LOGINก่อนวันแต่งงานนางได้รู้ความจริงว่าเขาไม่ได้รักนาง ที่จะแต่งกับนางเพื่อต้องการให้นางสละตำแหน่งพระชายาอ๋องให้สตรีที่เขารัก รุ่ยรั่วฉี สตรีที่ขโมยชีวิตของนางมา17ปี รุ่ยรั่วฉีแกล้งล้ม เขารีบอุ้มขึ้นรถม้า ทิ้งให้นางเดินกลับเองท่ามกลางฝนตก นางบาดเจ็บนอนอยู่โรงหมอ เขาไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็น ยังหาว่านางเรียกร้องความสนใจ ไฟไหม้ นางถูกชนล้มลงถูกคนเหยียบซ้ำร้องขอให้เขาช่วย เขาลังเลสุดท้ายก็ทิ้งนางแล้วรีบพารุ่ยรั่วฉีหนีไป นางกับรุ่ยรั่วฉีตกทะเลสาปพร้อมกัน ทั้งเขาและพี่ชายของนางกระโดดลงไปช่วยรุ่ยรั่วฉี ไม่มีใครสนใจร่างของนางที่จมดิ่งลงสู่ก้นทะเลสาป
View Moreหยางเหม่ยเยว่เเหงนมองยอดเขาสูงชัน งูดำอยู่ข้างๆ" ที่เห็นอยู่ไม่ไกลนั่นหน่ะเหรอหุบเขาสรรพยาที่เจ้าบอก"" อืมนี่แหละ ที่ตั้งสำนักของอาจารย์ข้า"งูดำชูคอขึ้นสูงเอียงหัวมองนาง" เขาสูงชันแบบนั้น กว่าเจ้าจะขึ้นไปถึงสำนักก็คงคลอดก่อนพอดี ขึ้นหลังข้ามา"นางกอดคองูดำ งูดำเลื้อยมุ่งตรงไปยังทิศทางที่เขาสูงตระหง่าน พอจะถึงก็เหมือนเขาทั้งลูกขยับถอยห่างออกไป ยิ่งใกล้ก็ยิ่งห่างไกล เขาหยุดเลื้อย หันหัวมามองนาง" เจ้าแน่ใจนะว่าเขานั่นคือสรรพยา"" ข้าไม่แน่ใจ"" อะไรนะ"" อาจารย์เคยบอกข้าแค่ครั้งเดียว แต่ข้าความจำดี ข้าว่าต้องใช่เขาลูกนั้นนั่นแหละ"งูดำพ่นลมหายใจออกมา" เจ้าสังเกตไหมว่าเขาลูกนั้นเหมือนจะอยู่ใกล้ แต่พอเราจะถึงมันก็เหมือนมีขาขยับออกไปไกล มันเหมือนภาพลวงตา"นางชะโงกหน้ามองเขาที่อยู่เบื้องหน้า นั่นสินะ นี่ก็ตั้งนานแล้วยังไม่ได้ขึ้นเขาเลย" เจ้ากอดข้าดีๆหล่ะ"งูดำขยายร่างใหญ่ขึ้น มีปีกงอกออกมาข้างลำตัว บินขึ้นบนท้องฟ้า หยางเหม่ยเยว่อ้าปากตกตะลึง" นี่เจ้า เจ้าบินได้ด้วย เกิดมาข้าก็พึ่งจะเคยเห็นว่างูบินได้ ตกลงเจ้าเป็นงูหรือเป็นมังกรกันแน่ บินก็ได้ พ่นไฟก็ได้"" ข้าเคยบอกแล้วไงว่าข้าเป็นสั
หวังชิงชายชราคนนั้นที่ช่วยนางกับหลิวจื่อเฟิงไว้ นอกจากจะดูแลนางกับหลิวจื่อเฟิงอย่างดี ยังไม่รังเกียจนางที่หน้าตาอัปลักษณ์ เขาแนะนำให้นางไปหุบเขาสรรพยา ที่นั่นมีหมอเทวดาที่สามารถรักษาได้ทุกโรค แม้แต่ใบหน้าเสียโฉมก็สามารถรักษาได้ นางกับหลิวจื่อเฟิงจึงเดินทางดั้นด้นมาถึงที่นี่ ไม่คิดว่าจะเจอกับศัตรูหัวใจอย่างหยางเหม่ยเยว่ " พี่ใหญ่ ทำไมหยางเหม่ยเยว่ถึงมาอยู่กลางป่ากลางเขากับงูตามลำพัง แทนที่จะอยู่กับหนานอ๋อง"" ก็คงรังเกียจที่ไอ้หนานอ๋องมันพิการนั่นแหละ หึหึ ข้าตัดเส้นเอ็นขามันทั้งสองขาดมันได้พิการไปตลอดชีวิตแน่"หันไปเห็นหลิวซีหยางนิ่งเงียบ เขาก็คว้าแขนนาง" อย่าบอกนะว่าเจ้ายังอาลัยอาวรณ์มันอยู่"" ข้า ข้าเปล่าซะหน่อย"อี้ซวนสังเกตุว่าไป๋อิงลู่เหลือบมองเขาอยู่บ่อยครั้ง เขาหันไปจ้องหน้านาง" มีอะไร"" ปะเปล่าไม่มีอะไร ท่านอิ่มแล้วเหรอเอาขนมไหม อร่อยนะ"" ไม่หล่ะ เจ้ากินเถอะ ข้าไม่ชอบกินขนม"" อ๋อ งั้นเจ้าก็ดื่มน้ำสิ น้ำจากลำธารนี้รสชาติดีมาก"" ข้าดื่มแล้ว ก็ไม่เห็นมันจะต่างกับที่อื่นตรงไหน"คนขับรถม้าพูดแทรกขึ้นมา อี้ซวนหยิบกระบอกน้ำขึ้นมา กำลังจะดื่มก็หยุดชะงัก ไป๋อิงลู่ก็ลุ้นให้เขาดื
" เจ้าว่าอะไรนะ จะเป็นไปได้ยังไงกันที่ฝ่าบาทจะรับสนมใหม่"" นั่นสิ หลายปีมานี้ฝ่าบาทไม่ทรงรับสนมเพิ่มเลยนะ"" ก็เป็นไปแล้ว แถมข่าวว่าทรงโปรดสนมคนใหม่มาก เมื่อคืนเรียกน้ำเข้าไปตั้งห้ารอบ"" ไม่คิดเลยว่านางจะทำให้ฝ่าบาทหลงใหลถึงเพียงนั้น มิหน่าเห็นตอนแรกรับเข้ามาเป็นเพียงไฉ่เหริน แต่พอเข้าหอผ่านไปคืนเดียวทรงติดใจจนต้องเลื่อนขั้นให้นางเป็นสนมเสียนเฟย"" พวกเจ้าว่าเต๋อเฟยคิดยังไงถึงได้เสนอนางให้กับฝ่าบาท ทั้งที่เมื่อก่อนที่ให้นางเข้าออกตำหนักนี้บ่อยๆไม่ใช่อยากให้นางเป็นชายาของท่านอ๋องหรอกรึ"" พวกเจ้าคุยอะไรกัน"หวังหยวนกับเซียวจิ้งเดินผ่านมาได้ยินบทสนทนา มีเอ่ยถึงหนานอ๋องจึงถามดู" พวกข้าคุยกันเรื่องพระสนมใหม่ของฝ่าบาทขอรับ"" หือ ฝ่าบาททรงมีพระสนมใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่"" เมื่อคืนขอรับ"" เป็นใครกัน"" บุตรสาวตระกูลรุ่ย"หวังหยวนกับเซียวจิ้งมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ หนานซื่อวางถ้วยยาที่ดื่มหมดลงด้วยสีหน้าเรียบเฉย" ท่านอ๋อง ท่านไม่คิดว่ามันแปลกๆเหรอ"" ยังไง"" ท่านก็รู้ว่าก่อนหน้าที่นางเข้าออกที่นี่บ่อยๆเป็นเพราะเต๋อเฟยต้องการให้นางมาปรนนิบัติท่าน เต๋อเฟยต้องการให้นางกับท่านลงเอยกัน
พระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน บรรยากาศโพล้เพล้ รถม้ามาจอดลงที่เนินกว้าง คนขับรถม้ากับอี้ซวนช่วยกันหากิ่งไม้มาสุมกองไฟไป๋อิงลู่เดินไปตักน้ำที่ลำธาร หยิบขวดยาออกมา เทยาปลุกกำหนัดลงไปในกระบอกน้ำจนหมดขวด นางยิ้มพอใจนางถือกระบอกไม้ไผ่ที่พึ่งไปตักน้ำมาสองกระบอก ส่งกระบอกหนึ่งให้คนขับรถม้า อีกกระบอกที่ใส่ยาปลุกกำหนัดส่งให้อี้ซวน" อาสุ่ยเจ้าดื่มน้ำก่อนสิ ไปหากิ่งไม้มาเหนื่อยแย่"" ข้าไม่หิว เจ้าดื่มเถอะ"เขาเมินเฉยแล้วคลี่ห่อผ้าออก หยิบหมั่นโถส่งให้คนขับรถม้าหนึ่งลูก แล้วกินเองหนึ่งลูกรู้สึกได้ว่านางจ้องมองอยู่จึงพูดขึ้น" เจ้าอยากกินอะไรก็เลือกเอา เห็นซื้อของกินมาเยอะไม่ใช่เหรอ"ไป๋อิงลู่ชักสีหน้าไม่พอใจ นางวางกระบอกน้ำไว้ใกล้ๆเขา แล้วหยิบเอาขนมหมาฮัวมากิน ไม่เป็นไร เดี๋ยวพอเขากินหมั่นโถเสร็จก็ต้องดื่มน้ำอยู่ดี" ที่นี่รึ ที่เจ้าว่า"เต๋อเฟยก้าวเท้าเข้าไปในอาราม มีโจวมามาเดินประคองอยู่ข้างๆ" เพคะ ที่นี่อยู่นอกเมืองเป็นอารามเล็กๆผู้คนไม่ค่อยมา แต่เงียบสงบเหมาะแก่การสวดมนต์ ไต้ซือม่อหยุนอยู่ที่นี่ ท่านทำนายดวงชะตาแม่นนัก"" หากเป็นเช่นที่เจ้าว่าจริง ก็ต้องมีผู้คนหลั่งไหลมาไม่ขาดสายสิ แต่ตั้งแต่ทางเ
ลู่อวิ๋นโจวเห็นท่าทีของหยางเหม่ยเยว่เขาก็รีบตามไปอธิบาย" เยว่เอ๋อข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ไม่ใส่ใจเจ้า ข้ารีบเขียนคำอธิษฐานรีบผูกผ้าเพื่อจะได้ไปช่วยเจ้า แต่ฉีฉีเขียนเสร็จก่อนนางจะผูกผ้าแต่ผูกไม่ถึงข้าก็เลยช่วยนางผูก พอผูกเสร็จหันมาก็ไม่เห็นเจ้าแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปเขียนคำอธิษฐานใหม่แล้วจะผูกผ้าของเราไว้ด้วย
" เอาหล่ะๆ พอแล้ว กินข้าวกันเถอะ "รุ่ยเจี้ยนหัวตัดบท หลังกินข้าวเสร็จหยางเหม่ยเยว่กลับไปเปลี่ยนชุด พอเดินมาที่หน้าประตูจวนก็เห็นลู่อวิ๋นโจวอยู่บนรถม้ากำลังยื่นมือมารับรุ่ยรั่วฉีขึ้นไป เขาหันมามองเห็นนางพอดีจึงยื่นมือมารอรับนาง นางไม่สนใจปีนขึ้นรถม้าไปเอง ในรถม้ามีแต่เสียงพูดคุยของรุ่ยรั่วฉีกับรุ
หยางเหม่ยเยว่กอดชุดแต่งงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อีก7วันนางจะแต่งงานกับลู่อวิ๋นโจวระหว่างเดินกลับห้องพักผ่านสวนทางทิศตะวันตก สายตาก็เหลือบไปเห็นลู่อวิ๋นโจวยืนหันหลังอยู่ นางค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เขากำลังจะอ้าปากทักก็หยุดชะงัก เมื่อได้ยินบทสนทนาของเขากับคนสนิท" คุณชาย ในเมื่อท่านรักคุณหนูรั่วฉีเหตุใดถึงต้
" อวิ๋นโจว อวิ๋นโจว"เสียงเรียกทำให้เขาได้สติ" เหม่ออะไรอยู่ มานั่งตรงนี้สิจะได้กินข้าวกัน"รุ่ยจื้อเฉียงกวักมือเรียก"นี่ก็เย็นมากแล้ว ทุกคนกินข้าวกันเถอะ เยว่เอ๋อเจ้าเดินทางมาไกลคงหิวแล้วใช่ไหม แม่ให้คนเตรียมอาหารไว้รอเจ้าเยอะแยะเลยเดี๋ยวเรากินไปคุยไปดีไหม"รุ่ยซุนอีเดินไปจับจูงหยางเหม่ยเยว่ไปที






reviews