนั่นก็รวมถึงความสัมพันธ์และชีวิตของพุดตานด้วยนับจากวันนั้นจนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่เพนท์เฮ้าส์ศรัณย์ก็มักจะทำตัวน่ารักกับเธอเสมอ ไม่ว่าอะไรเขาก็จะเป็นคนรับเอาไว้เองทุกอย่าง แม้กระทั่งตอนกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่เขาก็ยังรับหน้าพาเธอกลับไป แถมยังตามใจให้เธอนอนค้างได้ด้วยแต่ต้องมีเขาห้อยติดตัวตลอดเวลาด้วยจะบอกว่าเป็นเรื่องตลกที่น่าเอ็นดูก็คงใช่ เช้าวันหนึ่งในขณะที่พุดตานกำลังนอนหลับฝันหวานถึงอนาคตที่มีร่วมกับชายหนุ่มและลูกน้อย ก็ต้องถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงอาเจียนที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องน้ำ พอหันมองหาคนข้างกายแล้วไม่พบว่านอนอยู่ข้างกันเหมือนตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเธอจึงเดินเข้าไปหาเคาะประตูเรียกหาเขาในห้องน้ำ และมันก็ชัดเจนว่าเจ้าของเสียงนั้นคือเขาจริงๆพอออกมาจากห้องน้ำได้ร่างสูงก็ทิ้งตัวนอนกลับบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง เขาไม่เคยอ่อนแอถึงขั้นจะล้มป่วยแบบนี้ได้ แต่อาการต่อมาหลังจากเช้านั้นก็คือการเบื่ออาหารและเหม็นกลิ่นรอบกายไปหมด แม้แต่กลิ่นน้ำมันบนอาหารทอดเขายังต้องเบือนหน้าหนีไม่อยากขยับเข้าใกล้ ต่างจากเธอที่ชอบมากใบหน้าที่เคยดูสุ
"ไม่ค่ะ หนูไม่อยากรู้คำตอบอะไรแล้ว""ได้ไง! ก็ฉันอยากตอบนี่เธอก็ต้องถามมาสิ จะถามอะไรก็ได้ อยากรู้อะไรก็ถามมาเลยฉันตอบได้ทุกคำถามทุกอย่างจะไม่ปิดบังอะไรแค่ถามมาก็พอ"ศรัณย์ลุกขึ้นนั่งแบบพรวดพราดไม่มีปี่มีขลุ่ยพลอยทำคนตัวเล็กสะดุ้งตกใจตามหันขวับกลับมาด้านหลังไปด้วย พอเห็นว่าไม่ได้มีอะไรน่าตกใจไปกว่าการพรวดพราดลุกขึ้นนั่งของชายหนุ่มแล้วเด็กสาวจึงย่นคิ้วทำหน้าดุใส่ไปหนึ่งที ก่อนจะหันกลับมานอนหันหลังให้อีกครั้งส่วนคนถูกดุให้ได้แต่ยกมือขึ้นเกาท้ายทอยกลบเกลื่อนอาการ ใจหวิวๆ แปลกๆ อยากจะให้เจ้าหล่อนถามคำถามอะไรก็ได้ที่อยากรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ถามค้างไว้เมื่อวานตอนเช้า หรือเรื่องที่ทำให้เข้าใจผิดแล้วต้องมานอนอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเขาก็พร้อมจะตอบทุกคำถามไม่บ่ายเบี่ยงแต่..."เฮ้อ..." ลมหายใจอุ่นถูกเจ้าของพ่นออกผ่านริมฝีปากบางเบาๆ ก้มหน้าลงเล็กน้อยไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี ไม่เคยต้องมาเครียดเรื่องแบบนี้มาก่อนก็ทำตัวไม่ถูกกับสิ่งที่กำลังเผชิญเลย ร่างสูงล้มตัวกลับลงนอนซ้อนท้ายคนตัวเล็ก สอดมือสวมกอดร่างนุ่มเอาไว้แนบกับอกแน่น วางคางสากกับบ่าเล็กหันจรดจมูกลงกับต้นคอขาวสูดกลิ่นหอ
"เมียกูอยู่ไหน!"เสียงเข้มตวาดลั่นห้องฉุกเฉินที่มีลูกน้องยืนรออยู่ด้านนอก ใบหน้าคมเข้มซีดเผือดบอกให้รู้ว่าเหตุการณ์นี้กระทบกับจิตใจความรู้สึกของเจ้าของมากแค่ไหนศรัณย์ไม่รอให้ลูกน้องได้รายงานความคืบหน้าอาการของเด็กสาวก็ผลักประตูเดินเข้ามาด้านในห้องฉุกเฉินด้วยตัวเองทันที กวาดตามองรอบห้องที่มีคนไข้และหมอพยาบาลกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก่อนสายตาจะหยุดโฟกัสกับใบหน้าซีดเซียวของพุดตานที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้สองเท้าหนักรีบเดินตรงเข้าไปหาทันที มือหนาประคองแก้มนุ่มเอาไว้ ใช้นิ้วหัวแม่โป้งลูบแก้มเนียนเย็นเฉียบเบาๆ ขอบตาร้อนผะผ่าวรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออกเพียงแค่ได้เห็นใบหน้าที่เคยสดใสแต่ตอนนี้กลับดูซีดเซียวราวกับคนขาดเลือด"เอ่อ.. คุณเป็นญาติคนไข้หรือเปล่าคะ""..." เหมือนมีอะไรมาจุกคอจนพูดไม่ออก ไม่สามารถตอบคำถามของพยาบาลได้ สายตายังคงจับจ้องยังใบหน้าซีดของคนบนเตียง หัวใจเต้นถี่รัวแต่กลับดูหนักหน่วงจนหายใจไม่ออก"คนไข้มีภาวะเครียดเฉียบพลันทำให้ความดันสูงเกิดอาการหน้ามืด คุณหมอมาตรวจและได้ให้นอนพักส่วนอาการอื่นตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมากค่ะ""ไม่มีอะไรมาก? เมียผมล้มแล้วจะบอกว่าไม่มีอะไรมากได้ไ