Masuk
เพราะเอาแต่ตะโกนทั้งที่ลำคอแห้งผาก ลลิสาจึงเกิดอาการไอจนตัวงอ เธอหมดแรงส่งเสียงตั้งแต่ครั้งที่สาม เพราะร่างกายอ่อนแรงเกินจะไหว ก่อนทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ในเวลาต่อมา
แอด..
ผ่านไปครึ่งค่อนวัน ประตูห้องนั้นถูกเปิดออก ปล่อยลำแสงภายนอกเข้ามาเจิดจ้ากระทบผิวเนียนถัดไปทางขาวซีด
ลลิสาผงกศีรษะขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นคานโลจึงหายจากอาการงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง
“คุณคานโล..”
เสียงแหบพร่าผลจากการขาดน้ำมานานเกินไปเรียกชื่อ ร่างสูงตรงหน้าไม่ได้ตอบสนอง ทว่าคลี่ยิ้มบางๆ ประหนึ่งมาพบเจอใครคนหนึ่งที่นัดหมายกันเอาไว้ ไม่ใช่ถูกมัดหลังติดเก้าอี้อยู่แบบนี้
ท่าทางนั้นเลือดเย็นซะจนน่ากลัว
“นายส่งผมมาเจรจา”
ไม่พอเสียงพูดก็เย็นชาอีกด้วย
“นายของคุณคือคนที่ถือดาบคนนั้นใช่ไหม”
แต่แล้ว..
เพียงแค่เธอเอ่ยประโยคนี้ ราวกับว่าแสงที่เจิดจ้าบ่งบอกช่วงเวลาเที่ยงวันดับวูบหายไป สายตาตวัดมองมา ไม่เหมือนเขาคนเมื่อวาน
“ปกติคุณเป็นคนปากพล่อยแบบนี้เหรอครับ”
เมื่อรู้ว่าพลาดไปแล้ว เธอไม่ควรถามเขาตรงๆจึงเม้มปากแน่น และรู้ทันทีว่านี่คือสาเหตุทำให้เธอถูกมัดแบบนี้
“มะ ไม่ ปกติไม่ปากพล่อย ฉันไม่ค่อยยุ่งเรื่องชาวบ้าน และถ้ามีคนสั่งว่าไม่ให้พูดก็จะไม่พูด”
หญิงสาวอธิบายอย่างลนลาน ประโยคที่ออกมาจากเธอคือความจริง เห็นเธอเป็นคนเช่นนี้ แต่แท้จริงไม่เคยสนใจเรื่องของใครมากนัก
“แน่ใจ?”
“ค่ะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ”
สิ้นสุดคำขอ เธอเห็นเพียงรอยยิ้มน้อยๆที่เปื้อนหน้า เดาไม่ออกเลยว่าคานโลตรงหน้าคิดอะไรอยู่กันแน่
จนกระทั่งเขาโน้มตัวลงมา
“ขอโทษครับ นายไม่ได้สั่งผมเรื่องนั้น”
“ละ แล้วเขาให้คุณมาทำอะไร”
“เขาให้ผมมาถามคุณว่าอยากอยู่หรืออยากตาย”
คำตอบถูกโพล่งออกมาทันทีแบบไม่คิด ร่างเล็กถึงกับนั่งตัวแข็งทื่อ ดวงตามองไปยังคนตรงหน้า ความสิ้นหวังถาโถมเข้ามา เธอเป็นนางแบบไม่ใช่ดาราที่จะเล่นละครเป็น หากก่อนหน้านี้เห็นเขาฆ่าคนโดยไม่ลังเล นั่นหมายความว่าสิ่งที่คานโลไม่ห่างไกลความจริงนัก
เขาทำเธอลง และสามารถฆ่าได้อย่างไม่ลังเล
ตอนนี้คำสั่งคงถูกถ่ายทอดมาว่า ให้ไว้ชีวิตของเธอเพื่อแลกกับบางอย่าง และฆ่าเธอทันทีถ้าเธอไม่ยินยอม
ดังนั้นหากกลัวตายยังรักชีวิต เธอก็ไม่ควรต่อรองอะไรทั้งนั้น
“สะ สองข้อเองเหรอ”
“ครับ”
ดวงตาคู่สวยหลุบลงต่ำ ของเหลวถูกผลิตเอ่อล้นออกมามากมายเกาะกันเป็นก้อน ก่อนจะกลิ้งไหลพากันลงมาอย่างไม่รู้ตัว หญิงสาวแสะยิ้ม เพิ่งรู้น้ำตาแห่งความสิ้นหวังและกลัวตายมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
“แล้วถ้าฉันไม่อยากตายล่ะ”
แต่คนเราหากยังเลือกได้ก็แปลว่ายังมีความหวังอยู่ เธอถึงได้เอ่ยถามหยั่งเชิงดู และแน่นอนคำตอบที่ได้มา เหมือนกับที่คิดไว้ไม่มีผิด
“ก็ต้องดูว่าคุณมีความสามารถอะไรบ้าง”
ผลประโยชน์สินะ เธอเข้าใจมันดี ที่ผ่านมาทุกคนที่เข้าเธอก็หวังเรื่องนี้ด้วยกันทั้งนั้น
ลลิสาช้อนตาขึ้นมอง ม่านตาที่เปียกปอนและพร่ามัว สะท้อนคนตรงหน้า ในตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการอะไร นอกจากการหลุดพ้นจากพันธนาการ และน้ำสะอาดสักขวด
“ความสามารถของฉัน คือการเรียนรู้ครั้งเดียวฉันก็จำ หลังจากนั้นก็ลงมือทำ พวกคุณมีอะไรให้ฉันช่วยก็แค่บอก ขออย่างเดียวอย่าให้ฉันต้องฆ่าคน”
คานโลได้ยินอย่างนั้นจึงเผยยิ้ม เขารู้เธอเป็นคนฉลาด และความฉลาดจะนำพาเธอไปสู่หนทางแห่งการเอาชีวิตรอด
“ให้คุณฆ่าคนผมคิดว่าคงไม่ อย่างมากก็แค่..มีส่วนร่วม”
หนึ่งวันหนึ่งคืนกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ตอนนี้ลลิสาถูกปลดพันธนาการและพาออกมาจากที่นั่นแล้ว แต่ถึงโซตรวนจะหลุดพ้นจากกายอย่างไร อิสรภาพที่ควรจะได้รับก็ยังไม่มีอยู่ดี หลังจากนี้เธอคงไม่ต่างอะไรจากนักโทษ และคิดว่าหากเธอยังไม่คิดหาวิธีช่วยเหลือตัวเองให้หนีได้ นานไปถึงไม่ตายด้วยคมดาบ ก็คงจะตายทั้งที่ยังหายใจอยู่
อย่างที่เห็นพวกนี้โหดเหี้ยม โดยเฉพาะนายของมัน!
“เรากำลังจะไปไหนกันเหรอ”
เพียงแค่ตอบตกลงเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ อาหารและน้ำ พร้อมเครื่องแต่งกายก็ถูกนำมาประเคนให้เธอทันที
“ฉันยังอยู่ในย่านเวนิสใช่ไหมคะ”
เธอถามคานโลที่ยืนคุมเธออยู่ตรงหน้า เขาดูเธออยู่ไม่ห่างตั้งแต่ต้น ราวกับว่ากลัวเธอจะหนี ทั้งที่ก็เห็นผู้หญิงตัวเล็กที่ไร้ทั้งเรี่ยวแรง และเงินทอง อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ก็ค่อนข้างซับซ้อน เกินกว่าเธอจะเข้าใจ เธอที่ไม่รู้อะไรเลยจะหนียังไงรอด
“ใช่ครับ ช่วงดึกถึงจะเดินทาง”
มือบางที่กำลังเอื้อมไปหยิบพิซซ่าในถาดขึ้นมาชะงัก ช้อนตามองร่างสูงสีหน้าฉงน
“ปะ ไปไหนเหรอ”
“เรื่องนี้คุณไม่ควรรู้ครับ รู้แค่ว่าจะพาคุณไปทำงานก็พอ รบกวนช่วยกินให้อิ่ม นอนให้หลับ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่องานใหญ่ครั้งนี้ด้วยครับ”
ลลิสาสะอึกเล็กน้อย แต่ก็ยังยิ้มสู้ ปากก็เคี้ยวพิชซ่าคำโตไปด้วย กลบเกลื่อนความน่าอัปยศครั้งนี้ เพราะปกติคนอย่างเธอไม่เคยก้มหัวให้ใคร และตกอยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องนอบน้อม เว้นก็แต่เธอจะเป็นคนผิดจริงๆ ซึ่งนั่นก็ยากมากพอควร คนอย่างเธอเย่อหยิ่งเกินกว่าจะทำเรื่องผิดพลาด ยิ่งต้องตกเป็นเบี้ยล่าง ก็ยิ่งไม่มีทางได้เกิด
กับเรื่องนี้ ยังนึกแปลกใจอยู่เลย เพราะเหตุใดกันถึงยอม เพราะเงินห้าสิบล้าน หรือเพราะตอนนั้นไม่กล้าปฏิเสธเขา ?
“ไม่ได้พาไปขายใช่ไหม”
“......”
“หรือว่าให้ไปเป็นนกต่อแบบเมื่อคืนอีก”
“........”
คอนโลไม่ตอบ เลือกที่จะจ้องมองกันนิ่งแทน
“อ่ะๆ คำถามนี้คิดว่าฉันควรจะรู้นะ”
“......”
“นายของคุณจ่ายห้าสิบล้านให้ฉันหรือยัง”
ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าปอดสุดลึก พลางส่งยิ้มบางๆมาให้ ก่อนที่จะตอบคำถามของเธอ อย่างชัดถ้วยชัดคำ
“นายกะจะจ่ายให้หลังฆ่าเสร็จ แต่ตอนนั้นคุณโผล่เข้ามาซะก่อน เลยคิดว่าจ่ายไปก็ไม่มีประโยชน์ คุณไม่ได้ใช้..”
ได้ยินอย่างนั้น พิซซ่าคำโตที่ว่าเกือบติดคอ เธอสำลักจนเขาต้องยื่นน้ำ
“อีกอย่าง.. การจ่ายไปในตอนนั้น ต่อให้คุณได้กลับไป ก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี เพื่อนของคุณเธอหนีไปแล้ว ตั้งแต่คุณทำงานยังไม่เสร็จ พร้อมกับโทรศัพท์ของคุณ”
เล่าได้เห็นภาพมาก ขาดแต่คำว่าเซอร์ไพรส์~
คราวนี้ไม่ได้สำลักน้ำ เพราะเธอกลืนมันทัน แต่อาจจะสำลักน้ำลายแทน
“พูดอะไรบ้าๆ ไม่จริงหรอก”
ลลิสาหัวเราะกลบเกลื่อน แสร้งหันไปทางอื่น เอาจริงถึงเขาจะแกล้งก็ไม่สมควรนะ เพราะมันทำให้เธอตกใจจริง
ทว่า..
“นายของผมไม่เคยทำเรื่องไร้สาระครับ การสืบประวัติคุณ และปกป้องเงินของคุณเป็นครั้งแรกที่นายให้พวกผมไปทำ”
เกือบจะดีแล้วเชียว ฟังเสร็จก็อยากจะขอบคุณอยู่ แต่ติดอยู่นิดเดียว หญิงสาวชะงักค้าง เหลือบตาขึ้นมองเขา พร้อมคว่ำปาก
“ระ ไร้สาระเลยเหรอ?”
ไอ้พวกนี้นี่มัน.. ปากร้ายชะมัด
“ถ้าอย่างนั้นสาขอถามหน่อยได้ไหมคะ”“ครับ”“สาผิดอะไร”ความเงียบเข้ามาปกคลุมเหมือนทุกที แต่ครั้งนี้ไม่นาน เขาแค่นหัวเราะ จ้องนิ่งเข้ามาในม่านตาเธอ ถึงขนาดสะท้อนหน้าของเธออยู่ในม่านตาเขา “คุณไม่ได้ผิด แต่คุณพลาด” จ้องเขม็งมองมา ตาไม่กะพริบ “พลาดที่เลือกเชื่อใจคนผิด”“คุณหมายถึงผู้จัดการสาเหรอ เรื่องนั้นยอมรับว่าช็อคอยู่เหมือนกัน แต่คิดอีกทีมันก็คือการกระทำของคนเลว สาไม่สามารถโกรธคนเลวได้ เพราะมันเสียเวลา อีกอย่างสาอยู่ที่นี่กับคุณ จะทำอะไรเขาได้”“ผมยังไม่ได้จ่ายเงินคุณ”หญิงสาวพยักหน้า“ค่ะ สาทราบ จะต้องขอบคุณด้วยหรือเปล่า”“ก็แล้วแต่สะดวกครับ”จ้า!“ว่าแต่จะมีโอกาสได้ใช้มันไหม”“ได้ครับ ทำไมจะไม่ได้” เธอเกือบจะยิ้มอยู่แล้วเชียว ติดตรงที่ว่ามันยังมีต่อ “ถึงไม่ได้ใช้ที่นี่ก็ได้ใช้ที่อื่น เรายังต้องไปอีกหลายที่ อีกหลายประเทศ”“สรุปว่า ฉันจะต้องตายไปพร้อมกับคุณสินะคะ”“ไม่ครับ คุณอาจตายก่อน ถ้าเกิดตุกติก ขึ้นอยู่ที่คุณจะหาเรื่องใส่ตัวอีกไหม”หญิงสาวคว่ำปาก เสมองไปทางอื่น เริ่มจะเกลียดขี้หน้าไอ้หมอนี่ขึ้นมาจริงๆแล้วแต่พอฉุกใจคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงจำเป็นต้องหันมาอีกครั้ง ก่อนจะชะงักเ
ลลิสานิ่วหน้า สำหรับเธอนี่ไม่ใช่เรื่องตลก คนตรงหน้าดูเคร่งขรึมจนเธอประหม่า“คือ..”เธอจะตอบได้ยังไงในเมื่อใจของเธอตอนนี้อยากขอให้เขาปล่อยเพราะมัวแต่อ้ำอึ้ง เขาก็เลยขมวดคิ้ว หากแต่ยืนมองนิ่งไม่ถามไถ่ แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้เธออึดอัดสายตาของเขาตอนนี้น่ากลัวมากๆ“ถ้าอยากจะให้ปล่อยกันไป คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ”ไม่รู้เป็นเพราะสีหน้าของเธอที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน หรือว่าเขากันแน่ที่ฉลาดหลักแหลมถึงได้อ่านใจออก หากเป็นอย่างหลังก็สมแล้วที่เขาเป็นมาเฟีย ถือว่าเก่งกาจในเรื่องของการมองคน ทว่าการพูดออกมาตรงๆด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแบบนั้น ราวกับไม่ได้ทุกข์ร้อน ทั้งที่กำลังทำเรื่องไร้มนุษยธรรม กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ และทำเธอเสี่ยงหัวใจวายตายฟังแล้วหดหู่ฉิบหายเขาเอาจริงดิ?“แบบนี้ก็ใจร้ายกันเกินไปนะ”“หรือว่าจะตาย ผมว่ามันก็ง่ายดี”ง่ายกับผีน่ะสิร่างเล็กชะงัก นึกไม่ถึงขนาดพึมพำเสียงเบา ต้องการให้ได้ยินแค่ตัวเอง เขายังได้ยิน ทำเอาเธอหน้าร้อนวูบวาบ ไปไม่ถูกเลยทีนี้แต่ไหนๆก็ไหนแล้ว เธอออยากลอง“คุณ..ฉันจะไม่บอกใครจริงๆนะ”ทว่า กลายเป็นการสร้างแรงประหม่าเพิ่ม เมื่อความเงียบเข้า
สองชั่วโมงผ่านไปไวมาก เธอในสภาพเหลือแต่ดวงตาเพราะใส่แมส นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง คานโลสั่งให้เธอหลับแต่ใครมันจะหลับลง ตอนเข้ามาแล้วเปิดไฟสีขาวที่สว่างไปทั้งห้อง มันคงจะดีมากและห้องคงน่าอยู่มากหากมันสะอาดสะอ้าน ไม่ใช่เธอที่กำลังนั่งสบตากับแมงมุมอยู่แบบนี้ แถมความว่างปนเหงาเพราะไม่มีโทรศัพท์การนั่งจ้องมองสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเธอในปัจจุบัน จนเห็นวิวัฒนาการของมันทั้งหมดจนจะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่รอมร่อ จนกระทั่ง.. ก็อก ก๊อก ก๊อก บานประตูห้องของเธอถูกเคาะ เพราะมั่นใจว่าไม่ใช่ใครอื่นแน่ เธอจึงลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจแล้วไปเปิดอย่างว่าง่าย ภาพที่เห็นคือคานโลเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ไปแล้ว ส่วนเธอยังคงสวมชุดเดิม แถมมอมแมม “เขาให้มาตามแล้วเหรอ” “ครับ ตามผมมา” ลลิสาพยักหน้าเดินตามแผ่นหลังกว้างนั่นแต่โดยดี ระหว่างเธอแวะชมบรรยากาศข้างทางไปด้วย ตอนนี้รอบนอกคือหิมะเบาบาง และมีโปรยลงมาเล็กน้อย โชคดีที่ชุดของเธอเนื้อผ้าหนา จึงไม่รู้สึกว่าหนาวเท่าไหร่ หากจะรู้สึกก็คงเป็นใจขอ
ลลิสาไม่มีเวลาให้อึ้งนาน ตอนนี้ชีวิตของเธออยู่ในขั้นตอนของการเปลี่ยนที่จะเกิดได้ทุกเมื่อ ตามผู้นำของเธอ คือคานโลซึ่งรับคำสั่งมาจากนายเขาอีกทีมาถึงตอนนี้เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำเขานั้นเป็นใคร ชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร รู้แค่เป็นคนที่ลึกลับและมีอิทธิพลมาก ไม่อย่างนั้นการเดินทางของพวกเขาคงทำไม่ได้ถึงขนาดนี้หลังจากทานมื้อเที่ยง และรอจนมืดค่ำ เธอก็ถูกเปลี่ยนที่อยู่อาศัยจากราชวังเก่าเป็นเรือเร็วที่ทำจากไม้ฮอกกานีขัดเงาวับและกันกระสุนทั้งเรือ แล่นออกจากประตูลับมุ่งหน้าสู่เรือส่วนตัวที่อยู่นอกเขตตรวจการณ์ของตำรวจน้ำ แน่นอนว่าเธอถูกซ่อน ไม่มีโอกาสได้คิดหาวิธีหนีรอดต่อมาคือการเดินทางไกล รู้เพียงว่าเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังที่ไหนสั่งแห่งที่เธอยิ่งไม่รู้จัก อีกทั้งเป็นช่วงกลางดึกซึ่งเธอมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากไฟดวงเล็กจากบ้านพลเรือนและตึกสูงหลายชั้นทว่าที่เธอนั่งอยู่นั้นสูงกว่าใช้เวลานานพอสมควรก็ถึงจุดจอด คือบนภูเขาลานลับในเขตที่ดินส่วนตัว ซึ่งอาณาเขตตรงจุดยืนคาบเกี่ยวอยู่สองประเทศ โดยหากต้องการจะข้ามพรมแดนนี้ไปอีกพรมแดนใช้การเดินรถเพียงไม่กี่อึดใจและตอนนี้เธออยู่ในรถกับใครคนหนึ่งที
เพราะเอาแต่ตะโกนทั้งที่ลำคอแห้งผาก ลลิสาจึงเกิดอาการไอจนตัวงอ เธอหมดแรงส่งเสียงตั้งแต่ครั้งที่สาม เพราะร่างกายอ่อนแรงเกินจะไหว ก่อนทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ในเวลาต่อมา แอด..ผ่านไปครึ่งค่อนวัน ประตูห้องนั้นถูกเปิดออก ปล่อยลำแสงภายนอกเข้ามาเจิดจ้ากระทบผิวเนียนถัดไปทางขาวซีดลลิสาผงกศีรษะขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นคานโลจึงหายจากอาการงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง “คุณคานโล..”เสียงแหบพร่าผลจากการขาดน้ำมานานเกินไปเรียกชื่อ ร่างสูงตรงหน้าไม่ได้ตอบสนอง ทว่าคลี่ยิ้มบางๆ ประหนึ่งมาพบเจอใครคนหนึ่งที่นัดหมายกันเอาไว้ ไม่ใช่ถูกมัดหลังติดเก้าอี้อยู่แบบนี้ ท่าทางนั้นเลือดเย็นซะจนน่ากลัว“นายส่งผมมาเจรจา”ไม่พอเสียงพูดก็เย็นชาอีกด้วย “นายของคุณคือคนที่ถือดาบคนนั้นใช่ไหม”แต่แล้ว..เพียงแค่เธอเอ่ยประโยคนี้ ราวกับว่าแสงที่เจิดจ้าบ่งบอกช่วงเวลาเที่ยงวันดับวูบหายไป สายตาตวัดมองมา ไม่เหมือนเขาคนเมื่อวาน“ปกติคุณเป็นคนปากพล่อยแบบนี้เหรอครับ”เมื่อรู้ว่าพลาดไปแล้ว เธอไม่ควรถามเขาตรงๆจึงเม้มปากแน่น และรู้ทันทีว่านี่คือสาเหตุทำให้เธอถูกมัดแบบนี้“มะ ไม่ ปกติไม่ปากพล่อย ฉันไม่ค่อยยุ่งเรื่องชาวบ้าน และถ้ามีคนสั่งว่าไม่ให้พู
เปลือกตาสีอ่อนที่ปิดสนิทมาทั้งคืนผลจากความเหนื่อยล้า ค่อยๆเปิดขึ้นในช่วงเช้าของอีกวัน หากเป็นความฝันที่ไม่ว่าจะเลวร้ายแค่ไหน ก็ควรจะจบลงเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา แต่นี่..กึก!จากตาปรือที่งัวเงียจะต้องสู้รบกับแสงแดดสาดส่องผ่านช่องลมประตูเข้ามา คือค่อยๆเปิดตาขึ้นก่อนจึงจะถูก บัดนี้ข้ามขั้นตอนนั้นเป็นเบิกกว้างชนวนเหตุเพราะเสียงไม่เป็นมิตร และความอึดอัดจากการถูกพันธนาการแทน ในดวงตาสีน้ำตาลเข้มโดดเด่นความแพรวพราวจากน้ำหล่อเลี้ยงคล้ายตาแมวที่ใครต่างเห็นเป็นต้องตกภวังค์ ยามนี้ได้เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก หลังเห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้นหลังกวาดมองไปรอบ แล้วก้มลงมองตัวเอง ชุดราตรีกำมะหยี่ที่ยับเยินไม่ต่างจากผิวหน้า เครื่องตกแต่งประทินโฉมเมื่อคืนหมดอายุการใช้งานไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างไหลมากองรวมกัน โดยเฉพาะที่เขียนตา มาสคาร่า และอายไลเนอร์ ทำเธอเป็นผีบ้าดีๆนี่เอง และเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ทำให้ใจหายวาบเท่ากับโซ่ตรวน ใช่ เธอถูกมัด!ในห้องที่เคยหรูหรา ทว่าปัจจุบันเก่ากึก ลำคอระหงของเธอแห้งผาก ขยับเขยื้อนเป็นระยะเนื่องจากการกลืนของก้อนเจ็บ เธอรู้สึกกระหายน้ำขั้นรุนแรง ไอ้ที่หิวข้าวก่อนหน้านี้ไม่ม







