หน้าหลัก / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 9 ใบสั่งตาย

แชร์

บทที่ 9 ใบสั่งตาย

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-11 11:07:10

       

เปลือกตาสีอ่อนที่ปิดสนิทมาทั้งคืนผลจากความเหนื่อยล้า ค่อยๆเปิดขึ้นในช่วงเช้าของอีกวัน หากเป็นความฝันที่ไม่ว่าจะเลวร้ายแค่ไหน ก็ควรจะจบลงเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา แต่นี่..

กึก!

จากตาปรือที่งัวเงียจะต้องสู้รบกับแสงแดดสาดส่องผ่านช่องลมประตูเข้ามา คือค่อยๆเปิดตาขึ้นก่อนจึงจะถูก บัดนี้ข้ามขั้นตอนนั้นเป็นเบิกกว้างชนวนเหตุเพราะเสียงไม่เป็นมิตร และความอึดอัดจากการถูกพันธนาการแทน 

ในดวงตาสีน้ำตาลเข้มโดดเด่นความแพรวพราวจากน้ำหล่อเลี้ยงคล้ายตาแมวที่ใครต่างเห็นเป็นต้องตกภวังค์ ยามนี้ได้เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก หลังเห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้นหลังกวาดมองไปรอบ แล้วก้มลงมองตัวเอง ชุดราตรีกำมะหยี่ที่ยับเยินไม่ต่างจากผิวหน้า เครื่องตกแต่งประทินโฉมเมื่อคืนหมดอายุการใช้งานไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างไหลมากองรวมกัน โดยเฉพาะที่เขียนตา มาสคาร่า และอายไลเนอร์ ทำเธอเป็นผีบ้าดีๆนี่เอง และเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ทำให้ใจหายวาบเท่ากับโซ่ตรวน 

ใช่ เธอถูกมัด!

ในห้องที่เคยหรูหรา ทว่าปัจจุบันเก่ากึก 

ลำคอระหงของเธอแห้งผาก ขยับเขยื้อนเป็นระยะเนื่องจากการกลืนของก้อนเจ็บ เธอรู้สึกกระหายน้ำขั้นรุนแรง ไอ้ที่หิวข้าวก่อนหน้านี้ไม่มีอีกเลย ราวกับผ่านเวลาไปมากจนกระเพาะเฉยชา และต่อให้มาวางตรงหน้าก็คงกินมันไม่ลง

ขณะพยายามหาคำตอบ ไล่ต้อนความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตัวเองก่อนจะตกอยู่ในสภาพนี้ จังหวะนั้นภาพมากมายได้ไหลเวียนย้อนกลับมา เป็นฉากๆ ตั้งแต่แสงสีเสียงของงานรื่นรมณ์ เท้าก้าวลงจากเรือ เสียงบ่นพึมพำของตัวเองระหว่างเดินทอดน่องด้วยสภาพอิดโรยไปเรื่อยๆจนเจอคนแปลกหน้า มีภาพร้องขอโทรศัพท์ และภาพสุดท้ายก็คือ

ฉึก!

‘ลลิสา คุณนี่มัน..หาเรื่องใส่ตัวจริงๆ’

การฆาตกรรม  

เมื่อจำทุกอย่างได้ในเวลาอันรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างทันที ร่างเล็กที่ถูกล้อมด้วยโซ่เส้นเล็กเริ่มดิ้น บรรยากาศภายในห้องที่ไร้แสงทวีคูณความกลัว ทำให้หลุดร้องตะโกนสุดเสียง

“ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!!”

สาวเจ้ารู้แล้วว่าเธอ ถูกผู้คนเหล่านั้นมัดไว้

ย่าน San Polo ร่างสูงสมส่วนที่ไม่สามารถหาได้ทั่วไปตามท้องถนน แต่ควรโดดเด่นอยู่บนนิตยสาร ไม่ก็จอหนังฟอร์มยักษ์ระดับฮอลีวูด ทว่าบุรุษผู้นี้กลับไม่ เขาลึกลับเกินกว่าที่ใครจะหาเจอ เป็นช้างเผือกที่เหนือช้างเผือกอีกที และต่อให้ไม่อยู่ในป่าลึก อยู่ท่ามกลางเมืองศรีวิไลก็ใช่ว่าจะมีใครเห็น จะเป็นเขาซะส่วนใหญ่ที่เป็นฝ่ายไปเจอมากกว่า ซึ่งจะเป็นเฉกเช่นนั้น บุคคลนั้นต้องมีอยู่สองอย่าง 

ไม่ผู้มีพระคุณ ก็คนที่สมควรตาย

และใครก็ตาม ไม่ใช่คนที่เขาต้องการให้เข้ามามีส่วนในชีวิต หรือไม่สนิทแต่จำเป็นต้องรู้จัก ก็ต้องรู้จักภายใต้ชื่อนามว่า อิน – เวร์ – โน เท่านั้น ไม่ใช่ชื่อ เหมันต์ อย่างที่มารดาเขาตั้งให้ ชื่อนี้มีรู้จักอยู่แค่ไม่กี่คน ซึ่งคนนั้นจะต้องเป็นคนพิเศษสำหรับเขา

ในขณะที่เขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุดไม้โอ๊ก ที่มีแสงร่ำไรจากเปลวเทียน 

“นายครับ เธอตื่นแล้วครับ”

คานโลเป็นผู้เดินเข้ามาทำลายความเงียบ ทว่าเขาไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแม้แต่น้อย เพราะนั่นเป็นเรื่องที่เขารอคอยอยู่ก่อนแล้ว 

หนังสือปกสีเขียวสันตอกลายกนกดด้วยทองคำเปลวถูกปิดลงอย่างอ่อนโยน ด้วยมือนิ้วเรียวสวยดูไม่ออกเลยว่าเคยฆ่าคนมา เขาไม่ได้หันไปมองลูกน้องในทันที แต่เลือกที่จะหยิบเอกสารอย่างอื่นขึ้นมาตรวจ

“จะให้ผมทำอย่างไรกับเธอดีครับ”

“เจราจา ดูว่าเธอมีความสามารถอะไร หากมีก็ให้เธออยู่ แต่ถ้าเธอไม่อยากอยู่ ก็ฆ่าซะ”

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยผ่านสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ทั้งที่เมื่อคืนเพิ่งจะจับดาบฟันคนมา แถมนำศพไปอำพราง

“ถ้าเกิดไม่มีความสามารถเลยล่ะครับ”

ดวงตาไร้ซึ่งแสงประกาย เห็นกันจนชินในบรรดาลูกน้อง บ่งบอกว่าเขาไม่เคยมีความสุข ละจากเอกสารนั้นตวัดมายังคนถามไถ่ ก่อนจะหรี่แคบเป็นวงรี ยิ้มเย็นยะเยือกที่มุมปากไม่ถึงดวงตา

“แล้วจะเก็บไว้ทำซากอะไร”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ล่ามเมีย    บทที่ 158 พาร์ทเนอร์คนใหม่

    เมื่อความมืดเข้าปกคลุมน่านฟ้า แสงไฟในห้องโดยสารเริ่มสลัวลง น้ำตาที่สะกดกลั้นมานานก็ไหลอาบแก้มเนียนเงียบๆ ลลิสายกมือขึ้นกอดตัวเองซุกหน้าลงกับหมอนใบเล็ก สะอื้นไห้จนตัวโยนโดยไร้เสียง เพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น ...เธอไม่ได้อยากห่างกับเขาเลยสักนิด . . บรรยากาศภายในเพนท์เฮาส์ เงียบเชียบกว่าที่เคย ลลิสาวางกระเป๋าเดินทางลงกับพื้น เสียงสะท้อนของมันยิ่งขับเน้นความอ้างว้าง เนื่องจากเพิ่งจะผ่านการเดินทางมาอย่างยาวนาน จากอิตาลีกลับมาถึงผืนแผ่นดินไทย ร่างกายเหนื่อยล้า แต่หัวใจกลับว้าวุ่นยิ่งกว่า เธอนั่งลงบนโซฟาตัวเก่า มองดูโทรศัพท์ในมือที่ถืออยู่ ก่อนจะกดปุ่มโทรออกหาเขา สัญญาณรอสายดังขึ้นไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดรับ “สาถึงไทยแล้วค่ะ” (ครับ) เสียงทุ้มต่ำของเหมันต์ตอบรับสั้นๆ แต่อบอวลไปด้วยกระแสอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา ลลิสากำโทรศัพท์แน่นขึ้น ความคิดถึงจุกอยู่ที่อก เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะปิดเปลือกตา “คิดถึงคุณจัง..เหมันต์” สุดท้ายปลายสายก็เงียบตาม กว่าจะเอ่ยประโยคสั้นๆออกมาใช้เวลาอยู่พัก

  • ล่ามเมีย    บทที่ 157 จากลารอบสอง

    ภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา แต่กลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บในใจของคนทั้งคู่ได้ ลลิสาอยู่หน้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือเรียวของเธอจัดเสื้อผ้าเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อซ่อนความสั่นเทา อย่างที่บอก..เธอเลือกทีจะเก็บความจริงไว้ข้างหลัง ยอมให้คนทั้งโลกสรุปเอาเองว่าสามีของเธอได้ตายไปแล้ว แม้การจากลาครั้งนี้จะเป็นเพียงการเดินทางไกล พวกเขาสามารถเจอกันได้อีก ไปมาหาสู่กันได้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดในอกของคนทั้งสองลดน้อยลงเลย “ผมไปส่งที่สนามบินนะ” เสียงทุ้มของร่างสูงบนรถเข็นดังขึ้น ความโศกเศร้าและความหมองหม่นฉายในแววตาอย่างเห็นได้ชัด เขายังคงกอดความคิดที่ว่า เธอเป็นหญิงหม้ายที่สูญเสียสามี และการเดินทางกลับเมืองไทยในครั้งนี้คือเป็นการกลับไปทำงานที่บ้านเกิดของเธอ ร่างเล็กหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เธอยอมฝืนทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้เสียใจที่ต้องเดินทาง ทั้งอันที่จริงแบกความคิดถึงเขาอยู่เต็มอก “ไม่ต้องหรอกค่ะ” ลลิสาตอบเสียงเรียบพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ “คุณไม่สะดวก อีกอยากไม่อยากให้ไปอยู่ตรงคนเยอะๆด้ว

  • ล่ามเมีย    บทที่ 156 อย่าทิ้งไปไหน

    แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่าน ทอแสงประกายอบอุ่นไปทั่วทั้งห้องพัก เหมันต์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเป็นคนแรก เขายังคงนอนนิ่งไม่ยอมขยับ ด้วยกลัวว่าคนข้างๆจะตื่น ชายหนุ่มทอดสายตามองใบหน้าจิ้มลิ้ม เธอในตอนนี้อยู่น่าเอ็นดู แสงแดดอ่อนๆขับผิวเนียนลื่นของเธอทวีคูณความเปล่งปลั่ง นิ้วเรียวของเขาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมออกไปให้พ้นทาง อดใจไม่ได้ที่จะก้มลงไปหอมแก้ม “อือ..” เสียงครางประท้วงในลำคออย่างแผ่วเบา พร้อมกับร่างเล็กที่ขยับ ก่อนเปลือกตาสีอ่อนจะค่อยๆลืมขึ้นมา สบเข้ากับดวงตาคู่คม จากนั้นจึงส่งยิ้มหวานให้ “มอร์นิ่งครับ” “มอร์นิ่งค่ะ..ตื่นนานแล้วเหรอคะ” เสียงของเธอแหบพร่า ยิ่งฟังยิ่งออดอ้อนในความรู้สึกเขา “นานมากพอจะเห็นคนนอนกรนครับ” “จะ จริงเหรอ?” เธอเบิกตากว้าง “สากรนเหรอ” “ล้อเล่น” “คุณนี่..” “ปะ..ลุกเหอะ ผมโทรสั่งมื้อเช้าไว้ให้แล้ว เดี๋ยวคานโลคงจะยกขึ้นมา” “แล้วคุณ...” ลลิสามองหน้าเขา ก่อนจะเงียบไปเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มกว้างอีก “อาบน้ำ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 155 แสงจันทร์เป็นพยาน

    เสียงลมหายใจหอบกระชั้นดังระงมห้อง เครื่องปรับอากาศที่มักจะถูกเปิดไว้ก่อนหน้าเจ้าของห้องกลับมาครึ่งชั่วโมงจนเย็นฉ่ำกลับไม่ช่วยอะไร ความเงียบที่เคยโรยตัวลงมามักจะทำผู้พิการหนาวเหน็บ บัดนี้ไม่ใช่แบบนั้นอีกแล้ว เนื่องจากมีใครบางคนมาแทนที่ เปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นไปโดยปริยาย “อา..” พวกเขากำลังโยกกัน เป็นการขยับเคลื่อนตัวที่สตรีเป็นผู้คุมเกมซะมากกว่า นอกจากเธอจะอยู่ข้างบนแล้วยังจัดท่าให้กับเขา เกิดความเสียวแหงนหน้าซู้ดปากอย่างเมามัน สะโพกกลมกลึงยกขึ้นตอกอัดลงเผยเสียงลามกดังตับๆ เปลือกตาสีสวยหลับพริ้ม ริมฝีกปากล่างถูกขบเพียงเล็กน้อย คนใต้ร่างเธอเห็นภาพนั้นทวีคูณความกระสันเข้าไปอีก แม้ว่าจะยังเดินไม่ได้ทว่าเวลานี้เขาสู้ตาย มือสากใหญ่จับหมับบนเอวคอดกิ่ว ออกแรงบีบจนขึ้นรอยแดงปื้น ต้องการควบคุมจังหวะ พาเร่งความเร็วหรือช้าลงตามใจชอบ และนั่นเป็นการเพิ่มพูนความเสียวให้แก่เธอ ถึงกับครางเสียงดังระงม บ่งบอกถึงความคุ้มของคนทั้งคู่...อีกคนขาดเซ็กซ์มานาน ส่วนอีกคนต้องการเซ็กซ์มากๆ “อื้อ..” มือสากเลื่อนต่ำลงมาจากเอวคอดเป็นสะโพกกลมกลึง บีบเคล้นและลูบวน

  • ล่ามเมีย    บทที่ 154 ลำบากเธอจนได้

    หลังจากทำกายภาพเสร็จ ด้วยพลังอันล้นเปี่ยมของเหมันต์ที่เหมือนจะมีมากกว่าทุกวัน เนื่องจากคนช่วยคือเมียสุดที่รัก เขาก็ได้พักเหนื่อย ทว่าลลิสากลับไม่ยอมปล่อย เธอจัดการล็อกล้อรถเข็นเอาไว้ ก่อนจะขยับเข้าไปยืนชิดจนหน้าขาของเธอเบียดกับเข่าของร่างสูง เหมันต์มองหน้ามองหญิงสาว หัวใจเต้นแรงกับความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานาน “ถอยไปก่อน ตัวผมมีแต่เหงื่อ” เขาปรามเสียงแหบพร่า พยายามจะดันเอวบางออกเบาๆ แต่ฝ่ามือหนากลับรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตเมื่อสัมผัสถูกผิวเนียน “ไม่ถอยค่ะ” ลลิสาจ้องลึกเข้าไปในตา แทนที่จะถอยเธอกลับค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งค่อมบนตัก ท่าทางล่อแหลมนั้นทำให้เหมันต์สูดหายใจเข้าลึก สัญชาตญาณความดิบเถื่อนปลุกความเป็นชายตื่นตัวทันที “ลลิสา..คุณกำลังปลุกมันนะ” เหมันต์เตือน เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า มือหนาเปลี่ยนเป็นรวบเอวคอกิ่วของเธอไว้แน่นเพื่อยึดไม่ให้เธอตก แต่อีกใจคือเขาไม่อยากปล่อยเธอไปไหนอีกแล้ว “ปลุกได้ก็ดีสิ” ลลิสาส่งยิ้มยั่วเย้า มือเรียวซุกซนลูบไล้ไปตามแผงอก ผ่านเนื้อผ้านุ่มที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเพราะความร้อน “ไหน

  • ล่ามเมีย    บทที่ 153 คำบอกรัก

    ภายในห้องกระจกใสของศูนย์ฟื้นฟูร่างกาย แสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องกระทบแผ่นหลังกว้างของเหมันต์ ชายหนุ่มที่ใครๆก็คิดว่าเสียชีวิตไปแล้ว กำลังนั่งอยู่บนรถเข็น ขณะเดียวกันกรามของเขาก็ขบกันแน่นขมับขึ้นเส้นเลือดปูดโปน มือหนาทั้งสองข้างเกาะราวเหล็ก พยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน ตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด แต่ขาที่ไร้ความรู้สึกกลับทรุดลงไปนั่งกับรถเข็นอีกครั้งอย่างไม่ใยดี เหมันต์ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะบีบขาตัวเองและนวดแรงๆ “ทำไม่ได้...” “ใจเย็นๆค่ะ สาอยู่ตรงนี้แล้ว คุณไม่ต้องรีบ” เสียงหวานสั่นเครือ แต่คุ้นเคยดังขึ้นจากประตู เหมันต์ชะงักค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง ขณะเดียวกันก็คลายมือตรงหัวเข่าไปด้วย นั่งรอร่างเล็กที่กำลังเดินเข้ามาจนทรุดตัวลงนั่งยองตรงหน้าตัวเอง “ผม..” “ไม่ต้องฝืน..” มือบางยื่นมาทาบทับบนหัวเข่า จุดเดียวกันกับที่เขาเผลอทำร้ายมันไปเมื่อกี้ แต่เธอกลับลูบมันเบาๆ ด้วยท่าทีทะนุถนอม “คุณค่อยๆทำ ทำสม่ำเสมอจนร่างกายคุณชิน มันจะมีสักวันที่คุณทำได้..เดินได้อีกครั้ง” แม้กำลังใจของเธอจะมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แต่ดวงตาคู่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status