LOGINน้องเป็นผู้หญิงของพี่ แล้วก็จะเป็นของพี่ตลอดไปใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิทั้งนั้น
View Moreความรักที่เกิดมาจากคนสองคนในเพียงระยะเวลาอันแสนสั้น ไม่รู้ว่ามันจะเรียกว่าความรักได้รึเปล่า แต่ทว่าทั้งสองกลับผูกพันและสนิทสนมกันเร็วมากอยู่พอสมควร จากเมื่อก่อนที่เป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันที่โรงเรียนที่แทบจะไม่เคยเห็นหน้าหรือพูดคุยกันเลยแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งพวกเขาได้หวนกลับมาพบกันอีกครั้งอย่างถูกที่แต่ผิดเวลาก็เพียงเท่านั้น
เธอเป็นเพียงเฟรชชี่ปีหนึ่งที่ได้ย้ายเข้ามาเรียนในเมืองกรุงจากต่างจังหวัด ซึ่งทางบ้านก็ไม่ค่อยสนับสนุนที่จะให้เธอไปเรียนไกลบ้านสักเท่าไหร่ แต่ด้วยความดื้อรั้นและไม่เชื่อฟังจึงทำให้เธอหนีมาอยู่เพียงลำพังในเมืองกรุงเอาจนได้
เด็กสาวหน้าหวานที่พยายามอดทนสอบติดในคณะวิศวะมาเป็นเวลานานตั้งแต่ที่รู้ว่าตนนั้นชื่นชอบในสิ่งใด จึงทำให้การเข้ามาเรียนที่นี่ไม่ค่อยยากสักเท่าไหร่นอกซะจากการคบเพื่อนเพียงเท่านั้น แม้ว่าทางบ้านจะพาไปพบปะกับสังคมธุรกิจมากสักเท่าไหร่ แต่เธอก็ยังเป็นเธอที่นิ่งเฉยกับสิ่งรอบข้างอยู่ดี
"หวัดดี เราทอยนะ เธอ...."ชายหนุ่มหน้าหวานเอ่ยถามฉันที่นั่งนิ่งๆ อยู่ข้างๆ ด้วยความเฟรนลี่และยิ้มแย้มออกมาด้วยความอยากสนิทสนม ฉันที่ตกใจอยู่เมื่ออีกฝ่ายเข้าหาแบบนั้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวก็เผยยิ้มออกมาเบาก่อนที่จะผลิตป้ายชื่อของตัวเองที่ปิดอยู่ให้อีกฝ่ายได้เห็น
"มัดหมี่"
"เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะมัดหมี่"ฉันทำได้แค่เพียงพยักหน้าเป็นการตอบกลับเขาไปก่อนที่จะนั่งทำกิจกรรมที่พวกพี่เขาจัดนั้นต่อไปอย่างไม่สงบสุขอีกครั้งเมื่อเพื่อนใหม่ที่พึ่งรู้จักกันไม่นานพยายามชวนคุยอยู่เสมอจนแทบจะโดนดูอยู่แล้ว
จนกระทั่งถึงเวลาเสร็จสิ้นกิจกรรมฉันก็เดินออกมาจากห้องเชียร์ตามปกติก่อนที่จะมีใครสักคนที่วิ่งเข้ามากอดแขนฉันไว้พร้อมกับอีกมือหนึ่งที่ลากใครมาด้วยประมาณสองคนก็ว่าได้
"นี่เพื่อนเรา....กู เพื่อนกูชื่อมาวินกับจริงใจ"
"หวัดดีเรามัดหมี่นะ"
"อื้ม นี่ไอ้ทอยมึงนี่นะเกือบทำให้มัดหมี่โดนดุไปด้วยแล้วไหมล่ะ ดีนะที่พวกพี่ๆ เขาไม่ว่าอะไรอ่ะ"
"นั่นดิ เอ่อนี่เราเป็นเพื่อนกันแล้วแอดเฟรนกัน ว่าจะเข้าไปทักแกตอนสองสามวันก่อน แต่ก็ไม่ทันแก"คนนิ่งเงียบไม่ค่อยพูดแบบฉันก็ทำอะไรไม่ได้นอกซะจากยกยิ้มและฟอลพวกเขาไปเผื่อมีอะไรจะได้ถามพวกเขาได้และไม่ต้องมานั่งอยู่ด้วยตัวคนเดียวอีกด้วย หวังว่าพ่อกับแม่คงจะหายห่วงได้บ้างที่ตอนนี้ฉันได้มีเพื่อนกับเขาแล้วบ้างเหมือนกับคนอื่นๆ
พอพวกเราแอดเฟรนกันเสร็จก็ต่างพากันแยกย้ายกันกลับไปที่บ้านเพื่อพักผ่อนกันในวันนี้ที่เหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว ฉันยังคงเดินก้มหน้ามองหากุญแจในกระเป๋าอย่างไม่ได้ระวังอะไรเลยด้วยซํ้าจนเกิดสะดุดข้าวของตกหล่นพื้นไปหมด
"จึ๊ อะไรวะเนี่ย"ร่างบางก้มตัวลงเก็บของที่หล่นจากกระเป๋าไปด้วยความหัวเสียก่อนที่จะมีใครบางคนเดินเข้ามาช่วยฉันเก็บของที่หล่นลงพื้นไปก่อนที่ฉันจะค่อยๆ เหงยหน้าขึ้นไปมองสองหนุ่มรุ่นพี่ที่ดูน่ากลัวเอามากๆ ที่เอาแต่ยืนยิ้มอยู่
"ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ อ้าวพี่บอม"ชายหนุ่มคนนั้นยืนทำหน้าขมวดคิ้วพร้อมกับหันหน้าไปมองทางเพื่อนของตนที่ยืนกอดอกมองอยู่ด้วยความสงสัย
"น้องรู้จักพี่ด้วยหรอ"
"รู้จักค่ะหนูเป็นเพื่อนร่วมห้องวาวาอ่ะค่ะ ที่อยู่ด้วยกันกับวาวาบ่อยๆ ไงคะ"
"นี่น้องมัดหมี่หรอ"ฉันพยักหน้าเป็นการตอบกลับก่อนที่พี่เขาเองจะทำอะไรสักอย่างในมือถือของเขาพร้อมกับสะกิดเพื่อนของตนให้ดูร่วมด้วยพร้อมทั้งชูโทรศัพท์ขึ้นเทียบใบหน้าของฉันที่ยืนอยู่
"พี่ก็คิดว่าน้องแต่งรูป"
"โห่แต่งอะไรล่ะ พวกพี่เรียนที่นี่กันหรอคะ"
"อือใช่ พวกพี่อยู่ปีสี่ละ"
"ทำไมกูไม่เคยเห็นหน้ายัยเด็กอ้วนดำนี่วะ"
"วันๆ เอาแต่เพ้อหาเมียเก่ามึงจะไปจำใครได้"
"ก็จริง อีกอย่างคงไม่ใช่สเปกเลยไม่ได้อยู่ในสายตากูว่ะโทษที"ฉันยืนกอดอกจ้องมองเขาที่พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงราบนิ่งไม่ได้คิดอะไร
"หึ ขอโทษนะน้องก็ไม่เคยเห็นหน้าพี่เหมือนกัน พี่บอมน้องขอตัวก่อนนะคะขอบคุณมากๆ เลยนะคะที่ช่วย"ฉันยกยิ้มออกไปให้กับรุ่นพี่ที่รู้กันก่อนที่จะเดินผ่านชายหนุ่มอีกคนที่รู้สึกหมั่นไส้ไปอย่างไม่ได้สนใจไยดีเขาเลยสักนิด
"มึงนี่ปากหมาจริง"
"อ้ออีกอย่างนะคะ พี่ก็ไม่ใช่สเปคน้องเหมือนกันเลยไม่ได้อยู่ในสายตา"ใบหน้าสาวทำสีหน้าทะเล้นออกมาให้กับอีกฝ่ายได้เห็นก่อนที่จะเดินไปที่รถเพื่อกลับห้องพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวสู้รบในวันพรุ่งนี้ที่แสนเหนื่อยต่อไป
พอมาถึงที่คอนโดร่างบางก็ล้มตัวนอนลงที่เตียงไปอย่างเหน็ดเหนื่อยพร้อมกับเสียงถอนหายใจที่ดังออกมา มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นไถไอจีกันไปตามปกติก่อนที่จะมีแอคๆ หนึ่งส่งคำขอฟอลไอจีฉันมาจนได้
พอกดเข้าไปส่องก็ไม่เจออะไรแต่มีเพื่อนที่ร่วมฟอลด้วยกันเป็นจำนวนมากพอสมควร แต่ทว่าฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรและเล่นโทรศัพท์ไปตามปกติ
ครืดดดด ครืดดดด
"ว่าไงคะแม่"
(เป็นไงบ้างลูก นี่เข้าวันที่สามแล้วนะได้เพื่อนรึยัง)
"ได้แล้วค่ะแม่"
(ถึงว่าวันนี้เหมือนฝนจะตกแปลกๆ) เสียงของคนเป็นแม่ที่หัวเราะขบขันชอบใจลูกสาวของเธอด้วยความเย้าหยอกตามปกติ พร้อมกับเสียงของคนเป็นพ่อที่มีเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย
"แม่ไม่ต้องห่วงมัดแล้วนะคะ"
(เพื่อนมัดไว้ใจได้หรอลูก แม่ไม่อยากให้มัด.....)
"แม่คะคือ...มัดอยากกินข้าวฝีมือแม่จัง ปิดเทอมใหญ่มัดจะกลับไปนะคะ"ฉันรีบเอ่ยดักทางแม่ก่อนที่ท่านจะพูดเรื่องนั้นออกมาเกี่ยวกับเพื่อนที่ฉันเคยคบด้วย เพื่อนสนิทที่รักมากและไว้ใจที่สุดแต่ทว่าเราสองก็ต้องแตกหักเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องเอาจนได้
(มัดหมี่ แม่เป็นห่วงลูกจริงๆ นะ)
"แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ มัดสัญญาว่ามันจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นอีกแน่นอนค่ะ"
(ทำให้ได้อย่างที่พูดล่ะ)
(นี่คุณ ลูกได้เพื่อนแม่ก็ดีใจแล้วล่ะ มีอะไรโทรหาแม่ได้ตลอดเลยนะมัดหมี่)
"ค่ะแม่ แค่นี้ก่อนนะคะแม่"
"จ้าลูก"พอวางสายเสร็จแล้วนั้นฉันก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับสายตาที่จ้องมองไปทางรูปภาพที่ถูกฉีกทิ้งไปแล้วครึ่งหนึ่งด้วยความปวดใจจากคำว่าเพื่อนสนิทที่ไว้ใจแบบนั้น
เวลาผ่านมาหลายเดือนตอนนี้ฉันเองก็ได้คลอดตะวันออกมาแล้วเรียบร้อยโดยมีการดูแลเอาใจใส่โดยคุณพ่อมือใหม่ที่ดูแลอย่างใกล้ชิดและหาเวลาให้ฉันอยู่เสมอแม้ว่าวันนั้นเขาจะมีงานด่วนอยู่ก็ตาม แต่เขาเองก็พยายามหาเวลามาดูแลฉันที่ท้องป่องจนกระทั่งคลอดลูกอีกด้วยตอนนี้ฉันและยูยังไม่ได้พูดคุยหรือติดต่อกันเลยแม้แต่นิดเดียวเพราะเพื่อนดูเหมือนจะหายตัวไปเพื่อเยียวยาจิตใจของมันในระยะยาวโดยปล่อยทิ้งสนามแข่งรถนั้นไว้ให้หุ้นส่วนอีกคน ส่วนฉันเองก็ยังคงดูแลด้วยเช่นกันในระหว่างที่เพื่อนสนิทหายตัวไปแบบนี้และช่วยพ่อเองดูแลกิจการโรงแรมของพ่ออีกด้วยคุณพ่อมือใหม่ที่ต้องรับมือกับลูกชายสุดแสบของเขาที่พร้อมที่จะเล่นและหัวเราะอยู่ตลอดเวลาไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน ตะวันเป็นเด็กผู้ชายที่แทบจะไม่ค่อยร้องไห้เลยสักนิดแต่ทว่ากลับต้องหาเวลามาเล่นกับเขาอยู่บ่อยครั้งเลยด้วยวันนี้เป็นอีกวันที่ฉันและเขาหนีงานมาพักร้อนหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกันมาเป็นเวลานานมากพอสมควร ริมทะเลชายหาดที่เดิมที่เราเคย
"พี่มีอะไรจะสารภาพรึเปล่าคะ""คือ... พี่ขอตัวก่อนนะคะ"คนตัวสูงรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนตัวบ้านทันทีอย่างหวาดกลัวเมื่อภรรยาของตัวเองที่ใช้นํ้าเสียงและการกระทำที่น่ากลัวเป็นอย่างมากต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิงในลุคสาวหวานเธอถอนหายใจออกไปเฮือกหนึ่งก่อนที่จะเดินตามเขาขึ้นไปยังชั้นบนตัวบ้านและเข้าไปในห้องนอนของตัวเองเพื่อตามไปหาเขา แต่ทว่าพอเข้าไปในห้องแล้วนั้นฉันกลับไม่พบร่างกายอยู่ในห้องเลยด้วยซํ้าก่อนที่จะมีใครคนหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านหลังหลังสวมกอดฉันไว้อยู่นั่นเองทันทีในความมืดอย่างตกใจ"เห้ยย พี่ทำอะไรเนี่ย บอกน้องมาเลยนะ""ที่รักอย่าคาดคั้นพี่แบบนี้สิคะ""พี่จะบอกหรือไม่บอก!?"นํ้าเสียงแข็งกระด้างพร้อมกับสายตาที่จ้องมองไปอย่างแข็งกร้าวจนเขาเองก็กลัวแทบแย่ที่ภรรยาของตนเป็นแบบนี้ จนเขาเองก็เลือกที่จะเลี่ยงคำตอบไม่ได้เลยด้วยซํ้าจนต้องตัดสินใจรวบรวมความกล้าบอกกับภรรยาของเขาไป
"แล้วตะวันน้อยของพี่มารึยัง""มัดลืมไปเลย พี่รอมัดอยู่ตรงนี้ก่อนนะ""ทำไมล่ะคะ""เดี๋ยวก็ไม่เซอไพรส์สิคะ""แต่พี่อยากลุ้นกับน้องนะ""แปปเดียวค่ะ เดี๋ยวน้องมานะ"ร่างบางถึงกลับเบิกตากว้างเมื่อพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอเองนั้นทิ้งที่ตรวจครรภ์ไว้ในห้องนํ้าและยังไม่ทันที่จะดูผลของที่ตรวจครรภ์เลย ก่อนที่จะเดินลากพาเขาให้เข้ามาในห้องก่อนและฉันเองก็เดินกลับเข้าไปในห้องนํ้าล็อกประตูไว้เพื่อลุ้นผลอยู่เพียงลำพังก่อนที่จะให้เขาได้ลุ้นดูภายหลังมือเรียวบางถึงกลับสั่นคลอนและค่อยๆ หยิบที่ตรวจครรภ์นั้นดูและค่อยๆ ใช้นิ้วที่ปิดผลนั้นไว้ นิ้วเรียวค่อยๆ สไลด์ออกทีละนิดๆ อย่างช้าๆ ก่อนที่ผลที่ได้ออกมาจะรู้ผล"ท้อง มัดท้องแล้ว
ฉันเดินทางกลับมาที่บ้านเพื่อกลับมาเยี่ยมคนเป็นพ่อที่ได้ข่าวมาแล้วว่าตอนนี้พ่อได้ฟื้นขึ้นแล้วแถมหลังจากที่ฉันกลับมาพ่อก็ดูสุขภาพแข็งแรงและเหมือนไม่เจ็บป่วยใดๆ เลยสักนิดเดียวฉันเองที่นั่งกินข้าวร่วมกับพ่อและแม่นั้นก็ได้แต่จ้องมองพ่ออย่างไม่เข้าใจที่พ่อดูไม่เหมือนคนพึ่งฟื้นจากการล้มป่วยอย่างหนักเลยสักนิดและยังหยอกล้อกับแม่อย่างสนุกสนานอีกต่างหาก"มองอะไรขนาดนั้น""พ่อพึ่งหายป่วยจริงๆ หรอคะ ทำไมพ่อดูไม่เป็นอะไรเลย""ไม่ดีหรอลูกที่พ่อฟื้นเร็ว หรืออยากให้พ่อนอนอีก""พ่ออ่ะ"ฉันทำหน้ามุ่ยออกมาเมื่อพ่อบอกออกไปแบบนั้นอย่างประชดประชันฉันที่นั่งคอยจับผิดสังเกตพ่อและนั่งกินข้าวต่อไปโดยเริ่มคุยเรื่องที่ผ่านมาด้วยว่าเป็นยังไงและเรื่องการแข่งรถที่นู่นด้วย"แม่ว่าเราไปทำอะไรสนุกๆ ด้วยกันไหมลูก""ผมไม่สะดวกเลยคุณ
ก๊อกๆๆๆเสียงเคาะประตูในยามเช้าเหมือนกับทุกๆ วันขณะที่ฉันเองกำลังแต่งตัวไปเรียนอย่างเร่งรีบแทบจะไม่ทันอะไรอยู่แล้ว แต่ทว่าก็ต้องรีบไปเปิดดูเมื่อมีใครมาเคาะเรียกสองขาเรียวยาวรีบเดินไปเปิดประตูอย่างไม่รอช้าเมื่อเวลากระชั้นชิดที่จะใกล้เข้าเรียนแล้วแต่ทว่าการแต่งหน้าแต่งตัวอะไรของฉันยังไม่เสร็จเลยทั้ง
คำพูดของพี่เขาทำเอาฉันแทบช็อกเมื่ออีกฝ่ายบอกจะจีบฉันทั้งๆ ที่เราพึ่งรู้จักกันเองแถมวันแรกที่ได้เจอกันเราสองคนก็ยังไม่ได้พูดจาดีๆ ต่อกันเลยสักนิดแล้วจู่ๆ มาจีบเอาได้ดื้อๆ แบบนี้"น้องให้โอกาสพี่นะครับ""พี่จะบ้าหรอเรายังไม่ได้รู้จักอะไรกันเลยนะ""รู้สิเราเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่โรงเรียนและมหาลัยกันไงค
"มัดหมี่ทางนี้"เมื่อเดินเข้ามาถึงภายในห้องเพื่อนที่พึ่งรู้จักกันเมื่อวานก็เอ่ยเรียกฉันให้ไปนั่งด้วยทันทีเมื่อเห็นว่าฉันเดินเข้าไปในห้องและกำลังสอดส่องสายตามองหาที่นั่งอยู่และหันเข้าไปเจอเพื่อนที่ยกแขนขึ้นมาเพื่อเป็นท่าทางแสดงบอกให้ฉันได้เข้าใจในการชักชวนของเพื่อนเองร่างบางเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เพื่อ
ความรักที่เกิดมาจากคนสองคนในเพียงระยะเวลาอันแสนสั้น ไม่รู้ว่ามันจะเรียกว่าความรักได้รึเปล่า แต่ทว่าทั้งสองกลับผูกพันและสนิทสนมกันเร็วมากอยู่พอสมควร จากเมื่อก่อนที่เป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันที่โรงเรียนที่แทบจะไม่เคยเห็นหน้าหรือพูดคุยกันเลยแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งพวกเขาได้หวนกลับมาพบกันอีกครั้งอย่างถู