Masukเพราะเชื่อคำแนะนำของเพื่อนร่วมงาน เฉียนซูเหยา จึงตัดสินใจไปจัดกระดูกเพื่อรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง หากแต่ผู้ใดเล่าจะคาดคิด หมอที่เธอยอมควักเงินจ่ายในราคาย่อมเยาคนนั้นจะเป็นแค่หมอเถื่อน ทั้งสุดท้ายคนหลอกลวงผู้นั้นยังพลาดพลั้งทำเธอคอหักตาย ไม่รู้ว่าสวรรค์เมตตาเห็นใจหรือหมั่นไส้อยากกลั่นแกล้งกันแน่ เพราะหลังที่นางฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เฉียนซูเหยาพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของเฉียนซูเหยาอีกคน นางเป็นคุณหนูในตระกูลร่ำรวย ทว่ามีนิสัยร้ายกาจพ่วงตำแหน่งนางร้ายอันดับหนึ่งในนิยายเรื่อง ชะตารักดอกบัวขาว ที่เฉียนซูเหยาเพิ่งอ่านก่อนตาย ไม่คิดว่าเรื่องราวพิลึกพิลั่นที่มีให้เห็นดาษดื่นในนิยายบนเว็บไซต์ที่นางชอบสิงสถิตหลังเลิกงานนั้นจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงๆ แต่แทนที่เฉียนซูเหยาจะอาลัยอาวรณ์โลกที่จากมา นางกลับทิ้งตัวลงนอนเอกเขนกบนเตียงเตาอบอุ่นอย่างสบายใจ "ในเมื่อสวรรค์ให้มีชีวิตที่ดีที่นี่ ใยข้าจะต้องเป็นนางร้ายตามบทให้ตายตอนจบด้วยเล่า มิสู้...นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ เป็นตัวขี้เกียจปล่อยให้พระเอกนางเอกรักกันอย่างไร้อุปสรรคยังจะดีเสียกว่า"
Lihat lebih banyakริมฝีปากฝีปากอิ่มถูกดูดดึงหยอกเย้า ขณะที่ปลายลิ้นอุ่นร้อนกำลังสำรวจในโพลงปากนุ่ม ตวัดพันเกี่ยวเรียวลิ้นเล็กจนเกิดความรู้สึกหวาบหวาม เฉียนซูเหยาถูกมอมเมาด้วยสัมผัสอันแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนเอี๊ยมตัวจิ๋วสีแดงสดอันเป็นปราการสุดท้ายถูกดึงออกอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นดอกบัวคู่งามที่ใหญ่โตพอดีมือ ฉับพลันลิ้นสากอุ่นร้อนก็เข้าครอบครอง ทั้งลากไล้ดูดดึงจนผู้เป็นเจ้าของส่งเสียงหวานออกมาขณะเดียวกันปลายนิ้วเรียวก็วนเวียนอยู่ที่บริเวณกลีบบุปผา ค่อยๆ สอดแทรกสำรวจเส้นทางทางรักทีละนิด เริ่มแรกเชื่องช้าอ่อนหวานเพื่อทำความคุ้นชิน ต่อมาจึงค่อยเร่งความเร็วทีละนิด"อ๊ะ...อา" เสียงครางอ่อนหวานยังคงดังเป็นระยะ เรือนกายสะท้านไหวจากสัมผัสระรัวของปลายนิ้วเมื่อเห็นว่าช่องทางรักฉ่ำชื้นมากพอแล้ว เจิ้งซีก็ปลดอาภรณ์เจ้าบ่าวออกจนหมด เผยให้เห็นแก่นกลางกายอันใหญ่โต เฉียนซูเหยาใบหน้าพลันเห่อร้อน เอียงหน้ามองไปทางอื่นอย่างเขินอาย'สิ่งนั้น' ของเขาใหญ่โตเกินไปหรือไม่นางเคยได้ยินว่าครั้งแรกจะเจ็บมาก ดังนั้นภายในใจจึงบังเกิดความหวาดหวั่นมากเป็นพิเศษ เ
หลังจากเจ้าบ่าวถูกพาตัวออกไปดื่มสุราสนทนากับมิตรสหายที่โถงรับรอง เจิ้งเหม่ยถิงที่ได้รับการไว้วานจากพี่ชายให้มาส่งอาหาร จึงฉวยโอกาสนี้เข้าห้องหอมาอยู่เป็นเพื่อนพี่สะใภ้ นางได้ยินมาว่ากว่างานเลี้ยงจะเลิกต้องรออีกหลายชั่วยาม เป็นเช่นนี้แล้วจะปล่อยให้พี่สะใภ้เพียงคนเดียวทนรออย่างเบื่อหน่ายได้อย่างไร"พี่สะใภ้กินอาหารรองท้องก่อนนะเจ้าคะ กว่าพี่ใหญ่จะปลีกตัวออกมาได้คงใช้เวลานาน คนพวกนั้นกำลังมอมเหล้าเขาอยู่"เฉียนซูเหยาพยักหน้ารับก่อนวางพัดกลมลงบนเตียงที่ปูทับด้วยผ้าแพรสีแดงสด ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะกลมไม้หนานมู่ มองดูเจิ้งเหม่ยถิงบรรจงหยิบอาหารจากปิ่นโตออกมาด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม ทว่าขณะที่นางกำลังอธิบายคุณสมบัติของอาหารแต่ละจาน สายตาของหญิงสาวก็พลันสะดุดกับตำราเล่มหนึ่งที่โผล่พ่นสาบเสื้อของอีกฝ่าย"นั่นอะไรหรือ"เจิ้งเหม่ยถิงมองตามสายตาของพี่สะใภ้ นางหยิบตำราเล่มนั้นออกมาพลางยิ้มเผล่ "นี่เป็นตำราที่พี่สาวหว่านหรูกับคุณหนูใหญ่ฝากมาให้ท่านเจ้าค่ะ"คิ้วคู่งามขมวดมุ่นอย่างสงสัย ก่อนจะกระจ่างเมื่อเปิดตำราออกดู "พวกเจ้าเป็นสตรีที่ยังไม่ได้อ
ต่อมาเพียงชั่วชาเดือดฮ่องเต้และฮองเฮาก็เสด็จมายังห้องเก็บตัว และขอใช้เวลาลำพังกับเจ้าสาว หลังจากทุกคนออกไปแล้วสวี่ฮองเฮาก็หลั่งน้ำตาแห่งความปีติยินดีออกมา "ไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะเมตตาให้แม่ได้เห็นภาพนี้ของลูก ได้หวีผมอวยพรในวันสำคัญของเจ้า"เฉียนซูเหยาเองก็ไม่คิดไม่ฝันเช่นกัน น้องไล่นึกถึงครั้งที่ได้พบกับบิดาที่อาราม หากไม่เพราะเขาได้เห็นภาพวาดของนาง หรือนางมิได้ยินเสียงเพลงที่เขาฮัมออกมา เกรงว่าบางทีเรื่องราวอาจไม่เป็นเช่นนี้ก็ได้ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่สวรรค์กำลังชดเชยให้นาง ชดเชยที่เคยปล่อยให้นางโดดเดี่ยวมายี่สิบเจ็ดปีเต็มหลังจากที่ฝ่าบาทกับสวี่ฮองเฮาอวยพรแล้วก็ถึงคราวของฮูหยินผู้เฒ่า ใต้เท้าเฉียน และเฉียนฮูหยิน พวกเขาสลับกันเข้ามาอวยพรและมอบของขวัญ จากนั้นก็กำชับหญิงสาวอีกหลายประโยคทำนองว่าหากถูกรังแกให้กลับมาที่สกุลเฉียน หรือหากได้รับความไม่เป็นธรรมก็ให้รีบบอกครอบครัวบรรยากาศสนุกสนานครื้นเครง บางครั้งก็ซาบซึ้งและมีน้ำตา ทว่าก็เป็นน้ำตาแห่งความสุขเสียงเพลงบรรเลงจากด้านนอกดังเข้ามาใกล้พร้อมกับการรายงานของแม่สื่อ กล
เพราะว่าไม่อยากให้เกิดเรื่องดังนั้นทุกคนจึงไปพบชางอวี่ที่ห้องปีกที่อยู่ติดกับห้องเก็บตัวเจ้าสาว ตอนที่เห็นทุกคนอยู่กันพร้อมผู้มาเยือนจึงมีท่าทีกระอักกระอ่วนเล็กน้อย"คุณหนูชางมีอะไรก็รีบกล่าวมาเถิด อีกประเดี๋ยวน้องหญิงรองของข้าก็ต้องออกไปที่โต๊ะอาหารแล้ว" เป็นเฉียนซูซูที่เปิดประเด็นก่อน"เจ้าพูดมาเถิด กับพวกนางเจ้าก็คุ้นเคยอยู่แล้ว วันพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญ ทุกคนไม่อาจปล่อยให้ข้าอยู่กับเจ้าเพียงลำพัง"ชางอวี่ยกมุมปากน้อยๆ พยักหน้าอย่างเข้าใจ "ที่ข้ามาวันนี้ก็แค่อยากจะมาบอกลาเท่านั้น เพราะว่าตลอดมาข้ามีเพียงอาเจ๋อ ดังนั้นจึงไม่มีสหายที่เป็นสตรีเลย หากจะมีที่คุ้นเคยกว่าใครก็มีเพียงคุณหนูรองเฉียนเท่านั้น"เฉียนซูเหยาไม่ได้ตอบอะไร หากรับฟังอย่างนิ่งสงบ"ข้าไม่คาดคิดเช่นกันว่าจะมีคืนวันเช่นนี้ ดูเหมือนบางทีอาจจะเป็นอย่างเช่นที่คุณหนูรองเฉียนเคยบอก ฐานะของข้าเป็นไปได้อยากที่จะแต่งไปเป็นฮูหยินเอก ดังนั้นข้าจึงพยายามทำทุกทางที่จะฉุดตัวเองขึ้นมา เป็นข้าที่สนับสนุนให้พี่ชายไปทำงานให้กับอู๋อ๋อง ด้วยมองเห็นช่องทางที่จะทำให้ได้เลื่อนฐานะเร็วขึ้น พยายา
เฉียนซูเหยาพาสาวใช้ออกมาอย่างปลอดภัย ตอนที่ออกมานางยังแอบลูบอกปลอบตัวเองอยู่หลายครั้ง เมื่อครู่คือการบุกเข้าถ้ำเสือวังมังกรอย่างแท้จริง ไม่ต้องมีญาณทิพย์หญิงสาวก็พอจะคาดเดาได้ว่าคุณชายชุดขาวคนนั้นเป็นเพียงผู้ใต้บัญชาทำหน้าที่ออกหน้าแทนเท่านั้น เจ้านายที่แท้จริงของเขานั้นคือชายหนุ่มชุดสีดำสนิทผู้กำล
"พวกเขาดีขนาดนี้ เหตุใดจึงขายเจ้าให้กับพ่อค้าทาสเล่า" เฉียนซูเหยาแสร้งไม่รู้ที่มาที่ไป เวลานี้นางมีแผนการเอาตัวรอดในใจแล้ว มีเพียงวิธีนี้ ถึงจะทำให้ตัวร้ายผู้นั้นละเว้นนางถิงถิงน้ำตาไหลอาบสองแก้ม หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวเองพลัดหลงกับครอบครัว "วันนั้นเป็นวันเทศกาลโคมไฟ ในตอนนั้นข้าน้อยดื้อรั้น
กลางยามเซิน หลังจากที่กลับมาถึงเรือน เฉียนซูเหยาก็ถือนิยายที่อ่านค้างเอาไว้เมื่อช่วงเช้าเดินตรงมายังศาลากลางสวนภายในบริเวณเรือนของตัวเอง นางเอนกายพิงเสาศาลาต้นใหญ่นั่งชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งอย่างสบายใจ ที่มุมปากสีกลีบบัวยกขึ้นน้อยๆ อย่างอารมณ์ดี"คุณหนู เหตุใดจึงนั่งชันเข่าเช่นนี้อีกแล้ว หากผู้ใดมาเห็
"ปล่อยมือของท่าน หยางหราน" น้ำเสียงของเฉียนซูเหยาไม่สบอารมณ์นัก นางมองคนตรงหน้าอย่างกดดัน กระทั่งอีกฝ่ายทนไม่ไหวปล่อยมือของนาง"คุณหนู แขนของท่าน" ถิงถิงจับแขนของผู้เป็นนายมาประคอง ข้อมือที่เคยขาวผ่องบัดนี้เป็นรอยแดง แต่ไหนแต่ไรคุณหนูก็เป็นคนช้ำง่าย ข้อมือที่ถูกบีบด้วยแรงของบุรุษนี้ เกรงว่าย่อมทิ้ง

















