로그인ชาติก่อน จางเถา เกิดเป็นลูกอนุจึงไม่มีสิทธิ์เข้ารับราชการ ถูกหลอกให้ต้องสร้างผลงานภายใต้ชื่อพี่ชาย แต่สุดท้ายกลับครอบครัวทรยศ ด้วยความแค้นและความรู้สึกไม่เป็นธรรมก่อนตาย เขาได้เกิดใหม่อีกครั้งในตระกูลสูงส่งในร่างคุณชายเสเพล ซ่งถิงเฟย แต่กลับมีสิ่งที่เรียกตนเองว่าระบบผุดขึ้นมาในหัว บอกว่าเขาอยู่ในนิยายยืมร่างคืนวิญญาณ แล้วยังมอบภารกิจให้ทำพร้อมรางวัลที่ช่วยให้ผ่านอุปสรรคอย่างราบรื่น
더 보기หลังพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน เจ้าสาวถูกส่งตัวเข้าไปในห้องหอ ในขณะที่เจ้าบ่าวถูกมอมสุราอยู่ที่โถงต้อนรับแขกไป๋เหมี่ยวเอ๋อร์ยังไม่ได้เปิดผ้าคลุมหน้าออก นางนั่งรออยู่ในห้องหอ ข้างกายคือเสี่ยวหมี่ที่เพิ่งยกขนมมาให้กินรองท้องระหว่างที่รอให้เจ้าบ่าวมาถึง“กินเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะ กว่าใต้เท้าซ่งจะมาก็คงอีกนาน ผู้บัญชาการโซ่วอิง ใต้เท้าหลี่กับใต้เท้าสวี่ กำลังมอมสุราเจ้าบ่าวหนักเลยเจ้าค่ะ”“เจ้าเดินไปหยิบขนมมาให้ข้า แต่กลับรู้เรื่องในห้องจัดเลี้ยงละเอียดนัก” เจ้าสาวเย้าสาวใช้ของตนเอง นางเพิ่งสังเกตว่าเสี่ยวหมี่กับเมิ่งฉีนั้น“เมิ่งฉีบอกมาเจ้าค่ะ” นางตอบเสียงเบาแล้วยื่นจานขนมให้คุณหนูของตนตอนนั้นเอง ประตูห้องหอปิดลงอย่างนุ่มนวลซ่งถิงเฟยเดินเซเบาๆ เข้ามาด้วยรอยยิ้มอ่อน แต่ดวงตาฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์สุราที่ถูกเหล่าสหายขุนนางมอมเมาเสี่ยวหมี่รีบออกไปแล้วรีบปิดประตูห้องหอลงอย่างรู้ความซ่งถิงเฟยเดินเข้ามาช้าๆ เสียงรองเท้าบนพื้นไม้ดังเป็นจังหวะมั่นคง ในขณะที่เจ้าสาวนั่งบนเตียง มือเรียววางบนตักอย่างสงบ แต่ความขวยเขินท
เสียงกลองมงคลดังก้องไปทั่วจวนโหว ผืนธงสีแดงพลิ้วไสวรับสายลมราวกับกำลังเต้นรำไปกับความสุข ในขณะที่ขบวนขันหมากกำลังเคลื่อนตัวออกไปรับเจ้าสาวที่อีกฟากหนึ่งของเมืองในห้องนอนเรือนชั้นในของสกุลไป๋ ไป๋เหมี่ยวเอ๋อร์นั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง ใบหน้าอ่อนหวานของนางถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมชั้นดี มือเรียวลูบแขนเสื้อเจ้าสาวสีแดงสดอย่างทะนุถนอมในขณะที่มารดาช่วยสางผมให้“ในที่สุด วันนี้ก็มาถึงแล้ว” นางกระซิบเบาๆ ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มหวาน ดวงตาเปี่ยมด้วยความสุข“คุณหนูไป๋งดงามเหลือเกินเจ้าค่ะ วันนี้ใต้เท้าซ่งต้องตะลึงแน่นอน” เสี่ยวหมี่พูดขึ้น น้ำตารื้นออกมาด้วยความอิ่มเอมใจไป๋เหมี่ยวเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ แก้มแดงเรื่อ มองเงาสะท้อนของตนแล้วก็รู้สึกมีความสุขมากยิ่งขึ้นหลายเท่า ชุดเจ้าสาวที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมชั้นดีนี้ก็เป็นเขาที่ส่งมาให้ เครื่องประดับทุกอย่างถูกส่งมาจากจวนโหวทั้งสิ้นไม่เพียงแต่เขาที่รักนาง มารดาของเขาที่นางเพิ่งรู้ว่าเป็นคนเดียวกันกับที่เจอในร้านขายผ้า ก็เอ็นดูนางมากเช่นกันด้านนอกเสียงบรรเลงดังขึ้นเรื่อยๆ ขบวน
หลังจากโวยวายอยู่หน้าจวนโหว ไม่นานประตูใหญ่ก็เปิดออกช้าๆ ชายหนุ่มในชุดขุนนางสีคราม เดินออกมาด้วยท่วงท่าสง่างาม ดวงตาคมล้ำลึกของเขามองสตรีตรงหน้าด้วยความเย็นเฉียบซ่งถิงเฟยมองน้องสาวในอดีตของตน คุณหนูผู้งดงามบัดนี้นางดูราวกับคนเสียสติพอเห็นเขาปรากฏตัว จางฉีฉีก็เหมือนถูกปล่อยให้ความโกรธล้นทะลัก นางร้องออกมาด้วยเสียงแหลมสั่น“ซ่งถิงเฟย เจ้ากล้ามีความสุขได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เป็นต้นเหตุทำให้พี่ชายข้าต้องตาย ทำให้สกุลจางไร้ผู้สืบทอด”ซ่งถิงเฟยหยุดยืนตรงหน้า นัยน์ตาของเขานิ่งเย็น มุมปากตึงด้วยความเย็นชา“คุณหนูจาง โปรดตั้งสติ”เสียงทุ้มเรียบของเขาทำให้นางชะงักครู่หนึ่ง แต่ทันทีที่เห็นสีหน้าของเขาไร้ซึ่งความอาทรใดๆ หัวใจนางก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง“เจ้าจะจัดงานแต่งในขณะที่ข้ากับท่านแม่กำลังจะถูกกดขี่เหยียบย่ำ เจ้าคิดบ้างหรือไม่ว่าข้าต้องเผชิญอะไรตั้งแต่ที่พี่ชายไม่อยู่” น้ำตาไหลอาบแก้มนาง แต่ไม่ใช่ความเศร้า เป็นความคั่งแค้น“เรื่องของสกุลจาง ข้าไม่เกี่ยว ข้าใช้ให้พี่ชายเจ้าทุจริตข้อสอบหรือ ข้าจับ
แม่สื่อจากจวนโหวสกุลซ่งก้าวเข้าสู่เรือนหลักของสกุลไป๋พร้อมรอยยิ้มของผู้ที่เชี่ยวชาญในหน้าที่ ใบหน้าของนางแดงระเรื่อด้วยความดีใจที่ได้ทำภารกิจสำคัญเมื่อไป๋ลู่เยียนและฮูหยินเชิญให้นั่งลง นางก็ยื่น หนังสือหนังสือหมั้นออกมาวางบนโต๊ะอย่างนอบน้อม“คุณชายรองแห่งจวนซ่งสกุลโหว ตำแหน่งรองเจ้ากรมการคลัง ถึงวัยอันสมควรที่จะแต่งงานแล้ว จวนโหวเห็นว่าคุณหนูไป๋ก็อยู่ในช่วงวัยออกเรือน กิริยางามพร้อม จึงปรารถนาจะสมรสเชื่อมสัมพันธ์ของสองตระกูล จึงให้ข้านำหนังสือหมั้นมาสู่ขอเจ้าค่ะ”คำทักทายอ่อนหวานนั้น ทำให้เจ้าบ้านทั้งสองมองหน้ากันอย่างตื่นเต้นคล้ายไม่เชื่อหูตนเองไป๋ลู่เยียนเอื้อมไปรับหนังสือหมั้น มือสั่นเล็กน้อยด้วยความปลาบปลื้ม สองวันก่อนซ่งถิงเฟยเพิ่งมาแสดงความจริงใจกับตน วันนี้สกุลซ่งก็ส่งแม่สื่อมาแล้ว“สกุลไป๋ของเรานับเป็นวาสนาที่ตระกูลซ่งให้เกียรติถึงเพียงนี้”ไป๋ฮูหยินหยิบผ้าเช็ดหน้าซับที่หางตา ก่อนกล่าวเสียงนุ่ม “รองเจ้ากรมซ่งเป็นคนมีชื่อต่อแผ่นดิน ข้าเพียงหวังว่าบุตรีจะได้รับการให้เกียรติอย่างสมฐานะ” 
เนินเขาทางเหนือของเมือง ซ่งถิงเฟยกับหลี่เฟิ่งจั๋วเดินนำกลุ่มทหารและคนของผู้ว่าการมณฑลไปตามลำน้ำที่แห้งผาก สภาพพื้นดินแตกระแหงเป็นทางยาว“ด้านทิศเหนือแม่น้ำสาขาเคยไหลผ่าน แต่เหมือนน้ำถูกกั้นตรงโค้งหินนั้น” หลี่เฟิ่งจั๋วยกกระดานแผนที่ขึ้นเทียบกับสภาพพื้นที่จริง“จุดน
ข่าวการร้องทุกข์หน้าพระราชวังถูกเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจางจิ้งยวนจะปิดหูแค่ไหนก็ไม่อาจหนีพ้นในห้องหนังสือของสกุลจาง เขานั่งตัวแข็ง เหงื่อผุดตามไรผมแม้ยามค่ำ ความสงบที่เคยยึดถือเป็นเกราะของตนกลับแตกเป็นเสี่ยงๆบ่าวคนสนิทกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่น “คุณชาย ศาลต้าหลี่ประกาศจะตรวจสอบใหม่ คาดว่าจะมีการทดส
ปลายฝนต้นหนาว ลมยามเช้าพัดผ่านหน้าซ่งถิงเฟยจนผมดำปลิวไหว เขายืนหน้าพระราชวังหลวง แผ่นหลังตั้งตรง ดวงตาดำสนิทฉายแววแน่วแน่จนผู้ติดตามทั้งสองที่ตามมาดูแลต่างหน้าเสียเพราะรู้ดีว่าต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นกลองร้องทุกข์ใบใหญ่ตั้งอยู่เบื้องหน้า ซ่งถิงเฟยประกาศกร้าวจะตีกลองร้องทุกข์จนเป็นที่สนใจของคนที
หลังจากที่แต่งตัวเสร็จ ร่างสูงโปร่งก็ยืนมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกทองเหลือง ใบหน้าที่กำลังจ้องมองกลับคือใบหน้าของซ่งถิงเฟย เจ้าของร่างที่วิญญาณของเขามาสวมร่างซ่งถิงเฟยรูปงามดั่งหยก ร่างกายสูงใหญ่ ต่างจากจางเถาที่ถูกเลี้ยงมาไม่ต่างกับคนรับใช้ บุตรชายที่เกิดจากอนุในตระกูลจางนั้นช่างต่ำต้อยนัก แต่เข
리뷰