Mag-log in“ข้าดีใจยิ่งนักที่เจ้ากลับมาแล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป” เหลียนหรูเซียนยิ้มกว้างในรอบหลายวัน เพียงแค่เห็นหน้าสหายผู้นี้นางก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาแล้ว
“เจ้าจะไม่ต้องเหงาอีกต่อไปแล้ว จากนี้เจ้าจะต้องวิ่งวุ่นไม่มีเวลาเสียใจเชียวล่ะ” เรื่องที่เกิดขึ้นกับสหายนางพอได้ยินจากซูซูมาบ้าง ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ นั่นนางยังไม่รู้ เพราะซูซูเล่าให้ฟังเพียงผิวเผินเท่านั้น
เหลียนเฟิงหวงได้ยินว่าสหายของน้องสาวกลับมาเมืองหลวงก็รีบตรงไปหาทั้งสองทันที ทว่าเมื่อมาถึงก็เห็นว่าทั้งสองกำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดจึงไม่ได้เข้าไป เพราะคิดว่าคงกำลังคุยเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน
เขาตั้งใจว่าจะเดินเลี่ยงออกไปเพราะคิดว่าทั้งสองคงอยากพูดคุยกันเช่นสตรี แต่จินหลันเล่อหันมาเห็นเขาเข้าพอดีจึงได้ร้องเรียกพี่ชายของสหายให้เข้าไปนั่งด้วยกัน
“พี่หวงจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ”
เหลียนเฟิงหวงเมื่อถูกเห็นตัวก็เดินเข้าไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทักทายสหายของน้องสาวด้วยท่าทางสนิทสนม เพราะรู้จักกันมานาน
“ไม่เจอหน้ากันสองปี เจ้าก็ยังดูเป็นลูกเป็ดขี้เหร่เหมือนเดิม” เขายื่นมือไปลูบศีรษะของนางอย่างเอ็นดู ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีนางก็ยังดูเป็นเด็กในสายตาของเขาเสมอ
“พี่หวง!” จินหลันเล่อเรียกชื่อคนพูดเสียงดัง ห่างกันสองปีเขาก็ยังคงปากดีเช่นเดิม
“ข้าล้อเล่น ลูกเป็ดขี้เหร่ตอนนี้โตขึ้นเป็นหงส์เสียแล้ว” เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดอย่างเอาใจ “เจ้าจากเมืองหลวงไปสองปี เดี๋ยวข้าให้เซียนเอ๋อร์พาเจ้าออกไปเที่ยวเล่นให้หนำใจ โดยที่พี่ชายคนนี้จะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เอง”
“เช่นนี้ก็ดีสิเจ้าคะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มร่า ลืมเรื่องที่ถูกแกล้งเมื่อครู่ไปเสียสนิท ได้เที่ยวทั้งยังไม่ต้องเสียเงินอีก ไม่รับความหวังดีนี้ไว้ก็บ้าแล้ว แต่มิใช่ว่านางดีใจจนไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา
“ว่าแต่กำลังพูดเรื่องอันใดกันอยู่หรือ หน้าเครียดเชียว” เหลียนเฟิงหวงถาม เพราะรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรสหายของน้องสาวก็ต้องพูดออกมาอยู่ดี
“ก็พูดเรื่องสหายของท่านอย่างไรเล่า ใจร้ายนักนะ” ได้โอกาส
จินหลันเล่อก็บ่นออกมาทันที เป็นสหายกันแท้ ๆ ยังปล่อยให้อีกฝ่ายทำร้ายจิตใจของน้องสาวอยู่ได้“ก็ข้าบอกเซียนเอ๋อร์ไปหลายรอบแล้วว่าให้ตัดใจเสีย นางยอมฟังที่ไหนกัน จะให้ข้าไปบังคับอาเซินให้มารักนางได้หรือ ขนาดนางที่เป็นน้องสาวยังข้ายังบังคับไม่ได้เลย” จะเอาอันใดไปบังคับจิตใจของผู้อื่น หากเขาทำได้ก็คงไม่มีทางปล่อยให้น้องสาวของเขาต้องมานั่งเจ็บปวดหัวใจเช่นนี้หรอก
“ก็จริง ข้าก็พูดไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งนางก็ไม่คิดฟังข้า” ทั้งสองพูดคุยกันโดยไม่สนใจเลยว่าคนที่ถูกพูดถึงจะคิดเช่นไร “ไม่รู้ว่าหลงอันใดนักหนา”
คนที่ถูกพูดถึงได้แต่หัวเราะเบา ๆ นางก็ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ตนเองเป็นเช่นนั้นไปได้ ปล่อยให้ตนเองโง่งมอยู่ตั้งนาน
“หึ ขอโทษได้หรือไม่ จากนี้จะเชื่อฟังทุกอย่าง ไม่ทำให้ตนเองเสียใจอีกแล้ว” หญิงสาวได้แต่หัวเราะเบา ๆ จากนี้นางจะไม่เป็นสตรีที่ทำตัวโง่งมเพราะรักอีกแล้ว จะใช้สติให้มากไม่ปล่อยให้ตนเองต้องเจ็บปวดเช่นนี้อีก
“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดี ข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องมานั่งเสียใจอีก” จินหลันเล่อดีใจยิ่งนักที่เห็นว่าสหายคิดได้เสียที ไม่มั่วมานั่งจมปลักอยู่กับแค่บุรุษผู้เดียว “เมืองหลวงตั้งกว้างใหญ่จะไม่มีบุรุษผู้ใดที่เจ้าถูกใจเลยหรือ ข้าผู้นี้จะช่วยเจ้ามองหาเอง”
“ใช่ พี่อยากเห็นเซียนเอ๋อร์มีความสุขจริง ๆ เสียที” เหลียนเฟิงหวงดีใจมากที่น้องสาวจะไม่ทำให้ตนเองเสียใจอีก เขาอยากเห็นรอยยิ้มสดใสของนางเหมือนเช่นเมื่อก่อน รอยยิ้มที่ไม่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย
“ทั้งสองไม่ต้องกังวล ข้าจะตัดใจจากเขา เป็นไปได้ก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก” ตอนนี้แม้นางยังทำไม่ได้ แต่นางเชื่อว่าสักวันนางจะต้องทำได้แน่นอน
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งสองก็ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ พวกเขารอเวลานี้มานานรอวันที่เหลียนหรูเซียนคิดได้จริง ๆ ว่าควรพอได้เสียที มิเช่นนั้นก็จะทำให้ตนเองต้องเจ็บปวดอยู่เช่นนี้
“ต่อจากนี้เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะพาเจ้าออกไปเที่ยวเล่นเพื่อลืมความทุกข์เอง อย่างไรพวกเราก็มีเจ้ามือแล้ว จะกังวลไปไย” ในเมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า นางจะผลาญเงินของเขาให้หมดเลย เมื่อก่อนชอบกลั่นแกล้งนางยิ่งนัก สิบปีแก้แค้นก็ยังไม่สาย
“ได้ เช่นนั้นพวกเราก็ออกไปใช้เงินพี่ใหญ่กัน สหายของเขาทำข้าเสียใจ ข้าใช้เงินของเขาให้หมดเลยดีหรือไม่” เหลียนหรูเซียนแกล้งแหย่พี่ชาย นางรู้อยู่ว่าแม้นางจะใช้เงินไปมากเท่าใดก็ไม่มีทางทำให้หมดเงินได้ง่าย ๆ
“ใช่ เป็นเพราะสหายของพี่หวง พี่หวงต้องรับผิดชอบ” จินหลันเล่อเห็นด้วยกับสหาย “หากข้าอยากได้อันใดข้าก็จะซื้อให้หมด”
สองสหายพากันหัวเราะคิกคัก ที่สามารถแกล้งคนตัวโตได้ พวกนางก็พูดไปเช่นนั้น ไม่ได้คิดที่จะทำเช่นที่พูดไปจริง ๆ เพราะพวกนางก็มีทุกอย่างไม่ขาดเหลือสิ่งใด
เหลียนเฟิงหวงไม่ได้พูดอันใด ตอนนี้เขารู้สึกโล่งใจมากที่น้องสาวมีสหายอยู่ข้างกาย นางจะได้ไม่ต้องโศกเศร้าเช่นนี้อีก ขอเพียงนางยิ้มได้ไม่ว่าต้องจ่ายเงินมากเพียงใดเขาก็ไม่คิดเสียดาย
และจินหลันเล่อก็ทำเช่นที่นางพูดเอาไว้จริง ๆ นางพาเหลียนหรูเซียนออกเที่ยวตั้งแต่เช้าจนค่ำ ทำให้อีกฝ่ายไม่มีเวลาได้คิดถึงเรื่องที่ทำให้ตนเองเศร้าใจเลยแม้แต่น้อย
เมื่อได้ออกมาใช้ชีวิตเช่นนี้ทำให้นางรู้ว่าตนเองโง่ยิ่งนักที่ไปจมอยู่กับคนที่ทำให้ตนเองเสียใจนานเช่นนั้น หากนางไม่ไปตามเอาใจเขา นางคงได้พบกับความสุขที่แท้จริงนานแล้ว
บทส่งท้ายหลังจากเรื่องของจูหลานจางและเย่จือม่านจบลง เวยซานเซินก็กลับไปอยู่ที่จวนของตนเอง เพราะตอนนี้หิมะก็หยุดตกแล้ว อยู่ที่จวนเหลียนต่อจะทำให้ดูไม่ดี“เซียนเอ๋อร์วันนี้ผ่านร้านขนมชื่อดัง จึงได้ซื้อมาฝากเจ้า” ตอนนี้เขาจะจัดการงานของตนเองให้เสร็จก่อนค่อยมาที่จวนตระกูลจิน แล้วอยู่กับนางจนฟ้ามืดจึงค่อยกลับจวนของตนเองความสัมพันธ์ของเขาและนางเป็นไปอย่างเรียบง่าย เขาไม่ได้เร่งรัดในความสัมพันธ์ อยู่เป็นความสบายใจให้กันและกัน“เหตุวันนี้ถึงได้มาเร็วนักเล่า” เหลียนหรูเซียนถามอย่างแปลกใจ ปกติเขาจะมาหลังมื้ออาหารเที่ยงตลอด“คิดถึงเซียนเอ๋อร์จึงได้มาเร็วหน่อย” เขายิ้มหน้าบาน ตอนนี้เขาไม่ได้เร่งรัดที่จะเอาสถานะกับนาง ขอเพียงได้อยู่ข้างกายของนางเช่นนี้ก็พอ แม้ว่านางไม่ตกลงแต่งงานกับเขา เขาก็จะอยู่กับนางเช่นนี้ตลอดไป“ท่านนี่ช่างพูดเสียจริง” เหลียนหรูเซียนยิ้มอย่างเขินอาย ช่วงนี้เขามักจะมาทำให้นางเขินอายอยู่เป็นประจำ และเรื่องแต่งงานเขาก็ไม่เคยพูดถึงอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่เป็นเช่นนี้ก็ทำให้นางรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ไม่ต้องมากดดันตัวเองหากถึงวันที่นางพร้อมที่จะแต่งงานกับเขาจริง ๆ นางจะเป็นคนบอกเข
หลังจากได้กินยาพักผ่อนอย่างเต็มที่เหลียนหรูเซียนก็อาการดีขึ้นมาก จึงได้กลับจวนของตนเอง ไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้างและนางก็ยังไม่อยากรับรู้ตอนนี้ ขอให้อาการของนางดีขึ้นกว่านี้หน่อยก็แล้วกันระหว่างนั่งรถม้ากลับจวนก็พยายามคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ทุกอย่างจะเลือนรางแต่ก็พอจะจำได้บ้างว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น รู้สึกดีไม่น้อยที่เขาไม่ได้ทำตามที่นางร้องขอ เช่นนี้ก็แน่ชัดแล้วว่านางเลือกคนไม่ผิด เพราะหากเป็นบุรุษคนอื่นคงจะไม่พานางมารักษาทางการแพทย์เช่นนี้“เหตุใดเมื่อวานท่านไม่...” แม้จะอยากรู้ความคิดของเขาแต่ก็ไม่กล้าถามออกไปตรง ๆ เพราะคิดถึงเรื่องนั้นทีไรก็รู้สึกอายขึ้นมาทันที“ไม่ทำตามที่เจ้าต้องการน่ะหรือ” เขาได้แต่หัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของนาง ท่าทางเช่นนี้ของนางก็ใช่ว่าจะเห็นกันได้ง่าย ๆ“จะ เจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ก้มหน้างุด อยากทุบเขาแรง ๆ ที่กล้าหัวเราะนางเช่นนี้ ก็นางถูกวางยาจึงได้แสดงท่าทางที่น่าขายหน้าเช่นนั้นออกมา“เพราะข้าไม่อยากทำลายศักดิ์ศรีของเจ้า งานแต่งครั้งนี้จะต้องถูกจัดขึ้นเพราะเจ้าพอใจที่จะแต่ง มิใช่บีบบังคับเพียงเพราะเกิดเรื่องพวกนั้นขึ้น” เขายื่นม
บทที่ 25เหลียนหรูเซียนที่หลับไปนานก็รู้สึกตัวในรุ่งเช้าของอีกวัน เมื่อสติกลับคืนมาครบถ้วนก็รีบสำรวจตัวเองทันที เพราะจำได้ว่าเมื่อวานถูกวางยาปลุกกำหนัด เมื่อเห็นว่าร่างกายยังปกติดีอยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“ตื่นแล้วหรือ” เวยซานเซินที่ออกไปเตรียมยาเมื่อเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วเห็นว่าคนตัวเล็กตื่นแล้วก็รีบเดินเข้ามาด้วยความเป็นห่วง “เป็นอย่างไรบ้าง ยังปวดหัวอีกหรือไม่”“ยังปวดอยู่นิดหน่อย” ตอนนี้นางยังปวดหัวอยู่หน่อย ๆ สมองตื้อคิดอ่านอันใดก็ชักช้าไปหมด“เช่นนั้นกินข้าวกินยาแล้วพักผ่อนต่ออีกหน่อย หรือว่าอยากจะกลับไปพักที่จวน” ที่โรงหมอนี้แม้จะไม่ใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้สะดวกขนาดนั้น แต่ดีหน่อยที่นี่เป็นโรงหมอตระกูลเวยเขาจึงสั่งปิดเพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้ามาวุ่นวาย“พักที่นี่อีกหน่อยก็ได้เจ้าค่ะ” ตอนนี้นางไม่มีแรงจะออกไปไหน แค่ลุกจากเตียงก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่เหลียนหรูเซียนกินข้าวกินยาเสร็จก็นอนต่อ ไม่คิดว่าฤทธิ์ยากำหนัดจะทำให้นางหมดแรงเช่นนี้ จูหลานจางผู้นั้นช่างสารเลวจริง ๆ ถึงขั้นกล้าใช้ยาสกปรกเช่นนี้“ตอนนี้ข่าวด้านนอกเป็นอย่างไรบ้าง” เวยซานเซินถามเฉิงชุนที่ยืนรอรายงาน อย่าคิดเลยว่าทำกับ
หลังจากเวยซานเซินออกไปซูซูก็รีบจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้านายของตนเอง คุณหนูของนางช่างน่าสงสารยิ่งนัก ไม่น่าไปรู้จักคนสารเลวเช่นนั้นเลย เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้านายแล้วก็มานั่งเฝ้าไม่ห่าง ไม่ต่างจากเวยซานเซินที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและต้มยาให้นางเรียบร้อยก็มานั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างกัน“นางเป็นอย่างไรบ้าง มีรู้สึกตัวขึ้นบ้างหรือยัง”“ยังเลยเจ้าค่ะ” ซูซูรู้สึกเป็นห่วงเจ้านายมาก แต่ว่านางก็ไม่สามารถทำอันใดได้จึงได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง“เจ้าไปพักผ่อนเถิด เดี๋ยวข้าดูแลนางต่อเอง” ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว “เจ้ากลับไปรออาหวงที่จวนเล่าเรื่องวันนี้ให้ฟังอย่างละเอียด”ตระกูลจูไม่ควรคบค้ากันอีกต่อไป และที่สำคัญผู้นำตระกูลจูสมควรรับรู้พฤติกรรมของบุตรชายตนเองว่าสารเลวมากเพียงใด“เจ้าค่ะ” แม้จะยังเป็นห่วงเจ้านายแต่ว่าให้เวยซานเซินดูแลเจ้านายของนางจะดีกว่า เพราะอีกฝ่ายเป็นหมอจะดูแลได้ดีกว่านางแน่นอนหลังจากที่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเหลียนเฟิงหวงรีบอยากออกไปจากจวนตระกูลจูทันที แต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้เพราะมีเรื่องสำคัญต้องที่ต้องจัดการต่อจากนี้เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปสักพักเหลียนเฟิง
บทที่ 24“เรื่องนี้ให้เจ้าตัดสินใจ” เขาพอจะรู้แล้วว่าสองคนนี้ต้องการทำอันใด อยากเปลี่ยนข้าวสารเป็นข้าวสุก ทำให้เหลียนหรูเซียนปฏิเสธการแต่งงานไม่ได้เขาไม่เคยคิดเลยว่าเย่จือม่านจะเป็นคนที่เลวร้ายเช่นนี้ เสียดายที่ผ่านมาเขาเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แต่นางมาทำเช่นนี้กับสตรีที่เขารัก เขาคงจะปล่อยนางไปไม่ได้จริง ๆ“เช่นนั้นก็จัดการเถิด” อยากรู้ว่าหากสองคนนั้นได้แต่งงานกันจะเป็นเช่นไร “เรื่องนี้จะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ คนรู้มากเท่าใดยิ่งดี”“ตามที่เจ้าต้องการ” เขาให้องครักษ์ลับของตนเองมาพาตัวจูหลานจางออกไปที่เรือนรับรองด้านหน้า เพื่อไปอยู่ห้องเดียวกับเย่จือม่านเหลียนหรูเซียนจัดการเปลื้องผ้าของทั้งสองแล้วพาขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยกัน เสร็จแล้วก็รีบหลบออกไปจากจวนอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ยาที่อยู่ในร่างกายเริ่มจะออกฤทธิ์แล้วเหมือนกันเวยซานเซินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คนสนิทฟังแล้วให้เข้าไปแจ้งเหลียนเฟิงหวงที่อยู่ด้านใน ให้จัดการตามแผนที่เขาวางเอาไว้ อย่างไรวันนี้คนก็ต้องเห็นเรื่องหน้าอายระหว่างเย่จือม่านและจูหลานจาง และเขาจะทำให้เรื่องนี้ดังไปทั่วเมืองหลวงคิดทำร้ายเขาเขาไม่ว่า แต่อย่ามาคิดทำร้า
“เรื่องนี้คงเป็นเรื่องเข้าใจผิด เชิญเข้าไปด้านในก่อนขอรับ” ในเมื่อทำอันใดไม่ได้จูหลานจางก็ทำได้เพียงเชิญทั้งสามเข้าไปด้านใน หากบิดาเขาไม่เห็นเหลียนเฟิงหวงและเวยซานเซินคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ ที่ไม่ได้เชิญเวยซานเซินตั้งแต่แรกเพราะคิดว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่มา พอตระกูลเหลียนมาแจ้งว่าเวยซานเซินจะมาก็รีบจัดแจงที่นั่งอย่างดี ผู้ใดจะไม่อยากตีสนิทกับตระกูลแพทย์เล่าเขาจึงได้ให้บ่าวรับใช้มาขวางเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเข้าไปเพราะเขาก็มีแผนการในใจเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ คิดว่าหากเป็นเช่นนี้แล้วเวยซานเซินจะยอมกลับไปง่าย ๆ ไม่คิดว่าพี่น้องตระกูลเหลียนจะกลับไปด้วยเวยซานเซินมองหน้าสหายแล้วพยักหน้าให้กันเบา ๆ เพราะคิดว่างานเลี้ยงครั้งนี้ต้องมีแผนการแน่นอน“เจ้าดูแลนางดี ๆ” เหลียนเฟิงหวงบอกกับสหายเสียงเบา ดีที่ครั้งนี้เวยซานเซินมาด้วยมิเช่นนั้นเขาก็คงไม่มีเรื่องให้เอะใจเช่นนี้“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง” เขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายมีเรื่องการค้าต้องคุย ทว่าหากจะเป็นเรื่องดีจะดีกว่านี้หากไม่ต้องร่วมการค้ากันเลย เพราะแค่นี้ก็ดูแล้วว่าไม่มีความจริงใจให้กันจูหลานจางเดินนำทั้งสามไปด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารม
“คุณหนูเหลียนหากยังร้ายกาจเช่นนี้ก็อย่ามาทำตัววุ่นวายที่จวนของข้า” เวยซานเซินไม่ถามหาเหตุผลก็ต่อว่าคนที่ตนเองคิดว่าเป็นคนผิดทันที เพราะรู้ว่านางเป็นคนร้ายกาจ สามารถทำเช่นที่เย่จือม่านพูดได้จริง ๆ“พี่ซานเซินคิดว่าข้าเป็นคนทำจริง ๆ หรือ” เหลียนหรูเซียนถามเสียงสั่นเครือ นี่เขาไม่เคยมองนางในทางที่ดีเล
บทที่ 4เหลียนหรูเซียนนั่งเงียบอยู่บนรถม้า ตอนนี้รู้สึกทำตัวไม่ถูกยามที่จะต้องไปจวนตระกูลเวย ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเมื่อต้องไปเจอหน้าชายในดวงใจอีกแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทั้งดีใจ น้อยใจ ใจหนึ่งก็อยากเจอหน้าของเขา อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากเจอ ความรู้สึกมันสะสมปนเปกันไปหมด“คุณหนูถึงแล้วเจ้าค่ะ” เ
หลังจากวันที่เหลียนหรูเซียนหนีกลับโดยที่ไม่ได้บอกผู้ใดนางก็ไม่ได้ไปที่จวนตระกูลเวยอีกเลย นี่ก็ผ่านมาสี่วันแล้วที่นางยังไม่ได้ไปเหยียบที่จวนตระกูลเวย เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในจวน จนคนเป็นพี่ชายอดเป็นห่วงไม่ได้“เป็นอันใดไป เหตุใดไม่เห็นเซียนเอ๋อร์ออกไปเที่ยวเล่นเหมือนเช่นเมื่อก่อน” เหลียนเฟิงหวงที่กำ
บทที่ 3เหลียนหรูเซียนยังคงไม่ยอมแพ้เพราะวันรุ่งขึ้นนางก็เดินทางไปที่จวนตระกูลเวยเช่นเดิม นางเองก็ไม่รู้ว่าจะทนเช่นนี้ไปได้อีกนานเท่าใด แต่นางจะพยายามให้ถึงที่สุดจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง“วันนี้เย่จือม่านมาอีกแล้วหรือ” นางถามไฉ่หงที่เข้ามาต้อนรับ ให้พูดตามตรงนางก็ไม่ได้อยากเจอหน้าเย่จือม่านเ







