เข้าสู่ระบบความรักเหนือกาลเวลาแม้แต่ชาติภพภูมิก็ไม่อาจขวางกั้น ด้ายแดงที่ไม่อาจสะบั้นด้วยเงื่อนไขของสองดวงใจที่ยังคงผูกพันเหนือลิขิตแห่งโชคชะตา โปรดอย่าถามว่าพวกเขารักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะคำตอบที่ได้ยินอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ เพราะว่าพวกเขานั้นรักกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว... “ด้วยเกียรติของชาตินักรบ คนเดียวที่ฉันจะไม่ทิ้งไปก็คือคุณ” อิงอิงทำท่าทางขึงขังเข้มข้นทั้งยังพูดจาฉะฉานตามคำสัตย์ที่มีมาตั้งแต่ชาตินู้น อานนท์ได้ฟังประโยคโบราณอย่างนั้น น้ำเสียงอย่างนั้น และท่าทางขึงขังอย่างนั้น เขาถึงกับใจกระตุกอุ่นวาบขึ้นมา มารยาของคนตรงหน้าเขาในเวลานี้นั้น เขากำลังยอมรับว่า ช่างร้ายกาจ! พบกับท่านรองประธานสุดหล่อหุ่นสุดแซ่บมาดสุดเนี๊ยบดุดันเย็นชาอย่าบอกใคร “คืนนี้เรามาต่อกัน” เขาเอ่ยคำนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉยสายตามองอยู่ที่เอกสารในมือ เธอถึงกับกะพริบตาปริบๆ ก่อนตอบออกไป “ไม่เอา ยังเจ็บอยู่เลย” “เจ็บแค่ครั้งแรก...” เขาพูดต่อด้วยท่าทางสุขุมนุ่มลึกสวนทางกับประโยคสนทนา เธอถึงกับเงียบไป มันใช่เรื่องที่จะต้องมาคุยกันในห้องทำงานไหม!?
ดูเพิ่มเติมสวัสดีค่ะ หลังจากอ่านภาคอดีตมาต่อที่ภาคปัจจุบันกัน ภาคนี้เป็นความรักที่ร้อนแรง ร้อนเหมือนไฟไหม้รอบหัวใจเลยค่ะ
นางเอกกลับมาจัดหนักจัดเต็มกับพระเอกด้วยความรักที่ไร้ขีดจำกัด ในขณะที่พระเอกก็จัดให้ตอบกลับแบบไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้แพ้ทางนางเอกตลอด
นิยายเรื่อง ชะตารักผูกใจ(ตกหลุมรักยัยแกล้งเฉิ่ม) นั้น เป็นเรื่องราวของแม่ทัพหญิงในยุคจีนโบราณนามว่าไป๋กุ้ยอิง ซึ่งมีความรักล้นใจกับองค์ชายผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นองค์รัชทายาทแห่งแคว้นนามว่า จ้าวหยางหมิงเซียน แต่ด้วยฐานะฐานันดรและหน้าที่อันสำคัญยิ่งและหนักหน่วง ทำให้ทั้งสองไม่อาจครองรักกันได้ดังใจ ต่อมาไป๋กุ้ยอิงก็ได้รับคำสั่งประกาศิตจากฮ่องเต้และถูกแผนตลบหลังจนตายจากจ้าวหยางหมิงเซียนไปก่อนวัยอันควร ทำให้จ้าวหยางหมิงเซียนต้องมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานทนอยู่กับการคิดถึงไป๋กุ้ยอิงในทุกๆ วัน จนกระทั่งตาย
เมื่อไป๋กุ้ยอิงได้รับโอกาสให้แก้ตัวโดยเทพแห่งการงานและคู่ครองจนได้มาเกิดใหม่ในยุคสมัยที่แตกต่าง แต่ความรักยังคงเดิม
ไป๋กุ้ยอิงในร่างของอิงอิงเลขาสาวสวยแต่ทำตัวแสนเฉิ่มจึงทำทุกวิถีทางโดยไม่สนใจวิธีการไม่สนด้วยว่าจะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงใจง่าย เพื่อที่จะได้อยู่กับจ้าวหยางหมิงเซียนในร่างใหม่ของคุณหมิงหรืออานนท์เจ้านายสุดหล่อที่เป็นถึงท่านรองประธานบริษัท
และแล้วเรื่องราวความรักแต่หนหลังที่ยังฝังใจของอิงอิงจึงได้เริ่มสานสัมพันธ์ต่อจากชาติที่แล้วถึงแม้ว่าอาหมิงของอิงอิงจะจำอะไรไม่ได้เลย
***********************************
คำเตือน
โปรดอย่าถามหาสาระและเหตุผลอันใดมากมาย
อย่าบอกว่าพระเอกกับนางเอกได้กันง่ายไป เพราะอะไร?
ก็เพราะพวกเขากลืนกินกันมาตั้งนานแล้วเมื่อชาติก่อนนู้น ชาตินี้นางเอกจัดหนักจัดเต็ม ส่วนพระเอกก็ตอบกลับ จัดให้โดยไม่รู้ตัว...
หมายเหตุ: นิยายเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอมมิดี้
******************
คำนำ
ความรักเหนือกาลเวลาแม้แต่ชาติภพภูมิก็ไม่อาจขวางกั้น ด้ายแดงที่ไม่อาจสะบั้นด้วยเงื่อนไขของสองดวงใจที่ยังคงผูกพันเหนือลิขิตแห่งโชคชะตา
นางเคยทิ้งเขาไปให้เขาต้องทนเดียวดายรอคอยนางอย่างทรมานเจียนตาย แต่ทว่าความรักมิมลายสิ้นสูญ ชาติภพนี้นางจักทำทุกอย่างเพื่ออยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หากท่านเคยชินกับผู้หญิงเก่งในยุคปัจจุบันข้ามภพไปเป็นสตรีเก่งกาจในยุคโบราณ ลองเปลี่ยนเป็นสตรีเก่งกาจระดับแม่ทัพหญิงข้ามภพมาอยู่ในร่างของผู้หญิงในยุคปัจจุบันบ้าง
มาคอยดูกันว่าเธอผู้เก่งกาจในยุคโบราณจะใช้ความสามารถอันใดในยุคปัจจุบัน
ชาติที่แล้วนางมีหน้าที่และความรักแยกกัน
หน้าที่และความรักนางต้องเลือก
นางเลือกหน้าที่มากกว่าความรักและทิ้งเขาไป ไม่รักษาคำสัตย์
แต่ชาตินี้หน้าที่ของนางก็คือความรัก ดังนั้นแล้วความรักของนางก็คือหน้าที่ นางจะทำมันให้ดีให้เต็มที่ไม่ให้เสียชาติเกิด
“แน่นอนเธอทำไม่ได้ เพราะกลัวว่าคนจะรู้เรื่องระหว่างเธอกับพ่อ” อานนท์พูดตามจริงอย่างที่ใจคิด ปกติเขาเป็นคนถนอมคำพูด และไม่ชอบจะพูดจาเสวนายาวเหยียดกับใคร แต่กับผู้หญิงตรงหน้า ขอหน่อยเถอะ“เธอไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไง นั่นรุ่นพ่อเธอเลย”“หือ...”อิงอิงถึงกับหน้าเหวอ นี่เขาคิดไปกันใหญ่แล้วอานนท์ที่กำลังมึนเมาจากฤทธิ์ของน้ำเหล้าที่ดื่มมากับเพื่อนก่อนหน้ารวมกับอารมณ์คุกรุ่นที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนจึงทำให้เขาไม่คิดจะถนอมคำพูดกับผู้หญิงตรงหน้าเลยสักนิด เขายังคงพูดต่อ “ผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายอย่างเธอ ไปให้ห่าง ออกไป”อิงอิงเจอประโยคนี้เข้าไปถึงกับจุกแต่เธอจะหน้าด้านใครจะทำไม“ไม่ไป!” หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเด่นชัดคราวนี้เป็นอานนท์บ้างที่รู้สึกจุกจนพูดไม่ออก“ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะไม่ทำผิดอีกเป็นครั้งที่สอง ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณต้องอยู่คนเดียว อาหมิง” อิงอิงพูดจาชัดเจนทุกคำโดยไม่ทันได้คิดอะไร ทำเอาคนฟังถึงกับนิ่งอึ้งไปคล้ายกับเหวอไปชั่วขณะ“ฉันจะไม่ทิ้งคุณไปไหนอีกแล้ว อาหมิง ฉันจะอยู่กับคุณตลอดไป”อิงอิงพูดเสียงเบามากกว่าเดิมเพิ่มเติมคือความหมายที่ลึกซึ้ง“คุณจะไม่ต้องอยู่อย่างเดียวดายท
“บนสุด” น้ำเสียงทุ้มต่ำมากเสน่ห์พูดตอบมาอย่างเย็นเยียบสั้นๆ“หือ...บนสุด” อิงอิงทวนคำพร้อมทั้งกดปุ่มในลิฟต์ให้อย่างมึนๆ แต่กลับคลี่ยิ้มกว้างขวาง “อย่าบอกนะว่าคุณอานนท์อยู่ที่คอนโดนี้”“...”เงียบยังไม่มีคำตอบออกมาจากริมฝีปากสีแดงๆ ของอานนท์ แต่อิงอิงไม่สนใจอาการเงียบงันนั้น เธอยังคงกระดี้กระด๊ายินดีปรีดายืนเฝ้าคนตัวโตด้วยกิริยาแสดงออกว่ารักฉายชัด“ถอยออกไป!” น้ำเสียงคล้ายคมมีดบาดเข้าเนื้อของอิงอิงอีกแล้ว อานนท์พูดกระแทกใส่หน้าอิงอิงที่ยืนจนจะสิงเข้ามาในร่างของเขา อิงอิงถึงกับกะพริบตาปริบๆ ถอยหลังออกไปนิดนึงแค่นิดนึงเธอมึนได้ใจและเพียงไม่นาน เสียงดังติ้งของลิฟต์ที่บ่งบอกว่าถึงจุดหมายปลายทางก็ดังขึ้น อานนท์รีบเดินออกจากลิฟต์ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก อิงอิงก็เช่นกัน เธอแทบจะพุ่งตัวตามเขาออกมาเลยก็ว่าได้ อานนท์ถึงกับชะงักแล้วหรี่ตามองที่ชั้นบนสุดนี้มีเพียงห้องของเขา ไม่มีห้องของใครทั้งชั้นนี้เป็นคอนโดของเขา ไม่มีทางที่จะเป็นห้องของเธอ แล้วที่พุ่งตัวตามออกมาติดๆ นี่คืออะไร?ภายในคอนโดแห่งนี้ ตรงทางเดินระหว่างประตูหน้าลิฟต์กับประตูห้องหนึ่งเดียวของชั้นบนสุด อิงอิงยังคงยืนมองอาหมิงขอ
“หนูไม่เป็นไรค่ะ น้า อย่าสนใจหนูเลย”อิงอิงบอกปัดไปพร้อมทั้งเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อเข้าห้องส่วนตัวของตนกัญญามองตามหลังหลานสาวอย่างนึกขัดตาก่อนส่งเสียงแหลมให้อิงอิง “นี่อิง ทำไมไม่แต่งตัวให้มันดูดีกว่านี้หน่อย แต่งตัวเฉยระเบิด น้าจะเป็นลม” เธอพูดไปพลางเดินไปรินน้ำชาให้ท่านเจ้าสัวที่เดินไปนั่งตรงส่วนของเคาเตอร์ที่มีลักษณะคล้ายบาร์เหล้าตรงกลางห้องถัดจากห้องครัว“หนูชอบแต่งแบบนี้ น้าเลิกบ่นได้แล้ว” อิงอิงยังคงบอกปัดไปก่อนหายตัวเข้าไปในห้อง เธอไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอของคู่รักต่างวัยเมื่ออิงอิงเข้ามาในห้องส่วนตัวแล้วเธอจึงถอดชุดที่น้ากัญญาบอกว่าเชยระเบิดออกจากลำตัว เธอต้องแต่งตัวอย่างนี้ก็เพื่อน้ากัญญาและตัวของเธอเองเธอต้องทำตัวเฉิ่มเฉยระเบิดตลอดเวลาก็เพราะว่าไม่อยากทำตัวให้สวยโดดเด่นจนเกินไป เมื่อตอนสมัยเรียนมีผู้ชายมาขายขนมจีบให้เธอเยอะแยะไปจนเธอนึกรำคาญ ยิ่งถ้าเธอแต่งตัวแบบที่สาวๆ สมัยใหม่เขาชอบใส่กัน เมื่อนั้นหนุ่มๆ ได้ตามเธอเป็นพรวนจนเธอไม่เป็นอันทำอะไรมีคนบอกว่าเธอสวย แน่นอนว่าเธอชอบที่มีคนชม แต่ยิ่งมีคนชมคนเกลียดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เธอจึงเลือกที่จะทำตัวเชยๆ เฉิ่มๆ แบบนี้ตลอดเวลา
ครู่หนึ่งต่อมาเขาจึงได้เห็นเงาร่างของชายวัยกลางคนที่แสนจะคุ้นหน้ากำลังเดินปรี่เข้าหาอิงอิงป๊า!อานนท์เรียกขานบุคคลนั้นอยู่ในใจท่านเจ้าสัวเทียนชัยกำลังเดินออกมาจากอาคารจอดรถภายในคอนโดและกำลังเดินเข้าหาอิงอิงที่กำลังเดินเข้าไปในคอนโด อานนท์ถึงกับเพ่งสายตาคมเข้มจ้องมอง เขานึกโกรธอิงอิงเพิ่มขึ้นมาจับใจพ่อของเขาก็รู้ว่าเขาอยู่คอนโดนี้ แต่ไม่เคยเลยที่จะไปมาหาสู่เขาที่เป็นลูกชาย แต่กับผู้หญิงไร้ยางอายกลับมาหาอย่างหน้าชื่นตาบานเมื่ออานนท์คิดอย่างนั้นจึงหยิบมือถือขึ้นมาจากกระเป๋าด้านในสูทแล้วกดเบอร์ต่อสายตรงหาพ่อของเขาในทันทีชายหนุ่มรอสัญญาณสายเรียกเข้าอยู่ครู่หนึ่งก็มีการกดรับจากปลายสาย “ว่าไงเจ้าลูกชาย”เจ้าสัวเทียนชัยหยุดยืนรับสายจากโทรศัพท์มือถือในขณะที่อิงอิงหยุดชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดิน อานนท์ที่นั่งอยู่ในรถตรงหน้าลานจอดรถนอกอาคารสังเกตได้อย่างนั้น“ป๊าอยู่ไหน” อานนท์กรอกเสียงใส่โทรศัพท์มือถืออย่างลองเชิงเสียงของเจ้าสัวเทียนชัยอึกอักบางเบาก่อนตอบ “ป๊าอยู่ภัตตาคารกำลังสังสรรค์กับเพื่อน มีอะไรหรือเปล่า”อานนท์ได้ฟังถึงกับมุมปากกระตุก แน่นอนว่าพ่อของเขาต้องโกหก พ่อของเขาแอบเลี้ยงต้อย