Accueil / รักโบราณ / วสันต์ในห้วงฝัน / บาดแผลที่ไม่อาจลืม

Partager

บาดแผลที่ไม่อาจลืม

last update Date de publication: 2024-10-21 19:08:46

ท้องฟ้าเหนือกองทัพต้าหยางยังคงแต้มด้วยสีหม่นของเมฆหมอกที่ลอยคลุมราวกับเงาแห่งความอึมครึมภายในใจของใครบางคน แม้ว่าการเดินทัพของกองทัพกล้าจะเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเสียงแห่งความภาคภูมิใจ แต่สำหรับแม่ทัพใหญ่ “จางชิงหยวน” แล้วนั้นความรู้สึกของเขากลับไม่ได้สะท้อนภาพแห่งชัยชนะนั้นเลย

จางชิงหยวนขี่ม้าสูงสง่านำหน้าเหล่าทหารที่กลับมาจากการยึดครองหัวเมืองทางตะวันออก ทหารแต่ละคนดูมีความสุขและโล่งใจที่สามารถกลับมาเยือนบ้านเมืองได้อีกครั้งหลังจากการสู้รบอันยาวนาน เสียงพูดคุยและรอยยิ้มที่แสดงถึงความปลอดภัยทำให้บรรยากาศดูสดใส แต่จางชิงหยวนกลับไม่มีความรู้สึกร่วมใดๆ กับพวกเขาเลยสักนิด

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของแม่ทัพหนุ่มทอดมองออกไปยังเส้นขอบฟ้าไกล ท่ามกลางหมอกหนาที่ปกคลุมแผ่นดินเบื้องหน้า แต่สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ความยินดีใดๆ หากแต่เป็นภาพจำในอดีตที่กัดกินจิตใจของเขามานานถึงสามปี ภาพของเพลิงสงคราม เสียงกรีดร้อง ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันหวนคืน และใบหน้าของคนรักที่ไม่อาจลืมเลือนไปได้

สามปีก่อน...

ควันไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงโห่ร้องของศัตรูจากแคว้นเสียนหู่ดังกลบเสียงลมและเสียงฟ้าร้องรอบๆ พวกมันบุกเข้ามายังค่ายทหารของแคว้นต้าหยาง เพลิงสงครามลุกลามไปทุกทิศทาง ร่างทหารหลายคนล้มลงกลางสนามรบ เปื้อนดินด้วยเลือดแดงฉาน

เสียงดาบปะทะกันดังกึกก้องท่ามกลางความโกลาหล แต่มนต์ดำที่ถาโถมใส่กองทัพต้าหยางในวันนั้นคือสิ่งที่ทำลายขวัญกำลังใจของพวกเขามากที่สุด มันเป็นวิชาลับที่พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อน พลังแห่งความมืดนั้นเปรียบเสมือนพายุที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า

ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด จางชิงหยวนมองเห็นแสงสีดำวาบขึ้นมาในท้องฟ้าด้านหน้า ร่างของ “ไป๋ซูเหม่ย” หญิงสาวผู้เป็นที่รักของเขายืนอยู่ท่ามกลางสนามรบ นางกำลังยืนเผชิญหน้ากับศัตรูคนหนึ่ง รองแม่ทัพหวงหมิงเจ๋อจากแคว้นเสียนหู่ ผู้ใช้มนต์ดำที่ทรงพลังที่สุดของฝ่ายศัตรู

ดวงตาของไป๋ซูเหม่ยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นางไม่เคยต้องเผชิญกับพลังมนต์ดำมาก่อน จางชิงหยวนรีบพุ่งเข้าไปหานางพร้อมกับตะโกนเรียก

“เหม่ยเอ๋อร์!”

แต่ทว่าเสียงของเขาถูกกลบไปด้วยเสียงคำรามของมนต์ดำที่ฟาดใส่ร่างของนาง แสงสีดำพุ่งเข้าใส่ไป๋ซูเหม่ยราวกับสายฟ้าที่โหมกระหน่ำ

ร่างของหญิงสาวกระเด็นลอยไปตามแรงกระแทก ก่อนที่จะตกลงสู่พื้น จางชิงหยวนวิ่งไปถึงตัวนางทันที หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความกลัว เขาทรุดตัวลงข้างๆ ร่างที่นอนแน่นิ่งของนาง

ไป๋ซูเหม่ยนอนอยู่ท่ามกลางเพลิงสงครามและเสียงดาบที่ยังคงดังก้องรอบตัว ร่างกายของนางเริ่มเย็นเยียบลงเรื่อยๆ ดวงตาคู่งามที่เคยเปล่งประกายกลับบรรจงปิดอย่างสนิท

จางชิงหยวนเอื้อมมือที่สั่นเครือไปสัมผัสใบหน้างามของไป๋ซูเหม่ย ความเจ็บปวดราวกับดาบที่กรีดลงไปในหัวใจ ความโศกเศร้าครอบงำเขาจนแทบหายใจไม่ออก ภาพของคนรักที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนคืนยังคงชัดเจนในจิตใจของเขา ร่างของนางที่เคยนุ่มนวลและอบอุ่นกลับกลายเป็นร่างไร้ชีวิต หัวใจของเขาพลันรู้สึกราวกับถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

เขามองไปทั่วสนามรบ ในขณะที่ความสับสนวุ่นวายยังคงดำเนินต่อไป แต่ในหัวของเขามีคำถามหนึ่งที่ผุดขึ้นมาตลอดเวลา

“พวกมันต้องมีหนอนบ่อนไส้ช่วยทะลวงค่ายของเราจากภายใน...”

จางชิงหยวนไม่เชื่อว่าการโจมตีครั้งนั้นเป็นเพียงแค่แผนการธรรมดา ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนเป็นการวางแผนอย่างดีและรู้ทันทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขา

“ว่าแต่มันผู้นั้นเป็นใคร!?” เขารู้ว่าต้องมีใครบางคนที่ช่วยเหลือศัตรูจากภายใน และเขาจะไม่ยอมปล่อยให้คนทรยศผู้นั้นหลุดรอดไปได้

เขาเอื้อมมือสัมผัสร่างไร้วิญญาณของไป๋ซูเหม่ยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือ หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความแค้น “ข้าจะต้องหาคนทรยศให้ได้... และข้าจะล้างแค้นให้เจ้า เหม่ยเอ๋อร์”

เสียงฝีเท้าม้าของกองทหารต้าหยางยังคงดังเป็นจังหวะขณะที่พวกเขาเดินทางกลับบ้านหลังจากชัยชนะเหนือหัวเมืองทางตะวันออก แต่สำหรับจางชิงหยวน ชัยชนะครั้งนี้กลับไม่ได้ช่วยให้หัวใจของเขาสงบลงได้เลย ใบหน้าของเขายังคงเคร่งขรึม ดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความคิดถึงและความแค้นที่ยังไม่ได้รับการชำระ

“ท่านแม่ทัพ” เสียงของตวนหลี่ รองแม่ทัพคนสนิท ดังขึ้นจากข้างๆ เขา “ท่านยังคงคิดถึงเรื่องเดิมอยู่ใช่หรือไม่ขอรับ?”

จางชิงหยวนเหลือบมองไปยังตวนหลี่ แววตาของเขายังคงหนักแน่น แต่แฝงด้วยความเจ็บปวดที่ไม่เคยจางหาย “ข้าไม่อาจลืมได้... ข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครคือคนทรยศ ข้าจะไม่ปล่อยให้มันหลุดรอดไปอีก”

ตวนหลี่พยักหน้าเบาๆ เขาเข้าใจดีถึงความเจ็บปวดของแม่ทัพหนุ่ม ทั้งสองต่างเคยผ่านเหตุการณ์อันโหดร้ายมาด้วยกันในวันนั้น เขาจึงรู้ว่าจางชิงหยวนไม่อาจปล่อยวางเรื่องนี้ได้ง่ายๆ

“ข้าจะช่วยท่านสืบหาความจริงเอง ท่านไม่ต้องเป็นกังวล ข้าจะไม่หยุดจนกว่าจะพบตัวคนทรยศ” ตวนหลี่ให้คำมั่นเสียงหนักแน่น

จางชิงหยวนไม่ได้ตอบกลับอะไร เพียงแต่มองออกไปยังเส้นทางที่ทอดยาวเบื้องหน้า เสียงกีบม้ายังคงดังก้องในอากาศ บรรยากาศของการเดินทางกลับเต็มไปด้วยความเงียบงัน เหล่าทหารยังคงเดินต่อไปด้วยความหวังที่จะได้พักผ่อนหลังจากการสู้รบอันยาวนาน

“ท่านแม่ทัพ” ตวนหลี่พูดขึ้นอีกครั้งเมื่อพวกเขาใกล้จะถึงจุดพักแรม “สายของเราได้ข่าวมาว่าตอนนี้แคว้นเสียนหู่เริ่มทำการเคลื่อนไหวอีกครั้ง ข้าคิดว่าเราควรตั้งค่ายชั่วคราวที่เมืองหมิงอี้ เมืองนี้เป็นเมืองหน้าด่านที่สามารถวางแผนได้ทั้งแนวรุกและรับ และยังเป็นที่อยู่ของลู่หยาง คนสนิทของพวกเราที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในการบุกโจมตีค่ายครั้งนั้น ข้าเชื่อว่าอาจจะมีเบาะแสบางอย่างที่นั่นให้เราค้นหา”

จางชิงหยวนหันมามองตวนหลี่ทันทีเมื่อได้ยินชื่อ “ลู่หยาง” หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำเกี่ยวกับการหายตัวไปของลู่หยางผุดขึ้นมาในหัวของเขา ความรู้สึกว่ายังมีบางสิ่งบางอย่างที่ถูกปกปิดไว้ยังคงวนเวียนอยู่ในใจ

“ลู่หยาง...” จางชิงหยวนพึมพำเบาๆ ความคิดเกี่ยวกับการตามหาคนทรยศและการหาเบาะแสของลู่หยางเริ่มเข้ามาในหัว

“บางที... ข้าอาจจะพบสิ่งที่ข้าต้องการที่นั่น” จางชิงหยวนพูดออกมาอย่างเคร่งขรึม ขณะที่สายตาของเขาจับจ้องไปยังเส้นทางข้างหน้า

“ตวนหลี่ แจ้งกองทัพให้เตรียมตัว” จางชิงหยวนสั่งเสียงเบาแต่เด็ดขาด “เราจะไปตั้งค่ายที่เมืองหมิงอี้ในยามเช้าของวันพรุ่งนี้ และข้าไม่ต้องการให้ใครชักช้า”

ตวนหลี่ยิ้มบางๆ ขณะที่ก้มหัวรับคำสั่ง “ขอรับ ท่านแม่ทัพ ข้าจะจัดการให้พร้อมในทันที”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วสันต์ในห้วงฝัน   ตอนพิเศษ 2/2

    วันรุ่งขึ้นขณะที่พวกเขาเดินชมรอบเมือง ทิวทัศน์และบรรยากาศยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม ทว่าในมุมหนึ่งของหมู่บ้านนั้นมีเสียงกระซิบกระซาบขึ้นมา ชาวบ้านบางคนที่ยังคงระแวงกับคำสาปเก่าแก่ได้เริ่มพูดถึงคำสาปที่อาจจะกลับมา นัยน์ตาหวาดระแวงของบางคนจ้องมองลู่หยวนฮวาอย่างระมัดระวัง พวกเขาเริ่มถอยหนีเมื่อเห็นนางเดินเข้าใกล้ลู่หยวนฮวารู้สึกถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความไม่สบายใจเริ่มทับถมอยู่ในใจของนาง นางหันไปพูดกับชาวบ้านเสียงนุ่ม“พวกท่าน…ไม่ต้องหวาดกลัวอีกแล้วนะเจ้าคะ คำสาปนั้นถูกล้างไปแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีตระกูลต้องสาปอีกต่อไปแล้ว”แต่ชาวบ้านบางคนยังคงไม่คลายความระแวง“แล้วทำไมเด็กๆ ถึงป่วยไม่มีสาเหตุในวันเดียวกับที่ท่านกลับมาเล่า?”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มชาวบ้าน และคนอื่นๆ เริ่มหันไปกระซิบกระซาบ พวกเขาดูคล้ายจะเชื่อคำกล่าวนั้นจางชิงหยวนเห็นภรรยารักถูกแคลนแล้วไม่สบอารมณ์นัก ก้าวเข้ามาข้างหน้า มองไปยังชาวบ้านที่ยังคงแสดงท่าทีหวาดระแวง“ข้าขอเตือนพวกท่านทั้งหลาย อย่าปล่อยให้ความกลัวและความเชื่อที่งมงายมาครอบงำความคิดของพวกท่านอีกต่อไป คำสาปนั้นได้ถูกล้างไปแล้ว และสิ่งที่เกิ

  • วสันต์ในห้วงฝัน   ตอนพิเศษ 1/2

    สามปีผ่านไป ชีวิตของลู่หยวนฮวาและจางชิงหยวนเปลี่ยนแปลงไปมาก พวกเขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในเมืองหลวง หลังจากการแต่งงานและการล้างคำสาปสำเร็จ ทุกอย่างดูจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นพวกเขามีบุตรชายหนึ่งคน ชื่อ "จางหรง" เด็กน้อยวัยสองหนาวที่เต็มไปด้วยความสดใสและความซุกซนใบหน้าของจางหรงมีความละม้ายคล้ายคลึงกับมารดาอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าดวงตาสีน้ำตาลสวยของเขานั้นสืบทอดมาจากบิดา รอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กน้อยเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ทุกคนรอบข้างรู้สึกอบอุ่นใจในขณะที่รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางที่ลัดเลาะสู่เมืองหมิงอี้ ลู่หยวนฮวาและจางชิงหยวนต่างนั่งอยู่ในความเงียบสงบที่อบอุ่น จางหรง เด็กน้อยวัยสองหนาวที่นั่งอยู่ระหว่างพ่อแม่ แต่ดวงตาใสแจ๋วกลับจ้องมองไปที่ทิวทัศน์ภายนอกอย่างตื่นตาตื่นใจ"หม่าม๊า ดู! ดู!" จางหรงร้องออกมาอย่างตื่นเต้น ขณะที่นิ้วมือเล็กของเขาชี้ไปทางหน้าต่างรถม้า "ม้า... ม้าล้ายย... ม้าใหญ่!"ลู่หยวนฮวายิ้มพร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวลูกน้อยอย่างอ่อนโยน "ใช่แล้ว หรงเอ๋อร์ นั่นคือลูกม้า มันวิ่งเร็วมากเลยนะ""หรงเอ๋อร์ เจ้าชอบม้าไหม?" จางชิงหยวนถามลูกชายด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ขณะยิ้มให้กั

  • วสันต์ในห้วงฝัน   ย้ายจวน

    แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านม่านหมอกบางๆ ที่ปกคลุมจวนตระกูลลู่ ท่ามกลางความเงียบสงบของสถานที่แห่งนี้ ลู่หยวนฮวายืนอยู่เบื้องหน้าจวนที่เคยเป็นทั้งบ้านและที่หลบภัยของนางมาตั้งแต่วัยเยาว์ รอบตัวมีเพียงเสียงลมเบาๆ พัดผ่านต้นไม้และดอกไม้ที่เคยเป็นความสุขของนางในอดีตวันนี้จวนตระกูลลู่ดูเหมือนจะเงียบงันกว่าทุกครั้ง นางยืนอยู่ตรงลานกว้าง มองไปยังประตูที่นางเคยเดินผ่านครั้งแล้วครั้งเล่า นางจำได้ดีถึงความรู้สึกในทุกครั้งที่นางกลับมาจากการเดินทางจวนแห่งนี้เคยเป็นที่พักใจของนาง แต่บัดนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว จวนนี้ไม่ใช่ที่หลบภัยของนางอีกต่อไป มันกลับกลายเป็นเพียงเงาของความทรงจำที่นางต้องละทิ้งลู่หยวนฮวาหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก แม้จะมีความเศร้าและความเจ็บปวดที่ยังคงซ่อนอยู่ในใจ นางรู้ดีว่าการปิดจวนตระกูลลู่เป็นการตัดสินใจที่จำเป็น นางต้องเริ่มต้นใหม่ ชีวิตของนางไม่สามารถถูกผูกมัดไว้กับอดีตอีกต่อไปจางชิงหยวนยืนอยู่ไม่ไกลจากนาง เขามองนางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจและห่วงใย เขารู้ดีว่าการละทิ้งจวนแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับลู่หยวนฮวา แต่เขาเชื่อ

  • วสันต์ในห้วงฝัน   การกลับบ้านที่ไม่สมบูรณ์

    ลู่หยวนฮวายืนอยู่ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของทหารต้าหยางที่กำลังเคลื่อนทัพกลับ เงาของดวงอาทิตย์ที่ตกดินทอดยาวไปไกล บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงันของชัยชนะ แต่ในหัวใจของนางกลับรู้สึกถึงความสูญเสียที่ยากจะลบเลือนนางก้มลงมองห่อผ้าที่อยู่ในมือ ข้างในนั้นคืออัฐิของลู่หยาง พี่ชายที่เคยยืนหยัดเพื่อปกป้องนางมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับเหลือเพียงเถ้าถ่านที่ไร้ลมหายใจน้ำตาของนางไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่นางเดินตามหลังทัพต้าหยาง มือของนางกำห่อผ้านั้นไว้แน่น นางรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของความสูญเสียที่ถ่วงหัวใจของนางจนแทบยืนไม่อยู่หัวใจของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถทำตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับป้าหลี่ได้"ข้าพูดไว้...ว่าข้าจะจูงมือพี่ใหญ่กลับบ้านพร้อมกัน แต่ตอนนี้ ข้ากลับนำเพียงเถ้ากระดูกของเขากลับไป..."ลู่หยวนฮวาพึมพำเบาๆ ขณะที่มองเถ้ากระดูกในมือของตน นางรู้สึกถึงความหนักหน่วงของความรับผิดชอบที่นางไม่อาจทำได้ตามที่หวัง ความเจ็บปวดจากความสูญเสียที่ท่วมท้นไม่อาจหยุดยั้งน้ำตาที่ไหลออกมาได้จางชิงหยวนที่เดินตามอยู่ไม่ห่าง สังเกตเห็นท่าทีเศร้าสร้อยของนาง เขาเดินเข้ามาใกล้ วางมือเบาๆ ลงบนไหล

  • วสันต์ในห้วงฝัน   การต่อสู้ครั้งสุดท้าย

    ลู่หยางปรากฏตัวขึ้น ท่ามกลางสนามรบที่แสงจันทร์ลอยเลือนราง ใบหน้าของเขาฉายแววเคร่งขรึม สายตาจ้องมองหวงหมิงเจ๋อ ดาบในมือของเขาสะท้อนแสงอ่อนๆ จากดวงจันทร์ความคิดในหัวของเขาไม่ได้มีเพียงการต่อสู้กับหวงหมิงเจ๋อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความรู้สึกสับสนที่คอยตามหลอกหลอนในใจการตัดสินใจที่จะเสียสละเพื่อแก้ไขความผิดในอดีตและปกป้องคนที่เขารักในปัจจุบันทุกสายตาจับจ้องไปที่ลู่หยาง เมื่อหวงหมิงเจ๋อหันมามอง ความดุร้ายในแววตาของหวงหมิงเจ๋อส่งผลให้ความตึงเครียดเพิ่มพูนขึ้น ขณะที่ลู่หยางยังคงเดินมาด้วยความมั่นใจในตัวเอง ใบหน้าไร้ความหวาดหวั่น ทว่าในใจเขายังคงกังวลถึงน้องสาวที่อยู่ท่ามกลางความอันตรายของค่ายกล ความรู้สึกปกป้องที่มีต่อลู่หยวนฮวาทำให้เขารู้ว่าการเสียสละครั้งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อรักษาความปลอดภัยของนางความเงียบระหว่างลู่หยางและหวงหมิงเจ๋อนั้นกลับสร้างความตึงเครียดจนทนไม่ไหว ทุกคนในสนามรบรู้ดีว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้จะเป็นจุดสำคัญที่อาจกำหนดชะตากรรมของสงคราม แต่ก่อนที่หวงหมิงเจ๋อจะทันได้ก้าวไปข้างหน้า จางชิงหยวนที่ยืนไม่ห่างออกไปสังเกตเห็นเจตนาของหวงหมิงเจ๋อทันทีความโกรธและความแค้นที่สั่

  • วสันต์ในห้วงฝัน   ความในใจของลู่หยาง

    ลู่หยางปรากฏตัวขึ้น ท่ามกลางสนามรบที่แสงจันทร์ลอยเลือนราง ใบหน้าของเขาฉายแววเคร่งขรึม สายตาจ้องมองหวงหมิงเจ๋อ ดาบในมือของเขาสะท้อนแสงอ่อนๆ จากดวงจันทร์ทุกสายตาจับจ้องไปที่ลู่หยาง เมื่อหวงหมิงเจ๋อหันมามอง แต่ยังไม่ทันที่หวงหมิงเจ๋อจะได้พูดอะไร สายตาของทั้งสองประสานกัน ความเงียบชั่วขณะนั้นกลับสร้างความตึงเครียดครึ่งชั่วยามที่แล้ว...ลู่หยางยืนอยู่ลำพังท่ามกลางเงามืดของป่า รอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมเบาๆ ที่พัดผ่านกิ่งไม้และเสียงใบไม้ที่ปลิวตามลม ความเงียบในยามนี้กลับยิ่งทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้ง ความคิดในหัวของเขาวนเวียนไปกับภาพความหลังที่ไม่อาจลบเลือน ทั้งพ่อแม่ที่จากไป และซูเหม่ย คนรักที่เขาไม่เคยลืมเลือนเขายืนก้มมองม้วนกระดาษโบราณที่เขาถืออยู่ในมือ ตำราลับของตระกูลที่บอกวิธีล้างคำสาปได้อย่างละเอียด บางทีนี่ควรจะเป็นความหวังของตระกูล ความหวังที่จะยุติคำสาปที่คอยตามหลอกหลอนสายเลือดของเขามานาน แต่สำหรับลู่หยางแล้ว มันกลับไม่ใช่เช่นนั้นอีกต่อไปคำสาปที่ผูกพันสายเลือดแห่งตระกูลลู่เกิดจากความโลภและความเห็นแก่ตัวของบรรพบุรุษผู้กระทำผิดต่อแผ่นดิน การล้างคำสาปนี้จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อผู้ส

  • วสันต์ในห้วงฝัน   การจากลา

    แสงจันทร์สาดส่องลงมายังพื้นดินที่เงียบงัน เบื้องหน้าคือเงาอันสงบเงียบของค่ายทหารหมิงอี้ ลู่หยวนฮวายืนเงียบอยู่ที่ทางเข้ากระโจม ฝีเท้าของนางเบาราวกับจะกลืนไปกับความมืดที่รายล้อม แต่ใจของนางกลับเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายดวงตาของหญิงสาวเลื่อนไปยังแสงไฟที่สาดเข้ามาจากภายนอก แต่แม้แสงนั้นจะให้ความอบอุ่นเ

  • วสันต์ในห้วงฝัน   หัวใจที่สับสน

    หลายวันจากวันที่ส่งจดหมายออกไป จิ่งซื่อก้าวเข้ามาในกระโจมของจางชิงหยวนอย่างเงียบๆ หลังจากใช้เวลาหลายวันเพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับตระกูลลู่"ท่านแม่ทัพ นี่คือข้อมูลที่ท่านต้องการขอรับ" พลทหารหนุ่มกล่าวพร้อมยื่นม้วนกระดาษให้กับจางชิงหยวนจางชิงหยวนรับม้วนกระดาษและคลี่ออกอ่าน ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แ

  • วสันต์ในห้วงฝัน   ข้าเชื่อคนของข้าเท่านั้น

    "ข้าเชื่อเพียงคำพูดของคนของข้าเท่านั้น" จางชิงหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ขณะก้าวเข้ามายืนเคียงข้างลู่หยวนฮวา ราวกับเพื่อยืนยันความเชื่อมั่นของเขา เขาใช้นิ้วเชยคางนางขึ้นเบาๆ ให้สายตาของทั้งสองได้สบกัน ความคิดแผ่วเบาแล่นเข้ามาในหัวใจของเขาอย่างไม่ทันรู้ตัวฮวาเอ๋อร์ ข้าอยากเห็นความจริงใจของเจ้า.

  • วสันต์ในห้วงฝัน   แผนการที่พังทลาย

    ลู่หยวนฮวายืนอยู่ริมสวนนอกงานเลี้ยง ขณะที่บรรยากาศภายในงานยังคงคึกคัก แต่หัวใจของนางกลับไม่อาจสงบลงได้ ราวกับมีบางสิ่งที่ผิดปกติแผ่ซ่านอยู่รอบตัวและแล้ว...ภาพนิมิตที่ไม่คาดฝันก็ปรากฏขึ้น ลู่หยวนฮวาเห็นจางชิงหยวน มือของเขาจับจอกเหล้าไว้แน่น ริมฝีปากของเขาเคลื่อนไปช้าๆ เข้าหาขอบจอกที่บรรจุเหล้าผสมยาปล

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status