Share

บทที่ 5

Penulis: ตูตูเป่า
เช้านี้เจียงหนิงขี้เกียจลุกจากเตียง

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึก แต่อีกส่วนหนึ่งก็เพราะเธอไม่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่ไปตลาดสดเพื่อซื้อผักที่สดที่สุด และไม่ต้องตื่นมาทำอาหารเช้าอย่างน้อยสี่อย่างกับซุปหนึ่งอย่างให้ลู่จวินเหยียนอีกต่อไป

เจียงหนิงต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินเองที่บ้านอย่างเอร็ดอร่อย พอกินอิ่มก็ออกไปธนาคาร กรอกเช็คสั่งจ่ายโอนเงินให้ลู่จวินเหยียนจำนวนห้าสิบล้านหยวน โดยระบุหมายเหตุว่าเป็นค่ารักษาพยาบาล

หลังจากออกจากธนาคาร เจียงหนิงก็ตรงไปยังร้านกาแฟไห่หลาน เธอมีนัดกินข้าวกับกู้หลานหลาน

หลังจากแต่งงาน เพื่อทุ่มเทให้กับการเป็นแม่บ้านของตระกูลลู่อย่างเต็มที่ เธอแทบจะตัดขาดการติดต่อกับเพื่อนนักเรียนและเพื่อนฝูงทุกคน แม้แต่กับเพื่อนซี้อย่างกู้หลานหลานก็ไม่ได้เจอกันมาสามปีแล้ว

พอนึกถึงช่วงเวลาวัยสาวตลอดสามปีที่ผ่านมา เจียงหนิงก็นึกอยากจะชูนิ้วกลางให้ตัวเองสักที

เจียงหนิงนั่งรอกู้หลานหลานที่โต๊ะที่จองไว้ล่วงหน้า

ตอนนี้กู้หลานหลานเป็นครูสอนร้องเพลงอยู่ที่โรงเรียนกวดวิชาที่มีชื่อเสียงในเมือง A เจียงหนิงเดาว่าที่กู้หลานหลานนัดเธอมากินข้าว นอกจากอยากเจอกันแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งคงเพราะอยากช่วยแนะนำงานให้เธอด้วยแน่ ๆ

และก็เป็นอย่างที่คิด พอกู้หลานหลานมาถึง คุยกันได้ไม่กี่คำก็วกเข้าเรื่องที่โรงเรียนของพวกเธอกำลังรับสมัครครูสอนเปียโนจนได้

“หลานหลาน ขอบใจนะ” เจียงหนิงยิ้มสบาย ๆ พลางโบกมือปฏิเสธ “แต่ฉันสาบานไว้แล้วว่าจะไม่เล่นเปียโนอีก อีกอย่างฉันก็ได้งานใหม่แล้วด้วย”

“หือ” กู้หลานหลานสงสัย “บริษัทออกแบบเครื่องประดับเหรอ ก็มันตรงสายที่เธอเรียนมานี่เนอะ!”

เจียงหนิงโบกมือปฏิเสธอีกครั้ง “ผิดแล้ว! ฉันเรียนไม่จบ บริษัทพวกนั้นเขามีเกณฑ์เรื่องวุฒิการศึกษากันทั้งนั้นแหละ”

“แต่งานสมัยนี้ที่ไม่จำกัดวุฒิการศึกษามันหายากนะ!” กู้หลานหลานพูดเสียงเบา ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะโวยวายแทนเพื่อน “ลู่จวินเหยียนนี่มันเลวจริง ๆ นอกใจเมีย แล้วยังจะให้เมียออกไปตัวเปล่าอีก ถ้าเป็นฉันนะ ไม่รีดไถมันสักหลาย ๆ ร้อยล้าน อย่ามาเรียกฉันว่ากู้หลานหลานเลย เสียดายเวลาตั้งกี่ปีที่เสียไป!”

เจียงหนิงกลั้นขำ จังหวะนั้นเองหน้าจอโทรศัพท์ของเธอก็สว่างขึ้น มีข้อความวีแชตเข้ามาใหม่

“ลู่จวินเหยียนส่งมาแน่ ๆ มา ๆ ๆ ฉันจะด่าให้ยับเลย!”

เจียงหนิงเปิดดูข้อความ แต่ไม่ใช่ของลู่จวินเหยียน

เธอพิมพ์ตอบวีแชตไปพลางพูดกับกู้หลานหลานไปด้วย “จริง ๆ ฉันไม่มีหลักฐานว่าลู่จวินเหยียนนอกใจหรอกนะ...”

ไม่ว่าร่างกายของลู่จวินเหยียนจะนอกใจหรือไม่ แต่หัวใจของเขาปันใจไปให้คนอื่นแน่นอน ถึงขั้นที่ยอมทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองได้ลงคอ

พอนึกถึงลูกน้อยที่มีชีวิตอยู่ในท้องเธอได้แค่สองเดือน แล้วต้องมาตายด้วยน้ำมือของพ่อแท้ ๆ สีหน้าของเจียงหนิงก็เย็นชาลง

“ฉันแค่อยากจะรีบหลุดพ้นจากลู่จวินเหยียนให้เร็วที่สุด หลุดพ้นจากชีวิตเดิม ๆ ...”

“แล้วไงต่อ”

“ฉันก็เลยสมัครงานที่นี่”

เจียงหนิงส่งหน้าเว็บเพจอันหนึ่งให้กู้หลานหลานดู กู้หลานหลานเห็นเพื่อนดูมีความสุขก็นึกว่าได้งานดี ๆ ที่ไหน แต่พอกดเข้าไปดู—

“สถานพินิจเยาวชนเหรอ”

กู้หลานหลานแทบจะเป็นลม แต่เจียงหนิงกลับยิ้มกว้างอย่างสดใส

เวลาพักเที่ยงของกู้หลานหลานมีจำกัด ทั้งสองคนคุยกันยังไม่จุใจก็ต้องจำใจแยกย้าย เจียงหนิงกลับมาที่บ้าน แต่ยังไม่ทันได้เข้าห้อง เธอก็แวะเปิดตู้รับพัสดุเพื่อหยิบซองจดหมายซองหนึ่งออกมา

จังหวะนั้นเอง เธอก็ได้รับข้อความวีแชตใหม่ ครั้งนี้เป็นลู่จวินเหยียนส่งมาจริง ๆ

ไม่มีข้อความใด ๆ มีเพียงรูปถ่ายใบเดียว เป็นรูปเศษกระดาษที่ถูกฉีกขาดกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น

ณ ห้องทำงานผู้จัดการใหญ่ลู่ซื่อกรุ๊ป

ลู่จวินเหยียนค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งโดยใช้มือยันมุมโต๊ะไว้ แทบเท้าของเขาคือใบหย่าที่เพิ่งจะถูกเขาฉีกทิ้งกับมือ

“ประธานลู่ครับ ยาแก้โรคกระเพาะที่พอจะหาซื้อได้อยู่ตรงนี้หมดแล้วครับ...” เสี่ยวจางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เห็นแต่ลู่จวินเหยียนปัดยาบนโต๊ะทิ้งจนเกลื่อนพื้น

“ไม่ได้เรื่องสักนิด ยิ่งกินยิ่งปวด”

ลู่จวินเหยียนกุมท้องตัวเอง เหงื่อซึมเต็มหน้าผากด้วยความเจ็บปวด

เดิมทีเขาไม่ได้กินยาจีนมาหลายวันก็ไม่ค่อยสบายท้องอยู่แล้ว พอมาถึงบริษัทวันนี้แล้วได้เห็นใบหย่าที่เจียงหนิงส่งมา อาการปวดก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก

เสี่ยวจางมองดูลู่จวินเหยียนด้วยความร้อนใจ

ยาจีนที่ลู่จวินเหยียนดื่มเป็นสูตรลับเฉพาะของแพทย์แผนจีนอาวุโส สัดส่วนสมุนไพร ความแรงของไฟ และเวลาในการต้ม มีเพียงเจียงหนิงคนเดียวที่รู้ และทุกครั้งก็ต้องเป็นเจียงหนิงที่ต้มให้เองกับมือ

“ประธานลู่ครับ...ให้ผมโทรหาคุณเจียงดีไหมครับ”

เสี่ยวจางลองหยั่งเชิงถาม แต่กลับถูกลู่จวินเหยียนตวัดสายตาคมกริบมองกลับมาพร้อมถามสวนว่า

“นายเรียกเจียงหนิงว่าอะไรนะ”

“คุณเจียงไงครับ!” เสี่ยวจางงุนงงไปหมด

ไม่ใช่แค่เขา แต่คนรอบตัวลู่จวินเหยียนทุกคนต่างก็เรียกเจียงหนิงว่า ‘คุณเจียง’ กันทั้งนั้น

กระทั่งวินาทีนี้ ลู่จวินเหยียนเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ตลอดสามปีที่แต่งงานกับเจียงหนิง เธอเป็นได้แค่ ‘คุณเจียง’ ไม่ใช่ ‘คุณนายลู่’

ลู่จวินเหยียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ตั้งใจจะดูว่าเจียงหนิงจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อเห็นรูปใบหย่าที่ถูกฉีกทิ้ง แต่ปรากฏว่าเจียงหนิงไม่ตอบกลับมาเลย กลับกลายเป็นฉู่ฉิงเสวี่ยที่โทรเข้ามาแทน

ช่วงพลบค่ำ เจียงหนิงเดินทางมาถึงหอประชุมจื่อหลัวหลานอันโอ่อ่าหรูหรากลางเมือง A เพียงลำพัง

เธอเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว

ชุดสูทผ้าทวีดสีฟ้าสไตล์ชาเนลชุดนี้เป็นชุดที่ดูดีที่สุดในบรรดาเสื้อผ้าก่อนแต่งงานของเธอ

พนักงานต้อนรับที่หน้าประตูส่งยิ้มสุภาพให้เจียงหนิง เจียงหนิงยิ้มตอบ ขณะที่กำลังจะเปิดกระเป๋าถือ จู่ ๆ ก็มีเสียงที่ไม่อยากได้ยินดังขึ้นมาจากด้านหลัง

“คุณเจียง บังเอิญจังเลยนะคะ มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ”

เจียงหนิงหันกลับไปมอง เห็นฉู่ฉิงเสวี่ยเดินควงแขนมากับเพื่อนสาวสองคน

วันนี้ฉู่ฉิงเสวี่ยแต่งตัวจัดเต็ม สวมชุดราตรีสีชมพูหวานแหววราวกับเทพธิดาดอกไม้ สร้อยเพชรสีชมพูบนลำคอยังคงโดดเด่นสะดุดตา

“ฉิงเสวี่ย ยัยนี่เป็นใคร เพื่อนเธอเหรอ” ซ่งลี่ลี่กวาดตามองเจียงหนิงหัวจรดเท้า “คงไม่ได้มางานฉลองของ FY หรอกนะ”

“จะเป็นไปได้ไง” หวังหยางขมวดคิ้วทำหน้าตารังเกียจ “FY เป็นแบรนด์หรูระดับโลก แขกที่เชิญมามีแต่คนใหญ่คนโต ดูชุดที่ยัยนี่ใส่สิ...อาจจะมาส่งเดลิเวอรีมั้ง!”

เจียงหนิงมองดูเพื่อนสาวสองคนของฉู่ฉิงเสวี่ยรับลูกคู่กันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เห็นได้ชัดว่าพวกเธอรู้ดีอยู่แล้วว่าเธอเป็นใคร

“ลี่ลี่ อาหยาง อย่าไปว่าคุณเจียงเลย...” ฉู่ฉิงเสวี่ยแสร้งทำเสียงเห็นอกเห็นใจพลางอธิบาย “ฉันได้ยินจวินเหยียนบอกว่า คุณเจียงเรียนไม่จบก็แต่งงานเลย เป็นแม่บ้านมาตั้งหลายปี ชุดที่ใส่บ่อยที่สุดก็คือผ้ากันเปื้อน นอกจากตลาดสดก็ไม่ได้ไปไหน แล้วก็ไม่มีโอกาสได้ไปไหนด้วย คงไม่ค่อยได้เปิดหูเปิดตาเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีเซนส์ด้านแฟชั่น ต่างจากดีไซเนอร์ที่ทำงานใน FY อย่างพวกเราอยู่แล้ว”

“คุณทำงานที่ FY เหรอ”

พอเห็นเจียงหนิงทำท่าตกใจ ฉู่ฉิงเสวี่ยก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ หยิบนามบัตรยื่นส่งให้

“ตอนนี้ฉิงเสวี่ยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองในวงการออกแบบเครื่องประดับเลยนะ ขนาด HR ของ FY ยังชมไม่ขาดปากเลย!”

“แม่บ้านอย่างเธอคงไม่รู้สินะว่า HR คืออะไร!”

ท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยถากถางของซ่งลี่ลี่และหวังหยางที่ดังอยู่ข้างหู เจียงหนิงก้มลงอ่านนามบัตรของฉู่ฉิงเสวี่ย—

เด็กฝึกงานแผนกออกแบบเครื่องประดับ FY

ฉู่ฉิงเสวี่ยคิดว่าเจียงหนิงเห็นนามบัตรแล้วคงจะรู้สึกด้อยค่า แต่กลับกลายเป็นว่าเจียงหนิงเพียงแค่ยิ้มเรียบ ๆ

“อืม คุณเก่งมากค่ะ”

ซ่งลี่ลี่เบะปากมองบนทันที “แหม ทำมาเป็นวางมาดนิ่ง ในใจคงอิจฉาฉิงเสวี่ยจนอกจะแตกตายแล้วสิท่า!”

พอเห็นเจียงหนิงหันหลังจะเดินเข้าไปข้างใน หวังหยางก็ตะโกนขึ้นว่า “คนส่งอาหารเข้าทางนั้นไม่ได้นะ”

ฉู่ฉิงเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคัก พลางส่งสายตาให้ซ่งลี่ลี่กับหวังหยาง ทั้งสองคนจึงรีบเบียดตัวเข้าไปกระแทกเจียงหนิงจนเซถลาไปข้างทาง

“เห็นหรือเปล่า ต้องมีบัตรเชิญถึงจะเข้าได้” ซ่งลี่ลี่ชูบัตรเชิญให้ดู แล้วผายมือให้ฉู่ฉิงเสวี่ยเดินนำเข้าไปก่อน

ฉู่ฉิงเสวี่ยค่อย ๆ ยกชายกระโปรงสีชมพูขึ้นอย่างระมัดระวัง เชิดหน้าเดินเข้าไปข้างในราวกับเจ้าหญิง

“ขอโทษครับคุณผู้หญิง บัตรเชิญของคุณเข้าได้เฉพาะทางเข้าพนักงานครับ” พนักงานขวางทางฉู่ฉิงเสวี่ยไว้

หน้าของฉู่ฉิงเสวี่ยเจื่อนลงถนัดตา แต่ซ่งลี่ลี่กับหวังหยางรีบแก้ต่างให้ทันควัน “ก็ฉิงเสวี่ยเป็นพนักงานของ FY นี่นา!”

“ใช่ ๆ พวกเราเข้าทางพนักงานก็ยังดีกว่าบางคนที่แม้แต่ประตูยังเข้าไม่ได้เลย”

ในที่สุดทั้งสามคนก็ยอมหลีกทาง เจียงหนิงจึงเดินเข้าไปที่ช่องทางพิเศษสำหรับแขกวีไอพีอีกครั้ง แล้วหยิบซองจดหมายออกจากกระเป๋าถือยื่นให้พนักงาน

พนักงานตาเป็นประกาย รอยยิ้มบนใบหน้าดูนอบน้อมยิ่งกว่าเดิม

“เชิญทางนี้ครับคุณเจียง...”

เจียงหนิงเดินผ่านช่องทางวีไอพีเข้าสู่หอประชุมไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพวกฉู่ฉิงเสวี่ย
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 30

    “นี่เพื่อนร่วมงานใหม่ของแผนกเรา ต่อไปจะมาร่วมรับผิดชอบไลน์สินค้า PO กับเรา ทุกคนช่วยดูแลกันด้วยนะ” เมิ่งฮุ่ยกล่าวเปิดตัว แล้วให้พนักงานใหม่แนะนำตัว“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเจียงหนิง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”คนอื่น ๆ ปรบมือต้อนรับเจียงหนิง มีเพียงฉู่ฉิงเสวี่ยที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง“ฉิงเสวี่ย เธอรู้จักเขาเหรอ” จวงเชี่ยนสังเกตเห็นอาการผิดปกติของฉู่ฉิงเสวี่ยฉู่ฉิงเสวี่ยแสร้งยิ้มเจื่อน ๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเธอคิดไม่ถึงเลยว่าพนักงานใหม่ของแผนกจะเป็นเจียงหนิงฉู่ฉิงเสวี่ยรู้ว่าเจียงหนิงเรียนเอกออกแบบเครื่องประดับ แต่เจียงหนิงเรียนไม่จบ ไม่มีใบปริญญา บริษัท FY จะรับคนแบบนี้เข้าทำงานได้ยังไงขนาดคนจบมหาลัยดัง ๆ อย่างเธอยังต้องสอบข้อเขียนสองรอบ สัมภาษณ์อีกสามรอบกว่าจะได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน แต่เจียงหนิงกลับ...ฉู่ฉิงเสวี่ยกำปากกาในมือแน่นจนแทบหักทันใดนั้นเธอก็นึกถึงงานเลี้ยงฉลองของ FY ครั้งก่อนขึ้นมา แผนการบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัวเนื่องจากเจียงหนิงกลับไปทำงานที่สถานพินิจเยาวชนไม่ได้แล้ว เธอจึงตอบรับคำเชิญของปีเตอร์FY ต้องการสร้างไลน์สินค้าใหม่ เดิมทีปีเตอร์ตั้งใจจะให้เจียงหนิงมาเป็นผู้จัดกา

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 29

    เจียงหนิงเติบโตมาภายใต้การกล่อมเกลาของเสียงดนตรีตั้งแต่เด็ก เธอมีพรสวรรค์ทางดนตรีและรักมันมากเธอแค่เห็นรอยเปื้อนบนอิเล็กโทนจึงหยิบทิชชูเปียกไปเช็ด แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะถูกพวกของลู่จวินเหยียนเข้าใจผิดว่าเป็นคนทำความสะอาดเจียงหนิงไม่ได้แตะลิ่มนิ้วมาหลายปีแล้ว ในใจลึก ๆ ก็หวั่นอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเล่นออกมาได้ดีแค่ไหน แต่เมื่อบรรเลงจบเพลง เธอก็ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว แม้แต่นักเปียโนเพื่อนเจ้าของโรงแรมคนนั้นก็ยังเดินเข้ามาชมเธอด้วยตัวเอง และขอให้เธอช่วยเล่นอีกสักสองสามเพลงเจียงหนิงเห็นท่าทางตื่นเต้นของอีกฝ่ายก็คิดว่าคืนนี้ตัวเองคงเล่นได้ไม่เลว อย่างน้อยก็ช่วยกู้หน้าให้กู้หลานหลานได้แล้วด้านนอกโถงล็อบบี้ ลู่จวินเหยียนยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงทางเดินอยู่นานเดิมทีเขากำลังจดจ่ออยู่กับการเจรจาธุรกิจ แต่หูที่ถูกแนบด้วยโทรศัพท์กลับได้ยินเสียงเปียโนที่ดังแว่วเข้ามาอย่างน่าประหลาดลู่จวินเหยียนรู้ดีว่าในโถงล็อบบี้ไม่มีเปียโน มีแต่อิเล็กโทนปกติเขาไม่ได้สนใจเครื่องดนตรีชนิดนี้เท่าไหร่ แต่เสียงดนตรีที่ลอยมาแผ่ว ๆ นั้นกลับเหมือนหยาดฝนที่หยดลงกลางใจ สะกิดความทรงจำอันเนิ่นนานบางอย

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 28

    “สวัสดีค่ะ ฉันเป็นพนักงานจากร้าน ZM ผู้จัดการร้านของเราฝากของสิ่งนี้มาให้คุณค่ะ”พอได้ยินแบบนั้น เจียงหนิงถึงเข้าใจ ที่แท้พี่จ้าวก็ส่งคนเอาชุดมาให้เธอนี่เองพี่จ้าวเป็นผู้จัดการร้าน ZM และถือเป็นคนคุ้นเคยเก่าแก่ของเธอ“แต่คุณไม่รู้จักฉันยังเดาถูกว่าเป็นคุณเจียง เก่งใช้ได้เลยนะเนี่ย” เจียงหนิงเอ่ยชมพนักงานไปตามมารยาทพนักงานยิ้มตอบ “เพราะผู้จัดการบอกไว้น่ะค่ะว่าให้ฉันเอาของไปส่งอย่างเดียว ไม่รู้จักหน้าตาคุณเจียงก็ไม่เป็นไร แค่เข้าไปในโรงแรมแล้วมองหาคนที่สวยที่สุดก็พอ คนคนนั้นต้องเป็นคุณเจียงร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ”คำเยินยอนั้นทำเอาเจียงหนิงเขินจนทำตัวไม่ถูก ส่วนฉู่ฉิงเสวี่ยและพรรคพวกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าดำหน้าแดงด้วยความไม่พอใจเจียงหนิงไม่สนใจพวกเขา เธอกอดชุดแล้วหันหลังเดินไปหาห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า จังหวะนั้นป้าแม่บ้านก็วิ่งเข้ามานำทางพร้อมกับขอโทษขอโพย“ขอโทษจริง ๆ นะคะ เมื่อกี้ทำชุดคุณเปื้อนหมดเลย ผู้จัดการให้พาคุณไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัวชั้นสองค่ะ”แล้วเจียงหนิงก็เดินจากไป ทิ้งให้ฉู่ฉิงเสวี่ย หยวนเผย ซ่งลี่ลี่และหวังหยางยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเจียงหนิงปรากฏตัวอีกครั้ง คนทั

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 27

    เจียงหนิงไม่สนใจหยวนเผย ดวงตาทั้งสองข้างจ้องเขม็งไปที่ลู่จวินเหยียน ซึ่งฝ่ายนั้นก็จ้องตอบกลับมาเช่นกันสายตาที่หยิ่งผยองและถือดีแบบนี้ เหมือนกับตอนที่อยู่ในสถานพินิจเยาวชนไม่มีผิดเจียงหนิงในวัยแรกแย้มไม่เคยต้านทานสายตาแบบนี้ได้เลย ความรู้สึกใจเต้นแรงในตอนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำจนถึงวันนี้แต่ว่าตอนนี้...เจียงหนิงถอนหายใจ “ถ้ารู้สึกขายหน้ามากนักก็เซ็นใบหย่าซะสิ พอหย่ากันแล้ว ต่อให้ฉันจะไปขอทานหรือเก็บขวดขายข้างถนน มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณอีกต่อไป”พอได้ยินเจียงหนิงพูดแบบนั้น หยวนเผยที่กอดอกอยู่ข้าง ๆ ก็กรอกตามองบน “โธ่เอ๊ย เธอช่วยทำตัวให้มันมีอนาคตหน่อยได้ไหม จะไปขอทานเก็บขวดขายเนี่ยนะ...พูดออกมาเองไม่สะอิดสะเอียน แต่พี่ลู่เขาฟังแล้วจะอ้วกตายอยู่แล้ว”ลู่จวินเหยียนรำคาญเสียงเจื้อยแจ้วของหยวนเผย จึงผลักอีกฝ่ายออกไปให้ไปอยู่รวมกลุ่มกับพวกฉู่ฉิงเสวี่ยเขาก้าวเท้าเข้ามาหาเจียงหนิง ร่างสูงใหญ่ของลู่จวินเหยียนแทบจะบดบังร่างของเธอจนมิดเจียงหนิงกำมือที่ไพล่หลังอยู่แน่นถ้าเป็นปกติ เธอคงถอยหลังหนีไปแล้วแต่วันนี้เธอรู้สึกโมโหนิด ๆ โมโหเรื่องอะไรเธอก็ไม่รู้เหมือนกันเอาเป็นว่าเธ

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 26

    “ดูฉิงเสวี่ยของเราสิ ใช้คะแนนประเมินจากผลงานออกแบบชุดเปียโนจนได้บรรจุเป็นพนักงานประจำของ FY เป็นสาวออฟฟิศบริษัทใหญ่ เงินเดือนปีละหลายล้าน แล้วดูใครบางคนสิ จากแม่บ้านตกอับกลายมาเป็นคนทำความสะอาด...เอาเถอะ ถือว่าชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ อยู่มั้ง” ซ่งลี่ลี่หัวเราะจนตัวงอ“เธอเอาผู้หญิงคนนี้ไปเทียบกับพี่สะใภ้ มันดูถูกพี่สะใภ้เกินไปหน่อยมั้ง!” สายตาที่หยวนเผยมองเจียงหนิงเต็มไปด้วยความรังเกียจเดิมทีเจียงหนิงไม่ได้รู้สึกอะไรกับหยวนเผย แต่หลังจากฉู่ฉิงเสวี่ยกลับประเทศมา บทสนทนาสองครั้งระหว่างหยวนเผยกับลู่จวินเหยียนทำให้ความรู้สึกเฉย ๆ ของเธอเปลี่ยนเป็นความเกลียดขี้หน้าอย่างสมบูรณ์แบบ“ทำไม ไม่พอใจเหรอ!” หยวนเผยเห็นสายตาเป็นปรปักษ์ของเจียงหนิงก็กรอกตามองบนเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายกับลู่จวินเหยียน สนิทกันมาก และรู้ดีว่าเมื่อก่อนลู่จวินเหยียนกับฉู่ฉิงเสวี่ยนั้นเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกแค่ไหนความรักอันร้อนแรงของทั้งคู่เรียกได้ว่าเขาก็เป็นพยานรู้เห็นมาครึ่งทาง แต่สุดท้ายคนที่ลู่จวินเหยียนแต่งงานด้วยอย่างถูกต้องกลับกลายเป็นเจียงหนิงหยวนเผยคิดว่าเจียงหนิงแค่โชคดีถ้าตอนนั้นลู่จวินเหยีย

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 25

    คืนนี้ทุกคนมาที่นี่เพื่อฉลองให้เธอ เธอจึงจงใจแต่งตัวอย่างวิจิตรบรรจง เครื่องประดับเพชรตั้งแต่ที่คาดผมจรดสร้อยข้อเท้าล้วนเป็นของที่ลู่จวินเหยียนมอบให้ เป็นชุดเพชรสีชมพูสุดหรูที่มีราคาแพงลิบลิ่วจิ่งเจียงตี้หัวเป็นโรงแรมระดับไฮเอนด์อันดับต้น ๆ ของเมือง A คนที่จะเข้ามาที่นี่ได้ล้วนเป็นระดับเศรษฐีหรือผู้มีอิทธิพล แต่ถึงกระนั้น ฉู่ฉิงเสวี่ยที่เดินอยู่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นก็ยังคงเป็นจุดสนใจของผู้คนมากมายฉู่ฉิงเสวี่ยควงแขนลู่จวินเหยียน เชิดหน้ายืดอกราวกับหงส์ที่สูงส่งและภาคภูมิใจเธอรู้ดีว่าลู่จวินเหยียนชอบผู้หญิงเก่ง และมีเพียงผู้หญิงที่เก่งกาจและเพียบพร้อมเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติยืนเคียงข้างลู่จวินเหยียนได้เธอจึงไม่เคยตระหนี่ถี่เหนียวกับการแต่งตัวให้ตัวเองลู่จวินเหยียนเดินเคียงคู่กับฉู่ฉิงเสวี่ย เส้นสายบนใบหน้าที่มักจะดูเย็นชาและคมกริบถูกฉาบไว้ด้วยแสงอุ่นนวลราวกับถูกหลอมละลายในห้วงแห่งความรัก ริมฝีปากที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มคู่นั้นดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติไม่ว่าจะมองจากมุมไหนเขาชอบพาฉู่ฉิงเสวี่ยออกงานสังคมแบบนี้ เพราะมันทำให้เขารู้สึกมีหน้ามีตา“เอ๊ะ ฉันจำได้ว่าตรงนี้เคยมีแกรนด์เป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status