Share

บทที่ 4

Penulis: ตูตูเป่า
ลู่จวินเหยียนขมวดคิ้ว วางช่อดอกไม้และยาจีนลง จากนั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเจียงหนิงด้วยท่าทีไม่รีบร้อน แต่ทว่าโทรอย่างไรก็ไม่ติด

เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันที่เจียงหนิงไม่อยู่บ้าน แต่ลู่จวินเหยียนก็ยังเปิดแผ่นเสียงบรรเลงเพลง Chopin's Nocturnes เพลงโปรดของเขาตามปกติ

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ไม่มีใครกลับมา

สองชั่วโมงผ่านไป ไม่มีใครกลับมา

สามชั่วโมงผ่านไป ก็ยังไม่มีใครกลับมา

ลู่จวินเหยียนลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้า เสื้อผ้าส่วนใหญ่ของเจียงหนิงยังอยู่ครบ ทั้งหมดเป็นเสื้อผ้าที่เขาซื้อให้ และเป็นสีชมพูทั้งหมด

แต่ชุดกระโปรงสีฟ้าสองชุดที่เธอใส่ก่อนแต่งงานกลับหายไป

ตอนนั้นเอง มีพัสดุมาส่งถึงหน้าบ้าน

ชื่อผู้รับคือเขา

ลู่จวินเหยียนจำไม่ได้ว่าตัวเองสั่งซื้ออะไรไป

พัสดุชิ้นนี้เป็นกล่องกระดาษขนาดมหึมา เมื่อแกะกล่องออก สิ่งของด้านในก็ทำให้ตาลายไปหมด—

มีทั้งดอกกุหลาบสีชมพูอบแห้ง สร้อยคอเพชรสีชมพู กระเป๋าแอร์เมสสีชมพู รองเท้าส้นสูงสีชมพูสดใส ชุดราตรีสีชมพูซากุระ นาฬิกาเพชรสีชมพู เครื่องประดับทองคำ ผ้าพันคอไหมสีชมพูพีช น้ำหอมแบรนด์หรู เข็มกลัดเพชรสีชมพู กุญแจรถยนต์ และแหวนเพชรสีชมพู...

สีหน้าของลู่จวินเหยียนดูแย่ลงเรื่อย ๆ พายุอารมณ์เริ่มก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ ในดวงตา

สิ่งของเหล่านี้...

ล้วนเป็นของขวัญที่เขามอบให้ตอนจีบเจียงหนิงเมื่อหลายปีก่อน

แหวนเพชรสีชมพูวงนั้น คือแหวนขอแต่งงาน

ลู่จวินเหยียนลองหยิบดูผ่าน ๆ พบว่าของขวัญเหล่านี้แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ป้ายราคายังไม่ถูกตัดออกเลยด้วยซ้ำ

สิ่งเดียวในกล่องที่ไม่ใช่ของที่เขาเคยให้ คือซองเอกสารซองหนึ่ง ลู่จวินเหยียนดึงเอกสารข้างในออกมาดู

ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมือง A ช่างงดงาม เต็มไปด้วยแสงสีและความศิวิไลซ์

บ้านเก่าที่ถนนซานหูไม่ได้เปิดไฟมาหลายปีแล้ว แต่วันนี้กลับเป็นเรื่องประหลาด ไฟในบ้านสว่างไสวตั้งแต่พลบค่ำจนถึงกลางดึก

เจียงหนิงใช้เวลาครึ่งค่อนวันทำความสะอาดห้องจนสะอาดเอี่ยม แม้จะดูซอมซ่อ แต่ก็สะอาดตาและดูอบอุ่นไม่น้อย

เพียงแต่เมื่อก่อนมีแม่กับเธออยู่ด้วยกันตามลำพังสองคนแม่ลูก ตอนนี้เหลือเพียงเธอคนเดียว จะบอกว่าไม่เหงาก็คงเป็นการโกหก

เจียงหนิงกำโทรศัพท์ในมือ ลังเลว่าจะโทรหากู้หลานหลานดีไหม

กู้หลานหลานเป็นเพื่อนสนิทของเธอ เรียนมัธยมปลายมาด้วยกัน

ยังไม่ทันจะได้กดโทรออก เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน เจียงหนิงวางสายแล้วเดินไปเปิดประตู

ที่หน้าประตู ร่างสูงใหญ่ของลู่จวินเหยียนยืนตระหง่านราวกับยอดเขาขวางทางอยู่ ทำเอาเจียงหนิงสะดุ้งโหยง

“คุณทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?!”

เสียงกระดาษดังฟึ่บ ลู่จวินเหยียนปาใบหย่าในมือใส่หน้าเจียงหนิง

ใบหน้าของเจียงหนิงแดงเถือกจากการถูกกระดาษบาด เธอก้มหน้าลงด้วยความกลัว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นลู่จวินเหยียนโกรธเกรี้ยวขนาดนี้

“ทำไมไม่พูดล่ะ อยู่ดี ๆ นึกจะเล่นบทหนีออกจากบ้านทำไม เป็นเด็กหรือไง!”

ลู่จวินเหยียนยื่นมือจะไปดึงตัวเจียงหนิง แต่เธอเบี่ยงตัวหลบไปด้านหลัง

“ลู่จวินเหยียน ฉันอยากหย่ากับคุณ...”

“ทำไม”

“เพราะ...”

“เพราะฉิงเสวี่ยใช่ไหม”

เจียงหนิงเงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินชื่อนั้น เห็นลู่จวินเหยียนยืนกอดอก ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรในภาพวาดนั้นประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน

รอยยิ้มนี้บาดเข้าไปในดวงตาของเจียงหนิงจนเจ็บปวด

เมื่อเห็นเจียงหนิงนิ่งเงียบยอมรับ ลู่จวินเหยียนก็รู้สึกขบขัน

ในเมื่อฉู่ฉิงเสวี่ยกลับมาแล้ว เรื่องราวระหว่างพวกเขาคงปิดไม่มิด และเขาก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอยู่แล้ว

“เจียงหนิง คุณไปหัดเล่นตัวแบบนี้มาจากไหน ผมยอมรับว่าฉิงเสวี่ยเป็นรักแรกของผม ตอนที่ผมขอคุณแต่งงานก็เพื่อประชดเธอ แต่แต่งงานกันมาสามปี ผมไม่เคยทำอะไรผิดต่อคุณเลยนะ...”

คำว่า ‘ไม่เคยทำอะไรผิดต่อคุณ’ ทำให้ขอบตาของเจียงหนิงแดงก่ำ

เธออยากจะตะโกนถามลู่จวินเหยียนเหลือเกินว่า “แล้วลูกล่ะ ลูกที่คุณลงมือฆ่ากับมือไม่ใช่หรือไง”

แต่เธอก็รู้สึกว่ามันไม่มีความหมายอีกแล้ว

ความเจ็บปวดอัดแน่นอยู่ในอกราวกับมีหินก้อนใหญ่ทับไว้ เจียงหนิงพยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ

มาถึงขั้นนี้แล้ว การหย่าคือจุดจบที่ดีที่สุดระหว่างเธอกับลู่จวินเหยียน เพื่อปิดฉากความรักและชีวิตคู่ที่โง่เขลาและล้มเหลวของเธอเสียที

เจียงหนิงมองดูลู่จวินเหยียนหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ นั่งไขว่ห้างบนโซฟาตัวเล็กในห้องรับแขกแคบ ๆ พ่นควันโขมงพลางพูดจาด้วยน้ำเสียงมั่นใจในตัวเอง

“ฉิงเสวี่ยเป็นรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกับผม เธอไปเรียนต่อเมืองนอก ตอนนี้เป็นนักเรียนนอกดีกรีสูง ดาวรุ่งในวงการออกแบบเครื่องประดับ ถ้ามือไม่บาดเจ็บซะก่อน ป่านนี้คงเป็นนักเปียโนระดับโลกไปแล้ว...ผู้หญิงเก่ง ๆ แบบนี้ รับแม่ผมไม่ไหวหรอก ให้มาอยู่บ้านเลี้ยงลูกก็เสียของ จะฝังกลบความสามารถเธอเปล่า ๆ เธอเลยไม่เหมาะจะเป็นสะใภ้ตระกูลลู่...”

ใบหน้าของเจียงหนิงซีดลงเรื่อย ๆ

“แต่คุณมันต่างกัน คุณไม่มีพรสวรรค์อะไร ไม่มีความทะเยอทะยาน เรียนไม่จบปริญญา วุฒิการศึกษาก็ไม่มี ความสามารถก็ไม่มี ฐานะทางบ้านก็ไม่ดี เป็นแม่บ้านมาตั้งกี่ปี ห่างเหินจากสังคมไปหมดแล้ว...ถ้าเลิกกับผมไป คุณก็ไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ปากท้องตัวเองยังรับประกันไม่ได้ แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาขอหย่ากับผม”

ภายในห้องเล็ก ๆ เงียบกริบไร้เสียง

เจียงหนิงอ้าปากจะพูด แต่กลับสูดเอาควันบุหรี่ที่ลู่จวินเหยียนพ่นออกมาเข้าไปเต็มปอด จนสำลักไอโขลก ๆ

“คิดดีแล้วก็เก็บของกลับบ้านกับผม ผมจะยกโทษให้คุณแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว”

พอบุหรี่หมดมวน ลู่จวินเหยียนหาที่เขี่ยบุหรี่ไม่เจอ แต่เขาก็ไม่ได้ทิ้งเรี่ยราด

จังหวะที่เขายกมือขึ้น เจียงหนิงก็เดินเข้ามาแย่งก้นบุหรี่ไปจากมือเขา แล้วทิ้งลงในถังขยะ

ลู่จวินเหยียนยิ้มมุมปาก ริมฝีปากได้รูปนั้นดูมีเสน่ห์เหลือเกินยามแย้มยิ้ม

ปากบอกจะขอหย่า แต่ร่างกายกลับซื่อสัตย์จริง ๆ

ลู่จวินเหยียนเปลี่ยนท่านั่งเป็นนั่งไขว่ห้าง

เจียงหนิงไม่มีเงิน ไม่มีความสามารถ เป็นแค่ปลิงที่ต้องเกาะผู้ชายกิน

ถ้าไม่โง่จนเกินไป ก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าควรเลือกทางไหนถึงจะเป็นประโยชน์กับตัวเองที่สุด

ครั้งนี้คงแค่ถูกกระตุ้นจากเรื่องของฉู่ฉิงเสวี่ย เลยแกล้งเล่นตัวกับเขา

“พอได้แล้วมั้ง ผมไม่มีเวลามาเล่นละครกับคุณหรอกนะ ต่อไปถ้าคุณยังทำหน้าที่ดูแลบ้านให้ดีเหมือนเดิม ผมก็จะเลี้ยงดูคุณต่อไป”

ลู่จวินเหยียนพูดจบด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่กลับเห็นเจียงหนิงก้มลงเก็บใบหย่าที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นขึ้นมาทีละแผ่น

“ถ้าคุณไม่เซ็น พรุ่งนี้ฉันจะส่งไปที่บริษัทคุณ หรือไม่ก็ส่งไปให้แม่คุณ...”

ลู่จวินเหยียนลุกพรวดขึ้นยืนทันที

“เจียงหนิง อย่าให้มันมากนักนะ ให้เกียรติแล้วไม่รับเนี่ย!”

คนรักที่ร่วมเรียงเคียงหมอนมาสิบปี ในเวลานี้กลับกลายเป็นคนแปลกหน้าที่น่ากลัวสำหรับเจียงหนิง

เธอเดินไปเปิดประตู

“คุณกลับไปเถอะค่ะ! ต่อไปอย่ามาที่นี่อีก”

ลู่จวินเหยียนคาดไม่ถึงเลยว่าการที่เขายอมลดตัวลงมาหาเจียงหนิงด้วยตัวเอง จะต้องมาเจอกับการปฏิเสธแบบนี้ เขายักไหล่ ขณะที่โกรธจนหลุดขำออกมา

“ได้ เจียงหนิง คุณเก่งมาก ถึงตอนนั้นถ้าเสียใจเมื่อไหร่ อย่าซมซานกลับมาร้องไห้อ้อนวอนผมก็แล้วกัน”

เสียงประตูปิดดังปัง ลู่จวินเหยียนเดินจากไปอย่างไม่ไยดี

แต่เขาก็ยังไม่ได้หยิบใบหย่าไปด้วย

กลางดึกคืนนั้น ในที่สุดเจียงหนิงก็ค้นเจอบัตรธนาคารใบเก่าของเธอ

นี่เป็นบัตรธนาคารส่วนตัวของเธอก่อนแต่งงาน ซึ่งเก็บไว้ที่บ้านหลังนี้ตลอดโดยไม่ได้แตะต้อง และในนั้นไม่มีเงินของลู่จวินเหยียนแม้แต่แดงเดียว

เมื่อคืนลู่จวินเหยียนพูดถูก เธอไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีความสามารถ เป็นแม่บ้านมาหลายปีจนตามโลกไม่ทัน หลังจากหย่าแล้ว เธอต้องหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง

หลังจากผูกบัตรธนาคารกับแอปพลิเคชันในมือถือ ยอดเงินก็ปรากฏขึ้น—

73,915,000

มากกว่าที่เธอคิดไว้นิดหน่อย
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 30

    “นี่เพื่อนร่วมงานใหม่ของแผนกเรา ต่อไปจะมาร่วมรับผิดชอบไลน์สินค้า PO กับเรา ทุกคนช่วยดูแลกันด้วยนะ” เมิ่งฮุ่ยกล่าวเปิดตัว แล้วให้พนักงานใหม่แนะนำตัว“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเจียงหนิง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”คนอื่น ๆ ปรบมือต้อนรับเจียงหนิง มีเพียงฉู่ฉิงเสวี่ยที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง“ฉิงเสวี่ย เธอรู้จักเขาเหรอ” จวงเชี่ยนสังเกตเห็นอาการผิดปกติของฉู่ฉิงเสวี่ยฉู่ฉิงเสวี่ยแสร้งยิ้มเจื่อน ๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเธอคิดไม่ถึงเลยว่าพนักงานใหม่ของแผนกจะเป็นเจียงหนิงฉู่ฉิงเสวี่ยรู้ว่าเจียงหนิงเรียนเอกออกแบบเครื่องประดับ แต่เจียงหนิงเรียนไม่จบ ไม่มีใบปริญญา บริษัท FY จะรับคนแบบนี้เข้าทำงานได้ยังไงขนาดคนจบมหาลัยดัง ๆ อย่างเธอยังต้องสอบข้อเขียนสองรอบ สัมภาษณ์อีกสามรอบกว่าจะได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน แต่เจียงหนิงกลับ...ฉู่ฉิงเสวี่ยกำปากกาในมือแน่นจนแทบหักทันใดนั้นเธอก็นึกถึงงานเลี้ยงฉลองของ FY ครั้งก่อนขึ้นมา แผนการบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัวเนื่องจากเจียงหนิงกลับไปทำงานที่สถานพินิจเยาวชนไม่ได้แล้ว เธอจึงตอบรับคำเชิญของปีเตอร์FY ต้องการสร้างไลน์สินค้าใหม่ เดิมทีปีเตอร์ตั้งใจจะให้เจียงหนิงมาเป็นผู้จัดกา

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 29

    เจียงหนิงเติบโตมาภายใต้การกล่อมเกลาของเสียงดนตรีตั้งแต่เด็ก เธอมีพรสวรรค์ทางดนตรีและรักมันมากเธอแค่เห็นรอยเปื้อนบนอิเล็กโทนจึงหยิบทิชชูเปียกไปเช็ด แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะถูกพวกของลู่จวินเหยียนเข้าใจผิดว่าเป็นคนทำความสะอาดเจียงหนิงไม่ได้แตะลิ่มนิ้วมาหลายปีแล้ว ในใจลึก ๆ ก็หวั่นอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเล่นออกมาได้ดีแค่ไหน แต่เมื่อบรรเลงจบเพลง เธอก็ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว แม้แต่นักเปียโนเพื่อนเจ้าของโรงแรมคนนั้นก็ยังเดินเข้ามาชมเธอด้วยตัวเอง และขอให้เธอช่วยเล่นอีกสักสองสามเพลงเจียงหนิงเห็นท่าทางตื่นเต้นของอีกฝ่ายก็คิดว่าคืนนี้ตัวเองคงเล่นได้ไม่เลว อย่างน้อยก็ช่วยกู้หน้าให้กู้หลานหลานได้แล้วด้านนอกโถงล็อบบี้ ลู่จวินเหยียนยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงทางเดินอยู่นานเดิมทีเขากำลังจดจ่ออยู่กับการเจรจาธุรกิจ แต่หูที่ถูกแนบด้วยโทรศัพท์กลับได้ยินเสียงเปียโนที่ดังแว่วเข้ามาอย่างน่าประหลาดลู่จวินเหยียนรู้ดีว่าในโถงล็อบบี้ไม่มีเปียโน มีแต่อิเล็กโทนปกติเขาไม่ได้สนใจเครื่องดนตรีชนิดนี้เท่าไหร่ แต่เสียงดนตรีที่ลอยมาแผ่ว ๆ นั้นกลับเหมือนหยาดฝนที่หยดลงกลางใจ สะกิดความทรงจำอันเนิ่นนานบางอย

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 28

    “สวัสดีค่ะ ฉันเป็นพนักงานจากร้าน ZM ผู้จัดการร้านของเราฝากของสิ่งนี้มาให้คุณค่ะ”พอได้ยินแบบนั้น เจียงหนิงถึงเข้าใจ ที่แท้พี่จ้าวก็ส่งคนเอาชุดมาให้เธอนี่เองพี่จ้าวเป็นผู้จัดการร้าน ZM และถือเป็นคนคุ้นเคยเก่าแก่ของเธอ“แต่คุณไม่รู้จักฉันยังเดาถูกว่าเป็นคุณเจียง เก่งใช้ได้เลยนะเนี่ย” เจียงหนิงเอ่ยชมพนักงานไปตามมารยาทพนักงานยิ้มตอบ “เพราะผู้จัดการบอกไว้น่ะค่ะว่าให้ฉันเอาของไปส่งอย่างเดียว ไม่รู้จักหน้าตาคุณเจียงก็ไม่เป็นไร แค่เข้าไปในโรงแรมแล้วมองหาคนที่สวยที่สุดก็พอ คนคนนั้นต้องเป็นคุณเจียงร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ”คำเยินยอนั้นทำเอาเจียงหนิงเขินจนทำตัวไม่ถูก ส่วนฉู่ฉิงเสวี่ยและพรรคพวกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าดำหน้าแดงด้วยความไม่พอใจเจียงหนิงไม่สนใจพวกเขา เธอกอดชุดแล้วหันหลังเดินไปหาห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า จังหวะนั้นป้าแม่บ้านก็วิ่งเข้ามานำทางพร้อมกับขอโทษขอโพย“ขอโทษจริง ๆ นะคะ เมื่อกี้ทำชุดคุณเปื้อนหมดเลย ผู้จัดการให้พาคุณไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัวชั้นสองค่ะ”แล้วเจียงหนิงก็เดินจากไป ทิ้งให้ฉู่ฉิงเสวี่ย หยวนเผย ซ่งลี่ลี่และหวังหยางยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเจียงหนิงปรากฏตัวอีกครั้ง คนทั

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 27

    เจียงหนิงไม่สนใจหยวนเผย ดวงตาทั้งสองข้างจ้องเขม็งไปที่ลู่จวินเหยียน ซึ่งฝ่ายนั้นก็จ้องตอบกลับมาเช่นกันสายตาที่หยิ่งผยองและถือดีแบบนี้ เหมือนกับตอนที่อยู่ในสถานพินิจเยาวชนไม่มีผิดเจียงหนิงในวัยแรกแย้มไม่เคยต้านทานสายตาแบบนี้ได้เลย ความรู้สึกใจเต้นแรงในตอนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำจนถึงวันนี้แต่ว่าตอนนี้...เจียงหนิงถอนหายใจ “ถ้ารู้สึกขายหน้ามากนักก็เซ็นใบหย่าซะสิ พอหย่ากันแล้ว ต่อให้ฉันจะไปขอทานหรือเก็บขวดขายข้างถนน มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณอีกต่อไป”พอได้ยินเจียงหนิงพูดแบบนั้น หยวนเผยที่กอดอกอยู่ข้าง ๆ ก็กรอกตามองบน “โธ่เอ๊ย เธอช่วยทำตัวให้มันมีอนาคตหน่อยได้ไหม จะไปขอทานเก็บขวดขายเนี่ยนะ...พูดออกมาเองไม่สะอิดสะเอียน แต่พี่ลู่เขาฟังแล้วจะอ้วกตายอยู่แล้ว”ลู่จวินเหยียนรำคาญเสียงเจื้อยแจ้วของหยวนเผย จึงผลักอีกฝ่ายออกไปให้ไปอยู่รวมกลุ่มกับพวกฉู่ฉิงเสวี่ยเขาก้าวเท้าเข้ามาหาเจียงหนิง ร่างสูงใหญ่ของลู่จวินเหยียนแทบจะบดบังร่างของเธอจนมิดเจียงหนิงกำมือที่ไพล่หลังอยู่แน่นถ้าเป็นปกติ เธอคงถอยหลังหนีไปแล้วแต่วันนี้เธอรู้สึกโมโหนิด ๆ โมโหเรื่องอะไรเธอก็ไม่รู้เหมือนกันเอาเป็นว่าเธ

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 26

    “ดูฉิงเสวี่ยของเราสิ ใช้คะแนนประเมินจากผลงานออกแบบชุดเปียโนจนได้บรรจุเป็นพนักงานประจำของ FY เป็นสาวออฟฟิศบริษัทใหญ่ เงินเดือนปีละหลายล้าน แล้วดูใครบางคนสิ จากแม่บ้านตกอับกลายมาเป็นคนทำความสะอาด...เอาเถอะ ถือว่าชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ อยู่มั้ง” ซ่งลี่ลี่หัวเราะจนตัวงอ“เธอเอาผู้หญิงคนนี้ไปเทียบกับพี่สะใภ้ มันดูถูกพี่สะใภ้เกินไปหน่อยมั้ง!” สายตาที่หยวนเผยมองเจียงหนิงเต็มไปด้วยความรังเกียจเดิมทีเจียงหนิงไม่ได้รู้สึกอะไรกับหยวนเผย แต่หลังจากฉู่ฉิงเสวี่ยกลับประเทศมา บทสนทนาสองครั้งระหว่างหยวนเผยกับลู่จวินเหยียนทำให้ความรู้สึกเฉย ๆ ของเธอเปลี่ยนเป็นความเกลียดขี้หน้าอย่างสมบูรณ์แบบ“ทำไม ไม่พอใจเหรอ!” หยวนเผยเห็นสายตาเป็นปรปักษ์ของเจียงหนิงก็กรอกตามองบนเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายกับลู่จวินเหยียน สนิทกันมาก และรู้ดีว่าเมื่อก่อนลู่จวินเหยียนกับฉู่ฉิงเสวี่ยนั้นเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกแค่ไหนความรักอันร้อนแรงของทั้งคู่เรียกได้ว่าเขาก็เป็นพยานรู้เห็นมาครึ่งทาง แต่สุดท้ายคนที่ลู่จวินเหยียนแต่งงานด้วยอย่างถูกต้องกลับกลายเป็นเจียงหนิงหยวนเผยคิดว่าเจียงหนิงแค่โชคดีถ้าตอนนั้นลู่จวินเหยีย

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 25

    คืนนี้ทุกคนมาที่นี่เพื่อฉลองให้เธอ เธอจึงจงใจแต่งตัวอย่างวิจิตรบรรจง เครื่องประดับเพชรตั้งแต่ที่คาดผมจรดสร้อยข้อเท้าล้วนเป็นของที่ลู่จวินเหยียนมอบให้ เป็นชุดเพชรสีชมพูสุดหรูที่มีราคาแพงลิบลิ่วจิ่งเจียงตี้หัวเป็นโรงแรมระดับไฮเอนด์อันดับต้น ๆ ของเมือง A คนที่จะเข้ามาที่นี่ได้ล้วนเป็นระดับเศรษฐีหรือผู้มีอิทธิพล แต่ถึงกระนั้น ฉู่ฉิงเสวี่ยที่เดินอยู่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นก็ยังคงเป็นจุดสนใจของผู้คนมากมายฉู่ฉิงเสวี่ยควงแขนลู่จวินเหยียน เชิดหน้ายืดอกราวกับหงส์ที่สูงส่งและภาคภูมิใจเธอรู้ดีว่าลู่จวินเหยียนชอบผู้หญิงเก่ง และมีเพียงผู้หญิงที่เก่งกาจและเพียบพร้อมเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติยืนเคียงข้างลู่จวินเหยียนได้เธอจึงไม่เคยตระหนี่ถี่เหนียวกับการแต่งตัวให้ตัวเองลู่จวินเหยียนเดินเคียงคู่กับฉู่ฉิงเสวี่ย เส้นสายบนใบหน้าที่มักจะดูเย็นชาและคมกริบถูกฉาบไว้ด้วยแสงอุ่นนวลราวกับถูกหลอมละลายในห้วงแห่งความรัก ริมฝีปากที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มคู่นั้นดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติไม่ว่าจะมองจากมุมไหนเขาชอบพาฉู่ฉิงเสวี่ยออกงานสังคมแบบนี้ เพราะมันทำให้เขารู้สึกมีหน้ามีตา“เอ๊ะ ฉันจำได้ว่าตรงนี้เคยมีแกรนด์เป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status