LOGINลลิสาเกือบกรีดร้องตอนถูกเขากระชากผลักให้นอนราบลง ก่อนตัวเองจะขึ้นคร่อมแทน ถ่างขาเรียวของเธอกางออก ตั้งเข่าชันให้อยู่ในลักษณะรูปตัวเอ็ม จากนั้นก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้ ใช้ปลายลิ้นแตะติ่งสีสวยของเธออย่างช่ำชอง “อ๊า” ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก กะทันหันซะเธอตั้งตัวไม่ทัน คิดที่จะท้วงกันก็ตอนที่เขาละเลงปลายลิ้นนั้นลงมาแล้ว ความเสียวซ่านถูกหยิบยื่นแทบสำลัก สาวเจ้าสะกดกลั้นเสียงลามกด้วยการตะปบปากตัวเอง ในขณะความเสียวซ่านก็ยิ่งถาโถมอย่างไม่ลดละ เขารัวลิ้นขึ้นลงถี่ยิบ แตะผ่านร่องรักชุ่มฉ่ำจนเกิดเสียง ก่อนจะห่อลิ้นเป็นทรงแหลมแล้วแหย่เข้าไปในรู “อ๊าย” ปกติหากต้องการความหวานจากของเหลวที่ไหลย้อนจะต้องใช้นิ้ว เพียงแค่แหย่แล้วกวักของเหลวก็ไหลทะลัก แต่เขากลับใช้ปลายลิ้นหมุนควงแหย่เข้าแหย่ออกสลับกัน ก่อนจะดูดกลืนน้ำหวานเหล่านั้นจนเกิดเสียงจ๊วบ และผละออกมาจ้องมองผลงาน ที่ไม่หลงเหลือน้ำหวานติดอยู่แม้แต่หยด ลลิสาเห็นถึงกับเขินม้วนต้วน คิดจะหุบขาหนีไม่สนใจความวาบหวามบริเวณท้องน้อย คล้ายผีเสื้อนับร้อยบินวน กลับถูกยื้อเอาไว้ด้วย
ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบในเพนท์เฮาส์สุดหรู บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสน่ห์และกลิ่นหอมอ่อนๆประจำกายของแต่ละฝ่ายที่โรยตัวลงมา วินาทีนั้นมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลค่อยๆ บรรจงจูบเธอ นางแบบสาวที่ละทิ้งอาชีพ หากแต่ร่างกายยังสแตนด์บายอยู่ทุกเมื่อ ไม่คิดจะปล่อยรูปโฉมให้ความสวยจืดจางเธออยู่ในลักษณะนอนคว่ำด้วยความหมดแรง หลังเขาตักตวงความสุขจากร่างกายก่อนหน้านี้จนนับไม่ถ้วน “พอแล้วค่ะ สาเหนื่อย”ตั้งแต่ช่วงสาย กว่าจะพากันหลับใหล แล้วทำ จากนั้นก็หาอะไรเบาๆทานแล้วก็ทำอีก จรดมาถึงช่วงค่ำตอนนี้ เขากับเธอยังคงนอนนัวเนียกันอยู่บนเตียงอยู่เลย ทั้งที่เธอแตะสวรรค์ไปแล้วไม่รู้ตั้งกี่รอบ และเขาก็เสร็จไปแล้วไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะพอ ยังคงแทะโลมกันอยู่เรื่อยๆ เหมือนตอนนี้ที่เขาจูบไต่จากข้อเท้าขึ้นมา กัดเบาๆตรงปลีน่อง ก่อนหยุดอยู่ตรงแก้มก้นที่มีหางเทียม แล้วผละใบหน้าออกไปเล็กน้อย จากนั้นจึงจะยิ้มมุมปาก เพี้ยะ! “อ๊ะ..” ใช้มือสากฟาดลงเต็มแรงด้วยความมันเขี้ยวจนสาวเจ้าสะดุ้ง ไม่พอยังเลื่อนตัวขึ้นมาซ้อนทับ เบียดเสียดหน้าอกกำยำทาบ
“หะ เหมันต์ สา.. สาไม่อยากให้คุณใช้ของพวกนั้นกับสาเลย” ปากพูด แต่สายตาเหลือบไปยังชั้นอุปกรณ์ ร่างสูงมองตามก่อนผละออกแล้วเดินไปหยิบหางกระรอกติดมือมาอันนึง “ลองหน่อยนะที่รัก แค่อันนี้อันเดียวก็ได้ ผมว่าถ้าคุณใส่ต้องน่ารักมากแน่ๆ” เขาอยากใช้คำว่าขย้ำ แต่กลัวเธอจะตกใจจนเตลิด เพราะเพียงแค่นี้ก็เห็นแล้วว่าเธอกำลังยืนตัวสั่น แต่แทนที่เขาจะเห็นใจกลับมองว่าเธอกำลังยั่วยวน หญิงสาวไม่ตอบแต่กัดริมฝีปากจังหวะเขามองมา หลุบตาไปเห็นบางอย่างตรงเป้ากางเกงดุนขึ้น “เอ่อ...” ใหญ่โคตร!! “ผมพร้อมแล้ว คุณล่ะพร้อมหรือยัง” งื้ออออ อย่าทำหน้าอย่างนั้น มันเหมือนแมวน้อยที่กำลังร้องเหมียวตอนน้องเห็นอาหาร แต่สำหรับเขาตอนนี้เธอคือขนมแมวเลียมากกว่า แถมเป็นแมวเลียรสที่ชอบซะด้วย “ใส่ตรงไหนคะ แล้วมันจะเจ็บไหม” ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มอย่างพอใจทันที เพราะการที่เธอพูดอย่างนี้มันไม่ต่างจากการตอบรับ ว่าเธอยินดีที่จะใส่มัน “ไม่เจ็บครับ ถอดเสื้อผ้าออก แล้วหันหลังผมจะใส่ให้”
ลลิสาไม่รู้เลยคนตรงหน้าคิดอะไรอยู่ หลังจากพูดจบบรรยากาศโดยรอบก็วังเวงมาก มีเพียงสายตาผสานกันเท่านั้นที่ทักทาย ทว่ามองไปนานๆราวกับถูกไฟรน กลางอกของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ สายตาเป็นประกายในตอนนี้ของเขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่ “ของในกระเป๋าเก่าที่คุณว่า รวมถึงรสนิยมด้วยหรือเปล่า” คล้ายกับความเจ้าเล่ห์ แต่กลับไม่กล้าฟันธง “ก็...ด้วย” “แสดงว่า คุณสามารถรับอีกด้านของผมได้” ร่างบางเงียบ อ้าปากเหวอ พูดไม่ออก มันคืออะไรอีก “ก็ไหนคุณว่า..แบกกระเป๋าของผมได้” ก็ใช่ แล้วยังไง? ร่างบางมองคนตรงหน้าอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจนัก หากไม่คิดที่จะหลบตาเพราะกลัวจะกลายเป็นเรื่องอื่น คนตรงหน้ายิ่งคาดเดายากอยู่ “อ่าฮะ..” “งั้น..ถ้าผมจะทำแบบนี้กับคุณ คุณก็แบกรับได้สิ” พูดจบร่างทั้งร่างของเธอก็ถูกยกขึ้นจนเท้าลอยจากพื้น ด้วยพละพลังมหาศาลของเขาที่จู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ผ่านมือสากใหญ่สอดใต้รักแร้ของเธอ และอุ้มเดินในท่ากระเตง “ว้าย อะไรคะ” พาเธอไปยังห้องโถงอย่างรวดเร็ว และเพราะเขาเดิน
“เลือกเข้าข้างผม?” เธอเงียบไปอึดใจขณะจ้องหน้ากัน พลางก้มหน้าลง “อือ...” “คุณแคร์เพื่อนมากสินะ” “เพื่อนสนิทนะต้องแคร์อยู่แล้ว” เธอตอบไม่ทันคิด กว่าจะได้สติก็ตอนพูดออกไปแล้ว พอช้อนตาขึ้นมองเขาถึงได้รู้สึกร้อนๆหนาวๆ ส่วนคนฟังในตอนนี้นิ่งเงียบไร้ซึ่งการคาดเดา เขาคิดอะไรอยู่ “เรื่องของคุณสิ” “คะ?” หากใช้ข้อศอกเท้าเคาน์เตอร์อยู่มีหวังได้เลื่อนหลุดจนเซแน่ โชคดีที่วางเต็มแขน แถมเป็นแขนคู่ร่างกายเลยไม่สะทกสะท้าน จะมีก็แต่กลางอกที่ร้อนผ่าว เนื่องจากคำพูดของเขาค่อนข้างทำเธอน้อยใจ “คุณจะแคร์เขาก็เรื่องของคุณ แคร์ไปก็เท่านั้นยังไงก็ต้องอยู่กับผมอยู่ ทางที่ดีคุณหาทางกล่อมเพื่อนของคุณให้อยู่เฉยๆจะดีกว่า ผมไม่อยากทำเรื่องที่มันอึดอัด” ลลิสาหน้าชาวาบ เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดตรงๆ และเป็นคำพูดที่มีอิทธิพลขนาดนี้ ถึงขนาดคำพูดมากมายในหัวที่คิดว่าไตร่ตรองดีแล้วยังต้องกลืนลงคอไป ไม่กล้าเผยแพร่ออกมา ร่างบางจ้องเขม็งเข้าไปในตาลึก ที่ครั้งแรกเคยรู้สึกยังไงตอนนี
ช่วงเวลาเกือบเช้า ร่างบางที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียง ด้วยสภาพเปลื้องผ้า การขยับเขยื้อนแขนขาออกจากผ้านวมจนความเย็นของแอร์กระทบผิวโดยตรงปลุกให้ต้องตื่นขึ้นมากลางคัน สัญชาตญาณหันมองไปยังเตียงข้างๆพบว่าว่างเปล่า สิ่งนั้นทำให้หญิงสาวตาสว่างยิ่งขึ้น ตื่นแบบไม่ต้องงัวเงียนาน และกวาดตามองหาคนข้างกายที่หายไป ก่อนจะพบว่าเขายืนอยู่ตรงระเบียง รู้ได้เพราะเสียงพูดแว่วๆ แม้ฟังไม่ได้ศัพท์แต่ก็พอจะรู้เขากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ลลิสาดึงตัวเองลุกขึ้นมานั่ง เหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง “ตีสามเนี่ยนะ?” หากแต่เธอไม่ใช่คนที่ชอบสอดรู้สอดเห็น จึงไม่ลุกออกไปหาเขา แต่เลือกที่จะทิ้งตัวลงนอนต่อแทน ก่อนดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงอก พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ถึงยังไงการใช้ชีวิตร่วมกันกับเขาที่ดูเหมือนจะสบายแสนสบาย ก็ยังทำเธอวิตกกังวลอยู่ดี...กังวลว่าไม่รู้วันไหน ไม่เขาก็เธอที่จะถูกใครสักคนฆ่าตาย จากนั้นเปลือกตาสีอ่อนจึงค่อยๆปิดลง หลายนาทีกว่าคนที่ระเบียงจะโผล่เข้ามา เดินเชื่องช้ามาหยุดอยู่ข้างเตียง คนบนเตียงทำให้เขาต้องยืนนิ่ง มือที่ถือโทรศัพท์ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงวอร์ม ส่วน
หลังร่วมโต๊ะอาหารในมื้อเช้าด้วยกันแล้ว เขาก็สั่งให้เธอเก็บของ แต่มีของอะไรที่จะให้เธอเก็บล่ะ นอกจากเสื้อผ้าที่เขาให้คานโลไปหามาให้ แน่นอนว่าจับตัวไหนมาคู่กัน ก็เหมือนจะเป็นศัตรูกันมากกว่ามิตรไมตรี สุดท้ายได้ชุดเสื้อกล้ามสีขาว และกางเกงลินินสีน้ำตาลอ่อน คลุมด้วยเสื้อโค้ทแขนยาวส
“พร้อมแล้วบอกนะครับ” เขาจุมพิตซับน้ำตาให้ ความอ่อนโยนที่ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากคนอย่างเขา มาเฟียขึ้นชื่อว่าป่าเถื่อน ฆ่าคนเหมือนผักเหมือนปลา และสิ่งนั้นก็เหมือนจะช่วยปลอบประโลมให้ความตึงเครียดก่อนหน้านี้ของเธอมลายหายไป ลำคอของเธอแห้งผากจังหวะกลืนก้อนเจ็บ มือที่กำฟ
"อา.." เริ่มเรียกเสียงครางของคนใต้ร่างออกมาบ้างแล้ว เจ้าของหัวใจที่เต้นราวกับกลองศึก สมองขาวโพลนราวกับไม่มีอะไรอยู่ภายในนั้น กายสาวกระตุกตามสัมผัสอันหนักหน่วงของเขา ไม่ว่าจะโดนจุดไหน เป็นว่าจุดนั้นจะต้องร้อนรุ่มประหนึ่งถูกไฟแผดเผา เธอมัวเมาในรสสวาท ลืมไปแล้วเขานั้นจัด
ทันทีที่เขาพูดจบริมฝีปากของเธอก็สั่นระริก ไม่ทันได้เอ่ยคำทักท้วงก็ถูกฉกฉวยไปด้วยความร้อนฉ่าจากอวัยวะเดียวกัน กลายเป็นความจำเป็นที่จะต้องกลืนสิ่งนั้นกลับไปด้วยความจำใจ เขาทาบริมฝีปากลงมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักขึ้นจนกลายเป็นความเร่าร้อน ปลายลิ้นร้ายชุ่มชื้นหยอกเย้