Share

บทที่ 6

Penulis: ตูตูเป่า
ฉู่ฉิงเสวี่ยตั้งใจจะรอให้ลู่จวินเหยียนมาถึงก่อน แล้วค่อยเดินเข้าช่องทางวีไอพีอย่างผ่าเผย แม้ลู่จวินเหยียนจะไม่มีบัตรเชิญ แต่สถานะและใบหน้าของเขาก็คือบัตรผ่าน

ทว่างานเลี้ยงใกล้จะเริ่มแล้ว ลู่จวินเหยียนก็ยังไม่มา เธอจึงจำใจต้องพาหวังหยางและซ่งลี่ลี่เดินเข้าทางช่องทางพนักงาน

เมื่อเข้ามาในงาน เธอหันซ้ายหันขวามองหา แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเจียงหนิง

“ยัยเจียงหนิงคนนั้นต้องมาส่งเดลิเวอรีแน่ ๆ บัตรเชิญนั่นไม่มีทางเป็นของเธอหรอก”

“ใช่ ๆ เธอเรียนไม่จบปริญญาด้วยซ้ำ งานฉลองของ FY จะเชิญเธอมาทำไม”

ซ่งลี่ลี่และหวังหยางผลัดกันพูดคนละคำสองคำ

ฉู่ฉิงเสวี่ยค่อยวางใจลงได้บ้าง เพื่อนเธอพูดถูก FY เป็นแบรนด์หรูระดับแนวหน้าของโลก งานฉลองครั้งนี้จัดขึ้นเพราะคอลเลกชันเครื่องประดับชุด ‘เปียโน’ ที่เปิดตัวเมื่อสี่ปีที่แล้วนั้นใช้เทคโนโลยีสิทธิบัตรที่ล้ำหน้าในวงการ บวกกับความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์และความรู้สึกทางศิลปะ ทำให้กลายเป็นดาวเด่นในหมู่เครื่องประดับชั้นสูงทันที ไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงในวงการเท่านั้น แต่ยังทำยอดขายถล่มทลาย ครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งติดต่อกันถึงสี่ปีซ้อน

“ไม่รู้ว่าคืนนี้จะได้เจอดีไซเนอร์เจ้าของผลงานชุดเปียโนท่านนั้นหรือเปล่านะ...” ฉู่ฉิงเสวี่ยกะพริบตาปริบ ๆ แววตาเต็มไปด้วยความใฝ่ฝันและเทิดทูน

“ฉันได้ยินมาว่าดีไซเนอร์ท่านนั้นลึกลับมาก แม้แต่เพศหญิงหรือชายก็ไม่มีใครรู้”

“ฉิงเสวี่ย ตอนนี้เธอก็เป็นพนักงานของ FY แล้วนี่ ไม่รู้เรื่องนี้เลยเหรอ”

เมื่อเจอความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อน ๆ ฉู่ฉิงเสวี่ยก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเสียดาย “ฉันรู้แค่ว่าดีไซเนอร์ท่านนั้นใช้นามปากกาว่า BYC นอกนั้นอย่าว่าแต่ฉันเลย หัวหน้าฉันก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ!”

ในห้องรับรองชั้นสอง เจียงหนิงได้พบกับปีเตอร์

ปีเตอร์เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง FY และเป็นกรรมการบริหารคนปัจจุบัน

“ไม่เจอกันสามปี คุณสวยขึ้นนะเนี่ย”

ปีเตอร์ยื่นแก้วกาแฟให้เจียงหนิง

เจียงหนิงรู้ดีว่าปีเตอร์แค่พูดตามมารยาท

แต่งงานมาสามปี วัน ๆ วนเวียนอยู่แต่ในครัว ตัวตนเลือนหาย ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ผู้หญิงแบบนี้จะสวยขึ้นได้อย่างไร มีแต่จะถูกกาลเวลาพรากความเปล่งปลั่งและสง่างามไปเสียมากกว่า

ที่สำคัญ สามีของเธอยังไม่รักเธออีก

ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วแต่ขาดความรักหล่อเลี้ยง ก็เหลือเพียงซากความยุ่งเหยิงวุ่นวาย

และเธอ เจียงหนิง ยิ่งน่าสมเพชกว่านั้น

ก้มหน้าก้มตาเป็นแม่บ้านที่แสนดีมาสามปี สิ่งที่ได้ตอบแทนคือสามีนอกใจไปหาเมียน้อย และฆ่าลูกในท้องของเธอเพื่อเมียน้อยคนนั้น

พอคิดถึงลูก มือที่กำแก้วกาแฟของเจียงหนิงก็เกร็งจนข้อนิ้วซีดขาว

“ว่าไงครับ คุณ BYC ผู้เปี่ยมพรสวรรค์ที่ผมใฝ่ฝันอยากร่วมงานด้วยมาตลอด สนใจจะกลับมาทำงานที่ FY ไหม”

เสียงของปีเตอร์ดึงสติเธอกลับมา เจียงหนิงเงยหน้ามองปีเตอร์ เห็นแววตาคาดหวังแบบเดียวกับเมื่อสี่ปีที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน

เพียงแต่ครั้งนี้เขาใช้คำว่า ‘กลับ’

ความจริงแล้วเจียงหนิงไม่เคยทำงานที่ FY มาก่อน

เธอรู้จักกับปีเตอร์ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่ง ด้วยความบังเอิญที่ปีเตอร์เดินทางมาตามหานักออกแบบหน้าใหม่ผู้มีพรสวรรค์ที่มหาวิทยาลัย A และเจียงหนิงก็นั่งวาดแบบเครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจจากเปียโนอยู่เงียบ ๆ ในมหาวิทยาลัยเพียงลำพัง

แนวคิดการออกแบบของเจียงหนิงสร้างความประทับใจให้ปีเตอร์ และเพื่อเปลี่ยนแนวคิดนั้นให้กลายเป็นเครื่องประดับจริง เจียงหนิงจึงคิดค้นเทคนิคการเจียระไนและการฝังอัญมณีแบบใหม่ขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

ตอนนั้นปีเตอร์เคยชวนเธอมาทำงานที่ FY โดยบอกว่าทำเป็นพาร์ตไทม์ไปก่อนก็ได้เพื่อไม่ให้กระทบการเรียน

แต่เจียงหนิงปฏิเสธ

เธอไม่ได้มีใจรักในวงการเครื่องประดับ และไม่อยากมีชื่อเสียง จึงใช้นามแฝงว่า BYC เพื่อรับส่วนแบ่งยอดขายจากคอลเลกชัน ‘เปียโน’

นึกไม่ถึงว่าคอลเลกชันนี้จะดังเป็นพลุแตก และนามแฝงของเจียงหนิงก็กลายเป็นดีไซเนอร์ลึกลับระดับตำนานในวงการเครื่องประดับไปโดยปริยาย

ปีเตอร์สังเกตสีหน้าของเจียงหนิง ก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าชีวิตแต่งงานของเธอคงไม่ราบรื่นนัก ไม่อย่างนั้นเจียงหนิงคงไม่ตอบรับคำเชิญมาร่วมงานฉลองในวันนี้

“อาจารย์ ให้โอกาสผมหน่อยได้ไหม”

เจียงหนิงขำท่าทางของปีเตอร์ “คุณพูดโอเวอร์ไปแล้ว ตอนนั้นที่ออกแบบชุดเปียโน มันก็แค่แวบหนึ่งที่คิดออก คุณก็รู้นี่นาว่าจริง ๆ แล้วฉันไม่ได้ชอบออกแบบเครื่องประดับ”

“คุณนี่นะ ชอบทิ้งขว้างพรสวรรค์ คุณรู้ไหมว่าดีไซเนอร์ของ FY กี่คนที่ฝันอยากจะมีพรสวรรค์สักหนึ่งในหมื่นของคุณบ้าง!”

เจียงหนิงยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร

“เอาเถอะ คุณอยากจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ สัญญาจ้างผมเตรียมไว้พร้อมแล้ว เงินเดือนคุณกรอกเองได้เลย ส่วนแบ่งก็ให้เหมือนเดิม ประตูของ FY เปิดต้อนรับคุณเสมอ” ปีเตอร์พูดจบ ก็สังเกตเห็นว่าเจียงหนิงกำลังหันไปมองนอกหน้าต่างกระจก

จากหน้าต่างบานใหญ่ในห้องรับรองชั้นสอง สามารถมองเห็นบรรยากาศในงานเลี้ยงชั้นล่างได้ชัดเจน

ในงานเลี้ยง ลู่จวินเหยียนที่มาช้ากว่าเวลากำลังเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย

นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลไม่ได้มีแค่ลู่จวินเหยียนคนเดียว แต่คนที่หน้าตาดีขนาดลู่จวินเหยียนนั้นหาได้ยากนัก

วันนี้ลู่จวินเหยียนสวมชุดสูทสีขาวเข้ารูป เสื้อเชิ้ตสีดำ ความตัดกันของสีโทนเย็นที่ชัดเจนนั้นเข้ากับบุคลิกสูงส่งและเย่อหยิ่งของเขาได้อย่างลงตัว การจงใจไม่ผูกเนกไทช่วยเพิ่มความโรแมนติกให้กับลุคที่ดูถือตัว ทั้งที่เครื่องหน้าคมเข้มราวกับรูปสลัก แต่ริมฝีปากที่ยกยิ้มนั้นกลับยั่วยวนใจคนมอง

ทันทีที่เขาปรากฏตัวในงาน ก็เรียกเสียงอุทานชื่นชมจากบรรดาหญิงสาวได้มากมาย

ฉู่ฉิงเสวี่ยจงใจยืนรออยู่ที่เดิม รอให้ลู่จวินเหยียนเดินเข้ามาหา ราวกับเจ้าหญิงที่รอคอยเจ้าชายขี่ม้าขาว

สายตาอิจฉาริษยานับไม่ถ้วนพุ่งตรงมาที่เธอ ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจของงานเลี้ยงนี้ไปโดยปริยาย

รอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่ฉิงเสวี่ยเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

แม้เธอจะเป็นแค่เด็กฝึกงานของ FY แต่ในงานแบบนี้ จุดเด่นต้องเป็นเธอแน่นอน

เจียงหนิงไม่คิดว่าลู่จวินเหยียนจะมาด้วย

เธอเฝ้ามองลู่จวินเหยียนเดินตรงเข้าไปหาฉู่ฉิงเสวี่ยโดยไม่วอกแวกไปทางอื่น

ในความทรงจำของเธอ ตลอดสามปีที่แต่งงานกัน ลู่จวินเหยียนไม่เคยเป็นฝ่ายเข้าหาผู้หญิงคนไหนก่อน

เจียงหนิงเคยคิดอย่างใสซื่อว่านั่นเป็นเพราะลู่จวินเหยียนรักเธอ และเธอคือคนพิเศษ

ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว ฉู่ฉิงเสวี่ยต่างหากคือคนพิเศษคนนั้น

พอยืนคู่กัน ทั้งสองคนช่างดูเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยกที่สวรรค์สร้างมาคู่กัน

จู่ ๆ เจียงหนิงก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน

คราวก่อนคุยกับลู่จวินเหยียนที่บ้านสุดท้ายก็จบไม่สวย ใบหย่าก็ถูกลู่จวินเหยียนฉีกทิ้ง ในเมื่อหย่าไม่ได้ เธอก็ยังคงเป็นภรรยาของลู่จวินเหยียน แต่ความครึกครื้นและความเหมาะสมกันของคนข้างล่างนั่น กลับไม่เกี่ยวกับเธอเลยสักนิด

“อย่าบอกนะว่าเพิ่งมาก็จะกลับแล้ว” ปีเตอร์ถามอย่างระมัดระวัง

เขามีแผนการในใจ ยังไม่ยอมตัดใจที่จะดึงเจียงหนิงมาร่วมงานกับ FY ให้ได้

แต่ภาพเหตุการณ์ข้างล่างนั่นคงบาดตาเจียงหนิงไม่น้อย หากเจียงหนิงอยากจะกลับก่อน เขาก็ไม่มีสิทธิ์และไม่มีเหตุผลที่จะรั้งเธอไว้

เจียงหนิงมองลู่จวินเหยียนและฉู่ฉิงเสวี่ยที่คุยหัวเราะกันอย่างมีความสุขตาไม่กะพริบ นิ่งเงียบอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะหันมามองปีเตอร์

“ถ้าตอนนี้ฉันจะขอของขวัญจากคุณสักชิ้น คุณจะให้ฉันได้ไหมคะ”

ที่งานเลี้ยงชั้นล่าง ลู่จวินเหยียนมอบช่อกุหลาบสีชมพูที่ห่ออย่างสวยงามให้กับฉู่ฉิงเสวี่ย ฉู่ฉิงเสวี่ยยิ้มหวานอย่างขัดเขิน

ข้าง ๆ กัน ซ่งลี่ลี่กับหวังหยางอิจฉาจนแทบคลั่ง พากันยกลู่จวินเหยียนขึ้นหิ้งบูชา

“มีแฟนหล่อ รวย แถมยังเพอร์เฟกต์ขนาดประธานลู่เนี่ย ฉิงเสวี่ย ชาติที่แล้วเธอต้องกู้ทางช้างเผือกมาแน่ ๆ”

“ประเด็นคือประธานลู่รักฉิงเสวี่ยมากจริง ๆ ยอมเลื่อนประชุมสำคัญเพื่อมาเป็นเพื่อนฉิงเสวี่ยเลยนะ”

“แค่นั้นที่ไหนล่ะ ชุด Elie Saab โอต์กูตูร์คอลเลกชันล่าสุดที่ฉิงเสวี่ยใส่อยู่นี่ราคาตั้งสามล้าน ประธานลู่ก็เป็นคนซื้อให้”

ฉู่ฉิงเสวี่ยคล้องแขนลู่จวินเหยียน ฟังคำเยินยอของเพื่อนสาวพลางยิ้มแก้มปริ

“จริงสิจวินเหยียน เมื่อกี้ฉันเห็นคุณเจียงด้วยละ...”

ลู่จวินเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รู้ดีว่า ‘คุณเจียง’ ที่ฉู่ฉิงเสวี่ยพูดถึงคือใคร

“เธอแต่งตัวไม่ค่อยถูกกาลเทศะเท่าไหร่ สงสัยจะมาส่งเดลิเวอรีมั้งคะ...”

เห็นลู่จวินเหยียนเงียบ ฉู่ฉิงเสวี่ยจึงพูดต่อ “ยังไงเธอก็ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาในนามของคุณ ต้องตกอับถึงขั้นมาส่งเดลิเวอรีนี่น่าสงสารอยู่นะคะ...”

“เธอทำตัวเอง” ลู่จวินเหยียนตอบเสียงเรียบ

ผู้หญิงที่ไม่มีวุฒิการศึกษา เป็นแม่บ้านมาตั้งหลายปี จะไปหางานดี ๆ ที่ไหนทำได้

ส่งเดลิเวอรีก็ถือว่าอยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว

ทันใดนั้น ภายในงานก็เกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง

“นี่ ๆ สาวสวยข้าง ๆ กรรมการปีเตอร์นั่นใครน่ะ พวกเธอรู้จักไหม”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 30

    “นี่เพื่อนร่วมงานใหม่ของแผนกเรา ต่อไปจะมาร่วมรับผิดชอบไลน์สินค้า PO กับเรา ทุกคนช่วยดูแลกันด้วยนะ” เมิ่งฮุ่ยกล่าวเปิดตัว แล้วให้พนักงานใหม่แนะนำตัว“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเจียงหนิง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”คนอื่น ๆ ปรบมือต้อนรับเจียงหนิง มีเพียงฉู่ฉิงเสวี่ยที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง“ฉิงเสวี่ย เธอรู้จักเขาเหรอ” จวงเชี่ยนสังเกตเห็นอาการผิดปกติของฉู่ฉิงเสวี่ยฉู่ฉิงเสวี่ยแสร้งยิ้มเจื่อน ๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเธอคิดไม่ถึงเลยว่าพนักงานใหม่ของแผนกจะเป็นเจียงหนิงฉู่ฉิงเสวี่ยรู้ว่าเจียงหนิงเรียนเอกออกแบบเครื่องประดับ แต่เจียงหนิงเรียนไม่จบ ไม่มีใบปริญญา บริษัท FY จะรับคนแบบนี้เข้าทำงานได้ยังไงขนาดคนจบมหาลัยดัง ๆ อย่างเธอยังต้องสอบข้อเขียนสองรอบ สัมภาษณ์อีกสามรอบกว่าจะได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน แต่เจียงหนิงกลับ...ฉู่ฉิงเสวี่ยกำปากกาในมือแน่นจนแทบหักทันใดนั้นเธอก็นึกถึงงานเลี้ยงฉลองของ FY ครั้งก่อนขึ้นมา แผนการบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัวเนื่องจากเจียงหนิงกลับไปทำงานที่สถานพินิจเยาวชนไม่ได้แล้ว เธอจึงตอบรับคำเชิญของปีเตอร์FY ต้องการสร้างไลน์สินค้าใหม่ เดิมทีปีเตอร์ตั้งใจจะให้เจียงหนิงมาเป็นผู้จัดกา

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 29

    เจียงหนิงเติบโตมาภายใต้การกล่อมเกลาของเสียงดนตรีตั้งแต่เด็ก เธอมีพรสวรรค์ทางดนตรีและรักมันมากเธอแค่เห็นรอยเปื้อนบนอิเล็กโทนจึงหยิบทิชชูเปียกไปเช็ด แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะถูกพวกของลู่จวินเหยียนเข้าใจผิดว่าเป็นคนทำความสะอาดเจียงหนิงไม่ได้แตะลิ่มนิ้วมาหลายปีแล้ว ในใจลึก ๆ ก็หวั่นอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเล่นออกมาได้ดีแค่ไหน แต่เมื่อบรรเลงจบเพลง เธอก็ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว แม้แต่นักเปียโนเพื่อนเจ้าของโรงแรมคนนั้นก็ยังเดินเข้ามาชมเธอด้วยตัวเอง และขอให้เธอช่วยเล่นอีกสักสองสามเพลงเจียงหนิงเห็นท่าทางตื่นเต้นของอีกฝ่ายก็คิดว่าคืนนี้ตัวเองคงเล่นได้ไม่เลว อย่างน้อยก็ช่วยกู้หน้าให้กู้หลานหลานได้แล้วด้านนอกโถงล็อบบี้ ลู่จวินเหยียนยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงทางเดินอยู่นานเดิมทีเขากำลังจดจ่ออยู่กับการเจรจาธุรกิจ แต่หูที่ถูกแนบด้วยโทรศัพท์กลับได้ยินเสียงเปียโนที่ดังแว่วเข้ามาอย่างน่าประหลาดลู่จวินเหยียนรู้ดีว่าในโถงล็อบบี้ไม่มีเปียโน มีแต่อิเล็กโทนปกติเขาไม่ได้สนใจเครื่องดนตรีชนิดนี้เท่าไหร่ แต่เสียงดนตรีที่ลอยมาแผ่ว ๆ นั้นกลับเหมือนหยาดฝนที่หยดลงกลางใจ สะกิดความทรงจำอันเนิ่นนานบางอย

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 28

    “สวัสดีค่ะ ฉันเป็นพนักงานจากร้าน ZM ผู้จัดการร้านของเราฝากของสิ่งนี้มาให้คุณค่ะ”พอได้ยินแบบนั้น เจียงหนิงถึงเข้าใจ ที่แท้พี่จ้าวก็ส่งคนเอาชุดมาให้เธอนี่เองพี่จ้าวเป็นผู้จัดการร้าน ZM และถือเป็นคนคุ้นเคยเก่าแก่ของเธอ“แต่คุณไม่รู้จักฉันยังเดาถูกว่าเป็นคุณเจียง เก่งใช้ได้เลยนะเนี่ย” เจียงหนิงเอ่ยชมพนักงานไปตามมารยาทพนักงานยิ้มตอบ “เพราะผู้จัดการบอกไว้น่ะค่ะว่าให้ฉันเอาของไปส่งอย่างเดียว ไม่รู้จักหน้าตาคุณเจียงก็ไม่เป็นไร แค่เข้าไปในโรงแรมแล้วมองหาคนที่สวยที่สุดก็พอ คนคนนั้นต้องเป็นคุณเจียงร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ”คำเยินยอนั้นทำเอาเจียงหนิงเขินจนทำตัวไม่ถูก ส่วนฉู่ฉิงเสวี่ยและพรรคพวกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าดำหน้าแดงด้วยความไม่พอใจเจียงหนิงไม่สนใจพวกเขา เธอกอดชุดแล้วหันหลังเดินไปหาห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า จังหวะนั้นป้าแม่บ้านก็วิ่งเข้ามานำทางพร้อมกับขอโทษขอโพย“ขอโทษจริง ๆ นะคะ เมื่อกี้ทำชุดคุณเปื้อนหมดเลย ผู้จัดการให้พาคุณไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัวชั้นสองค่ะ”แล้วเจียงหนิงก็เดินจากไป ทิ้งให้ฉู่ฉิงเสวี่ย หยวนเผย ซ่งลี่ลี่และหวังหยางยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเจียงหนิงปรากฏตัวอีกครั้ง คนทั

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 27

    เจียงหนิงไม่สนใจหยวนเผย ดวงตาทั้งสองข้างจ้องเขม็งไปที่ลู่จวินเหยียน ซึ่งฝ่ายนั้นก็จ้องตอบกลับมาเช่นกันสายตาที่หยิ่งผยองและถือดีแบบนี้ เหมือนกับตอนที่อยู่ในสถานพินิจเยาวชนไม่มีผิดเจียงหนิงในวัยแรกแย้มไม่เคยต้านทานสายตาแบบนี้ได้เลย ความรู้สึกใจเต้นแรงในตอนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำจนถึงวันนี้แต่ว่าตอนนี้...เจียงหนิงถอนหายใจ “ถ้ารู้สึกขายหน้ามากนักก็เซ็นใบหย่าซะสิ พอหย่ากันแล้ว ต่อให้ฉันจะไปขอทานหรือเก็บขวดขายข้างถนน มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณอีกต่อไป”พอได้ยินเจียงหนิงพูดแบบนั้น หยวนเผยที่กอดอกอยู่ข้าง ๆ ก็กรอกตามองบน “โธ่เอ๊ย เธอช่วยทำตัวให้มันมีอนาคตหน่อยได้ไหม จะไปขอทานเก็บขวดขายเนี่ยนะ...พูดออกมาเองไม่สะอิดสะเอียน แต่พี่ลู่เขาฟังแล้วจะอ้วกตายอยู่แล้ว”ลู่จวินเหยียนรำคาญเสียงเจื้อยแจ้วของหยวนเผย จึงผลักอีกฝ่ายออกไปให้ไปอยู่รวมกลุ่มกับพวกฉู่ฉิงเสวี่ยเขาก้าวเท้าเข้ามาหาเจียงหนิง ร่างสูงใหญ่ของลู่จวินเหยียนแทบจะบดบังร่างของเธอจนมิดเจียงหนิงกำมือที่ไพล่หลังอยู่แน่นถ้าเป็นปกติ เธอคงถอยหลังหนีไปแล้วแต่วันนี้เธอรู้สึกโมโหนิด ๆ โมโหเรื่องอะไรเธอก็ไม่รู้เหมือนกันเอาเป็นว่าเธ

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 26

    “ดูฉิงเสวี่ยของเราสิ ใช้คะแนนประเมินจากผลงานออกแบบชุดเปียโนจนได้บรรจุเป็นพนักงานประจำของ FY เป็นสาวออฟฟิศบริษัทใหญ่ เงินเดือนปีละหลายล้าน แล้วดูใครบางคนสิ จากแม่บ้านตกอับกลายมาเป็นคนทำความสะอาด...เอาเถอะ ถือว่าชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ อยู่มั้ง” ซ่งลี่ลี่หัวเราะจนตัวงอ“เธอเอาผู้หญิงคนนี้ไปเทียบกับพี่สะใภ้ มันดูถูกพี่สะใภ้เกินไปหน่อยมั้ง!” สายตาที่หยวนเผยมองเจียงหนิงเต็มไปด้วยความรังเกียจเดิมทีเจียงหนิงไม่ได้รู้สึกอะไรกับหยวนเผย แต่หลังจากฉู่ฉิงเสวี่ยกลับประเทศมา บทสนทนาสองครั้งระหว่างหยวนเผยกับลู่จวินเหยียนทำให้ความรู้สึกเฉย ๆ ของเธอเปลี่ยนเป็นความเกลียดขี้หน้าอย่างสมบูรณ์แบบ“ทำไม ไม่พอใจเหรอ!” หยวนเผยเห็นสายตาเป็นปรปักษ์ของเจียงหนิงก็กรอกตามองบนเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายกับลู่จวินเหยียน สนิทกันมาก และรู้ดีว่าเมื่อก่อนลู่จวินเหยียนกับฉู่ฉิงเสวี่ยนั้นเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกแค่ไหนความรักอันร้อนแรงของทั้งคู่เรียกได้ว่าเขาก็เป็นพยานรู้เห็นมาครึ่งทาง แต่สุดท้ายคนที่ลู่จวินเหยียนแต่งงานด้วยอย่างถูกต้องกลับกลายเป็นเจียงหนิงหยวนเผยคิดว่าเจียงหนิงแค่โชคดีถ้าตอนนั้นลู่จวินเหยีย

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 25

    คืนนี้ทุกคนมาที่นี่เพื่อฉลองให้เธอ เธอจึงจงใจแต่งตัวอย่างวิจิตรบรรจง เครื่องประดับเพชรตั้งแต่ที่คาดผมจรดสร้อยข้อเท้าล้วนเป็นของที่ลู่จวินเหยียนมอบให้ เป็นชุดเพชรสีชมพูสุดหรูที่มีราคาแพงลิบลิ่วจิ่งเจียงตี้หัวเป็นโรงแรมระดับไฮเอนด์อันดับต้น ๆ ของเมือง A คนที่จะเข้ามาที่นี่ได้ล้วนเป็นระดับเศรษฐีหรือผู้มีอิทธิพล แต่ถึงกระนั้น ฉู่ฉิงเสวี่ยที่เดินอยู่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นก็ยังคงเป็นจุดสนใจของผู้คนมากมายฉู่ฉิงเสวี่ยควงแขนลู่จวินเหยียน เชิดหน้ายืดอกราวกับหงส์ที่สูงส่งและภาคภูมิใจเธอรู้ดีว่าลู่จวินเหยียนชอบผู้หญิงเก่ง และมีเพียงผู้หญิงที่เก่งกาจและเพียบพร้อมเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติยืนเคียงข้างลู่จวินเหยียนได้เธอจึงไม่เคยตระหนี่ถี่เหนียวกับการแต่งตัวให้ตัวเองลู่จวินเหยียนเดินเคียงคู่กับฉู่ฉิงเสวี่ย เส้นสายบนใบหน้าที่มักจะดูเย็นชาและคมกริบถูกฉาบไว้ด้วยแสงอุ่นนวลราวกับถูกหลอมละลายในห้วงแห่งความรัก ริมฝีปากที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มคู่นั้นดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติไม่ว่าจะมองจากมุมไหนเขาชอบพาฉู่ฉิงเสวี่ยออกงานสังคมแบบนี้ เพราะมันทำให้เขารู้สึกมีหน้ามีตา“เอ๊ะ ฉันจำได้ว่าตรงนี้เคยมีแกรนด์เป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status