Mag-log in5 โชคชะตาเจ้าสาวแห่งชีค
สามเดือนต่อมา หนึ่งวัน ก่อนงานอภิเษกสมรส
ห้องพักรับรองเจ้าสาวชีค พระราชวังไซฮาตนาเดีย
เสียงดนตรีอาหรับขับกล่อมแผ่วเบาราวเสียงลมแห่งทะเลทรายยามราตรี กลิ่นหอมกำยานหรูหราของวังไซฮาตนาเดียลอยคว้างในอากาศ ทว่าสำหรับขอบฟ้าแล้วคล้ายกลิ่นแห่งมัจจุราช
เธอปรายตามองชุดแต่งงานขาวนวลปักดิ้นทองงดงามด้วยลวดลายตะวันออกกลางตรงมุมห้อง ราวกับว่าเธอคือเจ้าหญิงโดยกำเนิด
ดวงตาเศร้าหมองที่ไม่มีใครเห็นยกเว้นเธอ
หากเราเลือกชีวิตได้ด้วยตัวเอง เลือกคนที่แต่งงานด้วยได้... คงดีไม่น้อย
ขอบฟ้าบีบมือตัวเองแน่น ตั้งแต่คืนพรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอจะกลายเป็นของเขา เจ้าสาวแห่ง ชีคมูซา บิน อิบรอฮีม อัล ฆอนีม มกุฎราชกุมาร
ชายผู้ซึ่งไม่อาจเอื้อนเอ่ยชื่อได้โดยไม่สั่นสะท้าน
ชีวิตเยี่ยงนกในกรงทอง... โซ่ตรวนแห่งโชคชะตาที่มองไม่เห็น
ฮาเร็ม... อาณาจักรแห่งสตรีผู้เป็นดั่งอัญมณีล้ำค่าของราชวงศ์
ภายใต้ไฟนวลเรียงราย สาดแสงเกิดเงาวูบไหวบนพรมเปอร์เซียโบราณ แว่วเสียงขับลำนำดังสะท้อนก้องทั่วท้องพระโรง หวานละมุน แฝงความหมายแห่งโชคชะตา
ทว่าความรู้สึกกลับเฉยชาราวน้ำแข็ง โกรธเช่นนั้นหรือ โกรธใครกัน พ่อ แม่ หรือโกรธตัวเธอเอง
ลืมเสียเถอะการแต่งงานที่เต็มไปด้วยความรัก !
ใบหน้าหวานคมแบบสาวอาหรับ เศษเสี้ยวเชื้อสายโปรตุเกส ฉายชัดบนดวงตากลมโตน้ำตาลเข้มที่เต็มไปด้วยความหมองเศร้า
“แต่งงาน !”
เธอยังจดจำน้ำเสียงตัวเองในวันนั้นได้ ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความน้อยใจ พ่อที่เห็นเธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมแห่งอำนาจและผลประโยชน์
“แต่นี่มัน แต่งงาน !! มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ หนูอยากแต่งงานกับคนที่รักหนู”
“ฉันเลี้ยงแกมา ! ฉันมีสิทธิ์”
“สิทธิ์ ! สิทธิ์มันเป็นของหนู ชีวิตหนู !!”
“ฉันให้แกทุกอย่าง ส่งเรียนเมืองนอก อยู่สุขสบายบนกองเงินกองทองที่ฉันประเคนให้ แต่ตอนนี้บ้านกำลังจะล้มละลาย แค่แต่งงานกับคนที่มาช่วยกอบกู้ฐานะ มันจะเป็นเรื่องหนักหนาอะไรเชียว !!”
เพล้ง !!
ขอบฟ้าสะดุ้งกอดตัวเอง เสียงแก้วกาแฟที่พ่อ ฐากูร พัชรผลพาณิช ขว้างเฉียดดวงหน้ายังสะท้อนก้องในหู และเสียงของแม่ ภคพร พัชรผลพาณิช เกลี้ยกล่อมเสียงสั่นเครือด้วยความกลัวกึ่งอ้อนวอน
“บริษัทเราโดนฟ้อง ฐานขุดเจาะน้ำมันรั่ว ! เราถูกชีคสุฟยาน เมืองบูรินีต์ขู่ฆ่า เรา ครอบครัวเรา ทุกคนต้องตาย และชีคมูซาจะให้ความคุ้มครอง เขาคือความหวังเดียวของเรา”
“ทำไมต้องเป็นตัวฟ้า ? สัมปทานไม่พอหรือคะ”
“ตัวแกคือหลักประกันยังไงล่ะ ถ้าต้องแลกสัมปทานอย่างเดียวมันไม่ยุติธรรม ถ้าเราต้องเสียแหล่งเงินทอง ลูกสาวพ่อต้องได้เป็นพระชายา !!”
“ฉันเป็นเพียงหมากต่ำต้อย คงไม่อาจเรียกร้องอะไรได้”
ถ้อยคำกลั้นสะอื้นแสนเย็นชา ที่เธอเอ่ยกับเขาในคราวที่เจอกันครั้งแรก เธอพลันตระหนักว่า ตัวเธอเป็นเพียงหมากในเกมนี้
สัมปทานน้ำมันสองแห่งแลกกับตำแหน่งพระชายา
เธอไม่เคยต้องการสิ่งนี้ มือเล็กกำแน่นข้างตัวเริ่มชาแต่ยังไม่เท่าหัวใจที่ถูกบิดาใช้เชือกอันมองไม่เห็นรัดจนแน่น
เชือกของคำว่า... กตัญญู หน้าที่
“พี่ฟ้า” ดารินทร์นั่งลงเคียงข้างเสียงสั่นเครือ
“พี่ไม่เป็นไร นอนเถอะ พรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้า”
เธอมองดวงตาสีแปลกของน้องสาว เธอมีนัยน์ตาสีน้ำตาลข้าวฟ่าง เชื้อผสมที่ถ่ายทอดมาโดยตรงสู่น้องสาว แต่คืนนี้มีบางอย่างซ่อนอยู่
“มีอะไรดาว” น้ำเสียงเย็นเยียบรวมถึงช่องท้องเย็นยะเยือก ดารินทร์คือน้องสาวเพียงคนเดียว น้องที่เธอรักยิ่ง
แต่ว่า... คืนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไป
“พี่ฟ้าคิดไหมว่า ถ้าพี่ฟ้าได้แต่งงานกับคนอื่น คนที่รักพี่ฟ้าจริง ๆ คงดีไม่น้อย”
“ดาว... มันสายเกินไปแล้ว มันคือหน้าที่”
ดารินทร์สั่นหน้าแล้วยิ้มเบา ๆ มือเย็นจัดรวบมือพี่สาวบีบแน่น ขอบฟ้าสะดุ้งเบา ๆ
“ไม่หรอกค่ะ” ดารินทร์สั่นศีรษะ “ดาวคิดว่าสิ่งที่ดาวกำลังทำคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพี่”
“ดาว ! ดาวทำอะไร ?”
คิ้วเรียวขมวดแปลกใจพยายามรักษาใบหน้าให้เรียบนิ่ง ทว่าน้ำเสียงกลับตื่นตระหนก ยิ่งเห็นหยาดน้ำกำลังไหลลงข้างแก้ม ยิ่งตื่นกลัวจนร่างกายหดเกร็ง
“ดาวขอโทษ...”
คราวนี้ขอบฟ้าแน่ใจแล้วว่ากำลังจะเกิดเรื่อง เธอผุดลุกยืนทันทีแต่ดารินทร์กดไหล่เธอไว้ ขอบปากน้องสาวขบกันแน่น
“ดาวแค่ไม่อยากให้พี่ทำแบบนี้ พี่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้”
สิ้นเสียงหวานนุ่มสั่นเครือ ขอบฟ้าพลันรู้สึกถึงไอเย็นนุ่มบนจมูก กลิ่นแสบชวนให้มึนหัว เธอยื้อมือทว่าลำแขนที่รัดร่างเธอไว้จากด้านหลังไม่ใช่มือของน้องสาว
เธอเบิกตากว้างจ้องดารินทร์ที่ลุกเดินถอยหลังด้วยใบหน้าสำนึกผิด ยกมือปิดปากน้ำตาไหลพราก
เกิดเรื่องอะไรขึ้น ?
หน้าเธอเครียดขึ้น ภาพในห้วงคิดเวลานี้คือใบหน้าของชีคมูซา คมเข้มด้วยผิวคล้ำ คมสันราวเทพเจ้า ทว่าเย็นชาดั่งภูเขาน้ำแข็ง จมูกโด่งงองุ้มไม่อาจลดทอนความสง่างามบนใบหน้าสูงศักดิ์ กลิ่นอายความโหดเหี้ยมผสมผสานความเป็นขัตติยะในสายเลือดอันเข้มข้น
“ลูกสาวของคุณจะได้ตำแหน่งพระชายารอง รวมไปถึงเงินรายปีจำนวนมาก คฤหาสน์ ที่ดิน และข้ารับใช้ตามกำหนดของวังไซฮาตนาเดีย”
“ตามธรรมเนียม เราสามารถแต่งภรรยาได้สี่คน เพื่อเร่งทายาทสืบทอดสายสกุล”
“ภรรยาเราย่อมหมายถึงครอบครัว ตระกูลฆอนีม เราจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายคนในครอบครัวและเราเป็นชีคคำไหนคำนั้น ไม่คืนคำ”
ดารินทร์กลั้นสะอื้น จดจำสุรเสียงขณะแอบฟังวันสู่ขอได้ดี ทุกคำเต็มไปด้วยน้ำเสียงดูแคลนคนต่างศักดิ์ เย็นชาและไร้ซึ่งความเห็นใจ แม้ว่าท่วงท่าทุกกระเบียดนิ้วจะสง่างามดั่งองค์กษัตริย์ปานใด
แต่ในความรู้สึกของดารินทร์แล้ว เขาเป็นดั่งนักฆ่า ผู้ล่าเหยื่อเพื่อสังเวยความพึงพอใจของตนเอง
พี่ฟ้า น้องจะไม่ให้พี่เข้าพิธีแต่งงานกับคนเช่นนี้
กลิ่นเครื่องหอมและกำยานของพระราชวังแห่งนี้ยิ่งพาให้ขอบฟ้าวูบโหวง สายตาเธอหรี่ปรือมองน้องสาวด้วยความรู้สึกผิดหวัง โกรธ และสับสน ในขณะที่ฤทธิ์ยาสลบบนผ้าเย็นกำลังเล่นงาน ความคิดสุดท้ายของเธอคือ
หมากทางการเมืองเช่นเธอจะหวังอย่างอื่นใดได้อีกกัน ?
17 จุดหมายเดียวกันแต่เธอจะหลงลืมผิวสีน้ำผึ้งเนียนทั้งตัวของเขาได้อย่างไรกัน เธอละสายตาออกไม่ได้เลย กล้ามเนื้อทุกลูกล้วนหนั่นแน่นโดยเฉพาะแผ่นท้องราวกับภาพแกะสลัก แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพละกำลังทว่ากลับดูนุ่มนวลในขณะเดียวกัน เส้นเอ็นกล้ามเนื้อเป็นริ้วยาวลับหายในขอบกางเกงอะไรกัน !ขอบฟ้าตกใจกับความคิดของตัวเองมุดตัวลงน้ำให้ความเย็นบรรเทาอาการร้อนรุ่มกะทันหันก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วพบว่า เนื้อทองแดงอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนผ่าว“ยังไม่ถึงเวลานั้น ขอบฟ้า”เธอช้อนตาขึ้นแล้วรีบหลบ เปลวเพลิงปรารถนาจดจ้องเธอเช่นกันและมันทำให้เธอหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงเสียจนหูอื้อไปหมด“ถึงเวลาอะไรกัน สำหรับฉันคืนเดียวก็พอแล้ว”“ฮึ แน่ใจหรือ” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ แสงอาทิตย์สะท้อนสีทองแวววาว “สำหรับเราไม่มีวันพอหรอกขอบฟ้า”“คุณไม่จำเป็นต้องแสดงอีกซัลมาน”เธอพ่นลมออกเรี่ยน้ำ เธอพบว่าน้ำเย็นไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำร้ายพอเขายืดกายขึ้นกวักน้ำราดตัว หัวใจเธอยิ
16 รอมาลซาฮาราเช้าวันรุ่งขึ้น ณ กลางทะเลทรายรอมาลซาฮารากลางแสงแดดจ้าแผดเผาอันร้อนระอุ กระไออ้าวแผ่ขึ้นจากพื้นทราย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ขาวโพลนเวิ้งว้างจนมิอาจแยกได้ว่าเส้นจรดขอบฟ้าอยู่ที่ใดร่างระหงนั่งโยกเยกอยู่บนหลังม้ามานานหลายชั่วโมง ด้านหลังเธอคือซัลมานที่ยอมให้เธอพิงมาตลอดทั้งคืน ผิวกายอาบชุ่มเหงื่อภายในชุดเสื้อคลุมอะบายา[1] สีดำปกปิดมิดชิด“อีกนานไหม”เสียงหวานนุ่มอ่อนระโหยทั้งแหบพร่า นัยน์ตาน้ำตาลเจิดจ้ามองภาพตรงหน้าพร่าเลือนจากแสงยามสายที่เพิ่งพ้นคุ้งฟ้า“จิบเสียหน่อย จิบเดียวนะ”เขายกกระติกน้ำขนาดใหญ่คล้ายทหารจ่อปากกระจับที่เผยอรอด้วยความกระหาย“มีโอเอซิสเล็ก อีกไม่ไกล อดทนหน่อย”“คุณจะไม่บอกอะไรสักหน่อยหรือ ว่าทำไมถึงลักพาตัวฉันมา”เธอยังถามคำเดิมอย่างดื้อดึงด้วยเสียงนุ่มแผ่วเบาแข่งกับเสียงลมอู้หอบเม็ดทราย ความนิ่งเงียบคือคำตอบ เขายังนั่งเป็นหินผาทั้งที่ภายในร้อนรุ่ม นัยน์ตาอำพัน
15 ยากจะประสาน“ท่านรักลูกไม่เท่ากัน ท่านทรงเห็นซัลมานดีกว่าลูกเสมอ ตั้งแต่เด็ก เพราะอะไรกัน ?” น้ำเสียงมูซาสั่นเล็กน้อย“คงเพราะซัลมานเป็นลูกของพระชายาคนโปรดใช่หรือไม่ ? บานีริยาฮ์ผู้รักอิสระเสรี ทำสิ่งใดก็ได้ตามแต่ใจตน”“ลูกพูดอะไร ! หากพ่อเห็นซัลมานดีกว่า ยเจ้าคงไม่ได้เป็นมกุฎราชกุมาร”ยิ่งพูดเขายิ่งเจ็บ ชีคหนุ่มยิ้มหยันมุมปากขณะที่หัวเราะในลำคอ เปล่งคำถากถาง“กฎมณเฑียรบาลทำให้ลูกได้เป็นมกุฎราชกุมารต่างหาก”ครืด...เขาเลื่อนเก้าอี้อีกครั้งลากยาว แล้วหย่อนร่างลงตวัดท่อนขาแกร่งไขว่ห้างขยับปลายเท้ากระดิกเบา ๆ“ท่านพ่อคิดไว้หรือยังว่า เห็นควรลงโทษความซุกซนของน้องชายเช่นไร”“พ่อไม่มีความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะลูก อย่าคิดว่าพ่อแก่แล้วโง่เขลาจนไม่รู้ว่าน้ำมันรั่วลงอ่าวได้อย่างไร เจ้าวางแผนกับสุฟยาน ชีคชั่วข่มขู่ครอบครัวชาวไทย เขากลัวจนต้องยอมตกลงให้ลูกสาวพร้อมสัมปทาน นี่มัน... เป็นสิ่งที่ผิด ทั้งต่อมนุษยธรรม ทั้งต่อองค์อัลลอฮ์ !”ชีคอิบรอฮีมเริ่มเสียงแข็งหลังจากที่อดทนต่อกิริยาหยาบกระด้างของบุตรชาย เขาพยายามมองหาสายตายามวัยเด็กของมูซา ทว่ากลับไม่มี สายตาที่เคยมองบิ
14 เพชรฆาตในคราบชีคช่วงหัวค่ำ วันเดียวกับเจ้าสาวโดนลักพาตัว ณ พระราชวังไซฮาตนาเดียชีคมูซาย่ำฝีเท้าหนักแน่นตามแรงอารมณ์ปะทุเดือดบนพื้นทางเดินหินอ่อนเย็นเยียบสีงาช้างร่างสูงใหญ่ในชุดกันดูร่า[1] ตัวยาวสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมบิชต์[2] สีดำสาบเสื้อแถบใหญ่ขลิบทอง ชุดพระราชพิธีสวมใส่เฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น เช่นวันนี้กลิ่นกำยานงานพิธียังลอยคว้างอ่อนจางตลอดทาง ยิ่งพาให้ช่องท้องเต็มไปด้วยไฟโทสะเขาพ่นลมหายใจหนักในทุกก้าว แสงสีนวลบนผนังโถงทอแสงงามจับตา ทว่านัยน์ตาสีนิลบัดนี้มืดหม่นจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความวิจิตรของพระราชวังส่วนหน้าดวงหน้าคมสันดั่งเทพบุตรกร้าวกระด้าง เนตรนิลกาฬจับจ้องยังจุดหมายคือห้องเอนกประสงค์สำหรับกษัตริย์เท่านั้น“ขอพระราชทานอภัย พระองค์ทรงเสวยกระยาหารอยู่พ่ะย่ะค่ะ”สายตาดั่งเสือสาดซัดใส่ข้ารับใช้คนสนิทองค์กษัตริย์หน้าห้อง วาดท่อนแขนกวาดมือผลักออกพ้นทาง โดยมีองครักษ์ด้านหลังล็อกตัวไว้ทันที“พระองค์ !”ผ่าง !!เสียงประตูบานใหญ่ถูกผลักด้วยแรงโทสะอย่างลูกขัตติยะ พาให้ชีคอิบรอฮีมเงยหน้าขึ้นจากมื้ออาหาร จ้องบุตรชายย่ำฝีเท้าหนักลงพรมเปอร์เซีย“มูซา พ่อไม่รู้ว่าลูกอยากจะมารับปร
13 วันพระราชพิธีเช้าวันต่อมา ในงานอภิเษกสมรส ณ โถงพิธีการ พระราชวังไซฮาตนาเดีย เสียงดนตรีอาหรับขับขานบทเพลงไพเราะในวันอภิเษกสมรส ท่วงทำนองอ่อนหวานพาให้เคลิ้มฝัน กลิ่นเครื่องหอมพระราชวังอบอวลทุกอณูฮาเร็มวังหลังแห่งนี้ชุดเจ้าสาวแสนหนักอึ้งดั่งดวงใจของดารินทร์ที่แบกรับอยู่ในตอนนี้เธอสวมชุดแต่งงานของพี่สาวตัวเอง หลังจากตกลงกับชายคนหนึ่ง คนที่เธอเคยเห็นพี่สาวและเขาลุกหายไปด้วยกันในนิวยอร์ก และพี่ของเธอกลับมาอีกครั้งในตอนเช้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขการแต่งงานจอมปลอมนี้ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ต้องการให้พี่ขอบฟ้าเข้าพิธีกับชีคมหาอำนาจแลกกับเงินและความปลอดภัยดารินทร์รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเธอ ดวงตาเหม่อมองไปทางกระจกเงาฝั่งตรงข้าม มองใบหน้างดงามอันน่าหลงใหล เชื้อสายโปรตุเกสที่ตกทอดลงมาสู่เธอมากเสียจนความสวยนี้กลายเป็นดาบสองคมภาพใบหน้าของย่าบนรูปถ่ายในห้องทำงานสะท้อนอยู่ในตัวเธอ พ่อรักเธอมากเกินไปจนเขาไม่เคยเจียดความรักอย่างที่พึงกระทำให้พี่สาวการมอบลูกตัวเองเพื่อแลกกับเงินก็คล้ายกับการขายลูกกินเธอตามเพื่อนของซัลมานไปในคืนนั้นที่นิวยอร์ก จนรู้ว่าแท้จริงมันคือแผนแต่เธอไม่ลังเลเลยถ้าพี่ขอบฟ้าจะมีควา
12 สันเนินทรายนูนสูงทะเลทรายยามค่ำคืนอันตรายอย่างที่เขาบอก ดังนั้นเธอจึงจะตามใจเขาไปก่อน รอจังหวะแล้วค่อยคิดหนีอีกครั้ง โดยหวังว่าทุกอย่างคงไม่สายเกินไปผิดไปจากซัลมาน แผงอกเขากระเพื่อมลอบสูดความหอมเข้านาสิก ทรวงอกหน่วงด้วยความต้องการครอบครองของต้องห้ามมักหวานล้ำ... หญิงงามกล้าหาญฉลาดเฉลียว ซัลมานยกยิ้มยามนึกถึงใบหน้าคมสันของชีคดำคล้ำด้วยไฟโทสะท่วมท้นแล้วหลังจากนั้นไม่นานนัก ขอบฟ้าก็ถูกยกขึ้นนั่งบนหลังม้าตัวเดิม โดยมีร่างใหญ่โตโหนตัวเองขึ้นซ้อนหลัง ซัลมานอ้อมลำแขนรั้งสายบังเหียนม้ามาด้านหน้าร่างระหงโยกเยกบนหลังม้าคล้ายเปลไกว ความหนาวเย็นของทะเลทรายทำให้เธอเบียดแผ่นหลังชิดอกร้อน เสาะหาไออุ่นทำไมฉันถึงไม่เกลียดเขาได้เต็มหัวใจ... ทำไมยังรู้สึกปลอดภัยเวลาที่เขาอยู่ใกล้ขอบฟ้าทอดถอนใจพิงตัวเองบนอกแกร่ง ในเมื่อเวลานี้เธอทำอะไรไม่ได้ นอกจากเพ่งมองความมืดมิดที่มีเพียงดวงดาวนับล้านส่องแสงระยิบระยับกระจายทั่วผืนฟ้า เธอก็ขอเก็บแรงเอาไว้ก่อนและใช้อกเขาเป็นหมอนแล้วกันพวกเราเดินทางผ่านเนินสูงลูกแล้วลูกเล่าลดหลั่นกันไปสุดลูกหูลูกตาราวกับว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด เสียงฝีเท้าม้าบนพื้นทรายราวเสียงดนต







