Accueil / รักโบราณ / วสันตกาลพานพบ / ตอนที่ 10 หมาป่ากินพืชนามว่าหลินเซิน

Partager

ตอนที่ 10 หมาป่ากินพืชนามว่าหลินเซิน

last update Date de publication: 2024-11-06 10:00:57

หนึ่งพันปีต่อมา

อรุณรุ่งบนยอดภูเขาสูงห่างไกลจากผู้คน ดอกท้อสีชมพูอ่อนหลายพันต้นผลิบานสะพรั่งไปทั่วบริเวณรับฤดูใบไม้ผลิ ใต้ต้นดอกท้อริมหน้าผามีชายหนุ่มผู้หนึ่งนอนหลับตาอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวขจี น้ำค้างยามเช้าค่อย ๆ ลู่ลงมาตามใบไม้พลันหยดลงที่หน้าผากอย่างแผ่วเบาปลุกเขาจากการหลับฝัน เขาลืมตาขึ้นมาช้า ๆ ยกมือขึ้นบังแสงแดดอ่อนที่กำลังแยงตา พักหนึ่งจึงลุกขึ้นยืนรับอากาศสดชื่นวันใหม่ สายลมพัดเรือนผมยาวสีเทาแกมชมพูปลิวไสว

หลินเซิน หมาป่าขนเทาอาศัยอยู่เพียงลำพังบนเขาลูกนี้มาเป็นเวลากว่าพันปีแล้ว ชีวิตของเขาเรียบง่าย ไร้เรื่องกังวลใด ๆ ราวกับคำอวยพรของดอกท้อแสนปีได้สัมฤทธิ์ผล เขาใช้เวลาทั้งวันกับการนั่งเล่น นอนเล่น โดยไม่สนเรื่องราวภายนอก หากแต่ยังสงสัยตนเองอยู่บ้างว่าทำไมหมาป่าอย่างเขาถึงกินผลไม้เป็นอาหาร ดื่มน้ำค้างยามเช้า เขาเคยมีความคิดว่า อาจจะเป็นเพราะเกิดมามีพลังเซียนจึงทำให้เขากลายพันธุ์ไป เลยไม่ได้สนใจที่มาของตนเอง อย่างไรเขาก็มีความสุขมากแล้ว

การมีพลังเซียนทำให้เขาไม่เคยต้องเหนื่อยใช้แรงงาน หากอยากดื่มน้ำค้าง ใบไม้เหล่านั้นก็จะคอยกักเก็บเอาไว้ให้ ยามอยากกินผลไม้ สิ่งนั้นก็ลอยมาหาเขาเอง แต่กระนั้นก็มีบางครั้งที่เขาลงมือทำด้วยตัวเอง อย่างเช่น กระท่อมไม้หลังน้อย เขาบรรจงตกแต่งด้วยดอกไม้รอบเรือนสวยงาม วันใดที่เบื่อ ๆ กับการบำเพ็ญตบะเซียนให้ครบเก้าขั้น เขาจะเข้าป่าไปขุดเห็ด หาโสมป่าหายากมาเก็บเอาไว้

ทุก ๆ หนึ่งร้อยปี หลินเซินจะลงจากเขาเข้าเมืองมนุษย์เพื่อดูความเป็นไปของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ บ้าง แน่นอนว่าเขาเป็นพวกที่ขาดของหวานไปไม่ได้ พอลงมาถึงด้านล่างก็ตรงดิ่งเข้าไปที่ตลาด มองซ้ายขวาอย่างรวดเร็วเก็บรายละเอียด จากนั้นเขาก็หายตัวไปอยู่ที่หน้าร้านถังหูลู่ หลินเซินจ้องพ่อค้าอย่างไม่วางตา

“ข้าอยากได้ถังหูลู่สองไม้” เขาพูดกับพ่อค้าแล้วยิ้มสดใสให้เขาเหมือนเด็กน้อยที่กำลังอยากได้ของเล่น

“คุณชาย สองไม้สองอีแปะ” พ่อค้าจัดแจงหยิบไม้ยื่นให้เขา อีกมือหนึ่งแบไว้รอรับเงินสองอีแปะ หากแต่ว่ารออยู่นานก็ไม่ได้รับของที่ว่าเสียทีจึงพูดย้ำอีกครั้ง “สองอีแปะขอรับ คุณชาย”

“ราคาขึ้นอีกแล้วหรือ เมื่อก่อนข้าซื้อทีห้าไม้แค่อีแปะเดียวเอง” หลินเซินทำหน้าสงสัย เอียงคอด้วยความสับสน แม้แต่ราคาของกินก็เปลี่ยนไปในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา

“คุณชาย ข้าขายราคานี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว หากท่านไม่ซื้อ ข้าจะเก็บคืนนะขอรับ” เขาเลิกคิ้วกำลังจะชักมือกลับ

“ซื้อสิ ข้าบอกเจ้าแล้วอย่างไร ขอสองไม้” หลินเซินจ้องไปที่ดวงตาของพ่อค้าอีกรอบ นั่นแหละ เขากำลังสะกดจิตพ่อค้าเพื่อถังหูลู่สองไม้ คงจะไม่แปลกอันใดหรอก เพราะหมาป่าอย่างเขาจะหาเงินจากที่ไหนมาให้ อยากได้อะไรแค่มองตาสะกดจิตก็ได้มาแล้ว จากนั้นไม่รอช้า หลินเซินมุ่งหน้าไปที่ร้านน้ำตาลปั้น สายไหม และผลไม้จากต่างเมือง ได้ของมากมายติดไม้ติดมือมา

หลังจากอิ่มหนำแล้ว เขาใช้เวลาเดินเที่ยวรอบ ๆ ตลาด ผ่านเข้าไปในเมือง ยามเดินผ่านไปที่ใดก็มีแต่สายตามองมาที่เขา ราวกับมีแสงรัศมีเปล่งรอบตัว ผู้ใดก็คิดว่าเขาเป็นคุณชายสูงศักดิ์ สตรีโฉมงามมองเขา ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แม้แต่บุรุษก็อดทึ่งในรูปโฉมของเขาไม่ได้ หลินเซินผู้นี้ไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เลย เขาเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย ๆ ตามใจ จนได้เวลาที่แสงอาทิตย์กำลังจะลับตา

ระหว่างทางเดินกลับขึ้นเขา จู่ ๆ สายฝนก็เทลงมาห่าใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาเดือดร้อนอะไรนัก นานทีฤดูใบไม้ผลิจะมีฝนหลงฤดูมาบ้าง ถือเป็นเรื่องราวดี ๆ อย่างหนึ่ง เขาเดินตากฝนมาตลอดทาง เมื่อเจอแอ่งน้ำฝนก็จะกระโดดลงไปในหลุมให้น้ำกระเด็นขึ้นมา ทำให้แมวน้อยสีขาวตัวหนึ่งที่กำลังหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่เข้าใจเลยว่าสติเขายังดีอยู่หรือไม่ ฝนตกยามนี้ทั้งเปียกชื้นและเหน็บหนาว

เมื่อรู้สึกว่ามีสายตาหนึ่งกำลังมองมาที่ตนเอง หลินเซินจึงหยุดเล่นชั่วครู่ ค่อย ๆ เดินมาใต้ต้นไม้ใหญ่ เขามองแมวน้อยสีขาว ตาสีฟ้ากลมโตตัวนี้ด้วยความเอ็นดู ขนของแมวน้อยเปียกจนลีบติดตัวดูลักษณะไม่เหมือนแมว จากนั้นจึงร่ายเวทกันน้ำฝนให้เจ้าแมวตัวนี้

“เจ้าสัตว์ตัวน้อย เจ้าคือตัวอะไรหรือ มาทำอะไรอยู่ที่นี่ หรือว่าเจ้าติดฝนเลยกลับบ้านไม่ได้” เขาก้มลงพูดน้ำเสียงอ่อนโยน แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่เขาเห็นคืออะไร แต่หากเจ้าแมวสีขาวนี้พูดได้ คงจะต้องบ่นออกมาแน่ ๆ ว่าเขาซื่อบื้อเพียงใดถึงแยกไม่ออก พอเห็นว่าแมวน้อยตัวสั่นเทาด้วยความหนาวก็ร่ายเวทส่งความอบอุ่นไปให้ ยามที่ขนสีขาวแห้งขึ้นก็ฟูฟ่องสวยงาม

“เอ๊ะ! เจ้าเป็นแมวหรือนี่ ข้าไม่ยักจะเคยเห็นแมวน่ารักเช่นเจ้ามาก่อนเลย” หลินเซินนึกในใจ แถวกระท่อมเขาแทบไม่มีสัตว์อะไรอยู่เลยนี่นา ไม่รู้ว่าหายไปไหนหมด ไหน ๆ ก็ไม่มีอะไรต้องทำแล้ว เขาจึงนั่งรอฝนหยุดตกเป็นเพื่อนแมวน้อยกว่าหนึ่งชั่วยาม

“ฝนหยุดแล้ว ทีนี้เจ้าก็กลับบ้านได้แล้วล่ะ” หลินเซินลูบหัว เกาคางแมวน้อยก่อนจะลุกขึ้นเพื่อกลับบ้านของตน

ครั้นเดินมาไม่ได้ไม่ถึงสิบก้าวก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังตามมา

“เจ้าเองหรอกหรือ ทำไมไม่กลับบ้านเล่า”

ถามออกไปก็เท่านั้น แมวน้อยไม่ตอบกลับมา เพียงส่งเสียงร้องเหมียว เหมียวให้เขาแล้วเดินมาคลอเคลียวนรอบข้อเท้าของเขาอย่างนุ่มนวล หลินเซินยกเท้าขึ้นก่อนจะย่องไปอีกทางหนึ่ง ฉวยโอกาสวิ่งหนีมาอีกทาง เอาขนมหวานมาหลอกล่อเจ้าแมวน้อยเพราะคิดว่ามันคงชอบเหมือนตนเอง ถึงอย่างนั้นก็หนีไม่รอด

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 56 จบบริบูรณ์

    ณ ตำหนักโคมดวงจิตเจียลี่นั่งรำลึกความหลังตอนที่นางเป็นเซียนน้อยดูแลตำหนัก แล้วชี้ให้หลินเซินดูว่าโคมดวงจิตของเขาเคยตั้งอยู่ตรงนี้“ข้าไม่นึกเลยว่าจะเป็นเจ้า” เจียลี่หันมามองหลินเซิน “ผู้เฒ่าหยางคงจะหมดห่วงแล้วล่ะ”“ข้าติดหนี้เจ้าแล้ว มากมายจนนับไม่ถ้วน หากไม่มีเจ้า จิตวิญญาณของข้าคงแตกสลายไป” น้ำเสียงของหลินเซินแผ่วเบา“ไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นหรอก” เจียลี่ส่ายหน้า นางกุมมือเขาเอาไว้ ทำสีหน้าจริงจัง “ข้าจะปกป้องเจ้าเอง ไม่ว่าใครหน้าไหนกล้าทำร้ายเจ้าอีก ข้าไม่ปล่อยไว้แน่”หลินเซินเลิกคิ้วแล้วยิ้มให้นาง “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นถึงอดีตเทพสงคราม จะมีใครกล้าทำอะไรข้า”“นั่นสิเนอะ” เจียลี่หัวเราะกับคำตอบของเขา “หลินเซิน ไปดูก้อนเมฆสีรุ้งกันเถอะ ข้าไม่ได้เห็นนานแล้ว” นางเอ่ยปากชวนเขาไปที่ผาน้ำตกทั้งสองนั่งเล่นชมทิวทัศน์อยู่นานจนถึงเวลาพลบค่ำที่ตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้า จู่ ๆ เจียลี่ก็นึกได้ว่าเวลาบนดินแดนสวรรค์กับดินแดนมนุษย์ไม่เหมือนกัน“ข้าว่ารีบกลับลงไปที่บ้านเถอะ ไม่รู้ป่านนี้เยี่ยนฟางกับหมิงเฟยจะเป็น

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 55 สลาย

    ช่วงสายของวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใส หลินเซินนั่งกินถังหูลู่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมบ่อน้ำ เขาหันมามองเจียลี่ที่กำลังหัดร่ายเวทด้วยความจริงจังนึกขำในใจ“เจียลี่ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปเถิด เจ้าทำหน้าเครียดเกินไปแล้ว” นับตั้งแต่ที่เขาคืนพลังเซียนเพื่อฟื้นชีวิตนาง หลินเซินก็กลายเป็นชนเผ่าหมาป่าธรรมดาที่มีพลังเวทนิดหน่อย กระนั้นยังคงเป็นหมาป่ากินพืชเช่นเดิม“ข้าอยากเป็นเร็ว ๆ นี่ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าจะได้ช่วยพวกเจ้าได้” เจียลี่ยังคงพยายามจ้องไปที่มือข้างหนึ่งของนางที่มีพลังเซียนส่องแสงวิบวับ“เจ้าต้องผ่อนคลายให้มากกว่านี้แล้วเจ้าจะเข้าใจว่าต้องทำเช่นไร” หลินเซินให้กำลังใจ เขารินน้ำชาดอกท้อให้นาง “ดื่มก่อน”“อื้ม” เจียลี่พยักหน้า แล้วนึกถึงเรื่องที่นางมีความสุข พลันกลีบดอกท้อปรากฏขึ้นอยู่รอบตัวทั้งคู่ นางโบกมือไปทางซ้ายขวาบังคับสายลมพัดกลีบดอกท้อปลิวไสวไปทั่วทั้งป่า “ข้าเข้าใจแล้วหลินเซิน” นางยิ้มดีใจทั้งคู่พูดคุยกันกระหนุงกระหนิงทั้งวันจนตะวันลับฟ้าจึงพากันเดินกลับบ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 54 สัญญา

    เจียลี่ลุกขึ้นมานั่งร้องไห้เป็นเผาเต่าทันทีที่ฟื้นขึ้นมา นางไม่อยากให้หลินเซินต้องทำเช่นนี้ จนหมิงเฟยต้องเข้ามาปลอบใจ“ท่านพี่ ทำใจดี ๆ ไว้เถิด ถ้าเขาเห็นว่าท่านเป็นเช่นนี้ วิญญาณคงจะไม่สงบสุข” หมิงเฟยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้นางซับน้ำตา“ข้าขออยู่คนเดียวได้หรือไม่” นางคงยังไม่อยากพูดกับใคร ในใจเศร้าสร้อยเกินจะคิดอะไร“ขอรับ” หมิงเฟยพยักหน้าแล้วเดินออกมานอกห้องในป่าลึกท้ายหมู่บ้าน เยี่ยนฟางกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำตานองหน้าเพราะนึกถึงสิ่งที่นางทำ ทั้งยังไม่กล้าสู้หน้าหมิงเฟยจึงหลบออกมานั่งคนเดียวครั้นเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ นางจึงเงยหน้ามองผู้มาเยือน“หลินเซินนนน” เยี่ยนฟางกลั้นใจไม่ไหว ร้องไห้โฮจนตัวโยนหลินเซินจึงนั่งลงข้าง ๆ ลูบหัวของนางเหมือนอย่างเคย “จำได้หรือไม่ วันแรกที่ข้าเจอเจ้า”“อื้ม”“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ตั้งใจ อย่าโทษตัวเองนักเลย” หลินเซินยื่นขนมหวานให้นาง “หมิงเฟยตามหาเจ้าอยู่ ไม่อยากเ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 53 ไม่มีทางเลือก

    เวลานี้ หลินเซินจำเรื่องราวในอดีตได้หมดทุกอย่างแล้ว พลังตบะเซียนและร่างกายของเขากลับมาเป็นเช่นเดิม เขาร่ายเวทก้าวเข้าสู่หุบเขากองกระดูกในทันทีการปรากฏตัวของเขาทำให้หมิงเฟยและพรรคพวกรู้สึกโล่งใจ ยามนี้เขาแทบจะทนแรงฟาดฟันของเยี่ยนฟางไม่ไหวแล้ว หลินเซินมองเห็นความโกลาหลที่พื้นเบื้องล่าง เขามองหาเยี่ยนฟางและหมิงเฟยเป็นลำดับแรก จากนั้นก็เคลื่อนที่มาหยุดตรงหน้านางในพริบตา“จงหลับ!” นิ้วชี้ของเขาจิ้มไปหว่างกลางหน้าผากของเยี่ยนฟาง เขาเอื้อมมือคว้าตัวนางเอาไว้ แล้วส่งให้หมิงเฟย จากนั้นตรงดิ่งไปที่ร่างของเจียลี่พูดกับหมิงเฟยว่า “พาคนออกไปจากที่นี่แล้วร่ายเวทหล่อเลี้ยงร่างของนางเอาไว้”หมิงเฟยพยักหน้ารับคำ ครั้นหลินเซินร่ายม่านเขตแดนของตนขึ้นมา หุบเขากองกระดูกที่แสนอึมครึมจึงมีโพรงแห่งแสงสว่างเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น“เฉิงซาน ทางนี้” หมิงเฟยตะโกนบอกพรรคพวกเมื่อทุกคนในที่แห่งนี้มองเห็นทางออกต่างพยายามสลัดให้หลุดจากคู่ต่อสู้ของตนเองหลินเซินมองเห็นเทพมารลอยอยู่เหนือเทพอาวุโส กำลังจะร่ายเวทใส่ร่างของเขา เพียงแต่ได้ยินเสียงร้อ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 52 ซ่งเทียนเย่

    “เทียนจวิน วันนี้มีเรื่องอะไรหรือถึงได้อารมณ์ดี” ซ่งเสวี่ยหยางถามเขา“แค่วันธรรมดาหนึ่งวันบนดินแดนสวรรค์ เห็นเจ้าเพิ่งกลับมาเลยอยากทวงของฝาก” ซ่งเทียนเย่ยิ้มแป้นให้เขา“ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ได้ไปเที่ยวเล่น ปราบปีศาจที่มีพลังมารก็ทำให้ข้าเหนื่อยไม่น้อย” เขาส่ายหน้าพลางเดินไปที่มุมหนึ่งของตำหนัก “แต่ก็เอาเถอะ ข้าได้ยินมนุษย์พูดกันว่าสุราแคว้นเป่ยรสชาติดีจึงได้ถือติดมือมาด้วย” เขายื่นสิ่งที่พอจะเรียกว่าของฝากให้ซ่งเทียนเย่“เจ้าช่างรู้ใจ ดื่มเป็นเพื่อนกันสักหน่อยดีหรือไม่”หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ออกไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่บนเกาะลอยฟ้าของตำหนักเทพสงคราม ดื่มสุรากันคนละจอกสองจอกพลางพูดคุยเรื่องที่ได้พบเจอในแต่ละวัน“ท่านอา” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยสองคนเรียกซ่งเสวี่ยหยาง เขาหันไปมองต้นเสียงแล้วพูดว่า “พวกเจ้าสองคน ช้า ๆ หน่อย” แต่เด็กทั้งสองกลับวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมเพราะคิดถึงเขา“เฮ้อ ดูสิ บิดาของเขานั่งอยู่ตรงนี้แท้ ๆ” ซ่งเทียนเย่พูดหยอกผู้เป็นน้องชาย“ช่วยไม่ได้ ข้าไม่อยู่ตำหนักตั้งนาน เอ้า! นี่ของฝากพวกเจ้า” เขาร่ายเวทเรียกไข่ของวิหคเพลิงออก

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 51 ด้ายสีทอง

    TW: ความรุนแรง อดีตของหลินเซินและเจียลี่ราวกับเรื่องราวของเยว่เล่อกับนางยังไม่หนักหนาพอ ใต้เท้าหนุ่มเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพที่นางกำลังนั่งกอดเขาอยู่บนเตียงจึงเกิดความเดือดดาล ปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อของเยว่เล่อแล้วออกหมัดใส่หน้าเขาไปหนึ่งทีนางรีบวิ่งเข้ามาประคองเขาพยายามห้ามไม่ให้เยว่เล่อโต้ตอบแต่กลับกลายเป็นว่าใต้เท้าหนุ่มยิ่งไม่พอใจที่ผู้หญิงของเขาทำเช่นนั้น“มันเป็นชู้รักของเจ้างั้นรึ” เขาตวาดเสียงดังก้องแล้วเข้าไปกระชากตัวนางจากเยว่เล่อ บีบข้อมือของนางแรงจนช้ำแดงเถือกเยว่เล่อไม่อาจทนเห็นใครทำร้ายนางได้อีก เขาขัดคำสัญญาของนางแล้วพุ่งตรงมาบีบคอของใต้เท้าหนุ่มในทันที เยว่เล่อกัดคอของเขาแล้วสูบเลือดที่มีจนหมดตัว ทิ้งร่างเหี่ยว ๆ กองไว้บนพื้นนางไม่เคยเห็นเขาในสภาพเช่นนี้มาก่อนจึงตกตะลึงไปชั่วขณะแต่แล้วก็เดินมากอดเขาเอาไว้“ไปจากที่นี่กันเถิดนะเยว่เล่อ” นางมองหน้าเขาสายตาอ้อนวอนทั้ง ๆ ที่บริเวณบ้านเงียบงันแต่กลับมีเสียงหนึ่งคล้ายเสียงของใต้เท้าหนุ่มตะโกนโวยวายไม่เป็นเรื่อง คนใช้ในจวนจึงรีบวิ่งตาลีตาเหลือกเข้ามาในห้อง ครั้นได้เห็นภาพเ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 9 ดอกท้อแสนปีสละพลังเซียน

    เช้าตรู่ของอีกวัน“โอ้โห เช้าวันนี้อากาศดีเหมือนเดิม นี่กระต่ายน้อย เจ้าอยู่ไหน ออกมาเล่นกับข้าหน่อยสิ” หยางซือซือที่เพิ่งตื่นนอนนั่งลงบนพื้นหญ้าเขียวชอุ่ม หันซ้ายหันขวาหาเจ้ากระต่ายเวทเพื่อนของนาง“เอ๋ เจ้าอยู่ไหนนะ มาเล่นกับข้าหน่อย พรุ่งนี้ข้าอาจจะไม่ได้

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 8 นักล่าบุกหมู่บ้าน

    เสิ่นชิวเข้ามาในบ้านของตนเองเพื่อเก็บของสำคัญ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงร้องดังมาจากด้านหน้าหมู่บ้านจึงออกมาดู ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนถืออาวุธครบมือเดินเข้ามาในหมู่บ้านด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด ฮึกเหิมและสนุกสนาน แท้จริงแล้วมนุษย์พวกนี้ไม่นับว่าเผ่ากวางนำทางเป็นมนุษย์ดังเช่นพวกเขา ท่

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 7 นิมิตของแม่เฒ่า

    อีกทางด้านหนึ่งของผาเดียวดาย“โอ๊ย เมื่อย!” เสียงหวานดังขึ้น ร่างโปร่งแสงของนางก้าวออกมาจากต้นดอกท้อที่บัดนี้อายุเกือบแสนปีแล้ว หลังจากนั่งบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ครึ่งค่อนวัน นางจึงอยากเดินเล่นแก้เมื่อยเสียหน่อย“นี่เจ้ากระต่ายเวท มานั่งดูท้องฟ้าเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ” นางเรียกกระต่ายเวทตัวหนึ่งที่อยู่แถว

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 6 พิธีอัญเชิญจิตวิญญาณ

    ห้าปีผ่านไปเสิ่นชิวเติบโตขึ้นที่หมู่บ้านแห่งนี้ เขาคอยช่วยงานคนในหมู่บ้าน มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ผู้คนรอบตัวต่างมีน้ำใจต่อเขา“ท่านแม่ ท่านคงไม่ต้องเป็นห่วงข้าแล้วล่ะ ท่านเห็นหรือไม่ ข้าเติบโตมาอย่างดี หวังว่าท่านจะอยู่บนสวรรค์อย่างมีความสุขนะขอรับ” เสิ่นชิวมองท้องฟ้าสีครามยามเช้าสีหน้ายิ้มแย้ม ไม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status