เข้าสู่ระบบเพราะเชื่อคำแนะนำของเพื่อนร่วมงาน เฉียนซูเหยา จึงตัดสินใจไปจัดกระดูกเพื่อรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง หากแต่ผู้ใดเล่าจะคาดคิด หมอที่เธอยอมควักเงินจ่ายในราคาย่อมเยาคนนั้นจะเป็นแค่หมอเถื่อน ทั้งสุดท้ายคนหลอกลวงผู้นั้นยังพลาดพลั้งทำเธอคอหักตาย ไม่รู้ว่าสวรรค์เมตตาเห็นใจหรือหมั่นไส้อยากกลั่นแกล้งกันแน่ เพราะหลังที่นางฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เฉียนซูเหยาพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของเฉียนซูเหยาอีกคน นางเป็นคุณหนูในตระกูลร่ำรวย ทว่ามีนิสัยร้ายกาจพ่วงตำแหน่งนางร้ายอันดับหนึ่งในนิยายเรื่อง ชะตารักดอกบัวขาว ที่เฉียนซูเหยาเพิ่งอ่านก่อนตาย ไม่คิดว่าเรื่องราวพิลึกพิลั่นที่มีให้เห็นดาษดื่นในนิยายบนเว็บไซต์ที่นางชอบสิงสถิตหลังเลิกงานนั้นจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงๆ แต่แทนที่เฉียนซูเหยาจะอาลัยอาวรณ์โลกที่จากมา นางกลับทิ้งตัวลงนอนเอกเขนกบนเตียงเตาอบอุ่นอย่างสบายใจ "ในเมื่อสวรรค์ให้มีชีวิตที่ดีที่นี่ ใยข้าจะต้องเป็นนางร้ายตามบทให้ตายตอนจบด้วยเล่า มิสู้...นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ เป็นตัวขี้เกียจปล่อยให้พระเอกนางเอกรักกันอย่างไร้อุปสรรคยังจะดีเสียกว่า"
ดูเพิ่มเติมไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ใต้หล้ากว้างใหญ่นั้นมีเรื่องพิลึกพิลั่นเช่นนี้อยู่จริงๆ
เฉียนซูเหยาไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าตัวเองจะตายในตอนที่อายุยังแตะไม่ถึงเลขสาม ทั้งยังประสบพบเจอเรื่องราวประหลาดอย่างการที่วิญญาณทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตัวละครในนิยาย ทั้ง ๆ ที่เดิมทีเรื่องพวกนี้เป็นเพียงพล็อตนิยายดาษดื่นที่คนมักชอบอ่านในเว็บไซต์ หญิงสาวเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
เงินเดือนครึ่งหนึ่งจากการทำงานหลังขดหลังแข็งล้วนถูกจ่ายซื้อเหรียญเพื่ออ่านนิยาย
หากให้กล่าวถึงชีวิตความเป็นอยู่ในโลกก่อนตอนที่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนของเฉียนซูเหยาแล้ว อาจต้องกล่าวว่าย่ำแย่อย่างยิ่ง
นอกจากจะเป็นเด็กกำพร้า ยังโตมากับญาติฝั่งแม่ที่ปากจัดและขี้ตระหนี่ ป้าใหญ่ของนางคนนี้เป็นพี่สาวคนเดียวของแม่ที่จำใจรับนางมาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีลุงเขยขี้เมาสามีของป้าใหญ่ที่วันๆ จ้องแต่จะลวนลามเฉียนซูเหยา
หญิงสาวอดทนอยู่หลายปีกระทั่งตอนที่เริ่มเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย จึงย้ายออกมาอยู่หอพักและทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหาเงินส่งเสียตัวเอง หลังเรียนจบก็เลือกทำงานในเมืองที่ห่างไกลบ้านเกิด
กระนั้นความเป็นอยู่ของนางก็ไม่นับว่าดีนัก รายได้ไม่ค่อยสัมพันธ์กับรายจ่าย ค่าหอพัก ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต รายจ่ายที่ใหญ่ที่สุดยังเป็นการจ่ายเพื่อซื้อนิยายของเหล่านักเขียนชื่อดังที่ขยันออกเล่มใหม่ทุกเดือน เรียกได้ว่าต้นเดือนอ่านนิยายไปกินหม้อไฟไป ปลายเดือนอ่านนิยายไปกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไป
เพราะไม่วางแผนการใช้เงินให้ดี ยามที่ปวดหลังจนทนไม่ไหวจึงได้เลือกคลินิกจัดกระดูกไม่ได้มาตรฐานทว่าราคาถูก ผลสุดท้ายจึงได้ตายก่อนวัยอันควร
แต่ก็ช่างเถิด เรื่องพวกนี้ฟูมฟายไปก็ไม่ได้อะไร อีกทั้งในโลกเก่าเฉียนซูเหยาเองก็ไม่มีเรื่องอะไรที่พอจะทำให้อาลัยอาวรณ์ ดังนั้นหลังจากที่นางพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของนางร้ายอันดับหนึ่งในนิยายเล่มเก่ามรดกที่พ่อกับแม่ทิ้งเอาไว้ หญิงสาวก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
สิ่งแรกที่นางทำคือฉีกบทนางร้ายของเจ้าของร่างคนเก่าอย่างไม่มีชิ้นดี จากที่มักกระทำการดุร้ายต่อว่าสาวใช้ด้วยถ้อยคำหยาบคายและทำร้ายร่างกาย กลับแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและใจดี สีหน้าของเหล่าบ่าวรับใช้ในตอนแรกที่รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้มีสีหน้าราวกับเห็นผี แต่ละคนมองตากันอิหลักอิเหลื่อ กระทั่งลับหลังผู้เป็นนายจึงได้จับกลุ่มพูดคุยกัน
ข่าวลือที่ว่าคุณหนูสามสกุลเฉียนเปลี่ยนนิสัยจากหน้ามือเป็นหลังมือนั้นแพร่กระจายไปทั่ว ตามโรงเตี๊ยมโรงน้ำชายังมีคนยกเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาเป็นประเด็น
ยิ่งถูกพูดถึงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะนี่เป็นสิ่งที่เฉียนซูเหยาต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อปูทางสู่เส้นทางการเป็นตัวขี้เกียจของตนเอง
ในนิยายที่เฉียนซูเหยาเคยอ่าน หลังจากที่นางร้ายตกน้ำพร้อมกับแม่ดอกบัวขาวนางเอกของเรื่อง เมื่อฟื้นขึ้นมานางก็ถูกพระเอกของเรื่องถอนหมั้น โดยให้เหตุผลว่านางร้ายผู้นี้จิตใจคับแคบ นิสัยดุร้าย
หลังจากเหตุการณ์นั้นนิสัยของนางก็ยิ่งดุร้ายมากขึ้นทุกวัน กระทั่งถึงขั้นพลั้งมือทำร้ายสาวใช้คนสนิทจนถึงแก่ความตาย และนี่จึงนำไปสู่การล้างแค้นของตัวร้าย
แม้ถิงถิงจะเป็นสาวใช้ในจวนที่ตระกูลเฉียนซื้อมา ทว่าเบื้องหลังของนางกลับมีชาติกำเนิดที่ไม่ธรรมดา
นั่นก็เพราะว่าเดิมทีสาวใช้คนนี้คือบุตรสาวคนเล็กที่ถูกขโมยไปของจิ้งเป่ยโหว อีกทั้งนางยังเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของเจิ้งซี ตัวร้ายอันดับหนึ่งในนิยายเรื่องนี้
ในตอนที่ได้รับการยืนยันว่าถิงถิงเป็นน้องสาวของเขา เจิ้งซีกลับได้รับข่าวร้ายในเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากรู้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้น้องสาวต้องตายจึงมิอาจอยู่เฉย เขาฉวยโอกาสตอนที่เฉียนซูเหยาออกจากบ้านลักพาตัวนางไปทรมานและสังหารทิ้งอย่างโหดเหี้ยมในป่านอกเมือง
บทบรรยายฉากที่ว่านี้น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง แม้แต่หญิงสาวผู้มากประสบการณ์ในการอ่านนิยายแนวไล่ล่าสังหารยังต้องเปิดข้ามไปอ่านฉากอื่นด้วยความรู้สึกขนลุกขนชัน หากต้องพบจุดจบเช่นนั้นเฉียนซูเหยายอมถูกจัดกระดูกจนคอหักตายเหมือนเดิมดีกว่า
"ขอแค่น้องสาวตัวร้ายไม่ตายทุกอย่างก็ยังแก้ไขได้"
"คุณหนูว่าอย่างไรนะเจ้าคะ" ถิงถิงที่ยืนเกล้าผมอยู่ด้านหลังเอ่ยถามเสียงเบา เฉียนซูเหยาที่เหม่อลอยจนเผลอพูดคำในใจออกพลันได้สติจึงกระแอมไอเล็กน้อย
"ไม่มีอะไร ข้าแค่อยากแต่งตัวให้เสร็จเร็วๆ จะได้ออกไปพบคุณชายเสิ่น" ไหน ๆ คนเขามาขอถอนหมั้นถึงที่ รีบๆ ทำให้เสร็จจะได้หมดเรื่องวุ่นวายเสียที ใครจะรักกันก็รักกันไปเถิด ตัวขี้เกียจอย่างนางไม่สนใจเรื่องพันนี้หรอก
เห็นผู้เป็นนายคลี่ยิ้มอ่อนหวาน ถิงถิงกลับเข้าใจไปคนละอย่าง คุณหนูของนางคงดีใจอย่างยิ่งที่คุณชายเสิ่นเดินทางมาเยี่ยมเยียนถึงที่
เฉียนซูเหยาเดินมาถึงเรือนหลักในตอนที่บ่าวรับใช้เริ่มทยอยยกสำรับขึ้นโต๊ะอาหารแล้ว นางรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อมองเข้าไปแล้วเห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ดังนั้นหลังจากที่สาวใช้คนสนิทช่วยถอดเสื้อคลุมกันลมแล้ว จึงเยื้องย่างเข้าไปด้านในห้องอาหารอย่างระมัดระวัง"เหยาเอ๋อร์ของย่า มาๆ หลานรักมากนั่งข้างย่า" เพียงนางโผล่หน้าเข้าไปด้านห้องอาหาร หญิงสูงวัยแต่งกายด้วยผ้าไหมสีเข้มดูภูมิฐานก็กวักมือเรียกอย่างอารมณ์ดีเฉียนซูเหยารีบเข้าไปนั่งด้านข้างของนางพลางยิ้มประจบ นี่คงจะเป็นฮูหยินผู้เฒ่าเฉียน ท่านย่าผู้อยู่เบื้องหลังการบ่มเพราะความเอาแต่ใจให้กับเฉียนซูเหยา"ไหนมาให้ย่าดูหน่อย เหมือนเจ้าจะซูบลงไปหรือไม่" หญิงชรากล่าวพลางใช้สองมือที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาประคองใบหน้าของหลานสาวพลิกซ้ายทีขวาที "วันนี้กินให้เยอะๆ มาๆ ย่าตักให้เจ้าเอง"เฉียนซูเหยามองหมูสามชั้นน้ำแดงกับผัดผักและกับข้าวอย่างอื่นที่ฮูหยินผู้เฒ่าคีบให้จนพูนถ้วยแล้วยิ้มรับอย่างเต็มใจ จากนั้นจึงค่อยเริ่มตักเข้าปากทีละคำทีละคำ กินไปก็ยังนึกชื่นชมพ่อครัวจวนสกุลเฉียนในใจ อาหารเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เลิศรส ในยุคสมัยเช่นนี้สามารถกินอาหารเช่
"คุณหนู คนผู้นี้จะใช่คนร้ายที่คุณชายเสิ่นตามหาหรือไม่เจ้าคะ" ถิงถิงที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ลุ้นระทึกถามอย่างกังวล "ย่อมต้องใช่อยู่แล้ว" เห็นใบหน้าใบหน้าของสาวใช้ตัวน้อยตื่นตระหนกลนลานนางจึงกล่าวต่อ "แต่เขาไม่ใช่คนร้ายอย่างที่คนพวกนั้นกล่าวหา เขาเป็นเพียงคนน่าสงสารคนหนึ่งที่สูญเสียมารดา ส่วนบิดาก็ไม่ใส่ใจ" เขายังเป็นสหายวัยเด็กของพ่อตัวร้ายอันดับหนึ่งอีกด้วย หากคนผู้นั้นกลับมาจากชายแดนและรู้ว่าสหายโดนทรมานจนตายเพราะความเข้าใจผิดจากน้ำมือของเสิ่นเหวยเจ๋อ ทุกอย่างจะต้องดำเนินไปสู่เส้นเรื่องเดิมอย่างแน่นอน"แต่เมื่อครู่ หากคุณชายเสิ่นสั่งให้คนเข้ามาตรวจค้น..." "เขาหรือจะกล้า" เฉียนซูเหยายิ้มขบขัน "หากเป็นคนอื่นคงไม่รีบหนีพวกเราไปเช่นนี้แน่ แต่นี่คือเสิ่นเหวยเจ๋อ ที่เขารังเกียจอยากถอนหมั้นกับข้าก็เพราะว่าข้าทำให้เขาได้รับความอับอาย หากมิใช่ว่าข้าแสดงความหึงหวงและพูดเรื่องที่เขากับชางอวี่ลอบนัดพบกันเขาจะอับอายจนต้องมาถอนหมั้นหรือ""มิใช่ว่าเขาโกรธที่ท่านทำร้ายแม่นางชางหรือเจ้าค่ะ" ถิงถิงงุนงงเฉียนซูเหยายิ้มหยัน นางได้รับความทรงจำของเฉียนซูเหยาคนก่อน ดังนั้นจึงได้รู้ว่าที่จริงแล้วคนที่ท
เมื่อเจ้านายเอ่ยปากสั่งการด้วยตัวเองก็ไม่มีใครกล้าสอดปากกล่าวแย้ง ถิงถิงเข้าไปนั่งรถม้าเป็นเพื่อนเจ้านาย ส่วนเจียงหาวก็ทำหน้าที่สารถีโดยไม่ปริปาก เพียงแต่เดินทางออกจากอารามมายังไม่ถึงครึ่งทางก็พบคนขบวนใหญ่ขวางเอาไว้ มองดูคล้ายจะเป็นทหารของทางการ คนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำก็คล้ายจะคุ้นเคยกับสกุลเฉียนเป็นอย่างดี"นั่นคุณชายเสิ่นนี่เจ้าคะ" คำพูดของสาวใช้ข้างกายทำให้หญิงสาวตื่นตัว คนแซ่เสิ่นมาทำอะไรที่นี่? เสิ่นเหวยเจ๋อย่อมจดจำป้ายสัญลักษณ์บนรถม้าที่เขียนคำว่าเฉียนได้ ถึงแม้เขาไม่อยากจะเข้าใกล้คนสกุลนี้อีก แต่เมื่ออยู่ในเวลางานก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง ตลอดเส้นทางล้วนตรวจค้นรถม้าทุกคันที่เจอ หากจะละเว้นรถม้าของสกุลเฉียนเพราะว่าเรื่องส่วนตัวคงไม่อาจกระทำได้ เขากระตุกบังเหียนเข้าไปใกล้หน้าต่างรถม้า ภาวนาให้ด้านในเป็นคุณหนูใหญ่สกุลเฉียนแทนที่จะเป็นคุณหนูรองหรือผู้อาวุโสท่านอื่น หากสุดท้ายสิ่งที่เขากลัวกับเกิดขึ้น เมื่อได้ยินเสียงหวานอันคุ้นหูดังแว่วออกมา "พบศัตรูบนถนนแคบ ประโยคนี้เกรงว่าจะเกิดขึ้นเร็วโดยไม่ทันตั้งตัวทีเดียว" เฉียนซูเหยาเปิดปากกล่าวถ้อยคำเชือดเฉือนดุจใบมีด เสิ่นเหวยเจ๋อแค่นหัวเร
เฉียนซูเหยารอจนไร้ผู้คนจึงค่อยพนมมือ กล่าวคำอธิษฐานด้วยน้ำเสียงใสกังวาน "ท่านเซียนผู้ศักดิ์สิทธิ์ ซูเหยาได้ยินมาว่าท่านสามารถมอบพรให้พบเนื้อคู่ที่ดี ดังนั้นได้โปรดส่งบุรุษที่เหมาะสมให้ข้าสักคน ข้อแม้นั้นมีไม่มากเจ้าค่ะ ขอเพียงให้เขาหน้าตาดี สง่าหล่อเหลา รูปร่างกำยำทว่าสูงโปร่ง บุคลิกเงียบขรึมพูดน้อย ฐานะปานกลางค่อนไปทางร่ำรวย มีการงานที่มั่นคง มีบ้านและทรัพย์สมบัติไม่ลำบาก ที่สำคัญต้องเป็นคนฉลาดทันเล่ห์สตรี เรือนหลังไม่วุ่นวายถ้าเป็นบุตรกำพร้าจะดีมาก แต่งกับข้าจะต้องรักและตามใจข้า ต้องอ่อนโยนรู้จักรักหยกถนอมบุปผา ไม่มีสามภรรยาสี่อนุ ต้องมีข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น"คำขอของนางทำเอาชายหนุ่มที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลแค่นหัวเราะออกมา "รายงานของเจ้าถูกต้องแน่หรือ""แน่สิขอรับ ผู้คนต่างกล่าวขานว่านางเป็นสตรีร้ายกาจ อารมณ์ร้าย สาวใช้ที่เราสงสัยว่าเป็นคุณหนูเหม่ยถิง อยู่กับนางได้รับความลำบากไม่น้อย" ฉือจวิ้นรายงานเสียงเบา "ต่อไปข่าวลือพวกนั้นเจ้าฟังให้น้อยๆ หน่อย จากที่ข้าเห็น สตรีนางนั้นก็ไม่ได้ดูร้ายกาจอะไร" ผู้ที่ดูเหมือนเจ้านายกล่าวจบแล้วก็ถอยออกมา เฉียนซูเหยาไม่รู้ตัวเลยว่าคำขอพรยาวเหยียดที่นา

















