Share

วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น
วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น
Author: เพลงมีนา

Chapter 1. บทนำ

last update Petsa ng paglalathala: 2024-10-16 21:06:01

          ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้หญิงสาวในชุดสาวจีนโบราณสีชมพูอ่อนหวานถึงกับก้าวเท้าไม่ออก  ราวกับเท้าทั้งสองถูกตะปูตอกตรึงไว้  ชายหนุ่มที่เธอรักและเชื่อใจกำลังจูบดูดดื่มกับหญิงสาวอีกคน!

            “ดาว ได้เวลาเข้าฉากแล้ว”

            หญิงสาวเจ้าของชื่อได้สติ  แม้มีแต่เสียงตะโกนเรียกแต่คนเรียกอยู่ไกลนักจึงไม่มีใครรู้ว่าในที่ลับตาคนมีพระเอกหนุ่มที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงกับนางเอกสาวบุคลิกชวนให้คนทะนุถนอมกอดจูบดูดดื่มไม่สนใจฟ้าสนใจฟ้าดิน

            เป็นชายหนุ่มที่ได้ยินเสียงตะโกนนั้น ทำให้เขาชะงักและผละจากนางเอกสาวที่อ่อนระทวยในวงแขน  เสี้ยววินาทีสั้น ๆ ‘พันดาว’ สบตากับ ‘ศรัณย์’  มีบางอย่างในดวงตาของเขาที่ทำให้เธอสะบัดหน้าหนีหันหลังเดินตัวตรงจากมาอย่างไม่คิดจะหันกลับไปมองอีก

            ร่างเพรียวเดินมารับกระบี่ปลอม นักแสดงตัวประกอบหลายคนอยู่ในชุดจีนโบราณ  และหลายคนที่เป็นทีมงานกองถ่ายภาพยนตร์ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสบาย ๆ  ช่างเมคอัพเข้ามาแต่งหน้าให้พันดาวอีกเล็กน้อย อีกคนจูงม้าสีน้ำตาลสวยเข้ามาอย่างรู้คิวงาน   ผู้ช่วยอีกคนเข้ามาซักซ้อมคิวการแสดง  พันดาวมองเลยไปยังคู่พระเอกนางเอกที่เดินออกมาจากด้านหลังพร้อมกัน โดยไม่มีใครรู้ว่าสองคนนี้ไปทำอะไรกันมา แต่ดวงตาของพันดาวอดมองริมฝีปากที่เจ่อบวมเล็กน้อย  เธอไม่ได้สนใจนางเอกสาวที่แต่งกายชุดเดียวกับเธอนัก   ถ้าจะพูดให้ถูกคือเธอแต่งกายแบบเดียวกับนางเอกคนนั้น เพราะเธอกำลังเล่นเป็นนางเอก 

            “ดาวพร้อมไหม!”

            “พร้อมค่ะ”

            เธอตอบแล้วตวัดสายตากลับ  ตั้งสมาธิกับงานตรงหน้า  เธอจะพลาดไม่ได้ เพราะนั้นหมายถึงชีวิตของเธอเอง

            “เอาเทคเดียวผ่านเลยนะ”

            พันดาวตอบด้วยรอยยิ้มเป็นรอยยิ้มของคนที่มั่นใจตัวเอง  เธอเป็นสตั๊นต์เกิร์ลมาตั้งแต่อายุสิบแปด ตอนนี้อายุยี่สิบหก ประสบการณ์ล้นเหลือ เคยร่วมงานกับทีมภาพยนตร์ต่างประเทศหลายครั้ง เหมือนเช่นที่ครั้งนี้เดินทางมาไกลถึงประเทศจีน แต่กระนั้นหญิงสาวก็รวบรวมสมาธิไม่อยู่ในความประมาท

            หญิงสาวมองสัญญาณจากผู้กำกับ  แสงไฟ กล้องถ่ายภาพยนตร์กำลังทำงาน  มันควรจะเป็นแค่ฉากง่าย ๆ แค่ควบม้าผ่านระเบิด และเปลวไฟเหล่านั้น   พันดาวจดจำจุดที่วางระเบิดได้แม่นยำ  ก่อนถ่ายทำยังเดินสำรวจดูด้วยตนเองหลายรอบ  ด้วยความที่ทำงานด้านนี้มานาน สนิทสนมกับฝ่ายเอฟเฟกต์อย่างดี และด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่มีมาตั้งแต่เด็ก  หากมีเวลาว่างก็มักจะเข้าไปคลุกคลีกับฝ่ายนี้ กลิ่นน้ำมัน กลิ่นดินปืน เทคนิกการระเบิดให้ปลอดภัย ทำให้เธอมั่นใจว่าตัวเองปลอดภัย

ความจริงมันควรเป็นฉากอันแสนสง่างาม  นางเอกควบม้าไปช่วยพระเอกที่ติดพันศึกอยู่ทัพหน้า  นั้นเป็นเรื่องราวในอดีตภพที่ทำให้ทั้งสองให้คำมั่นสัญญาจะรักกันไปทุกชาติ มันเป็นเพียงฉากหนึ่งในภาพยนตร์  แต่บางเรื่องราวที่เข้ามากระทบใจมันกรีดลึกลงเนื้อหัวใจของเธอ  แผลที่มองไม่เห็น แต่กระนั้นก็ไม่แน่ใจว่าที่ตัวเองเจ็บนั้น  เจ็บเพราะตัวเองโง่งมกับคำรักหวานหูหรือเพราะถูกหักหลัง

            หญิงสาวบนหลังอาชาสีน้ำตาลแสนงามสง่า ม้าตัวนี้เป็นม้าสำหรับการแสดงจึงไม่ตื่นตกใจง่าย ๆ และถูกฝึกซ้อมมาอย่างดี  พันดาวควบม้าด้วยความชำนาญผ่านจุดระเบิดต่าง ๆ อย่างสวยงาม และคาดว่าจะได้มุมภาพที่ออกมาดูดีไม่ต้องมาถ่ายซ่อมอีก  เหลือเพียงแค่กระโดดข้ามเพลิงกองนั้น  ก่อนที่ม้าจะกระโดดข้ามกองเพลิง  หางตาเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่าง  แม้บังคับใจให้ไม่วอกแวก ทว่าสิ่งนั้นกลับกระโจนผ่านมาหยุดหน้าม้าของเธอ

            สุนัขจิ้งจอกสีขาวพิสุทธิ์

ดวงตางามเบิกกว้างอย่างตกใจ  กลับมีเสียงระเบิดจากด้านข้าง  ม้าตื่นตกใจเสียจังหวะ เสียงระเบิดดังขึ้นซ้อนกันอีกหลายครั้งจนหญิงสาวหูอื้อ  รู้สึกเพียงแค่ว่าร่างตัวเองกระเด็นออกจากหลังม้า

            นั้นเป็นความรู้สึกสุดท้ายที่หญิงสาวจดจำได้.

.....

          ดวงตาที่ปิดสนิทลืมขึ้นทันที คนผวาตื่นทำท่าเหมือนหายใจไม่ออก  จ้องมองม่านมุ้งจนแน่ใจว่าตนเองนอนอยู่ที่ใดแล้วจึงระบายลมหายใจยาว  เมื่อปรับลมหายใจของตนเองได้เป็นปกติแล้ว ร่างผอมบางก็ยันตัวเองลุกขึ้นจากที่นอน  เพราะฝันซ้ำเรื่องเดิมทำให้ผวาตื่น  เจ้าของร่างยกหลังมือปาดเหงื่อที่ชื้นเต็มใบหน้าก่อนผลักม่านมุ้งออก

            เสียงนกร้อง เสียงไก่ขัน และท้องฟ้าที่เริ่มระเรื่อด้วยแสงแห่งรุ่งอรุณ  หญิงสาวเริ่มชินกับสถานที่แห่งใหม่นี่แล้ว  ครบเดือนพอดีที่ ‘พันดาว’ ตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของหญิงสาวผอมบางวัยสิบหกปีนาม ‘เหมยซิง’  หญิงสาวยังจำได้ดีว่าตอนที่ได้สตินั้น  ยังคิดไปว่าเป็นการหยอกเล่นกันสนุก ๆ ของทีมงานในกองถ่ายภาพยนตร์  แต่เมื่อกวาดตามองไปรอบ ๆ หากล้องที่อาจหลบซ่อนอยู่แล้วพบเพียงความว่างเปล่า  อาการมึนงงเหมือนศีรษะถูกกระทบกระเทือนเป็นเรื่องจริง  และยังมีรอยช้ำตามเนื้อตัวเอีก นางก้มมองสภาพตัวเอง  จัดฉากหรือสถานที่ได้  เสื้อผ้าย่อมเปลี่ยนได้  แต่รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไม่ได้  นางก้มมองสภาพตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ ถามหากระจกเหมือนคนโง่ แต่ใครจะรู้ว่าบ้านนี้ยากจนกระทั้งกระจกยังไม่มี  ฉับพลันนึกถึงน้ำจึงวิ่งไปส่องเงาตัวเองในอ่างน้ำ ลูบคลำใบหน้าตนเองอย่างแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรแปะทับใบหน้าตนเอง

            ใบหน้านี้ละม้ายคล้ายกับใบหน้าของ ‘พันดาว’ ในวัยสิบหกปีจริง ๆ  เพียงแต่เมื่อครั้งที่นางอายุสิบหกนั้นเป็นนักเรียนมัธยมไว้ผมยาวประบ่า  แต่เจ้าของร่างนี้ผมยาวถึงกลางหลังซ้ำยังผอมแห้งจนแทบจะปลิวลมอีกต่างหาก

            ‘เหมยซิง’

            พันดาวได้ยินเสียงชายวัยสี่สิบเรียกอย่างเป็นห่วง  เมื่อเห็นใบหน้าคนเรียกที่ท่าทางเหมือนคนป่วย และยังเดินลากขาซ้ายอีก หัวใจที่ตื่นตระหนกก็ยิ่งหดเกร็ง

            นี่มันอะไรกัน!

            กว่าจะตั้งสติยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้นั้น ก็ข้ามไปอีกวัน

            ความฝันที่ฝันซ้ำ ๆ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาคือเรื่องจริงในอีกภพหนึ่งของพันดาว  ความทรงจำสุดท้ายที่ก่อนจะลืมตามาที่โลกที่ไม่รู้จักแห่งนี้

            หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียงนอน พับที่นอนเรียบร้อยแล้วก็ใช้มือสางผมยาวยุ่งของตัวเองก่อนขมวดเป็นมวยง่าย ๆ เสียบด้วยปิ่นไม้ที่เหลาเอง   ในกระท่อมหลังน้อยแบ่งห้องนอนได้สองห้อง ห้องใหญ่เป็นของ ‘ติงเชา’  ที่นางและเด็กอีกสี่คนเรียก ‘พ่อบุญธรรม’   เด็ก ๆ ในบ้าน เป็นผู้ชายสามคนอายุไล่เลี่ยกันประมาณแปดขวบ คือ ติงหยี่  ติงเกา ติงปิง ส่วนเด็กหญิงตัวน้อยวัยหกขวบ ‘เหมยลี่

            แท้จริงแล้ว ‘พันดาว’ ไม่มีความทรงจำของ ‘เหมยซิง’ อยู่เลย  อาศัยว่าตัวเองหมดสติไปสามวันสามคืน จำอะไรไม่ได้ทำให้ทุกคนค่อย ๆ เล่าที่มาที่ไปของตัวเอง และตัวนางด้วย

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 73. จบ

    “คุณชายหานหายไปไหนแล้ว” “เราไปดักที่หอเทียนหลงก็แล้วกัน” “ดี” ชายสองคนนั้นเดินจากไปแล้ว หานหงปิงรู้ดีแต่ขยับตัวออกจากร่างนุ่มนิ่มที่ตนเองเบียดชิดไม่ได้ ซ้ำยังไม่อาจถอนสายตาจากริมฝีปากที่เผยอขึ้นนั้นได้ “เอ่อ..” เหมยลี่ตั้งใจส่งเสียงเพียงเพื่อกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตนเอง นางใกล้ชิดเขามาสิบปีแต่ไม่เคยเลย ไม่เคยมีครั้งใดใกล้ชิดกันขนาดนี้ แล้วดวงตากลมก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อริมฝีปากของตนถูกริมฝีปากบางทาบทับลงมา ริมฝีปากของเขามีรสขมปร่าจากยาที่ดื่มเป็นประจำ ทว่าเมื่อนางยินยอมให้เรียวลิ้นของเขาเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นน้อย ๆ ของนาง ความหวานก็แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก เขากดจูบอย่างดูดดื่ม และหิวกระหายทว่าเหมยลี่ผู้ไม่เคยถูกจุมพิตเหมือนจะขาดใจเสียตรงนั้น แข็งขาอ่อนแรงจนร่างแทบทรุดฮวบลงไป ได้แต่ขยุ้มสาบเสื้อของเขาเพื่อพยุงตัวเอง หานหงปิงถอนริมฝีปากให้หญิงสาวได้หายใจ เห็นนางหอบหายใจฮักก็อดหัวเราะน้อย ๆ ไม่ได้ เสียงหัวเราะของเขาเรียกสติของนาง หญิงสาวหน้าแดงจัด กำมือเป็นหมัดน้อย ๆ ทุบที่แผ่นอกของเขา

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 72.   ลูกๆ 

    ซุนเว่ยหมินพยายามไม่คิดถึงคำพูดขององค์รัชทายาทที่เคยกล่าวกับเขาเมื่อสิบปีก่อน เขาไม่ชอบเด็กคนนี้นัก ชอบทำตัวเหลวไหล ฮ่องเต้เองก็ไม่รู้ทรงนึกคิดสิ่งใดให้เขาเป็นผู้สอนวรยุทธ เขาจึงเคี่ยวกรำอย่างหนัก แต่เจ้าเด็กนั้นก็ยังยิ้มร่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หรือเขาจะแก่ไปแล้วนะ ไม่ ๆ เขาแค่สามสิบ จะแก่ได้อย่างไรเล่า! “ท่านพ่อกินข้าว” ลูก ๆ แย่งกันคีบกับข้าวใส่ชามให้บิดา แล้วแย่งกันคีบอาหารให้มารดา ซุนเว่ยหมินไม่ถือธรรมเนียมอะไรนัก เขาและเหมยซิงพอใจให้ลูก ๆ นั่งกินข้าวร่วมกับบิดามารดาเช่นนี้ อีกประเดี๋ยวพวกเขาก็เติบโตแล้ว ช่วงเวลาแห่งความสุขความทรงจำนี้ ยิ่งต้องถนอมไว้ให้เนิ่นนาน สำนักศึกษาที่ติงเชาเป็นอาจารย์สอนวรยุทธนั้น เน้นสอนเด็กยากจนให้ได้มีโอกาสทางการศึกษา แต่ด้วยความสามารถของติงเชา และอาจารย์ท่านอื่น สำนักศึกษาแห่งนี้จึงมีชื่อเสียงโด่งดัง ลูกเศรษฐีมีเงินต้องการให้ลูกได้เล่าเรียนดี ๆ ยอมพาบุตรหลานมาเรียนแม้ต้องเรียนรวมกับเด็กยากจนก็ตาม แต่เพราะมีเด็กกำพร้าที่ติงเชารับมาอุปการะเพิ่มเกือบยี่สิบคน พวกเขาแม้จะเป็นเด็ก แต่ติงหยี่ ติงเกา ติงปิง ก็วางกฎระเบียงให้เด็ก ๆ แต่ละคนมีหน

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 71.  ว่าที่สะใภ้น้อย

    หานฮูหยินเห็นเขาก็กลั้นหัวเราะ มองเด็กหญิงอย่างประเมินก่อนเอ่ยถาม “เหมยลี่ ปีนี้หนูอายุเท่าไรแล้วจ๊ะ”“เจ็ดขวบแล้วเจ้าค่ะ”“ไม่ใช่ นางแค่หกขวบ” เป็นเสียงพี่ชายทั้งสามของนางแย่งตอบพวกเขาตื่นเต้นกับงานแต่งงานของเหมยซิงไม่น้อย“ข้าเจ็บขวบแล้ว” เหมยลี่เถียง นางอยากเติบโตเป็นผู้ใหญ่เร็ว ๆ จะได้ดูแลพ่อบุญธรรมได้ ทุกคนมักพูดว่า ‘เด็ก’ ไม่ให้นางทำอะไร แม้ว่านางจะอยากช่วยแบ่งเบาภาระทุกคนก็เถิด“เหมยลี่เด็กดี ปีนี้เจ็ดขวบแล้วอีกไม่กี่ปีก็เป็นสาวแล้วซินะ” หานฮูหยินหยอกล้อ จับแก้มของเด็กสาวเล่น นางรู้มาบ้างว่าน้อง ๆ ของเหมยซิงล้วนเป็นเด็กกำพร้าที่พ่อบุญธรรมของนางช่วยเหลือจากสิ้นสุดสงครามในครั้งนั้น แม้ยามนี้เหมยลี่ไม่ได้มีหน้าตางดงามผุดผาด แต่รอยยิ้มของนางทำให้คนเห็นก็พลอยยิ้มตามไปด้วย ดวงตาสุกใส โครงสร้างทางร่างกายก็ดี ตอนนี้มิได้อดยากเช่นที่ผ่านมา คาดว่าอีกไม่นานเด็กหญิงตัวน้อยต้องเติบโตเป็นหญิงสาวที่สมบูรณ์แบบแน่ ๆ“เจ้าค่ะ” เหมยลี่ตอบด้วยน้ำเสียงสดใส แล้วส่งยิ้มให้หานหงปิงที่นางเรียกอาหมานจนติดปาก “อาหมานไม่ต้องห่วงนะ ถึงพี่เหมยซิงจะแต่งงานกับผู้อื่นไปแล้ว ข้าก็จะดูแลเจ้าเอง”คำพูดจริ

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 70.  รับความดีความชอบ

    “ทำไมข้าไม่เห็นรู้ว่าพ่อบุญธรรมเก่งเพียงนี้” เหมยซิงทำตาโต “สอนวรยุทธข้าบ้างซิ” ติงเชาส่ายหน้าไปมา จะพูดอย่างไรดีว่าแต่เดิมเขาเคยสอนนางแล้ว แต่นางไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้เอาเสียเลย จวบจนนางได้ฟื้นจากป่าช้าเป็นเหมยซิงคนใหม่ เขาถึงได้สอนนางใช้ธนู แต่ช่วงนั้นเขายังเจ็บป่วยอยู่จึงสอนนางได้ไม่มาก “เด็ก ๆ พวกนี้” เยี่ยนฉือถามด้วยความประหลาดใจ ถ้าจะบอกว่าเป็นลูก ๆ ก็คงจะเกินไปสักนิดเพราะแต่ละคนหน้าตาไม่คล้ายกันเลย “เป็นเด็กที่ข้าช่วยไว้” “ศิษย์พี่ใหญ่มีจิตใจเมตตายิ่ง ข้านับถือ นับถือ” เหมยซิงชวนทุกคนเข้าไปดูเรือนหลังน้อยที่จะเปิดเป็นร้านขายสุรา ฝีมือการหมักสุราของเหมยซิงนับว่าไม่เลวนัก อย่างน้อยไม่เสียชื่อพ่อบ้านหวางมู่ที่อุตส่าห์เพียรสอน และมอบสูตรหมักสุราชั้นเลิศให้นาง แต่กระนั้น หน้าตาพ่อบ้านหวางมู่ก็ไม่เคยแย้มยิ้มให้นางสักครั้ง ทั้งสองยังปะทะฝีปากกันไม่ต่างจากที่อยู่คฤหาสน์ตระกูลหาน เดิมทีซุนเว่ยหมินคิดว่าการสมรสระหว่างเขากับเหมยซิงจะเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะตำแหน่งจวิ้นอ๋องของเขา และเหมยซิงเป็นเพียงสามัญชน

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 69.   ครึ่งปีต่อมา

    ราวสี่เดือนที่เหมยซิงเดินทางจากไป ชายคนคนนี้ก็มาปรากฏเบื้องหน้าพร้อมคำเชิญให้ไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน “ข้ารักมั่นใจตัวเหมยซิง ตั้งใจแต่งนางเป็นภรรยาเพียงผู้เดียว แม้นางเป็นกำพร้าแต่พวกท่านเสมือนเป็นคนในครอบครัวของนาง ข้ายินดีดูแลท่านและน้อง ๆ ของนาง ให้พวกท่านได้อยู่ใกล้ ๆ เหมยซิงและให้น้อง ๆ ได้ศึกษาร่ำเรียน ท่านอย่าได้กังวลไป เหมยซิงเองก็ยังพยายามทำการค้าเพื่อปูเส้นทางให้น้อง ๆ หากท่านได้ไปอยู่ในเมืองหลวงก็จะได้ช่วยเหลือนางและเด็ก ๆ ที่เหลือ ตลอดจนรักษาสุขภาพของท่านให้แข็งแรงอีกด้วย” ติงเชานั้นไม่อินังขังขอบต่อสิ่งใด แต่เมื่อคิดถึงถึงติงหยี่ ติงเกา ติงปิง และเด็กหญิงตัวน้อยวัยหกขวบ เหมยลี่ เด็กพวกนี้ยังมีอนาคตที่ดีรออยู่ และดูท่าทางเหมยซิงก็รักเด็ก ๆ มากไม่เห็นพวกเขาเป็นภาระ ไม่ว่าจะเป็นเหมยซิงคนใด ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนดีที่รัก และห่วงใยคนรอบกายเสมอ “เช่นนั้นข้าก็จะไป” “ขอบคุณท่านมาก” ติงเชาและเด็ก ๆ ไม่ได้เข้าพักในจวนจวิ้นอ๋อง เรื่องนี้เพราะติงเชาเองก็ไม่อยากวุ่นวายกับคนในราชสำนัก และไม่ต้องการให้ลูกบุญธรร

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 68.  กลับมา

    นางยิ้มโล่งใจที่เขาไม่เป็นอะไร พลันรู้สึกตัวว่าตนเองเปลื้องเสื้อผ้าบุรุษอยู่ นางรีบชักมือกลับ ใบหน้าฝาดสีเลือดขึ้นมาทันที “เสียเอี๋ยนบอกข้าแล้ว” เขาหัวเราะเบา ๆ ใช้คางสากของตนคลอเคลียแก้มแดงระเรื่อของนาง “เขาบอกว่าเจ้าจะหลับไปเจ็ดวัน เขาส่งภูตผีเสื้อไปรับเจ้าแต่วันนี้ครบวันที่เจ็ด เจ้ายังไม่ฟื้นเสียที ข้าแทบคลั่งแล้ว” “ข้ากลับไปร่ำลาลุงกับแม่แล้วก็...คนรักเก่า” นางเอียงหน้าหลบ รู้สึกอบอุ่น และอ่อนไหวกับการคลอเคลียของเขาเช่นนี้ “แต่เจ้าก็กลับมาหาข้า” “อืม...ก็ข้าเป็นวัวดื้อก็ต้องกลับมาหาหนุ่มทอผ้าซิ” ซุนเว่ยหมินขมวดคิ้ว มิใช่หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้ารึ นางนี่ช่าง! เอาเถิด! ตอนนี้นางกลับมาแล้ว เขายอมเป็นทุกอย่างให้นาง ขอเพียงมีนางอยู่ในอ้อมแขนเช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว “เว่ยหมิน” “หือ” “ในสถานที่ที่มืดมิดที่สุด ข้าได้ยินเสียงเจ้าเรียกข้า...” นางเอนตัวเข้าหาอกอุ่นของเขา “บอกข้าได้ไหม ว่านั้นใช้เสียงของเจ้าจริงหรือเปล่า” ซุนเว่ยหมินวาดวงแขนโอบร่างนางไว้แนบอก กดปลายคางกับศีรษะของนางอ

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 44. ทำหน้าตาใสซื่อ

    หญิงสาวมองสระน้ำเบื้องหน้า ช่างงดงามดั่งภาพวาด นางถลาวิ่งไปดูปลาที่แหวกว่ายในสระน้ำ ไม่ไกลนักมีเด็กชายตัวน้อยก้ม ๆ เงย ๆ ยื่นแขนไปในน้ำหมายจับปลาแสนสวยเหล่านี้‘เด็กน้อย นั่นปลา มิใช่หมาแมวที่จะลูบหัวเล่น’เหมยซิงส่ายหน้าไปมา นางไม่ได้ฟังสิ่งที่ผิงอันพูด แต่พอนางเงียบก็นึกขึ้นได้จึงสบตากับผิงอัน สาวง

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 43. แสร้งทำเป็นคนโง่

    “อ๋อ! ได้ซิ” นางพูดสั้น ๆ ห้วน ๆ แสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าต้องกล่าวเช่นไร ยอมเดินตามหญิงสาวผู้นั้นไปที่ห้อง ๆ หนึ่ง มีนางกำนัลจำนวนหนึ่งรออยู่ก่อนแล้ว ใช้เวลาไม่นานในการเปลี่ยนเสื้อผ้าของนาง ‘ให้ข้าใส่สีเขียวกับสีแดงนี่นะ!’ เหมยซิงร้องโอดครวญในใจ รู้แน่ชัดแล้วว่านี้ไม

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 39. อย่าทำเช่นนี้อีก

    “ขอรับท่านอ๋อง” พ่อบ้านได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง หันไปทางท่านหญิงผิงอันแล้วกล่าวเชิญ “ท่านหญิงผิงอัน...” หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพนี้ต่อหน้า และไม่อาจก้าวเท้าออกไปได้แม้พ่อบ้านจะเอ่ยเชิญเป็นครั้งที่สอง “กอดข้าไว้ ข้าจะพาเจ้ากลับห้อง” เป

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 35.นี่นางช่วยคนผิดหรือไรกัน

    หญิงสาวโผล่หน้าออกมาจากบานประตู นางกวาดตามองรอบกาย ไม่เพียงแต่บ่าวไพร่ที่คอยรับใช้ ยังมีองครักษ์อยู่ตามมุมต่าง ๆ และคาดเดาได้ว่าคงเร้นกายในที่ที่มองไม่เห็นเช่นกัน เหมยซิงก้าวเท้าออกมาจากห้อง เดินตามหญิงรับใช้ที่พานางเดินมาอีกห้องหนึ่งไม่ไกลนัก หากเดินไกลกว่านี้เห็นทีว่าแผลของ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status