Mag-log in6 เขาคือใคร... บุตรแห่งทะเลทราย
สามวันก่อนวันอภิเษกสมรส ณ ทะเลทรายรอมาลซาฮารา
ซัลมาน บิน อิบรอฮิม อัล ฆอนีม จ้องอุ้งมือตนเองขณะเสียงลมเย็นเยียบพัดผ่าน ผสานเพลงกล่อมเด็กล่องลอยเหนือพื้นทราย ค่ำคืนก่อนเดือนรอมฏอน
เปลวไฟกองฟืนสะท้อนวาบในดวงตา คล้ายสะท้อนความหลังที่เขาพยายามลืม เสียงอันไพเราะของมารดายังชัดเจน
โอ้ ราตรี โอ้ ราตรี… กล่อมลูกน้อยของข้าให้สงบ
นอนเถิด ลูกน้อยของข้า ในอ้อมกอดของทะเลทรายกว้างใหญ่
พระจันทร์บนท้องฟ้า ส่องแสงให้เราเดินทาง
และดวงดาวเฝ้าดูเรา ในความสงบของคืนที่งดงาม
นอนเถิด ลูกน้อยของข้า และฝันถึงความหวัง
ทะเลทรายจะปกป้องเจ้า และข้าอยู่ที่นี่เคียงข้างเจ้า
โอ้ ราตรี โอ้ ราตรี… กล่อมลูกน้อยของข้าให้สงบ
นอนเถิด ลูกน้อยของข้า ในอ้อมกอดของทะเลทรายกว้างใหญ่
ซ่า...
เม็ดทรายนับล้านแผ่ไอเย็นจากน้ำค้างแรงกล้า เขาปล่อยให้มันลื่นไหลร่วงลงสู่ผืนดินที่เคยอยู่ ทะเลทรายรอมาลซาฮารา ที่ซึ่งอุณหภูมิลดต่ำรวดเร็วเพียงตะวันลับคุ้งฟ้า
นัยน์ตาเหยี่ยวอำพันจดจ้องเม็ดกรวดไหลลงราวผ้าไหมนักระบำ อุ้งมือกร้านกำเม็ดทรายแน่น คล้ายดวงใจแกร่งกร้าวถูกบีบรัดจนอากาศหดหาย
วี้ดดดดดด...
ดวงหน้าคมสันแหงนขึ้นยามเหยี่ยวราตรีแผดร้อง คางเคราครึ้มเงยมุมสูงตั้งบ่า ทอดสายตาโพ้นขอบฟ้าผ่านความระยับของดาวนับล้านกำลังทอแสงบนแผ่นฟ้า
ซัลมานคลายอุ้งมือเหยียดกาย ตั้งลำแขนรอกรงเล็บนักล่าทะเลทราย ตาเหลืองทองรีพุ่งทะลุราตรีจับจ้องเจ้านายร่างสูงใหญ่ ปีกน้ำตาลอมทองกระพือไหว ส่งอุ้งเล็บวางบนท่อนแขนอย่างละมุนละม่อมราวกำลังโอบกอดคนรัก
วี้ดดดดดด...
เสียงนกขานรับเมื่อเขาแกะม้วนกระดาษออกมาจากข้อเท้า การสื่อสารโบราณ แต่เลี่ยงเรดาร์จับสัญญาณได้เป็นอย่างดี ชีคมูซาจะไม่มีวันรู้
เขาป้อนของโปรดให้เจ้าซาลิมแล้วยกแขนสะบัด ปล่อยให้มันบินอย่างมีอิสระ
“ข่าวว่ายังไงบ้าง”
เสียงทุ้มต่ำของชายสูงใหญ่อีกคนข้างกองไฟ ราชิดรอคอยพลางมองมายังเขา
“อีกสามวัน”
“ฮึ” เปลวไฟพลิ้วไหวยามราชิดแค่นเสียง “น่าประหลาดใจที่ท่านชีคยอมทำตามความต้องการของคู่หมั้น วันเข้าหออาจต้องเลื่อนด้วยความเร่งรีบวิวาห์ในช่วงเข้ารอมฏอน”
ราชิดหยิบฟืนขึ้นมากำไว้แน่น เขาและซัลมานเติบโตขึ้นมาด้วยกัน เป็นทั้งพี่ น้อง และเพื่อนสนิท เขารู้ว่างานนี้กำลังทำให้ซัลมานลำบากใจ
ชีคมูซาเป็นทั้งมกุฎราชกุมาน เป็นทั้งพี่ชาย สายเลือดสีน้ำเงินแห่งราชวงศ์ฆอนีม
เขารู้ว่าสิ่งนี้กำลังตีวนอยู่ในตัวของเพื่อนสนิท แต่หนทางที่จะช่วยให้เผ่ารอดจากเงื้อมมือชีคมูซาที่กระหายสัมปทานน้ำมันแห่งนี้ มันมีตัวเลือกน้อยเกินไป
ซัลมานย่อกายลงเพ่งมองกองไฟที่ลุกโชนคล้ายหัวใจของเขาที่บีบรัดและลุกไหม้ โยนกระดาษใบน้อยเข้ากองเพลิง
“สัมปทานน้ำมันคือสิ่งที่ชีคต้องการ และเราก็เช่นกัน เจ้าสาวต้องเป็นของเรา”
“เรากำลังทำผิดฮาร่าม เธอปฏิญาณตนแล้ว”
“ถ้าปล่อยให้เธอเข้าพิธีแต่งงาน นั่นต่างหากคือสิ่งที่ผิดฮาร่าม เธอเป็นของฉันแล้ว อย่าลืม...”
ทุกคำพูดหนักแน่น ภาพสามเดือนก่อนผุดพรายพาให้เรือนกายเขากระหึ่ม
ภาพดวงหน้าหวานคม นัยน์ตาน้ำตาลลึกลับ เจ้าสาวคืนเดียวที่เขาไม่มีวันลืม และสิ่งใดที่เป็นของเขาย่อมไม่มีใครจะแย่งชิงไปได้
เสียงกองไฟและลมทะเลทรายกลายเป็นเสียงเดียวในเวลานี้ เขามองดาวนับล้านหมุนเวียนตามฤดูกาล ตัวเขาเองเติบโตขึ้นมาจากโลกสองใบ
ใบหนึ่ง... ลูกชายของชีคอิบรอฮีม อัล ฆอนีม ผู้ครองนครรุ่งเรืองศิวิไลซ์ล้นฟ้า
โลกอีกใบ... หลานชายของ ชีคมุฮัมมัค อัล ฟาริส ผู้นำเผ่าบานีริยาฮ์ ชาวเบดูอินแห่งรอมาลอัลซาฮารา
“ฉันรู้จักลมทุกสาย กลิ่นทรายทุกเม็ด ทะเลทรายแห่งนี้คือบ้าน”
นัยน์ตาพรายทองสะท้อนเปลวไฟเจิดจ้ากลางลานเผ่าเบดูอิน ซัลมานไม่อาจเอื้อนเอ่ยสิ่งใด ทะเลทรายอันเงียบสงัดไม่เคยทำให้อึดอัดเท่ากับเสียงที่เงียบงันในจิตใจ เปล่งเสียงเบาแต่แน่นหนัก
“เราต้องการสัมปทานน้ำมัน เพื่อต่อลมหายใจ ข้อต่อรองทางการเมืองกับชีคมากบารมี เผ่านีริยาฮ์จะถูกขับไล่ให้ออกจากพื้นที่หากเขาได้ถือครองสัมปทานนี้”
และฉันต้องการเจ้าสาวแห่งชีค...
ประโยคต่อท้ายที่เขาไม่ได้เอ่ยออกมา ยกเว้นหัวใจที่ยังโหยหาจนเจ็บร้าว ไม่น่าเชื่อว่าความสัมพันธ์คืนเดียวจะนำมาซึ่งความผูกพัน
ความบริสุทธิ์ที่เธอมอบให้กับชายแปลกหน้าเมื่อหลายเดือนก่อน
ขอบฟ้า...
อ่อนหวาน งดงาม และกล้าหาญ
เพียงเห็นหน้าเธออีกครั้งเมื่อหลายวันก่อนในพระราชวัง พาให้ข้างในกรีดเสียงจนเกือบตะโกน
เธอเป็นของฉัน ไม่ใช่ของพี่ชาย
ใบหน้าเธอตกตะลึงก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก ทว่าทุกการทิ้งสะโพก เขาสัมผัสได้ถึงความหน่วงร้าวในกายเธอเช่นกัน
“เธอรู้ไหมว่านายคือใคร” คำถามราชิดทำลายความเงียบ
“ไม่ ฉันไม่ได้บอก”
เสียงลมอู้ยังพัดเหนือเนินทราย ซัลมานขบคิดถึงแผนการ ริมฝีปากหนาคล้ำขยับขึ้นเป็นรอยหยันเหนือเคราครึ้ม
“เราจะเตรียมการให้ดี การลงมือครั้งนี้คือโอกาสเดียวของเรา หากรอด เราจะได้เจ้าสาวพร้อมสัมปทาน หากไม่...”
เขาปล่อยให้ความเงียบงันดำเนินต่อไปแทนคำพูดที่ไม่ได้เอ่ยออกมา
เขาและเธอก็เป็นเฉกเช่นเดียวกัน
หมากที่ไม่อาจละเลยได้...
17 จุดหมายเดียวกันแต่เธอจะหลงลืมผิวสีน้ำผึ้งเนียนทั้งตัวของเขาได้อย่างไรกัน เธอละสายตาออกไม่ได้เลย กล้ามเนื้อทุกลูกล้วนหนั่นแน่นโดยเฉพาะแผ่นท้องราวกับภาพแกะสลัก แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพละกำลังทว่ากลับดูนุ่มนวลในขณะเดียวกัน เส้นเอ็นกล้ามเนื้อเป็นริ้วยาวลับหายในขอบกางเกงอะไรกัน !ขอบฟ้าตกใจกับความคิดของตัวเองมุดตัวลงน้ำให้ความเย็นบรรเทาอาการร้อนรุ่มกะทันหันก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วพบว่า เนื้อทองแดงอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนผ่าว“ยังไม่ถึงเวลานั้น ขอบฟ้า”เธอช้อนตาขึ้นแล้วรีบหลบ เปลวเพลิงปรารถนาจดจ้องเธอเช่นกันและมันทำให้เธอหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงเสียจนหูอื้อไปหมด“ถึงเวลาอะไรกัน สำหรับฉันคืนเดียวก็พอแล้ว”“ฮึ แน่ใจหรือ” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ แสงอาทิตย์สะท้อนสีทองแวววาว “สำหรับเราไม่มีวันพอหรอกขอบฟ้า”“คุณไม่จำเป็นต้องแสดงอีกซัลมาน”เธอพ่นลมออกเรี่ยน้ำ เธอพบว่าน้ำเย็นไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำร้ายพอเขายืดกายขึ้นกวักน้ำราดตัว หัวใจเธอยิ
16 รอมาลซาฮาราเช้าวันรุ่งขึ้น ณ กลางทะเลทรายรอมาลซาฮารากลางแสงแดดจ้าแผดเผาอันร้อนระอุ กระไออ้าวแผ่ขึ้นจากพื้นทราย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ขาวโพลนเวิ้งว้างจนมิอาจแยกได้ว่าเส้นจรดขอบฟ้าอยู่ที่ใดร่างระหงนั่งโยกเยกอยู่บนหลังม้ามานานหลายชั่วโมง ด้านหลังเธอคือซัลมานที่ยอมให้เธอพิงมาตลอดทั้งคืน ผิวกายอาบชุ่มเหงื่อภายในชุดเสื้อคลุมอะบายา[1] สีดำปกปิดมิดชิด“อีกนานไหม”เสียงหวานนุ่มอ่อนระโหยทั้งแหบพร่า นัยน์ตาน้ำตาลเจิดจ้ามองภาพตรงหน้าพร่าเลือนจากแสงยามสายที่เพิ่งพ้นคุ้งฟ้า“จิบเสียหน่อย จิบเดียวนะ”เขายกกระติกน้ำขนาดใหญ่คล้ายทหารจ่อปากกระจับที่เผยอรอด้วยความกระหาย“มีโอเอซิสเล็ก อีกไม่ไกล อดทนหน่อย”“คุณจะไม่บอกอะไรสักหน่อยหรือ ว่าทำไมถึงลักพาตัวฉันมา”เธอยังถามคำเดิมอย่างดื้อดึงด้วยเสียงนุ่มแผ่วเบาแข่งกับเสียงลมอู้หอบเม็ดทราย ความนิ่งเงียบคือคำตอบ เขายังนั่งเป็นหินผาทั้งที่ภายในร้อนรุ่ม นัยน์ตาอำพัน
15 ยากจะประสาน“ท่านรักลูกไม่เท่ากัน ท่านทรงเห็นซัลมานดีกว่าลูกเสมอ ตั้งแต่เด็ก เพราะอะไรกัน ?” น้ำเสียงมูซาสั่นเล็กน้อย“คงเพราะซัลมานเป็นลูกของพระชายาคนโปรดใช่หรือไม่ ? บานีริยาฮ์ผู้รักอิสระเสรี ทำสิ่งใดก็ได้ตามแต่ใจตน”“ลูกพูดอะไร ! หากพ่อเห็นซัลมานดีกว่า ยเจ้าคงไม่ได้เป็นมกุฎราชกุมาร”ยิ่งพูดเขายิ่งเจ็บ ชีคหนุ่มยิ้มหยันมุมปากขณะที่หัวเราะในลำคอ เปล่งคำถากถาง“กฎมณเฑียรบาลทำให้ลูกได้เป็นมกุฎราชกุมารต่างหาก”ครืด...เขาเลื่อนเก้าอี้อีกครั้งลากยาว แล้วหย่อนร่างลงตวัดท่อนขาแกร่งไขว่ห้างขยับปลายเท้ากระดิกเบา ๆ“ท่านพ่อคิดไว้หรือยังว่า เห็นควรลงโทษความซุกซนของน้องชายเช่นไร”“พ่อไม่มีความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะลูก อย่าคิดว่าพ่อแก่แล้วโง่เขลาจนไม่รู้ว่าน้ำมันรั่วลงอ่าวได้อย่างไร เจ้าวางแผนกับสุฟยาน ชีคชั่วข่มขู่ครอบครัวชาวไทย เขากลัวจนต้องยอมตกลงให้ลูกสาวพร้อมสัมปทาน นี่มัน... เป็นสิ่งที่ผิด ทั้งต่อมนุษยธรรม ทั้งต่อองค์อัลลอฮ์ !”ชีคอิบรอฮีมเริ่มเสียงแข็งหลังจากที่อดทนต่อกิริยาหยาบกระด้างของบุตรชาย เขาพยายามมองหาสายตายามวัยเด็กของมูซา ทว่ากลับไม่มี สายตาที่เคยมองบิ
14 เพชรฆาตในคราบชีคช่วงหัวค่ำ วันเดียวกับเจ้าสาวโดนลักพาตัว ณ พระราชวังไซฮาตนาเดียชีคมูซาย่ำฝีเท้าหนักแน่นตามแรงอารมณ์ปะทุเดือดบนพื้นทางเดินหินอ่อนเย็นเยียบสีงาช้างร่างสูงใหญ่ในชุดกันดูร่า[1] ตัวยาวสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมบิชต์[2] สีดำสาบเสื้อแถบใหญ่ขลิบทอง ชุดพระราชพิธีสวมใส่เฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น เช่นวันนี้กลิ่นกำยานงานพิธียังลอยคว้างอ่อนจางตลอดทาง ยิ่งพาให้ช่องท้องเต็มไปด้วยไฟโทสะเขาพ่นลมหายใจหนักในทุกก้าว แสงสีนวลบนผนังโถงทอแสงงามจับตา ทว่านัยน์ตาสีนิลบัดนี้มืดหม่นจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความวิจิตรของพระราชวังส่วนหน้าดวงหน้าคมสันดั่งเทพบุตรกร้าวกระด้าง เนตรนิลกาฬจับจ้องยังจุดหมายคือห้องเอนกประสงค์สำหรับกษัตริย์เท่านั้น“ขอพระราชทานอภัย พระองค์ทรงเสวยกระยาหารอยู่พ่ะย่ะค่ะ”สายตาดั่งเสือสาดซัดใส่ข้ารับใช้คนสนิทองค์กษัตริย์หน้าห้อง วาดท่อนแขนกวาดมือผลักออกพ้นทาง โดยมีองครักษ์ด้านหลังล็อกตัวไว้ทันที“พระองค์ !”ผ่าง !!เสียงประตูบานใหญ่ถูกผลักด้วยแรงโทสะอย่างลูกขัตติยะ พาให้ชีคอิบรอฮีมเงยหน้าขึ้นจากมื้ออาหาร จ้องบุตรชายย่ำฝีเท้าหนักลงพรมเปอร์เซีย“มูซา พ่อไม่รู้ว่าลูกอยากจะมารับปร
13 วันพระราชพิธีเช้าวันต่อมา ในงานอภิเษกสมรส ณ โถงพิธีการ พระราชวังไซฮาตนาเดีย เสียงดนตรีอาหรับขับขานบทเพลงไพเราะในวันอภิเษกสมรส ท่วงทำนองอ่อนหวานพาให้เคลิ้มฝัน กลิ่นเครื่องหอมพระราชวังอบอวลทุกอณูฮาเร็มวังหลังแห่งนี้ชุดเจ้าสาวแสนหนักอึ้งดั่งดวงใจของดารินทร์ที่แบกรับอยู่ในตอนนี้เธอสวมชุดแต่งงานของพี่สาวตัวเอง หลังจากตกลงกับชายคนหนึ่ง คนที่เธอเคยเห็นพี่สาวและเขาลุกหายไปด้วยกันในนิวยอร์ก และพี่ของเธอกลับมาอีกครั้งในตอนเช้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขการแต่งงานจอมปลอมนี้ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ต้องการให้พี่ขอบฟ้าเข้าพิธีกับชีคมหาอำนาจแลกกับเงินและความปลอดภัยดารินทร์รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเธอ ดวงตาเหม่อมองไปทางกระจกเงาฝั่งตรงข้าม มองใบหน้างดงามอันน่าหลงใหล เชื้อสายโปรตุเกสที่ตกทอดลงมาสู่เธอมากเสียจนความสวยนี้กลายเป็นดาบสองคมภาพใบหน้าของย่าบนรูปถ่ายในห้องทำงานสะท้อนอยู่ในตัวเธอ พ่อรักเธอมากเกินไปจนเขาไม่เคยเจียดความรักอย่างที่พึงกระทำให้พี่สาวการมอบลูกตัวเองเพื่อแลกกับเงินก็คล้ายกับการขายลูกกินเธอตามเพื่อนของซัลมานไปในคืนนั้นที่นิวยอร์ก จนรู้ว่าแท้จริงมันคือแผนแต่เธอไม่ลังเลเลยถ้าพี่ขอบฟ้าจะมีควา
12 สันเนินทรายนูนสูงทะเลทรายยามค่ำคืนอันตรายอย่างที่เขาบอก ดังนั้นเธอจึงจะตามใจเขาไปก่อน รอจังหวะแล้วค่อยคิดหนีอีกครั้ง โดยหวังว่าทุกอย่างคงไม่สายเกินไปผิดไปจากซัลมาน แผงอกเขากระเพื่อมลอบสูดความหอมเข้านาสิก ทรวงอกหน่วงด้วยความต้องการครอบครองของต้องห้ามมักหวานล้ำ... หญิงงามกล้าหาญฉลาดเฉลียว ซัลมานยกยิ้มยามนึกถึงใบหน้าคมสันของชีคดำคล้ำด้วยไฟโทสะท่วมท้นแล้วหลังจากนั้นไม่นานนัก ขอบฟ้าก็ถูกยกขึ้นนั่งบนหลังม้าตัวเดิม โดยมีร่างใหญ่โตโหนตัวเองขึ้นซ้อนหลัง ซัลมานอ้อมลำแขนรั้งสายบังเหียนม้ามาด้านหน้าร่างระหงโยกเยกบนหลังม้าคล้ายเปลไกว ความหนาวเย็นของทะเลทรายทำให้เธอเบียดแผ่นหลังชิดอกร้อน เสาะหาไออุ่นทำไมฉันถึงไม่เกลียดเขาได้เต็มหัวใจ... ทำไมยังรู้สึกปลอดภัยเวลาที่เขาอยู่ใกล้ขอบฟ้าทอดถอนใจพิงตัวเองบนอกแกร่ง ในเมื่อเวลานี้เธอทำอะไรไม่ได้ นอกจากเพ่งมองความมืดมิดที่มีเพียงดวงดาวนับล้านส่องแสงระยิบระยับกระจายทั่วผืนฟ้า เธอก็ขอเก็บแรงเอาไว้ก่อนและใช้อกเขาเป็นหมอนแล้วกันพวกเราเดินทางผ่านเนินสูงลูกแล้วลูกเล่าลดหลั่นกันไปสุดลูกหูลูกตาราวกับว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด เสียงฝีเท้าม้าบนพื้นทรายราวเสียงดนต







