LOGINในวันที่ปภังกรกับคู่หมั้นสาวไปแจกข้าวสารที่โรงเจ มีผู้หญิงท้องแก่คนหนึ่งไปรับของแจกด้วย เขาคงจะไม่ตกใจหากผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่อดีตนางบำเรอที่เขาเลี้ยงไว้
View Moreรถยุโรปสมรรถนะเยี่ยมขับเข้ามาภายในอาณาบริเวณบ้านหลังใหญ่สีงาช้างสไตล์คลาสสิกที่ผสมผสานศิลปะกรีกและโรมัน เหนือหลังคาโดมตรงกลางมีรูปปั้นพญาอินทรีกางปีกเกาะอยู่แสดงถึงความสูงส่งอำนาจบารมีและความยิ่งใหญ่ของผู้เป็นเจ้าของ ก่อนจะถึงตัวบ้านมีถนนคอนกรีตยาวกว่าร้อยเมตรสองข้างทางเป็นสนามหญ้าโล่งสีเขียว ตรงกลางหน้าบ้านเป็นวงเวียนลานน้ำพุ
ปภังกรเป็นบุตรชายคนโตในจำนวนพี่น้องทั้งหมดสี่คนของตระกูล ‘อมรทรัพย์สิรินุกุล’ เขาไม่ได้เกิดจากภรรยาที่จดทะเบียนสมรสของบิดา ทว่าเกิดจากภรรยาคนแรกที่เจ้าสัวแสงชัยผู้เป็นบิดารักมากที่สุด ปภินดาหรือหลันฮวามารดาของเขาเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน และถึงแม้เขาไม่ได้เกิดจากภรรยาที่เจ้าสัวจดทะเบียนสมรสด้วยแต่ปภังกรกลับได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับแสงสว่างและในบรรดาพี่น้องทั้งหมดเขาเป็นผู้ที่ถือหุ้นมากที่สุด
ร่างสูงสง่า ใบหน้าหล่อเหลาสไตล์หนุ่มจีนพิมพ์นิยม เรือนผมดกดำ ดวงตาเรียวยาวหางตาชี้ขึ้นเล็กน้อยแบบที่เรียกว่าตาหงส์ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางสีแดงตัดกับผิวขาวจัด กรอบหน้าชัด เปิดประตูลงมาจากรถด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย หลังจากที่ซื้อเพนต์เฮาส์ส่วนตัวก็ไม่บ่อยนักที่เขาจะกลับเข้ามาบ้านเว้นเสียแต่ว่าจะมีวาระสำคัญที่สมาชิกในครอบครัวทุกคนต้องอยู่กันพร้อมหน้าหรือบิดาต้องการพบตัว
เจ้าสัวแสงชัยในวัยใกล้เจ็ดสิบปีนั่งเอนหลังพักผ่อนอยู่ในห้องส่วนตัว จิบชาพลางมองทัศนียภาพเบื้องหน้าที่เป็นสวนสไตล์อังกฤษซึ่งมีคนสวนคอยดูแลอย่างสม่ำเสมอเพราะเป็นสวนของภรรยาสุดที่รัก ยามเมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาเห็นบิดามองเหม่อก็ส่งสัญญาณให้รับทราบด้วยการเคาะเบา ๆ ที่กรอบประตู
“ป๊า ผมมาแล้ว”
“มาเร็วดีนี่”
“ป๊ามีอะไรด่วนหรือครับ ถึงได้ให้คนโทร. ตาม”
ลูกชายเดินมานั่งลงที่โซฟาอีกตัวเยื้องกับเก้าอี้เอนหลังของบิดา ยื่นมือออกมารินน้ำชาในกาให้ตัวเองโดยมีสายตาทรงอำนาจของผู้เป็นพ่อจ้องมองก่อนจะเหยียดปากเป็นรอยยิ้มเพียงเล็กน้อย
“ฉันมีแน่ ๆ ถึงได้เรียกแกมาคุยที่นี่”
ปภังกรเลิกคิ้วแทนคำถาม ‘แล้วมันอะไรล่ะครับ’
เจ้าสัวแสงชัยเป็นคนเข้มงวด ใบหน้าที่มีเชื้อสายจีนชัดเจนนั้นเคร่งขรึมเป็นนิจ ลูกคนอื่น ๆ มักจะเกร็งยามคุยกับบิดาซึ่งแม้จะเกษียณตัวเองมาหลายปีแล้วแต่ความน่าเกรงขามไม่ได้ลดน้อยถอยลงไป แต่กับปภังกร เขากลับคุยกับบิดาได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนพ่อลูกทั่วไปคุยกัน บ่อยครั้งที่พูดคุยเรื่องส่วนตัวหรืออื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ ผู้เป็นลูกจะพูดกวนประสาทจนบิดาต้องออกงิ้ว
คนลูกจ้องเข้าไปในดวงตาผู้เป็นพ่อ รอฟัง
“ก็ที่ฉันเคยบอก”
“ป๊าครับ ป๊าเคยบอกอะไรผมเยอะแยะไปหมด ผมจำไม่ได้หรอก ป๊าจะบอกอะไรป๊าบอกมาเลยไม่ต้องอ้อมค้อมเหมือนตาแก่”
“ไอ้นี่ แล้วฉันก็แพ่นกระบาลให้เสียหรอก”
“เหอะ”
คนลูกแค่นเสียงขึ้นจมูก หากลัวไม่
“ให้ไวเลยป๊า มีอะไรก็ว่า อย่าลีลา”
“ทำไม อยู่บ้านนี้มันร้อนนักรึไง ถึงได้รีบมารีบกลับ นี่บ้านโว้ย ไม่ใช่วัด”
“ก็มันไม่อยากอยู่จะให้อยู่ทำไมล่ะ”
ปภังกรยังไม่วายย้อนคำไม่ตกฟาก
“มีอะไรก็รีบ ๆ พูดมาเหอะ”
บิดาเงียบเสียงลงอึดใจ ใช้สายตาจ้องมองใบหน้าลูกชายที่ชักสีหน้าอิดหนาระอาใจยามที่ต้องกลับมาบ้าน ก่อนจะเอ่ยว่า
“ถึงเวลาที่แกจะทำให้ฉันตายตาหลับได้แล้วไอ้สกังก์” ชื่อเล่นถูกเปลี่ยนจากสัตว์น้ำลักษณะคล้ายกุ้งไปเป็นสัตว์บกสายตาแย่แต่สามารถป้องกันตัวด้วยการฉีดสารกลิ่นสุดทน แสดงว่าเริ่มเคือง
“หา...ป๊าจะไปอยู่กับแม่แล้วเหรอ”
ลูกชายแสร้งทำสีหน้าตกใจ จนตาแก่ต้องยกมือทำท่าจะแพ่นกระบาลเอาจริง ๆ
“แกไม่ต้องมาแช่งฉัน ถึงเวลาฉันไปแน่”
ครั้นเห็นบิดาทำเป็นโกรธขึ้นมาคนเป็นลูกก็เข้ามาแสร้งทำโอ๋
“โอ๋ ๆ ล้อเล่นน่า อย่างป๊าต้องอยู่อีกหมื่นปีหมื่น ๆ ปีเลย”
“เฮอะ แค่ร้อยปีกูก็จะแย่ละ แกจะให้ฉันอยู่ถึงหมื่นปี ให้อยู่ในสภาพไหนวะไอ้กั้ง”
ปภังกรหัวเราะชอบใจ เหมือนตอนที่เขาเป็นเด็กแล้วเล่นกับบิดา แต่ตอนนั้นมีความสุขกว่านี้เพราะมีแม่อยู่ด้วย แต่ความสุขแบบสามคนพ่อแม่ลูกก็มักจะไม่ยืดยาวนักเมื่อเมียอีกคนของเจ้าสัวคอยแต่จะพาลูกเข้ามาร่วมวง
“ป๊ามีอะไร”
“ลูกสาวของอาเฉียง หนูหยาดพิรุณเรียนจบจากเมืองจีนกลับมาแล้ว ถึงเวลาที่แกต้องไปดูตัว แต่ถึงจะดูไม่ดูยังไงแกก็ต้องแต่งกับคนนี้แหละไอ้กั้ง”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วเมื่อได้ฟัง สีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่างทว่าก็ไม่ได้กังวล
“จะให้ไปดูตัวเมื่อไหร่ล่ะป๊า”
“อาทิตย์หน้า แกช่วยทำตัวดี ๆ กับเขาหน่อย คนนั้นเมียตัวจริงของแก”
“ไม่ต้องห่วงหรอกป๊า ผมเป็นสุภาพบุรุษที่ให้เกียรติสุภาพสตรีอยู่แล้ว”
“เออ ถ้าดูตัวกันแล้วจะได้หาฤกษ์แต่งงานเร็ว มีหลานให้ฉันอุ้มเร็ว ๆ ด้วย”
ประโยคนี้ปภังกรไม่ได้ต่อบทสนทนา เขายกน้ำชาดื่มอีกจอก ดวงตามองออกไปยังสวนด้านนอกแต่ใจเหม่อลอยคิดถึงหน้าใครคนหนึ่ง ก่อนเสียงของบิดาจะลอยเข้าหูตามมาอีกว่า
“ส่วนผู้หญิงที่แกเลี้ยงไว้อย่าให้มาวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวหรือหน้าที่การงานให้มากเกินไปจนสลัดออกไม่พ้น จำเอาไว้”
ปภังกรคิดถึงหน้าคู่หมายในวัยเด็กของเขา เด็กสาวแก้มใส ผิวราวราวกับหยวกกล้วย ดวงตาเล็กชั้นเดียว หน้ากลม ๆ ถักเปียสองข้าง ชอบใส่ชุดกี่เพ้าเวลาเจอเขา ไม่รู้โตขึ้นหน้าตาจะเป็นอย่างไร ท่าทางเป็นคนพูดง่าย เข้าใจอะไรง่าย อย่างนี้น่าจะคุยกันได้ ในความคิดของเขา ถ้าเมียแต่งเข้ากันไม่ได้ก็หาที่ถูกใจเพิ่มสักคนสองคน จะเอามาอยู่ร่วมบ้านหรือเลี้ยงไว้นอกบ้านค่อยดูอีกที เรื่องการมีเมียมากกว่าหนึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกของบ้านเขา อีกฝ่ายน่าจะเข้าใจ
^
^
^
***เปิดตัวให้นักอ่านฉาบกันได้แล้วค่า ฝากกดติดตามกดหัวใจ คอมเมนต์มาพูดคุยกันด้วยน้า
ปภังกรคุยโทรศัพท์เรียบร้อยก็กลับมาที่โต๊ะ คราวนี้เป็นจอมแก้วที่ขอตัวลุกออกไปเข้าห้องน้ำ เธอขอไปหายใจหายคอให้โล่งหน่อยหลังจากได้ยินคำพูดจากปากเจ้าสัวผู้รวยทรัพย์ซึ่งไม่รู้สึกอะไรกับการมีภรรยาหลายคนและคิดว่าเป็นการดีเสียอีกที่จะได้มีลูกหลานมาสืบทอดธุรกิจ เพราะมีพ่อเป็นแบบอย่างนี่เอง ปภังกรถึงมีความคิดในแบบเดียวกันหลังจากที่จอมแก้วลุกออกไปลูกชายจึงบอกกับบิดาด้วยสีหน้าไม่เฉยชาว่า“หยกบอกว่าจะนำของบำรุงจากจีนมาให้ป๊าพรุ่งนี้”“อืม แล้วแกก็ต้องมาที่บ้านด้วย ให้ว่าที่เจ้าสาวเจอหน้า ไม่ใช่มัวแต่ไปขลุกอยู่กับ...”เจ้าสัวละคำพูดแต่ใช้สายตามองที่เก้าอี้ว่างข้างลูกชาย เห็นลูกระบายลมหายใจหนัก ๆ ออกมาก็เอ่ยต่อว่า“เรื่องนี้ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนจะแต่งกับอาหยกนะ”“ผมไปตกลงกับหยกเรียบร้อยแล้วครับไม่ต้องห่วง แล้วเขาสองคนก็เจอกันแล้วด้วย”“ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะเร็วนักนะ แกแน่ใจนะว่าจะไม่มีปัญหา ไอ้กั้ง”ปภังกรนิ่งคิดอยู่ไม่นานก่อนจะตอบ“ไม่มีหรอกป๊า ผมเอาอยู่ มือชั้นนี้แล้ว”“เหอะ มือชั้นนี้ แล้วกูจะคอยดู ว่าใครจะเอาอยู่กันแน่”บิดาทำหน้าเยาะ ลูกชายเบือนหน้าหนีไม่อยากมอง จอมแก้วเดินกลับมาที่โต๊ะ อาห
วันต่อมาเป็นวันหยุดปภังกรไม่ได้ออกไปทำงานที่บริษัทแต่ตอนเย็นนัดเพื่อนอีกสองคนไปเจอกันที่ร้านเนื่องจากเป็นคืนวันเสาร์ นักท่องเที่ยวที่มาจะเยอะกว่าวันธรรมดาจึงอยากเข้าไปดูความเรียบร้อย ส่วนจอมแก้วก็ต้องไปกับเขาด้วย ทั้งที่เมื่อคืนทั้งคู่มีเรื่องโต้เถียงกัน ทว่าตื่นขึ้นมาพบหน้ากันในตอนเช้าจอมแก้วกลับทำตัวปกติ สบตากันเธอก็ยิ้มให้เขาเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนเข้าห้องน้ำเธอก็บีบยาสีฟันไว้ให้ เมื่อเขาเดินออกมาด้านนอกเธอก็เตรียมอาหารไว้รอเขามองข้าวต้มกุ้งส่งกลิ่นหอมอบอวลตรงหน้า หยิบช้อนขึ้นมาคนแล้วตักเข้าปาก อุ่นกำลังพอดีไม่ต้องเป่า แต่กินไปได้ไม่หมดชามเขาก็วางช้อนเพราะนึกอยากกินอย่างอื่นมากกว่าที่ไม่ใช่ข้าวต้ม จอมแก้วที่นั่งกินอยู่ฝั่งตรงข้ามมองอยู่ก็ถามขึ้น“คุณกั้งอิ่มแล้วเหรอคะ”“อืม เดี๋ยวใกล้เที่ยงออกไปกินอาหารจีนกัน อยากกิน แล้วก็เลยไปที่ร้าน”เขาบอกเสียงเรียบพร้อมสบดวงตาคู่หวานที่มองมา จอมแก้วได้ยินคำบอกก็พยักหน้า“ค่ะ”ไม่ใช่ว่าข้าวต้มกุ้งของเธอวันนี้ไม่อร่อย รสชาติมันก็ดีเหมือนเคย แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ ๆ วันนี้จึงนึกอยากกินอาหารจีนมากเป็นพิเศษ อยากไปแบบไม่เคยเป็นมาก่อนกระทั่งสิบเอ
จอมแก้วกลับมาถึงเพนต์เฮาส์โดยไม่ได้ของอะไรติดไม้ติดมือมาแม้แต่ชิ้นเดียว ภาพที่เขายืนควงคู่กับผู้หญิงสวยคนนั้นยังติดตา พวกเขาดูเหมาะสมกันดีเหมือนหงส์กับมังกร ความเจ็บร้าวซ่อนอยู่ในส่วนลึกสุดของใจ สามปีกว่าที่อยู่ด้วยกันไม่ใช่จะไม่มีความรู้สึกอะไรให้เลย หัวใจเธอไม่ใช่เหล็กใช่หินเป็นเพียงก้อนเนื้อก้อนเล็ก ๆ รู้ตัวอีกทีก็รักเขาไปแล้ว ในความรักก็มีความเข้าใจในสถานะตัวเองดี และไม่คิดอาจเอื้อมเพื่อไม่ปล่อยให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่านจอมแก้วจึงลุกเดินไปหาอะไรทำที่เธอสามารถจดจ่อสมาธิอยู่กับมันได้ นั่นก็คือการหาเศษผ้าที่เคยซื้อไว้ เส้นใยไฟเบอร์ลูกปัดหลากสีหลายขนาดที่เดินซื้อจากตลาดสำเพ็งออกมา เตรียมอุปกรณ์ทำงานฝีมือฆ่าเวลา กว่าเขาจะกลับมาหญิงสาวก็ปั้นช้างตัวเล็ก ๆ ออกมาได้หนึ่งตัว มันได้ผล ขณะที่เธอปักปลายเข็มเย็บไปทีละจุดสมาธิก็ต้องจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นหากเผลอเมื่อไหร่ปลายเข็มแหลมคมก็พร้อมจะทิ่มตำปลายนิ้วเมื่อนั้นตุ๊กตาที่ทำจากเศษผ้ามาเย็บปะติดปะต่อกันดูไม่มีราคา หากวางขายตามท้องถนนคงมีราคาไม่เกินสามสิบบาทหรือต่ำกว่านั้น แต่ถ้าเทียบกับใจมันมีคุณค่าสำหรับคนที่สร้างมันขึ้นมาอย่างมากมายปภังกรกลับมาถึงเ
รอยยิ้มชนิดหนึ่งจุดขึ้นบนมุมปากบางเฉียบของหยาดพิรุณก่อนที่หล่อนจะตวัดสายตามองไปทางชายหนุ่มที่นั่งก้มมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่ตรงมุมรับรองลูกค้า เมื่อคิดแผนการออกหญิงสาวก็เดินไปฉุดแขนร่างสูงให้ลุกขึ้น ส่งยิ้มให้แล้วพาเดินเข้าไปยังโซนสินค้าวีวีไอพี ตอนนั้นจอมแก้วหันหลังดูเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยแต่ราคาไม่เล็กไม่น้อยตามขนาดอยู่ตรงมุมหนึ่งไม่ทันได้สังเกต จู่ ๆ มือขาวเนียนราวหยกข้างหนึ่งก็ยื่นมาหยิบกำไลข้อมือพิงก์โกลด์ฝังเพชรที่เธอกำลังมองอยู่จอมแก้วหันไปมองเจ้าของมือจึงเห็นว่าเป็นผู้หญิงคนนั้น...เธอยืนอยู่กับปภังกร“อุ๊ย ขอโทษค่ะ คุณดูอยู่เหรอคะ พอดีถูกใจเลยไม่ทันมองว่ามีคนดูอยู่น่ะค่ะ” หยาดพิรุณทำตาโต น้ำเสียงเหมือนรู้สึกผิด แต่แววตามีประกายหมิ่น จอมแก้วยังไม่ทันได้พูดโต้ตอบอะไร หล่อนก็หันไปพูดกับปภังกร“เฮียกั้งคะ หยกถูกใจกำไลวงนี้จัง”“อืม ถูกใจก็ซื้อสิครับ” เสียงเขาตอบอย่างเอาใจ“แต่คุณคนนี้เขามองอยู่ก่อน ลองถามพนักงานว่ามีของอยู่ในสต็อกอีกมั้ยก่อนแล้วกันนะคะ”จอมแก้วหางตากระตุก เหมือนจะดี ทำท่าเหมือนเกรงใจเธอที่ยืนมองสินค้าชิ้นนี้อยู่ก่อน แต่จะดีกว่านี้ถ้าไม่เอื้อมมือมาหยิบของที่คน