Mag-log in4 - 18+
ขอบฟ้าทิ้งศีรษะลงทันที ซ่านไปทั้งตัวเมื่อร่างแกร่งดันต้นขาเธอขึ้นแล้วขบเนื้ออ่อน เขาขย้ำดั่งเธอเป็นของหวาน เสียงหวานของเธอครางแหบลึกในคอหยัดตัวยินยอมจนหมดสิ้น
“ขอบฟ้า อืม...”
จมูกของเขาซุกอยู่ในจุดที่อ่อนไหวสูดดมกลิ่นหอม บรรจงกดปากแผ่วเบาบนขนอุยก่อนใช้ลิ้นตวัด เธอจับผมเขาแน่น สัมผัสแรกแม้แผ่วเบาทว่าซ่านจนเธอแทบทนไม่ได้
“ซัลมาน !”
เขาครางฮึ่มในทรวงอกขยับตัวเบียดดันขาเธอขึ้น ก้มศีรษะประกบปากบนเนินสาว ดูดดุนด้วยลิ้นชิมรสชาติ แล้วสอดนิ้วใส่ถ้ำช้า ๆ
“อ่า...”
เธอลืมตาโพลงมองเพดานด้านบน นิ้วกร้านกำลังดันเข้าในโพรงรัก ลิ้นปาดลึกรัวขยับควบคู่ปลายนิ้วทำให้เธอสติแตกกระเจิง เธอรู้สึกถึงร่องทางรักฉ่ำชื้นด้วยหยาดน้ำเหนียวใส ไอร้อนผิวเนื้อของเราทั้งคู่เพิ่มสูงจนเหงื่อผุดเม็ดเป้ง
ซ่า...
อากาศภายนอกเย็นฉ่ำด้วยฝนที่ยังตกชุก ทว่าอุณหภูมิภายในห้องกลับอุ่นร้อน ฝ้าขาวโพลนจากหยดน้ำบนกระจกหน้าต่าง กลิ่นฝนและกลิ่นการร่วมรักลอยคว้างรวมไปถึงเสียงผิวเนื้อสองร่างเสียดสี
ซัลมานเลื่อนตัวขึ้น ค่อย ๆ ลากปลายลิ้นจดบนผิวนุ่ม แวะตวัดเลียยอดถันจนถึงริมฝีปาก แย้มออกด้วยลิ้นแล้วตวัดลึกข้างในจนเธอรับรสชาติหวานล้ำ
ทั่วทั้งห้องอวลไปด้วยกลิ่นของการร่วมรัก กลิ่นเหงื่อที่เริ่มผุดพราย หรือแม้กระทั่งกลิ่นของลมหายใจอันร้อนระอุ
เธอสะท้านนิด ๆ เมื่อเขาเคลื่อนสะโพกสอบเป็นจังหวะ เบียดตัวเองแนบแน่นจนแก่นเนื้อกร้าวสัมผัสร่องรักแห่งไฟ
เธอคว้าสะโพกเขาไว้จิกเล็บปรามให้ช้าลง แต่เขายังขยับตัวเองดันลำร้อนดุนกลีบอ่อนใส
“อืม... ขอบฟ้า” มือคล้ำเข้มประคองหน้าเธอ
“ฉัน ซัลมาน ฉันต้องบอกคุณ”
เขาขยับสะโพกต้องการสอดใส่ แต่เสียงแปร่งปร่าของเธอทำให้เขาหยุดมองด้วยแววตาสงสัย
นัยน์ตาเธอยังท่วมท้นด้วยความรู้สึกพิศวาส เขารู้ว่าเธอเองก็ต้องการเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ยังมีความลังเล เขาจ้องเธอขณะเคลื่อนอาวุธคู่กายสอดประสานน้ำหวานหน้าโพรงถ้ำ
“ผมกำลังจะทนไม่ไหว อืม...”
เขากดเสียงต่ำลึกในลำคออย่างคนที่กำลังพยายามสะกดกลั้นความต้องการโจนจ้วง มือเขาตรึงท้ายทอยเธอแน่น ใช้สายตาคมกล้าหยุดเสียงประท้วง แล้วขยับดันเข้าไป
“อือ ซัลมาน ฉัน...”
เขาเกือบหลับตาเมื่อรับรู้ถึงทางรักเล็กและแคบ ค่อย ๆ เคลื่อนความมหึมาสีเข้มผ่านร่องเนื้อหนึบ กัดฟันแล้วดันปลายหัวทู่สอดเข้าไป ด้วยการโก่งตัวขึ้นเล็กน้อย
ดวงตาสีน้ำตาลใต้ร่างฉายแววเจ็บปวดระคนตื่นเต้น เขามองอย่างลังเลแต่ความร้อนรุ่มทำให้เขาหมดการยับยั้งใจ เสือกตัวเองเข้าอีก
“คุณแคบมาก ขอบฟ้า อืม” เขาครางลึกในลำคอ
เธอจิกเล็บบนต้นแขนกำยำ เม้มปากกลั้นความเจ็บจากการถูกแทรกเข้าสู่ร่างกาย สิ่งนั้นรุกรานเบียดจนทางรักเหยียดขยาย เธอรู้สึกถูกฉีกแยกออกแม้ว่าเขาเข้าไปได้แค่ปากทาง
“ถุงยาง ซัลมาน...”
ในช่วงที่ทุกอย่างกำลังหวามไหว เศษเสี้ยวแห่งจิตสำนึกของเธอยังคงทำงาน เธอเอ่ยขึ้นด้วยเสียงกระเส่าหวาน ก่อนจะขาดหาย เมื่อเขาประกบปากกลืนเสียงร้อง เธอสะดุ้งเบา ๆ ขณะที่เขาพุ่งตัวสอดใส่ กระแทกจนปลายหัวมุดหาย
“อืม...”
ร่างเขาครางกระหึ่ม ซ่านเสียวลึกในทรวงอก เขาสอดลิ้นตวัดดูดซับเสียงร้อง กระหวัดในโพรงปากแล้วดันอีกครั้งจนมิด
“อ่า”
ปากหนาเผยอครางเบา ๆ ก่อนจะกวาดไล้โพรงปากนุ่ม ดันตัวเองเข้าถ้ำแน่นหนึบ รัดจนแก่นกายเขารวดร้าวกระทั่งต้องหยุด ผละออกเล็กน้อยจ้องหน้าเธอนิ่ง เขาเข้าใจแล้วถึงแววตาเมื่อครู่
“คุณบริสุทธิ์ ?”
เขานิ่งค้างไปครู่หนึ่ง สับสนและหนักอึ้งในอก เมื่อรู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันเกินกว่าแผนที่วางไว้
เขาควรจะรู้สึกชนะ นี่มันเหนือกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ เขารู้ว่าควรต้องถอนตัวเองออกจากโพรงรักแต่กลับทำไม่ได้ ในเวลานี้แก่นกายแช่นิ่งอยู่ในร่างเธอ สัมผัสรัดรึงจนเขานิ่วหน้า
เขามองเธอด้วยสายตาสับสน แม้ว่าเหงื่อออกจนท่วมตัว บ่าแกร่งเกร็งเครียดรอให้เธอพูดอะไรบางอย่างออกมา พูดคำที่ทำให้เขารู้สึกผิดน้อยลง
ขอบฟ้ากัดริมฝีปากปรือตาขึ้น ในร่องรักยังรู้สึกหน่วง ๆ ระบมทว่าระคนซาบซ่าน ที่สำคัญเธอไม่ต้องการให้เขาหยุด
มือเรียวประคองหน้าเขาลูบเบา ๆ กระซิบแผ่วต่ำ ร่างสะท้านจนไหวระริก เบียดตัวเองเข้าหา
“ฉันเลือกคุณ ช่วยให้ฉัน... ลืมทุกอย่างในคืนนี้ ได้โปรด”
เสียงหวานลุ่มลึกเปี่ยมอารมณ์เข้มข้น และนั่นคือทั้งหมดที่เขาต้องการได้ยิน
นัยน์ตาอำพันล้ำลึกขึ้น ขณะเสือกสะโพกกระแทกเข้าปลอกรัดรึง ไหล่สั่นทั้งร่าง เสียงทุ้มต่ำคำรามกระหึ่มพลางกดลึกในร่างกายหญิงสาว เขาฝังตัวเองนิ่งภายในถ้ำแสนฉ่ำหวาน แคบกระชับจนเขาเจียนบ้าคลั่ง
เขาไม่กล้าขยับร่างกายแม้แต่น้อย เกร็งตัวจนข้อมือปูดโปน กระทั่งมองเห็นนัยน์ตาหวานส่องประกายเจิดจ้า และรอยยิ้มเอียงอาย เขาจึงเริ่มขยับ สะโพกพลิ้วถอนแล้วดันเชื่องช้าทว่าหนักหน่วง ทุกครั้งที่เอาตัวเองออกแล้วกระแทก เขาเสียวรวดร้าวไปถึงปลายเท้า
ขอบฟ้าเผยอปาก ความเจ็บร้าวเจือจางลงแทนที่ด้วยความพิศวาสที่เขาค่อย ๆ จุดขึ้นในทุกคราวที่ดันตัวเองเข้ามา เสียงพ่อกับแม่เมื่อหัวค่ำเลือนรางไปเมื่อเธอวาดลำแขนรั้งท้ายทอยคนด้านบน แอ่นตัวตามทุกแรงแนบแน่น
เธอจะเก็บความทรงจำงดงามนี้ไว้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าเธอจะได้เจอกับเขาอีกครั้งหรือไม่
แต่สำหรับซัลมานแล้ว เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าแผนการในคืนนี้จะทิ้งรอยสัมผัสอะไรไว้
มันควรเป็นแค่แผน เป็นกลยุทธ์ที่เขาวางไว้ล่วงหน้า
ทว่า... มันดีเกินไป ทุกครั้งที่ฝังแน่นในร่องเนื้อ แววตาเธอสะท้อนความไว้วางใจ พาให้เขาสะดุ้งอยู่ข้างในอก รู้สึกผิดกับตัวเองที่ทำแบบนี้
แต่เขายังกระแทกตัวเองเข้าไป หน่วงร้าวกระเส่าเร่าร้อน
สัญชาตญาณเก่าแก่โบราณร่ำร้อง เขาไม่สนอีกต่อไปแล้วว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้เพราะอะไร
รับรู้เพียงว่าในคืนนี้ เขาจะมีเธอ
ริมฝีปากทั้งสองผสานเป็นจุมพิต ทั้งอ่อนโยนและร้อนแรง สองกายปลอบประโลมกันด้วยการร่วมรักอันแสนวิเศษ
แรงปะทะที่ยังคุกรุ่นอยู่ภายในของคนทั้งคู่ พาให้ลมหายใจร้อนผ่าว เสียงครางสองร่างกระซิบอยู่ในลำคอ
และเขาเปล่งภาษาเก่าแก่แห่งทะเลทรายแผ่วเบาข้างใบหู
“ในไม่ช้า เราจะได้พบกันอีกครั้ง... ขอบฟ้า”
เธอไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดออกมาแม้แต่น้อย ทว่าบทบรรเลงเพลงรักอันเร่าร้อนได้พัดพาความคิดของเธอเลือนหายไป
และเธอเลือกจะเชื่อว่ามันคือคำสัญญา เพราะเธอไม่มีอะไรให้ยึดอีกแล้ว
นอกจากสัมผัสของเขาในคืนนี้
17 จุดหมายเดียวกันแต่เธอจะหลงลืมผิวสีน้ำผึ้งเนียนทั้งตัวของเขาได้อย่างไรกัน เธอละสายตาออกไม่ได้เลย กล้ามเนื้อทุกลูกล้วนหนั่นแน่นโดยเฉพาะแผ่นท้องราวกับภาพแกะสลัก แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพละกำลังทว่ากลับดูนุ่มนวลในขณะเดียวกัน เส้นเอ็นกล้ามเนื้อเป็นริ้วยาวลับหายในขอบกางเกงอะไรกัน !ขอบฟ้าตกใจกับความคิดของตัวเองมุดตัวลงน้ำให้ความเย็นบรรเทาอาการร้อนรุ่มกะทันหันก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วพบว่า เนื้อทองแดงอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนผ่าว“ยังไม่ถึงเวลานั้น ขอบฟ้า”เธอช้อนตาขึ้นแล้วรีบหลบ เปลวเพลิงปรารถนาจดจ้องเธอเช่นกันและมันทำให้เธอหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงเสียจนหูอื้อไปหมด“ถึงเวลาอะไรกัน สำหรับฉันคืนเดียวก็พอแล้ว”“ฮึ แน่ใจหรือ” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ แสงอาทิตย์สะท้อนสีทองแวววาว “สำหรับเราไม่มีวันพอหรอกขอบฟ้า”“คุณไม่จำเป็นต้องแสดงอีกซัลมาน”เธอพ่นลมออกเรี่ยน้ำ เธอพบว่าน้ำเย็นไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำร้ายพอเขายืดกายขึ้นกวักน้ำราดตัว หัวใจเธอยิ
16 รอมาลซาฮาราเช้าวันรุ่งขึ้น ณ กลางทะเลทรายรอมาลซาฮารากลางแสงแดดจ้าแผดเผาอันร้อนระอุ กระไออ้าวแผ่ขึ้นจากพื้นทราย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ขาวโพลนเวิ้งว้างจนมิอาจแยกได้ว่าเส้นจรดขอบฟ้าอยู่ที่ใดร่างระหงนั่งโยกเยกอยู่บนหลังม้ามานานหลายชั่วโมง ด้านหลังเธอคือซัลมานที่ยอมให้เธอพิงมาตลอดทั้งคืน ผิวกายอาบชุ่มเหงื่อภายในชุดเสื้อคลุมอะบายา[1] สีดำปกปิดมิดชิด“อีกนานไหม”เสียงหวานนุ่มอ่อนระโหยทั้งแหบพร่า นัยน์ตาน้ำตาลเจิดจ้ามองภาพตรงหน้าพร่าเลือนจากแสงยามสายที่เพิ่งพ้นคุ้งฟ้า“จิบเสียหน่อย จิบเดียวนะ”เขายกกระติกน้ำขนาดใหญ่คล้ายทหารจ่อปากกระจับที่เผยอรอด้วยความกระหาย“มีโอเอซิสเล็ก อีกไม่ไกล อดทนหน่อย”“คุณจะไม่บอกอะไรสักหน่อยหรือ ว่าทำไมถึงลักพาตัวฉันมา”เธอยังถามคำเดิมอย่างดื้อดึงด้วยเสียงนุ่มแผ่วเบาแข่งกับเสียงลมอู้หอบเม็ดทราย ความนิ่งเงียบคือคำตอบ เขายังนั่งเป็นหินผาทั้งที่ภายในร้อนรุ่ม นัยน์ตาอำพัน
15 ยากจะประสาน“ท่านรักลูกไม่เท่ากัน ท่านทรงเห็นซัลมานดีกว่าลูกเสมอ ตั้งแต่เด็ก เพราะอะไรกัน ?” น้ำเสียงมูซาสั่นเล็กน้อย“คงเพราะซัลมานเป็นลูกของพระชายาคนโปรดใช่หรือไม่ ? บานีริยาฮ์ผู้รักอิสระเสรี ทำสิ่งใดก็ได้ตามแต่ใจตน”“ลูกพูดอะไร ! หากพ่อเห็นซัลมานดีกว่า ยเจ้าคงไม่ได้เป็นมกุฎราชกุมาร”ยิ่งพูดเขายิ่งเจ็บ ชีคหนุ่มยิ้มหยันมุมปากขณะที่หัวเราะในลำคอ เปล่งคำถากถาง“กฎมณเฑียรบาลทำให้ลูกได้เป็นมกุฎราชกุมารต่างหาก”ครืด...เขาเลื่อนเก้าอี้อีกครั้งลากยาว แล้วหย่อนร่างลงตวัดท่อนขาแกร่งไขว่ห้างขยับปลายเท้ากระดิกเบา ๆ“ท่านพ่อคิดไว้หรือยังว่า เห็นควรลงโทษความซุกซนของน้องชายเช่นไร”“พ่อไม่มีความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะลูก อย่าคิดว่าพ่อแก่แล้วโง่เขลาจนไม่รู้ว่าน้ำมันรั่วลงอ่าวได้อย่างไร เจ้าวางแผนกับสุฟยาน ชีคชั่วข่มขู่ครอบครัวชาวไทย เขากลัวจนต้องยอมตกลงให้ลูกสาวพร้อมสัมปทาน นี่มัน... เป็นสิ่งที่ผิด ทั้งต่อมนุษยธรรม ทั้งต่อองค์อัลลอฮ์ !”ชีคอิบรอฮีมเริ่มเสียงแข็งหลังจากที่อดทนต่อกิริยาหยาบกระด้างของบุตรชาย เขาพยายามมองหาสายตายามวัยเด็กของมูซา ทว่ากลับไม่มี สายตาที่เคยมองบิ
14 เพชรฆาตในคราบชีคช่วงหัวค่ำ วันเดียวกับเจ้าสาวโดนลักพาตัว ณ พระราชวังไซฮาตนาเดียชีคมูซาย่ำฝีเท้าหนักแน่นตามแรงอารมณ์ปะทุเดือดบนพื้นทางเดินหินอ่อนเย็นเยียบสีงาช้างร่างสูงใหญ่ในชุดกันดูร่า[1] ตัวยาวสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมบิชต์[2] สีดำสาบเสื้อแถบใหญ่ขลิบทอง ชุดพระราชพิธีสวมใส่เฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น เช่นวันนี้กลิ่นกำยานงานพิธียังลอยคว้างอ่อนจางตลอดทาง ยิ่งพาให้ช่องท้องเต็มไปด้วยไฟโทสะเขาพ่นลมหายใจหนักในทุกก้าว แสงสีนวลบนผนังโถงทอแสงงามจับตา ทว่านัยน์ตาสีนิลบัดนี้มืดหม่นจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความวิจิตรของพระราชวังส่วนหน้าดวงหน้าคมสันดั่งเทพบุตรกร้าวกระด้าง เนตรนิลกาฬจับจ้องยังจุดหมายคือห้องเอนกประสงค์สำหรับกษัตริย์เท่านั้น“ขอพระราชทานอภัย พระองค์ทรงเสวยกระยาหารอยู่พ่ะย่ะค่ะ”สายตาดั่งเสือสาดซัดใส่ข้ารับใช้คนสนิทองค์กษัตริย์หน้าห้อง วาดท่อนแขนกวาดมือผลักออกพ้นทาง โดยมีองครักษ์ด้านหลังล็อกตัวไว้ทันที“พระองค์ !”ผ่าง !!เสียงประตูบานใหญ่ถูกผลักด้วยแรงโทสะอย่างลูกขัตติยะ พาให้ชีคอิบรอฮีมเงยหน้าขึ้นจากมื้ออาหาร จ้องบุตรชายย่ำฝีเท้าหนักลงพรมเปอร์เซีย“มูซา พ่อไม่รู้ว่าลูกอยากจะมารับปร
13 วันพระราชพิธีเช้าวันต่อมา ในงานอภิเษกสมรส ณ โถงพิธีการ พระราชวังไซฮาตนาเดีย เสียงดนตรีอาหรับขับขานบทเพลงไพเราะในวันอภิเษกสมรส ท่วงทำนองอ่อนหวานพาให้เคลิ้มฝัน กลิ่นเครื่องหอมพระราชวังอบอวลทุกอณูฮาเร็มวังหลังแห่งนี้ชุดเจ้าสาวแสนหนักอึ้งดั่งดวงใจของดารินทร์ที่แบกรับอยู่ในตอนนี้เธอสวมชุดแต่งงานของพี่สาวตัวเอง หลังจากตกลงกับชายคนหนึ่ง คนที่เธอเคยเห็นพี่สาวและเขาลุกหายไปด้วยกันในนิวยอร์ก และพี่ของเธอกลับมาอีกครั้งในตอนเช้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขการแต่งงานจอมปลอมนี้ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ต้องการให้พี่ขอบฟ้าเข้าพิธีกับชีคมหาอำนาจแลกกับเงินและความปลอดภัยดารินทร์รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเธอ ดวงตาเหม่อมองไปทางกระจกเงาฝั่งตรงข้าม มองใบหน้างดงามอันน่าหลงใหล เชื้อสายโปรตุเกสที่ตกทอดลงมาสู่เธอมากเสียจนความสวยนี้กลายเป็นดาบสองคมภาพใบหน้าของย่าบนรูปถ่ายในห้องทำงานสะท้อนอยู่ในตัวเธอ พ่อรักเธอมากเกินไปจนเขาไม่เคยเจียดความรักอย่างที่พึงกระทำให้พี่สาวการมอบลูกตัวเองเพื่อแลกกับเงินก็คล้ายกับการขายลูกกินเธอตามเพื่อนของซัลมานไปในคืนนั้นที่นิวยอร์ก จนรู้ว่าแท้จริงมันคือแผนแต่เธอไม่ลังเลเลยถ้าพี่ขอบฟ้าจะมีควา
12 สันเนินทรายนูนสูงทะเลทรายยามค่ำคืนอันตรายอย่างที่เขาบอก ดังนั้นเธอจึงจะตามใจเขาไปก่อน รอจังหวะแล้วค่อยคิดหนีอีกครั้ง โดยหวังว่าทุกอย่างคงไม่สายเกินไปผิดไปจากซัลมาน แผงอกเขากระเพื่อมลอบสูดความหอมเข้านาสิก ทรวงอกหน่วงด้วยความต้องการครอบครองของต้องห้ามมักหวานล้ำ... หญิงงามกล้าหาญฉลาดเฉลียว ซัลมานยกยิ้มยามนึกถึงใบหน้าคมสันของชีคดำคล้ำด้วยไฟโทสะท่วมท้นแล้วหลังจากนั้นไม่นานนัก ขอบฟ้าก็ถูกยกขึ้นนั่งบนหลังม้าตัวเดิม โดยมีร่างใหญ่โตโหนตัวเองขึ้นซ้อนหลัง ซัลมานอ้อมลำแขนรั้งสายบังเหียนม้ามาด้านหน้าร่างระหงโยกเยกบนหลังม้าคล้ายเปลไกว ความหนาวเย็นของทะเลทรายทำให้เธอเบียดแผ่นหลังชิดอกร้อน เสาะหาไออุ่นทำไมฉันถึงไม่เกลียดเขาได้เต็มหัวใจ... ทำไมยังรู้สึกปลอดภัยเวลาที่เขาอยู่ใกล้ขอบฟ้าทอดถอนใจพิงตัวเองบนอกแกร่ง ในเมื่อเวลานี้เธอทำอะไรไม่ได้ นอกจากเพ่งมองความมืดมิดที่มีเพียงดวงดาวนับล้านส่องแสงระยิบระยับกระจายทั่วผืนฟ้า เธอก็ขอเก็บแรงเอาไว้ก่อนและใช้อกเขาเป็นหมอนแล้วกันพวกเราเดินทางผ่านเนินสูงลูกแล้วลูกเล่าลดหลั่นกันไปสุดลูกหูลูกตาราวกับว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด เสียงฝีเท้าม้าบนพื้นทรายราวเสียงดนต







