Masukก่อนวันแต่งงานนางได้รู้ความจริงว่าเขาไม่ได้รักนาง ที่จะแต่งกับนางเพื่อต้องการให้นางสละตำแหน่งพระชายาอ๋องให้สตรีที่เขารัก รุ่ยรั่วฉี สตรีที่ขโมยชีวิตของนางมา17ปี รุ่ยรั่วฉีแกล้งล้ม เขารีบอุ้มขึ้นรถม้า ทิ้งให้นางเดินกลับเองท่ามกลางฝนตก นางบาดเจ็บนอนอยู่โรงหมอ เขาไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็น ยังหาว่านางเรียกร้องความสนใจ ไฟไหม้ นางถูกชนล้มลงถูกคนเหยียบซ้ำร้องขอให้เขาช่วย เขาลังเลสุดท้ายก็ทิ้งนางแล้วรีบพารุ่ยรั่วฉีหนีไป นางกับรุ่ยรั่วฉีตกทะเลสาปพร้อมกัน ทั้งเขาและพี่ชายของนางกระโดดลงไปช่วยรุ่ยรั่วฉี ไม่มีใครสนใจร่างของนางที่จมดิ่งลงสู่ก้นทะเลสาป
Lihat lebih banyakหยางเหม่ยเยว่กอดชุดแต่งงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อีก7วันนางจะแต่งงานกับลู่อวิ๋นโจวระหว่างเดินกลับห้องพักผ่านสวนทางทิศตะวันตก สายตาก็เหลือบไปเห็นลู่อวิ๋นโจวยืนหันหลังอยู่ นางค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เขากำลังจะอ้าปากทักก็หยุดชะงัก เมื่อได้ยินบทสนทนาของเขากับคนสนิท
" คุณชาย ในเมื่อท่านรักคุณหนูรั่วฉีเหตุใดถึงต้องแต่งงานกับคุณหนูเหมย่เยว่ด้วย"
" เจ้าก็รู้ว่าฉีฉีต้องการเป็นพระชายาหนานอ๋อง"
" แต่ท่านต้องยอมสละความสุขทั้งชีวิต ไปแต่งงานกับคนที่ท่านไม่ได้รัก เพื่อให้คุณหนูรั่วฉีสมหวัง"
" แค่ให้ฉีฉีมีความสุขก็พอแล้ว"
หยางเหม่ยเยว่กอดชุดแต่งงานแน่นน้ำตาไหลพราก ใจของนางเจ็บปวดราวถูกกระบี่จ้วงแทง มองดูลู่อวิ๋นโจวยืนมองรุ่ยรั่วฉีที่กำลังนั่งไกวชิงช้าอยู่ไม่ไกล ที่แท้ที่เขามาสู่ขอนาง จะแต่งงานกับนาง ทำดีกับนางมาตลอด3ปีก็เป็นแค่เรื่องหลอกลวง เขาไม่ได้รักนาง คนที่เขารักมาตลอดคือรุ่ยรั่วฉี เพียงเพราะรุ่ยรั่วฉีต้องการเป็นพระชายาของอ๋องหนานซื่อ
อ๋องหนานซื่อมีสัญญาหมั้นหมายกับนางซึ่งเป็นบุตรแท้ๆของตระกูลรุ่ย แต่นางพลัดพรากจากตระกูลรุ่ยไปหลายสิบปี บิดามารดาของนางได้รับเลี้ยงรุ่ยรั่วฉีมาตั้งแต่เล็ก ทำให้ทุกคนคิดว่าสัญญาแต่งงานจะต้องเป็นรุ่ยรั่วฉีที่แต่งงานกับหนานซื่อ แต่วันหนึ่งนางก็ถูกตามกลับมา
ตอนนั้นมารดาของนางบอกว่าหนานซื่อเป็นคนนิสัยใจคอดุร้ายป่าเถื่อนไม่อยากให้นางแต่งงานด้วย ยังบอกกับนางว่ารุ่ยรั่วฉีกับหนานซื่อได้เจอกันแล้ว เขาหลงรักรุ่ยรั่วฉีตั้งแต่แรกเห็น หากเปลี่ยนตัวมาเป็นนางเกรงว่าเขาจะไม่ยอม แล้วลู่อวิ๋นโจวก็เข้ามาใกล้ชิดนาง ทำดีกับนางจนนางมีใจให้เขานางจึงยอมเปลี่ยนตัวคู่หมั้นให้เป็นรุ่ยรั่วฉีแทน
นางพึ่งรู้ตอนนี้เองว่าทั้งหมดเป็นแผนการของพวกเขา ทั้งมารดานาง พี่ชายนาง บิดาของนางก็คงสมรู้ด้วย ลู่อวิ๋นโจวเขาถึงกับลงทุนใช้ความสุขทั้งชีวิตหลอกให้นางแต่งงานด้วย เพื่อให้นางยอมเปลี่ยนตัวคู่หมั้น เพื่อให้รุ่ยรั่วฉีที่เขารักหนักหนากลายเป็นพระชายาของอ๋องหนานซื่อ
นางปาดน้ำตาค่อยๆหมุนตัวเดินออกมาจากตรงนั้น กลับถึงห้องปิดตัวเงียบโยนชุดแต่งงานที่พึ่งได้มาลงพื้นอย่างไม่ไยดี นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนเตียง ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สาวใช้มาเคาะประตูเรียก
" คุณหนู คุณหนูเจ้าขาคุณหนู"
หยางเหม่ยเยว่ลุกขึ้นจากเตียงไปเปิดประตู
สาวใช้ถืออ่างล้างหน้าเข้ามา วางอ่างล้างหน้าลงสายตาก็เหลือบไปเห็นชุดเจ้าสาวกองอยู่ที่พื้น
" ตายแล้ว ทำไมชุดเจ้าสาวถึงไปอยู่ที่พื้นได้ เดี๋ยวข้าเอาไปทำความสะอาดให้นะเจ้าคะเลอะหมดแล้ว"
สาวใช้ตกใจรีบเก็บชุดเจ้าสาวขึ้นมา
" ไม่ต้อง"
" ทำไมหล่ะเจ้าคะ"
" เอาไปเก็บไว้ในตู้เถอะ มันก็ไม่ได้เลอะอะไร"
สาวใช้ขมวดคิ้วจะถามต่อแต่พอเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของหยางเหม่ยเยว่ก็ไม่ได้พูดออกไป จึงเดินเอาชุดไปเก็บไว้ในตู้ตามคำสั่ง
" จริงสิ เมื่อครู่ข้าผ่านห้องโถงเห็นคุณชายลู่อยู่ที่นั่นด้วย หลายวันมานี้คุณชายลู่มาหาท่านแต่เช้านะเจ้าคะ"
หากไม่ได้ยินที่เขาพูดคุยกับคนสนิทเมื่อวาน ไม่ได้เห็นสายตาที่จ้องมองรุ่ยรั่วฉีด้วยความรักล้นเอ่อออกมาจากดวงตา นางก็คงจะยิ้มดีใจแล้วรีบไปหาเขา เพราะคิดเหมือนกับทุกคนว่าเขามาหานาง แต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่าเขาไม่ได้มาหานาง แต่ที่มาแต่เช้าใช้เวลาอยู่ที่จวนนี้นานๆ ก็เพื่อจะได้เห็นรุ่ยรั่วฉีมากขึ้น เขาคงกลัวว่าต่อไปเมื่อแต่งงานกับนางแล้วจะมาที่จวนนี้บ่อยๆไม่ได้อีก
หยางเหม่ยเยว่มาที่โต๊ะอาหารเห็นทุกคนกำลังพูดคุยหัวเราะคิกคัก ไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรกันรุ่ยรั่วฉีถึงได้ยิ้มเขินอายจนหน้าแดง มองไปที่ลู่อวิ๋นโจวสายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่รุ่ยรั่วฉี แววตาเต็มไปด้วยความรักจนปิดไม่มิด นางแค่นหัวเราะ ทำไมเมื่อก่อนนางถึงไม่สังเกตุนะ หรือเป็นเพราะรักเขามากเลยทำให้ตาบอดจนมองไม่เห็น
" เยว่เอ๋อมาแล้ว งั้นเรากินข้าวกันเถอะ "
รุ่ยซุนอีพูดขึ้นมา ลู่อวิ๋นโจวถึงได้เบนสายตาจากรุ่ยรั่วฉีมามองที่นาง เขาหยิบตะเกียบคีบเนื้อปลาให้นางอย่างใส่ใจ ส่งยิ้มอ่อนโยนให้เหมือนอย่างเคย นางมองหน้าเขา รอยยิ้มแบบนี้หลอกลวงนางมาได้ถึง3ปี ลู่อวิ๋นโจวรู้สึกได้ว่าวันนี้หยางเหม่ยเยว่ผิดปกติไปเขาคีบเนื้อหมูตุ๋นให้นาง
" หมูตุ๋นที่เจ้าชอบกินเยอะๆนะ กินข้าวเสร็จเราไปเที่ยวกันดีไหม ช่วงนี้ดอกอิงฮวากำลังเบ่งบาน ชมดอกไม้จิบน้ำชาแล้วก็ไปขอพรที่วัดไท่ฝู"
นางไม่ทันได้ตอบรับเสียงหวานใสของรุ่ยรั่วฉีก็พูดขึ้น
" ว้าวน่าไปจัง พี่อวิ๋นโจวข้าก็อยากไปด้วย"
" อยากไปก็ไปสิไปด้วยกันหลายๆคนสนุกดี"
ลู่อวิ๋นโจวรีบตอบรับ สีหน้าของเขาดีใจจนปิดไม่มิด รุ่ยรั่วฉียิ้มกว้างก่อนจะหุบยิ้มทำหน้าเศร้าหันมามองนาง
" แต่ว่า เยว่เอ๋อจะไม่ว่าอะไรใช่ไหม"
" จะว่าอะไรได้ ต้นอิงฮวานางไม่ได้เป็นคนปลูกซักหน่อยใครๆก็ไปดูได้ วัดไท่ฝูก็ไม่ใช่นางเป็นคนสร้าง ใครอยากไปก็ไปได้ทั้งนั้น"
รุ่ยจื้อเฉียงพูดขึ้นมาสายตามองหยางเหม่ยเยว่บ่งบอกว่าไม่พอใจ หยางเหม่ยเยว่วางตะเกียบที่ยังไม่ทันได้คีบอะไรกินลง
" เยว่เอ๋อ เป็นเพราะข้าไปด้วยใช่ไหมเจ้าถึงไม่ไป ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบข้า ไม่เป็นไร งั้นข้าไม่ไปแล้ว เจ้าไปกับพี่อวิ๋นโจวสองคนเถอะข้าไม่ไปขัดขวางความสุขของพวกเจ้าหรอก"
รุ่ยรั่วฉีพูดทั้งน้ำตาคลอแลดูบอบบางน่าสงสาร ทุกคนพากันมองรุ่ยรั่วฉีแล้วมองมาที่นางด้วยสายตาตำหนิ
" ก็แค่ให้ฉีฉีไปด้วยจะเป็นไรไป เจ้าสองคนเป็นพี่น้องกันเหตุใดถึงใจคอคับแคบนัก"
รุ่ยเจี้ยนหัวตำหนิ
" ข้าพูดสักคำไหมว่าไม่ให้นางไป ตั้งแต่ข้ามาที่นี่ข้ายังไม่ได้เอ่ยอะไรสักคำ "
คำพูดของหยางเหม่ยเยว่ทำเอาทุกคนพูดไม่ออก
" ถึงเจ้าไม่ได้พูด แต่ท่าทีของเจ้าก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากให้ฉีฉีไปด้วย"
รุ่ยจื้อเฉียงยังคงโต้แย้ง
" แล้วจะให้ข้าทำยังไง ต้องให้ข้าคุกเข่าขอร้องให้นางไปเที่ยวด้วยกัน แบบนี้ใช่ไหมถึงจะถูกใจทุกคน"
ส่งหนานซื่อเสร็จก็ใกล้ยามซื่อ หยางเหม่ยเยว่กลับถึงจวนตระกูลลู่ก็เห็นอี้ซวน จางเฉิน เมิ่งสือ และหมิงซุ่ยเตรียมตัวจะออกเดินทาง" เยว่เอ๋อ พวกข้าจะไปแล้ว"" รอเดี๋ยว"นางเดินหายไปสักพัก ก็อุ้มจืัอกังกลับมา อี้ซวนมองลูกชายที่ยิ้มร่า" ข้ากับลูกจะไปส่งพวกท่าน"นางส่งเจี้ยนกังให้อี้ซวน เขามองหน้านาง" รับเขาไปสิ จากนี้ไปจะไม่มีโอกาสได้อุ้มเขาอีกแล้วนะ"อี้ซวนรีบรับลูกมาอุ้ม จางเฉิน เมิ่งสือ หมิงซุ่ย อู๋ลั่ว ขึ่ม้าคนละตัวนำหน้า ในรถม้าหยางเหม่ยเยว่นั่งฝั่งตรงข้าม อี้ซวนอุ้มจื้อกัง เขาทั้งกอดทั้งหอมลูกอยู่ตลอด อยากซึมซับความรู้สึกนี้ไว้ให้มากๆ ไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้น กระทั่งรถม้าแล่นออกนอกเมืองเข้าเขตชายป่า เขาก็ร้องบอกคนขับรถม้าให้หยุด" ส่งแค่นี้เถอะ ถึงอย่างไรก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี"เขาหอมแก้มลูกชายอีกครั้ง ก่อนส่งคืนให้หยางเหม่ยเยว่จางเฉิน" อากังของลุง พวกลุงไม่มีของมีค่าอะไรให้นี่เป็นเชือกถักที่พวกลุงพากันถักเอง มอบให้หลาน"จื้อกังรับมาอบ่างรู้ความหมิงซุ่ย" อากังของลุงน่ารักจริงๆ"เมิ่งสือ" ในเรือนยังมีของเล่นม้าไม้ ที่พวกลุงช่วยกันทำ"จางเฉิน" เมื่อโตขึ้น วันใดอยากไปหาลุงก็ไปได้เลย
จวนตระกูลลู่" เจ้าจะไปดูนางที่ลานประหารหรือไม่"หนานซื่อเอ่ยถาม หยางเหม่ยเยว่ส่ายหน้า" ข้าไม่ไป"ลู่อวิ๋นโจวรีบร้อนเดินตรงเข้ามา สีหน้ามีความกังวล" เยว่เอ๋อ"" คุณชายลู่ เหตุใดท่านถึงมีสีหน้าเป็นเช่นนั้น หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น หรือว่ามีคนแหกคุกพานางหนีไปได้ใช่ไหม"หวังหยวนถามขึ้น" นางตายแล้ว"ทุกคนมีสีหน้าตกใจ หยางเหม่ยเยว่หันมองหน้าลู่อวิ๋นโจว" เมื่อไหร่"" เมื่อคืน ตอนเช้าข้าไปเยี่ยมนาง เอาอาหารที่นางชอบกินไปให้นางได้กินเป็นมื้อสุดท้าย กลับพบนางเป็นศพไปแล้ว "" ทำไมนางถึงตาย"" ผู้คุมบอกว่านางฆ่าตัวตายเอง นางใช้มีดแทงตัวเองตาย"" นางเอามีดมาจากไหน ก่อนนักโทษจะเข้าคุกต้องเปลี่ยนชุด ปิ่นปักผมเครื่องประดับหรืออะไรอื่นห้ามมี แล้วนางจะไปเอามีดมาจากไหน"ลู่อวิ๋นโจวส่ายหน้า" ข้าไม่รู้ ซ่งเหลียนก็เหมือนกัน"" อะไรที่ว่าเหมือนกันอย่าบอกนะว่านางก็"ลู่อวิ๋นโจวพยักหน้า" สภาพศพ รอยแผลก็เหมือนกัน"" พวกนางไม่ได้ฆ่าตัวตายแน่นอน แต่มีคนจงใจจัดฉาก"" ใคร"" ใครหล่ะที่นางทำให้ไม่พอใจ ใครกันที่ก่อนหน้ามีเรื่องบาดหมางกับนาง"หยางเหม่ยเยว่พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะลุกเดินออกไป ตามเสียงเรียก
รุ่ยซุนอีพลันนึกขึ้นได้ ตอนนั้นที่ตระกูลรุ่ยมาสู่ขอนาง ครั้งแรกที่นางเห็นรุ่ยเจี้ยนหัวเขาช่างเป็นบุรุษรูปงาม นางหลงรักเขาตั้งแต่แรกเห็น จึงยอมตกลงรับการสู่ขอกำหนดแต่งงานอีกสามเดือนต่อมา บิดามารดานางไม่เห็นด้วย ตระกูลรุ่ยแม้เป็นตระกูลขุนนางเก่า แต่ก็มีแต่เปลือก พวกท่านอยากให้นางแต่งกับคนอื่นมากกว่า ยังเล็งโอรสขององค์ชายสิบเจ็ดไว้ แต่นางไม่เอา นางต้องการแค่รุ่ยเจี้ยนหัวคนเดียวหลังแต่งงานเขาดีกับนางดูแลเอาใจใส่ตลอดมา นางไม่คิดเลยว่าที่เขาทำดีกับนางเพื่อหวังเงินทองจากตระกูลจินของนาง ไปอุดรอยรั่วของตระกูลรุ่ยเท่านั้น นางยังใช้อำนาจเส้นสายตระกูลจินผลักดันให้เขาเป็นขุนนางในราชสำนัก ได้มีตำแหน่งหน้าที่การงานแบบก้าวกระโดดสิบกว่าปีที่อยู่กินนอนร่วมเตียง นางไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าเขาจะทรยศนาง ไม่รักนางไม่พอ ยังทำร้ายลูกสาวแท้ๆของนาง แล้วเอาลูกชู้มาให้นางเลี้ยงดูอีก " ที่ผ่านมา ท่านเคยรักข้าบ้างไหม"นางถามเสียงสั่นเครือ" รักหรือไม่สำคัญด้วยรึ เราก็อยู่ด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้แล้ว"นางพยักหน้าเข้าใจ ที่แท้เขาไม่เคยรักนางเลย นางหันไปมองหยางเหม่ยเยว่น้ำตาไหลพราก นั่นคือบุตรสาวแท้ๆของนาง ที่นางไม่เคย
" ข้าไม่ใช่คนเผ่าเหมียว"ซ่งเหลียนรีบปฏิเสธ" เจ้าไม่ใช่ แต่สามีของเจ้าใช่"ซ่งเหลียนแววตาวูบไหว" อย่าปฏิเสธ ข้าให้คนไปสืบมาแล้ว เมื่อหลายปีก่อน เจ้าแต่งงานกับคนเผ่าเหมียววิชาหนอนกู่ก็เรียนรู้มาจากครอบครัวสามีเจ้า"" ท่านอ๋อง ท่านให้คนตามสืบเรื่องข้า ใช่ ข้ายอมรับ สามีข้าเป็นคนเผ่าเหมียว แล้วยังไงจะพิสูจน์อะไรได้ว่าข้าเป็นคนเลี้ยงหนอนกู่"ซ่งเหลียนเชิดหน้าตอบ หยางเหม่ยเยว่มองหน้าจงเป่า จงเป่าหยิบขวดที่ใส่หนอนกู่ออกมาเท ซ่งเหลียนกับรุ่ยรั่วฉีหน้าซีดเผือด ยังไม่ทันตอบสนอง หยางเหม่ยเยว่ก็เดินเข้าไปจุดไฟ พรึ่บ นางท่องคาถาตามที่เรียนมา รุ่ยรั่วฉีร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟเผานอนดิ้นทุรนทุรายกรีดร้อง" กรี๊ดดด ร้อน ร้อน ท่านแม่ช่วยข้าด้วยร้อน"" เสียนเฟยท่านเป็นอะไร ฉีฉี"" ฉีฉี"รุ่ยซุนอี ซ่งเหลียน รุ่ยเจี้ยนหัว รุ่ยจื้อเฉียงต่างพากันตกใจ เข้าไปรุมล้อมรุ่ยรั่วฉี หนอนถูกเผาจนมอดไหม้ รุ่ยรั่วฉีกระอักเลือดสีดำออกมากองโต พรวด แล้วชักกระตุกตาเหลือกหมดสติไป ทุกคนตกใจผงะถอยหนี " นี่คือพิธีสะท้อนกลับเผาไฟหนอนกู่พร้อมคาถา พลังจะสะท้อนกลับไปยังผู้ควบคุม "นางมองซ่งเหลียนที่ตกตะลึงหน้าซีดเผือด" ทีนี้ยอมรั
" ใช่ ข้าขี้เกียจแสร้งทำเป็นดีกับเจ้าเต็มทนแล้ว ข้าเกียจขี้หน้าเจ้า เกียจตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าเจ้าจะกลับมาตระกูลรุ่ย แต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมาแย่งทุกอย่างไปจากข้าหรอกนะเพราะข้ารู้ว่าเจ้าทำไม่ได้หรอก เจ้าว่าทะเลสาปที่นี่ลึกไหม"หยางเหม่ยเยว่รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีรุ่ยรั่วฉีแสยะยิ้ม" ถ้าข้ากับเจ้าต
นางกวาดสายตามองดูทุกคนอีกครั้งด้วยแววตาผิดหวัง ทั้งบิดามารดา พี่ชาย คนรักที่กำลังจะแต่งงานกัน ในเมื่อทุกคนคิดว่าที่นางหายไปเป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจก็ช่างเถอะ อยากคิดอย่างไรก็แล้วแต่ถึงนางอธิบายไปยังไงก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดีเพราะนางในสายตาของทุกคน ไม่ว่าจะพูดอะไรหรือทำอะไรก็ผิดไปหมดอยู่แล้ว นางเห
หยางเหม่ยเยว่เบนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถม้า ตลอดทางนางไม่ได้พูดอะไรสักคำ จนกระทั่งมาถึงโรงเตี๊ยมหยุนไหลผู้คนคึกคักเป็นพิเศษ คงเพราะที่โรงเตี๊ยมมีคณะละครสัตว์มาทำการแสดง ลู่อวิ๋นโจวเดินนำเข้าไปข้างใน เดินไปนั่งโต๊ะด้านหน้าติดเวที มองเห็นการแสดงชัดเจน" ว้าว พี่อวิ๋นโจวนั่งตรงนี้มองเห็นการแสดงชัดเลย
" อวิ๋นโจว อวิ๋นโจว"เสียงเรียกทำให้เขาได้สติ" เหม่ออะไรอยู่ มานั่งตรงนี้สิจะได้กินข้าวกัน"รุ่ยจื้อเฉียงกวักมือเรียก"นี่ก็เย็นมากแล้ว ทุกคนกินข้าวกันเถอะ เยว่เอ๋อเจ้าเดินทางมาไกลคงหิวแล้วใช่ไหม แม่ให้คนเตรียมอาหารไว้รอเจ้าเยอะแยะเลยเดี๋ยวเรากินไปคุยไปดีไหม"รุ่ยซุนอีเดินไปจับจูงหยางเหม่ยเยว่ไปที












Ulasan-ulasan