Partager

การเผชิญหน้า

last update Date de publication: 2024-10-21 19:09:09

ลู่หยวนฮวาก้าวเดินไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ที่เลียบไปกับแนวป่าทึบ ความเงียบสงัดของป่าโอบล้อมนางราวกับกำแพงที่หนาทึบ ต้นไม้สูงใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมท้องฟ้าเหนือศีรษะ ปิดกั้นแสงอาทิตย์ให้เลือนลางรางจากท้องฟ้าสีครึ้ม ทำให้ป่าแห่งนี้ดูมืดสลัวไปทุกทิศทาง ทว่าบรรยากาศนี้กลับทำให้นางรู้สึกสงบใจ รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่ไม่มีกฎเกณฑ์ของมนุษย์มาคอยขีดเส้นไว้

การตัดสินใจเดินทางเลี่ยงเมืองหมิงอี้ในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ลู่หยวนฮวาคิดมาอย่างรอบคอบ ในเมืองหมิงอี้เป็นที่รู้กันว่าตระกูลลู่ของนางถูกกล่าวขานถึงตำนานคำสาปที่เล่นงานพวกเขามาอย่างยาวนาน

ชาวเมืองหวาดกลัวตระกูลลู่ เพราะเชื่อว่าสายเลือดของพวกเขานำพาความหายนะและโชคร้ายไปทุกหนแห่ง

ความเชื่อเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงคำลือแต่อย่างใด หญิงสาวที่เกิดในตระกูลลู่เมื่อแต่งงานออกไปก็ไม่เคยมีใครพบความสุขได้ยืนยาว พวกนางมักจะนำความตายมาสู่คนรักเสมอ คล้ายกับดวงชะตากินสามี ไม่ว่าจะเป็นโรคภัย ภัยธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุ หากใครได้เป็นคู่ครองกับคนตระกูลลู่ ชีวิตก็มักจะจบลงอย่างน่าสลด นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมชาวเมืองหมิงอี้ถึงรังเกียจและหวาดกลัวนางยิ่งนัก

ด้วยเหตุนี้ ลู่หยวนฮวาจึงเลือกที่จะเลี่ยงเส้นทางที่ผ่านเมือง แม้ทางป่าที่นางเดินจะเต็มไปด้วยอันตรายจากสัตว์ป่าและความไม่แน่นอน แต่นางกลับรู้สึกว่ามันปลอดภัยกว่าการเดินผ่านหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยสายตาเย็นชาที่จ้องมองมา ด้วยความเชื่อและความหวาดกลัวที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

ในระหว่างทางที่นางเดินอยู่ นางเหลือบไปเห็นสมุนไพรสีเขียวสดที่ขึ้นอยู่ริมทาง นางหยุดเท้าชั่วครู่ ก่อนจะคุกเข่าลงเพื่อเก็บมันขึ้นมาตรวจสอบ นางใช้ปลายนิ้วบรรจงขยี้ใบเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบความชื้นและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ สมุนไพรนี้มีสรรพคุณที่ใช้รักษาบาดแผลและช่วยบรรเทาความเจ็บปวด หญิงสาวเพ่งสมาธิไปที่การเก็บสมุนไพร โดยไม่ทันสังเกตว่ามีสายตาของใครบางคนกำลังจ้องมองนางจากระยะไกล

ทันใดนั้น ความเงียบสงัดของป่าก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ดังใกล้เข้ามา ลู่หยวนฮวาหยุดมือกลางคัน หูของนางได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ห่างไกลจากความเป็นมิตร นางเงี่ยหูฟังและค่อย ๆ หันไปตามเสียงนั้น

ใจของนางเต้นรัวขึ้นเมื่อมองเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดผ้าหยาบกร้าน พวกเขากำลังเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของพวกเขาจับจ้องมาที่นางด้วยสายตาโลมเลียและท่าทางที่ดูหื่นกระหาย

"โฉมสะคราญเช่นเจ้า ใยจึงมาเดินเล่นในป่าแห่งนี้เพียงลำพัง?" หนึ่งในพวกเขาถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงเจตนาร้ายอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนใบหน้าของเขายิ่งทำให้นางตระหนักว่านี่ไม่ใช่การหยอกล้อธรรมดา

พวกเขาขยับฝีเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ลู่หยวนฮวาหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ นางรู้สึกได้ว่าความตึงเครียดเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

ลู่หยวนฮวาล้วงมือเข้าไปในถุงย่ามเล็กๆ ที่นางพกติดตัวตลอดเวลา ภายในถุงนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรที่นางเตรียมไว้สำหรับการรักษาโรคและการบรรเทาอาการเจ็บป่วย แต่นางก็ได้เตรียมมันไว้สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ด้วย นางใช้ผงสมุนไพรที่บดละเอียดที่สามารถทำให้ผู้ที่สูดดมเกิดอาการระคายเคืองตาและไม่สามารถมองเห็นชั่วคราวได้

เมื่อพวกโจรคนหนึ่งย่างเท้าเข้ามาใกล้นางมากขึ้น นางไม่รอช้า ผงสมุนไพรในมือของนางถูกโยนออกไปอย่างรวดเร็ว ผงนั้นกระจายไปในอากาศและเข้าตาของพวกโจร เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นขณะที่พวกเขาพยายามขยี้ตาอย่างบ้าคลั่ง

“บัดซบ! เจ้ามันนังตัวดี!” หนึ่งในพวกโจรตะโกนออกมาด้วยความโกรธ ขณะที่พวกเขาพยายามถอยหลังเพราะอาการระคายเคืองตา ลู่หยวนฮวารู้ว่านี่คือโอกาสที่นางจะหนี

ไม่รอช้า หญิงสาวหันหลังกลับและเริ่มวิ่งทันที ขณะที่ฝีเท้าของนางกระแทกพื้นดิน เสียงของพวกโจรก็ยังคงดังตามหลังมาเรื่อย ๆ พวกเขายังคงไม่ยอมแพ้และไล่ตามนางอย่างไม่ลดละ

ทางป่าที่นางวิ่งไปเต็มไปด้วยความยากลำบาก รากไม้ที่โผล่ขึ้นมาและก้อนหินที่กระจัดกระจายทำให้การวิ่งของนางไม่ง่ายอย่างที่คิด ลู่หยวนฮวารู้สึกว่าลมหายใจของนางเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเสียงฝีเท้าของพวกโจรใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวพยายามที่จะเร่งความเร็วแต่กลับสะดุดเข้ากับก้อนหินที่ซ่อนอยู่ใต้พงหญ้า ร่างของนางเซเสียหลักก่อนจะล้มลงกับพื้นอย่างแรง ความเจ็บปวดจากข้อเท้าทำให้นางรู้สึกว่าการหนีครั้งนี้อาจจะจบลงที่ความล้มเหลว

นางพยายามดันตัวเองขึ้นมายืนอีกครั้ง แต่ไม่ทันไรพวกโจรก็ตามมาทันและล้อมรอบร่างบางไว้ รอยยิ้มเย้ยหยันที่ปรากฏบนใบหน้าของพวกมันทำให้นางรู้สึกถึงความสิ้นหวัง พวกมันค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ ลู่หยวนฮวารู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของพวกเขา ความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนาง แต่ก่อนที่นางจะได้ทำอะไร เสียงกีบม้าก็ดังขึ้นมาอย่างฉับพลัน

ลู่หยวนฮวาหันขวับไปตามเสียงนั้น นางเห็นกองทหารในชุดเกราะสีเงินส่องแสงวับวาวเข้ามาใกล้ เสียงกีบม้าที่กระแทกพื้นดินดังกึกก้องไปทั่วป่า เสียงใบไม้และลมที่เคยครอบคลุมป่ากลับถูกกลบด้วยเสียงดังของการมาถึงของกองทัพ

ก่อนที่นางจะทันตั้งตัว ชายคนหนึ่งในชุดเกราะสีเงินกระโดดลงจากหลังม้าอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและมั่นคง ราวกับราชสีห์ที่พร้อมปกป้องเหยื่อจากฝูงหมาป่า

ในขณะที่ชายหนุ่มผู้นั้นเข้ามาใกล้ ลู่หยวนฮวาที่กำลังจะล้มลงอีกครั้งก็ถูกประคองขึ้นมาอย่างนุ่มนวล แขนแข็งแกร่งของชายหนุ่มรับตัวนางไว้อย่างมั่นคง นางเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจและสับสน

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของชายหนุ่มผู้นั้นสบกับดวงตาของลู่หยวนฮวา ช่วงเวลานั้นราวกับทุกสิ่งหยุดนิ่งไปชั่วขณะ แรงดึงดูดบางอย่างทำให้นางไม่สามารถละสายตาจากเขาได้

“ท่าน...ท่านเป็นใคร?” ลู่หยวนฮวาถามออกมาเบา ๆ นางยังคงสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นใคร

ชายหนุ่มไม่ตอบในทันที เขาเพียงแค่ประคองนางขึ้นมาอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากของเขาเม้มแน่นเป็นเส้นตรง ขณะที่ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ดวงตานีนิล๕งามของนางด้วยความสงสัย

ในขณะเดียวกัน พวกโจรที่ล้อมรอบก็เริ่มถอยหลัง ท่าทีของพวกมันเปลี่ยนไปเมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดเกราะที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา พวกมันรู้ดีว่าชายคนนี้ไม่ใช่คนที่พวกมันจะสามารถต่อกรได้ง่ายๆ

"ถอยไป ก่อนที่ข้าจะลงมือกับมดปลวกอย่างพวกเจ้าด้วยตัวเอง" ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเด็ดขาด น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น

พวกโจรที่ล้อมรอบลู่หยวนฮวาหยุดชะงัก ดวงตาของพวกมันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือชายหนุ่มที่ดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขามเกินกว่าจะต่อต้าน พวกมันค่อยๆ ถอยหลังด้วยท่าทางที่ระแวดระวัง ทิ้งระยะห่างจากทั้งคู่ ก่อนจะล่าถอยไปในที่สุดโดยไม่มีใครกล้าหันกลับมามอง

เมื่อพวกโจรลับหายไปจากสายตา ลู่หยวนฮวายืนมองชายหนุ่มผู้ช่วยชีวิตนางด้วยความทึ่ง ดวงตาของนางยังคงจับจ้องไปที่เขา หัวใจเต้นแรงด้วยความประหลาดใจและความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง นางไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ใดเข้ามาช่วยนางในเวลาที่นางตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ ความรู้สึกอุ่นใจที่ชายหนุ่มมอบให้นาง เป็นสิ่งที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วสันต์ในห้วงฝัน   ตอนพิเศษ 2/2

    วันรุ่งขึ้นขณะที่พวกเขาเดินชมรอบเมือง ทิวทัศน์และบรรยากาศยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม ทว่าในมุมหนึ่งของหมู่บ้านนั้นมีเสียงกระซิบกระซาบขึ้นมา ชาวบ้านบางคนที่ยังคงระแวงกับคำสาปเก่าแก่ได้เริ่มพูดถึงคำสาปที่อาจจะกลับมา นัยน์ตาหวาดระแวงของบางคนจ้องมองลู่หยวนฮวาอย่างระมัดระวัง พวกเขาเริ่มถอยหนีเมื่อเห็นนางเดินเข้าใกล้ลู่หยวนฮวารู้สึกถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความไม่สบายใจเริ่มทับถมอยู่ในใจของนาง นางหันไปพูดกับชาวบ้านเสียงนุ่ม“พวกท่าน…ไม่ต้องหวาดกลัวอีกแล้วนะเจ้าคะ คำสาปนั้นถูกล้างไปแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีตระกูลต้องสาปอีกต่อไปแล้ว”แต่ชาวบ้านบางคนยังคงไม่คลายความระแวง“แล้วทำไมเด็กๆ ถึงป่วยไม่มีสาเหตุในวันเดียวกับที่ท่านกลับมาเล่า?”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มชาวบ้าน และคนอื่นๆ เริ่มหันไปกระซิบกระซาบ พวกเขาดูคล้ายจะเชื่อคำกล่าวนั้นจางชิงหยวนเห็นภรรยารักถูกแคลนแล้วไม่สบอารมณ์นัก ก้าวเข้ามาข้างหน้า มองไปยังชาวบ้านที่ยังคงแสดงท่าทีหวาดระแวง“ข้าขอเตือนพวกท่านทั้งหลาย อย่าปล่อยให้ความกลัวและความเชื่อที่งมงายมาครอบงำความคิดของพวกท่านอีกต่อไป คำสาปนั้นได้ถูกล้างไปแล้ว และสิ่งที่เกิ

  • วสันต์ในห้วงฝัน   ตอนพิเศษ 1/2

    สามปีผ่านไป ชีวิตของลู่หยวนฮวาและจางชิงหยวนเปลี่ยนแปลงไปมาก พวกเขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในเมืองหลวง หลังจากการแต่งงานและการล้างคำสาปสำเร็จ ทุกอย่างดูจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นพวกเขามีบุตรชายหนึ่งคน ชื่อ "จางหรง" เด็กน้อยวัยสองหนาวที่เต็มไปด้วยความสดใสและความซุกซนใบหน้าของจางหรงมีความละม้ายคล้ายคลึงกับมารดาอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าดวงตาสีน้ำตาลสวยของเขานั้นสืบทอดมาจากบิดา รอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กน้อยเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ทุกคนรอบข้างรู้สึกอบอุ่นใจในขณะที่รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางที่ลัดเลาะสู่เมืองหมิงอี้ ลู่หยวนฮวาและจางชิงหยวนต่างนั่งอยู่ในความเงียบสงบที่อบอุ่น จางหรง เด็กน้อยวัยสองหนาวที่นั่งอยู่ระหว่างพ่อแม่ แต่ดวงตาใสแจ๋วกลับจ้องมองไปที่ทิวทัศน์ภายนอกอย่างตื่นตาตื่นใจ"หม่าม๊า ดู! ดู!" จางหรงร้องออกมาอย่างตื่นเต้น ขณะที่นิ้วมือเล็กของเขาชี้ไปทางหน้าต่างรถม้า "ม้า... ม้าล้ายย... ม้าใหญ่!"ลู่หยวนฮวายิ้มพร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวลูกน้อยอย่างอ่อนโยน "ใช่แล้ว หรงเอ๋อร์ นั่นคือลูกม้า มันวิ่งเร็วมากเลยนะ""หรงเอ๋อร์ เจ้าชอบม้าไหม?" จางชิงหยวนถามลูกชายด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ขณะยิ้มให้กั

  • วสันต์ในห้วงฝัน   ย้ายจวน

    แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านม่านหมอกบางๆ ที่ปกคลุมจวนตระกูลลู่ ท่ามกลางความเงียบสงบของสถานที่แห่งนี้ ลู่หยวนฮวายืนอยู่เบื้องหน้าจวนที่เคยเป็นทั้งบ้านและที่หลบภัยของนางมาตั้งแต่วัยเยาว์ รอบตัวมีเพียงเสียงลมเบาๆ พัดผ่านต้นไม้และดอกไม้ที่เคยเป็นความสุขของนางในอดีตวันนี้จวนตระกูลลู่ดูเหมือนจะเงียบงันกว่าทุกครั้ง นางยืนอยู่ตรงลานกว้าง มองไปยังประตูที่นางเคยเดินผ่านครั้งแล้วครั้งเล่า นางจำได้ดีถึงความรู้สึกในทุกครั้งที่นางกลับมาจากการเดินทางจวนแห่งนี้เคยเป็นที่พักใจของนาง แต่บัดนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว จวนนี้ไม่ใช่ที่หลบภัยของนางอีกต่อไป มันกลับกลายเป็นเพียงเงาของความทรงจำที่นางต้องละทิ้งลู่หยวนฮวาหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก แม้จะมีความเศร้าและความเจ็บปวดที่ยังคงซ่อนอยู่ในใจ นางรู้ดีว่าการปิดจวนตระกูลลู่เป็นการตัดสินใจที่จำเป็น นางต้องเริ่มต้นใหม่ ชีวิตของนางไม่สามารถถูกผูกมัดไว้กับอดีตอีกต่อไปจางชิงหยวนยืนอยู่ไม่ไกลจากนาง เขามองนางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจและห่วงใย เขารู้ดีว่าการละทิ้งจวนแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับลู่หยวนฮวา แต่เขาเชื่อ

  • วสันต์ในห้วงฝัน   การกลับบ้านที่ไม่สมบูรณ์

    ลู่หยวนฮวายืนอยู่ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของทหารต้าหยางที่กำลังเคลื่อนทัพกลับ เงาของดวงอาทิตย์ที่ตกดินทอดยาวไปไกล บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงันของชัยชนะ แต่ในหัวใจของนางกลับรู้สึกถึงความสูญเสียที่ยากจะลบเลือนนางก้มลงมองห่อผ้าที่อยู่ในมือ ข้างในนั้นคืออัฐิของลู่หยาง พี่ชายที่เคยยืนหยัดเพื่อปกป้องนางมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับเหลือเพียงเถ้าถ่านที่ไร้ลมหายใจน้ำตาของนางไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่นางเดินตามหลังทัพต้าหยาง มือของนางกำห่อผ้านั้นไว้แน่น นางรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของความสูญเสียที่ถ่วงหัวใจของนางจนแทบยืนไม่อยู่หัวใจของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถทำตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับป้าหลี่ได้"ข้าพูดไว้...ว่าข้าจะจูงมือพี่ใหญ่กลับบ้านพร้อมกัน แต่ตอนนี้ ข้ากลับนำเพียงเถ้ากระดูกของเขากลับไป..."ลู่หยวนฮวาพึมพำเบาๆ ขณะที่มองเถ้ากระดูกในมือของตน นางรู้สึกถึงความหนักหน่วงของความรับผิดชอบที่นางไม่อาจทำได้ตามที่หวัง ความเจ็บปวดจากความสูญเสียที่ท่วมท้นไม่อาจหยุดยั้งน้ำตาที่ไหลออกมาได้จางชิงหยวนที่เดินตามอยู่ไม่ห่าง สังเกตเห็นท่าทีเศร้าสร้อยของนาง เขาเดินเข้ามาใกล้ วางมือเบาๆ ลงบนไหล

  • วสันต์ในห้วงฝัน   การต่อสู้ครั้งสุดท้าย

    ลู่หยางปรากฏตัวขึ้น ท่ามกลางสนามรบที่แสงจันทร์ลอยเลือนราง ใบหน้าของเขาฉายแววเคร่งขรึม สายตาจ้องมองหวงหมิงเจ๋อ ดาบในมือของเขาสะท้อนแสงอ่อนๆ จากดวงจันทร์ความคิดในหัวของเขาไม่ได้มีเพียงการต่อสู้กับหวงหมิงเจ๋อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความรู้สึกสับสนที่คอยตามหลอกหลอนในใจการตัดสินใจที่จะเสียสละเพื่อแก้ไขความผิดในอดีตและปกป้องคนที่เขารักในปัจจุบันทุกสายตาจับจ้องไปที่ลู่หยาง เมื่อหวงหมิงเจ๋อหันมามอง ความดุร้ายในแววตาของหวงหมิงเจ๋อส่งผลให้ความตึงเครียดเพิ่มพูนขึ้น ขณะที่ลู่หยางยังคงเดินมาด้วยความมั่นใจในตัวเอง ใบหน้าไร้ความหวาดหวั่น ทว่าในใจเขายังคงกังวลถึงน้องสาวที่อยู่ท่ามกลางความอันตรายของค่ายกล ความรู้สึกปกป้องที่มีต่อลู่หยวนฮวาทำให้เขารู้ว่าการเสียสละครั้งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อรักษาความปลอดภัยของนางความเงียบระหว่างลู่หยางและหวงหมิงเจ๋อนั้นกลับสร้างความตึงเครียดจนทนไม่ไหว ทุกคนในสนามรบรู้ดีว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้จะเป็นจุดสำคัญที่อาจกำหนดชะตากรรมของสงคราม แต่ก่อนที่หวงหมิงเจ๋อจะทันได้ก้าวไปข้างหน้า จางชิงหยวนที่ยืนไม่ห่างออกไปสังเกตเห็นเจตนาของหวงหมิงเจ๋อทันทีความโกรธและความแค้นที่สั่

  • วสันต์ในห้วงฝัน   ความในใจของลู่หยาง

    ลู่หยางปรากฏตัวขึ้น ท่ามกลางสนามรบที่แสงจันทร์ลอยเลือนราง ใบหน้าของเขาฉายแววเคร่งขรึม สายตาจ้องมองหวงหมิงเจ๋อ ดาบในมือของเขาสะท้อนแสงอ่อนๆ จากดวงจันทร์ทุกสายตาจับจ้องไปที่ลู่หยาง เมื่อหวงหมิงเจ๋อหันมามอง แต่ยังไม่ทันที่หวงหมิงเจ๋อจะได้พูดอะไร สายตาของทั้งสองประสานกัน ความเงียบชั่วขณะนั้นกลับสร้างความตึงเครียดครึ่งชั่วยามที่แล้ว...ลู่หยางยืนอยู่ลำพังท่ามกลางเงามืดของป่า รอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมเบาๆ ที่พัดผ่านกิ่งไม้และเสียงใบไม้ที่ปลิวตามลม ความเงียบในยามนี้กลับยิ่งทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้ง ความคิดในหัวของเขาวนเวียนไปกับภาพความหลังที่ไม่อาจลบเลือน ทั้งพ่อแม่ที่จากไป และซูเหม่ย คนรักที่เขาไม่เคยลืมเลือนเขายืนก้มมองม้วนกระดาษโบราณที่เขาถืออยู่ในมือ ตำราลับของตระกูลที่บอกวิธีล้างคำสาปได้อย่างละเอียด บางทีนี่ควรจะเป็นความหวังของตระกูล ความหวังที่จะยุติคำสาปที่คอยตามหลอกหลอนสายเลือดของเขามานาน แต่สำหรับลู่หยางแล้ว มันกลับไม่ใช่เช่นนั้นอีกต่อไปคำสาปที่ผูกพันสายเลือดแห่งตระกูลลู่เกิดจากความโลภและความเห็นแก่ตัวของบรรพบุรุษผู้กระทำผิดต่อแผ่นดิน การล้างคำสาปนี้จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อผู้ส

  • วสันต์ในห้วงฝัน   แผนลับบนแนวเขา

    ลู่หยางและจางชิงหยวนนั่งอยู่ภายใต้เงามืดของต้นไม้ใหญ่ แนวป่าทึบที่ทอดยาวเบื้องหน้าพวกเขาคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่พวกเขาจะต้องพิชิต มันไม่ใช่แค่ป่าธรรมดา แต่เป็นสนามรบเก่าที่เคยเกิดการสังหารหมู่และเต็มไปด้วยพลังหยินทั้งสองคนมองเห็นได้ชัดเจนว่า กองทัพของหวงหมิงเจ๋อประจำการอยู่ตามพื้นราบ โดยพึ่งพาค่ายกล

  • วสันต์ในห้วงฝัน   เงื่อนไขของค่ายกล

    ลู่หยวนฮวาหยุดยืนอยู่ด้านหน้าของแนวป่าที่ปกคลุมไปด้วยความเงียบงันของยามค่ำคืน สถานที่แห่งนี้แฝงไปด้วยพลังหยินที่เข้มข้น มีเสียงคร่ำครวญของผู้ที่ล่วงลับไปมากมาย กลิ่นอายของความตายยังคงคละคลุ้งในอากาศ นางรู้ดีว่าที่นี่คือสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังที่หวงหมิงเจ๋อกำลังตามหา และเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำ

  • วสันต์ในห้วงฝัน   สงบศึกชั่วคราว

    จางชิงหยวนยืนอยู่กลางลานหิน ลมเย็นที่พัดผ่านทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายหลังจากการลาดตระเวนที่ยาวนาน แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นยิ่งกว่าสายลม คือความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อคืนความสัมพันธ์ที่เขาและลู่หยวนฮวาได้ก่อร่างขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่มันเป็นการผูกพันทางจิตใจ ความรักและความเชื่อมโยงที่เขา

  • วสันต์ในห้วงฝัน   ชาติกำเนิดของลู่หยวนฮวา

    ลู่หยวนฮวาลืมตาตื่นขึ้นมา ท้องฟ้าด้านนอกยังคงมืดครึ้มเล็กน้อย แสงสลัวจากกองไฟที่เหลือเพียงเถ้าถ่านทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบงันและเยือกเย็นนางสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าข้างกาย เมื่อมือของนางกวาดผ่านพื้นที่รอบๆ ก็พบว่าใครบางคนที่อยู่เคียงข้างนางเมื่อคืนนี้ได้จากไปแล้วหัวใจของลู่หยวนฮวาเต้นแรงอย่างห้ามไม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status