LOGINเรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อนักเขียนท่านหนึ่งเขียนนิยายไม่สมเหตุสมผลเขียนให้ตัวร้ายต้องฆ่าลูกตัวเองที่มีพระรองเป็นพ่อ นางทำทั้งหมดเพื่อใส่ร้ายน้องสาวต่างมารดาเพียงเท่านั้นที่บังอาจแย่งชิงทุกอย่างไปจากนาง ผลสุดท้ายนางร้ายผู้นี้ถูกเกลียดชังจากสามี อีกทั้งการใส่ร้ายของนางกลับไม่สำริดผล ในใจเต็มไปด้วยความคับแค้นและรู้สึกผิดต่อลูกน้อยในเวลาเดียวกันจนสุดท้ายนางต้องฆ่าตัวตายเพื่อชดใช้ความผิด ฉางเห่ย....นักเขียนไส้แห้งมีความฝันอยากเขียนนิยายให้เป็น Bestseller แต่ความฝันของเธอต้องพังทลายเพราะต้องมาตายด้วยอาการใหลตายเนื่องจากโหมงานปั่นนิยายอย่างหนัก พอตื่นขึ้นมาครั้งนี้ฟื้นขึ้นมาอยู่ในร่างของนางร้ายที่ตนเองเป็นคนเขียนขึ้นมาเอง....... ฉางเห่ยขอใช้โอกาสนี้ในการแก้ไขตัวละครของตนเอง จากแม่ใจร้ายที่ใช้ลูกเป็นเครื่องมือในการทำลายคนอื่น นางขอเป็นแม่ที่ดีของเจ้าตัวน้อย...... ในเมื่อตายไปแล้วจะให้มานั่งเสียใจที่ปั่นนิยายไม่จบ และลงขายไม่ทัน ก็ขอให้ชีวิตทั้งหมดแก้ไขความผิดของตัวละครก็แล้วกัน แล้วเจ้าก้อนแป้นสีขาว อายุ สามขวบปีก็น่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน
View Moreฉางเห่ย นั่งหน้าดำคร่ำเครียดเนื่องจากเธอเป็นนักเขียน นิยายของโดนวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เขียนให้นางร้ายต้องฆ่าลูกน้อยเพื่อใส่ร้ายนางเอก ทว่าทุกอย่างกลับไม่สำริดผลอย่างที่นางคิด ทำให้นางต้องฆ่าตัวเองตายตามไป คอมเมนต์แห่กระหน่ำใส่เว็บไซต์นิยายของเธออย่างหนักว่าไม่น่าอ่านเอาสียเลย
ทว่าคอมเมนต์พวกนั้นกลับไม่ได้ทำให้ฉางเห่ยเครียดเท่ากับบิลค่าไฟ ค่าคอนโดมิเนียม ค่างวด ค่าบัตรเครดิต กองพะเนินบนโต๊ะทำงานของเธอ ฉางเห่ยมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักแต่งนิยาย Bestseller เหมือนนักเขียนหลายท่าน พอแต่งเรื่องแล้วเรื่องเล่า ผลการตอบรับกลับน่าหดหู่ใน แม้กระทั่งให้อ่านฟรี ๆ นักอ่านยังมาด่านิยายของเธอจนปวดหัวใจในบางครั้ง ฉางเห่ยได้แต่บอกตัวเองว่ามันต้องถึงวันของเธอ ขอแค่เธอไม่ยอมแพ้ ตอนนี้ยังไม่ดังก็ไม่เป็นไร เธอจะพยายามให้หนักขึ้น ทุกอย่างมันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เธอวาดฝัน ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ต้องใช้เงิน....ค่าใช้จ่าย สวนทางกลับรายได้จากการขายนิยาย นี่มันก็วันที่สามแล้วที่ฉางเห่ยอดข้าว ตั้งหน้าตั้งตาปั่นนิยายให้จบแล้วทำการวางขายในเว็บไซต์ ไม่คิดเลยวันที่เราละเลยการดูแลสุขภาพของร่างกาย วันนั้นร่างกายก็จะกลับมาทำร้ายเรา ร่างกายของนักเขียนสาวซูบผอม บ่าไหล่หดลึกจนเห็นเป็นร่อง ริมฝีปากแห้งแตกกร้านเป็นเกล็ด ดวงตาทั้งสองข้างที่สวมกรอบแว่นหนาดำคล้ำจนไม่น่ามอง ฉางเห่ยไม่มีใคร.... ใช่แล้ว พ่อแม่ของเธอเสียไปตั้งแต่เด็ก ทิ้งให้เธอต้องโตมาด้วยตัวเอง แม้มีมรดกของพ่อแม่อยู่บ้าง ญาติของเธอมาเยี่ยมบ้างบางครั้งก็ไม่ได้ทำให้ฉางเห่ยรับรู้ถึงการเป็นครอบครัว สายตาคู่นั้นจดจ้องมองหน้าจอคอมพ์ของตนเอง นิ้วมือกดแป้นพิมพ์ด้วยความมานะว่านิยายของเธอนั้นจะต้องดังในสักวัน แล้วเธอจะกลายเป็นนักเขียนที่รักของนักอ่าน...... เหมือนร่างกายจะไม่ไหวอีกแล้ว สายตาจู่ ๆ ก็เริ่มพร่ามัว ฉางเห่ยพยายามเอาชนะร่างกายด้วยการลืมตาขึ้นมา..... ทว่ามันกลับไม่ไหวเสียแล้ว แต่ยิ่งพยายามลืมตามองเท่าไหร่แต่ก็เห็นเพียงฝ้า จุดดำขึ้นเต็มไปหมด ก่อนที่ศีรษะของเธอจะฟุบลงบนแป้นพิมพ์ ปลายจมูกโด่งเป็นสันกดทับแป้นตัวอักษรทำให้พิมพ์จนยาวเหยียด พร้อม ๆ กับลมหายใจที่อ่อนลงเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงร่างกายที่ไร้วิญญาณ.....“ท่านแม่ ท่านแม่ ทาน........แม่.....” เสียงครางยานของเด็กน้อยปลุกให้ฉางเห่ยรู้สึกตัว มือป้อม ๆ จับเสื้อผ้าของนางเขย่าแรงพอที่ทำให้ฉางเห่ย ฉางเห่ยได้ยินเสียงนั้นอดประหลาดใจไม่ได้ ห้องของเธอมีเด็กน้อยตั้งแต่เมื่อไหร่ ความฝันหรือเนี่ย เธอทำงานจนหลงลืมทุกอย่างไปแล้วเสียจริง
“ท่านคิดว่านางจะคิดได้หรือเปล่า ว่าตัวนางเองนั้นสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมากขนาดไหน ข้าไม่คิดเลยว่านางจะถึงขั้นวางแผน สั่งการให้หยางฮัวเข้ามาในจวนของเรา หวังสร้างความวุ่นวาย สุดท้ายนางก็แพ้ภัยตัวเอง” เฟยห่วงเอ่ยถามซีอั่นที่นั่งนิ่งยกยิ้มมองนางไม่วางตาอยู่เช่นนั้น แววตาของเขามักทำให้นางสั่นไหวอยู่เสมอ “คนอย่างนางก็คงรู้ตัว หลี่อี้หมิงคงหาทางจัดการกับนางเอง เจ้าไม่ต้องกังวลสิ่งใดเลยฮูหยินข้า ว่าแต่เจ้าเถอะ เจ้านึกเป็นห่วงน้องสาวเจ้าถึงเพียงนี้ ขณะเดียวกันนางนั้นกลับคิดทำร้ายเจ้าอย่างนั้นหรือหึ” เขาถามเสียงแผ่วเบา ก่อนเอื้อมมือมาสัมผัสแก้มนุ่ม ๆ ของภรรยา เฟยห่วงส่ายหน้า “ความสัมพันธ์พี่น้องระหว่างข้ากับนางได้จบสิ้นแล้วเจ้าค่ะ ตั้งแต่นางคิดทำร้ายบุตรชายของเรา ข้าไม่อยากให้อภัยนางนัก แต่เพราะคิดว่าสาเหตุที่นางร้ายกาจ ล้วนเป็นเหตุผลมาจากการกระทำของข้าในอดีต ข้าคิดว่าสิ่งนั้นกำลังสนองข้าอยู่ พอใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนทั้งหมดล้วนเป็นการกระทำของนางเองทั้งสิ้น” “เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าดีใจนะที่เจ้าคิดเช่นนั้น มามะ” จู่ ๆ เขาก็
ทันทีที่ได้ยินชื่อของหยางฮัว เฟยหลงมีใบหน้าซีดเผือด หันมองหน้าไปมองยังสามีของตนที่มองนางด้วยแววตาหวาดหวั่น และสงสัยในตัวนางอย่างยิ่ง เฟยหลงเลียริมฝีปากของตนเอง ก่อนหันไปมองยังผู้มาเยือนคนใหม่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับชายชราที่ร่างกายไม่สู้ดีนัก นางรู้ทันทีว่าทั้งหมดเป็นแผนการของพี่สาวนาง “คารวะฮูหยินสกุลหลี่ หวังว่าท่านคงจำคำที่ท่านกล่าวกับข้าและท่านพ่อของข้าได้นะเจ้าค่ะ” หยางฮัวกล่าวทักทายเฟยหลงที่กำลังมองนางด้วยใบหน้าตะลึก ดวงตาแทบถลนออกมา “มันเรื่องอันใดกัน เฟยหลง เจ้าไปก่อเรื่องอันใด” หลี่อี้หมิงที่นั่งเงียบมานาน ถึงคราได้เอ่ยปากถาม “น้องสาวข้ามิสะดวกที่กล่าวเล่าความในอดีตที่ผ่านมาได้ ข้าขอเป็นฝ่ายเล่าเรื่องทุกอย่างแทนเอง” เฟยห่วงยกยิ้มมุมปาก ปรายตามองน้องสาวนอกไส้ เฟยหลงเสียดายที่ข้าเคยเอ็นดู ครานี้ถึงเวลารับกรรมของนางแล้ว นางคิดว่าชีวิตของตนนั้นไม่เป็นธรรมมาตลอด แต่การกระทำของนางก็ไม่เคยเป็นธรรมต่อคนอื่นเช่นกัน เฟยห่วงเล่าเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่งานเทศกาลดอกเบญจมาศเมื่อครั้งก่อน ส่วนเร
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อบิดาของหยางฮัวป่วยหนักจนต้องไปยืมเงินของสกุลหลี่ เฟยหลงเคยมาดื่มชาที่โรงเตี๊ยมของเถ้าแก่หยาง ครานั้นซีอั่นกับบุตรชายไปแวะดื่มชาดับกระหาย สายตาและการกระทำของหยางฮัวเด่นชัดเหลือเกินว่าสนใจในตัวของคุณชายแห่งสกุลซี เฟยห่วงนิ่งฟังด้วยความใจเย็น เฟยหลงนางช่างร้ายกาจถึงเพียงนี้ นางถึงขั้นหลอกใช้หยางฮัวผู้หลงรักซีอั่น คิดแล้วก็น่าสงสารผู้หญิงที่กำลังนั่งกอดขาของนางเอาไว้ ‘เจ้าไม่ต้องร้อง เจ้าเข้าไปดูแลพ่อของเจ้าเถอะ เรื่องค่ายาของพ่อเจ้า ข้าจะดูแลเอง เรื่องนี้ข้าคงต้องนำความไปหารือกับสามีของข้าเสียแล้ว’ ‘ขอบคุณฮูหยินที่เมตตาข้าเจ้าค่ะ’ หลังจากนั้นเฟยห่วงก็นำความมาแจ้งผู้เป็นสามี ซีอั่นดูไม่ตื่นตกใจเลยสักนิด ราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการคาดการณ์ของเขา แล้วการที่ไล่หยางฮัวออกจากจวนสกุลซีก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของสามีของนาง เฟยห่วงได้ยินสามีของตนพูดเช่นนั้น เขาดูฉลาดไปทุกเรื่องจริง ๆ เขาเองก็อยากเอาคืนเฟยหลงเช่นกัน ครั้งนั้นกล้ามาทำร้ายซีห่าว ยามนี้กำลังนอนหลับบนตักแกร่งของผู้เป็นบิดา ท้
จวนสกุลหลี่ จวนสกุลหลี่เต็มไปด้วยเสียงเอะอะโวยวายตั้งแต่เช้า เพราะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาแต่เช้าตรู่ เฟยหลงกับหลี่อี้หมิงตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเฟยห่วงและซีอั่นจะมาหาพวกนางถึงจวนสกุลหลี่ ทั้ง ๆ ที่เฟยห่วงไล่นางออกจากจวนสกุลซีในวันนั้น เฟยหลงก็ติดต่อผู้เป็นพี่สาวอีกเลย.... มาคราวนี้อยากเฟยหลงก็อยากถามนางเหมือนกันว่ามีเรื่องร้อนใจอันในถึงขั้นมาหานางถึงที่เช่นนี้ เดือดร้อนนางและสามีต้องตื่นขึ้นมาในยามเช้า เฟยหลงและหลี่อี้หมิงใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็มารอแขกที่มิได้รับเชิญที่ห้องรับรอง แขกที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เฟยห่วงนางดูไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ สมกับเป็นนางเสียจริง “ท่านพี่และคุณชายซีอั่นมาหาข้าและสามีถึงจวน คงมีเรื่องอันใดร้อนอกร้อนใจอย่างนั้นหรือ” เฟยหลงเอ่ยปากยกยิ้มมุมปากอย่างเหลือร้าย เฟยห่วงส่ายหน้า นับวันเฟยหลงนางก็ยิ่งกู่ไม่กลับ เฟยห่วงและซีอั่นมาที่ก็เพื่อจัดการคนที่ไม่รู้ถูกผิด อย่างไรวันนี้สามีของนางต้องรู้พฤติกรรมของภรรยา “ข้าและซีอั่นไม่มีธุระอันใดต้องมาที่จวนของคุณชายหลี่อี้หมิง แต่ข้ามาทวงความยุติธรรมให้