Masukบทที่ 6
เวยซานเซินเห็นว่าคนที่ตามมาก่อกวนเขาที่จวนทุกวันหายหน้าไปนานก็เริ่มร้อนใจ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะไล่นางไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้งนางก็ยังมาตามก่อกวนเขาไม่เลิก แม้จะหายหน้าไปแต่นางก็ไม่เคยหายไปนานหลายวันขนาดนี้
หรือว่านางจะไม่สบาย แต่วันที่เหลียนเฟิงหวงมาที่จวนวันนั้นก็ไม่เห็นพูดอันใด ทำให้ตอนนี้เขากังวลมาก
“นายท่านบ่าวนำเสื้อผ้าฤดูหนาวมาส่งเจ้าค่ะ” ไฉ่หงที่เป็นเหมือนหัวเรือสำคัญของจวนในตอนนี้ก็เดินเข้ามาหาเจ้านายอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แม้จะอยู่ที่นี่มาหลายปีแต่นางก็ไม่ค่อยได้มาอยู่ต่อหน้าของเจ้านาย เพราะวัน ๆ เขาเอาแต่เก็บตัวทำงานอยู่ในห้อง และดูเป็นคนที่เข้าถึงยาก
“เหตุใดจึงมีแต่เสื้อผ้าสีเช่นนี้” เขาขมวดคิ้วมองเสื้อผ้าที่เหล่าสาวใช้ถือมา เพราะมันมีแต่สีสันฉูดฉาดเกินกว่าบุรุษเช่นเขาจะใส่ได้ นี่พวกนางคิดอันใดกันอยู่
“ผ้าในจวนเหลือเพียงเท่านี้เจ้าค่ะ” ไฉ่หงได้แต่ก้มหน้าตอบ นางรอผ้าจากคุณหนูเหลียนหรูเซียนอยู่นานก็ไม่มีผ้ามา แจ้งเฉิงชุนไปแล้วก็ไม่มีความคืบหน้า และอีกไม่กี่วันหิมะก็จะตกแล้วพวกนางจึงต้องเร่งตัดชุดตามผ้าที่มีอยู่
“เหตุใดไม่ออกไปซื้อ จะให้ข้าใส่เสื้อผ้าพวกนี้หรือ” เขาบอกอย่างโมโห แค่ผ้าไม่กี่ผืนจัดการกันเองไม่ได้หรือ ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอันใด
“บ่าวแจ้งไปที่เฉิงชุนเจ้าค่ะ แต่...” ไฉ่หงไม่กล้าพูดต่อได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว ปล่อยให้ทั้งสองจัดการกันเอาเอง
“บ่าวลืมขอรับ” เมื่อเห็นสายตาดุดันที่มองมาก็ทำให้เฉิงชุนรีบแก้ตัวทันที เพราะที่ผ่านมาเขาไม่ได้จัดการเรื่องในจวนจึงได้หลงลืมไปบ้าง
“เมื่อก่อนไม่เห็นมีปัญหา เหตุใดตอนนี้จึงวุ่นวายเช่นนี้” เดี๋ยวนี้เขาพอจะรู้มาบ้างว่าในจวนเริ่มมีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ขนาดมีคนไม่มากยังมีปัญหาได้
“เมื่อก่อนเป็นคุณหนูเหลียนช่วยจัดการเจ้าค่ะ ทุกอย่างในจวนจึงเรียบร้อย แต่ตอนนี้...ไม่มี” ประโยคสุดท้ายไฉ่หงได้แต่ตอบเสียงแผ่ว เพราะกลัวว่าจะถูกเจ้านายดุเอาได้
“เจ้าออกไปเถิด” เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาง เพราะคนที่เขาจะจัดการคือคนที่ยืนอยู่ตรงนี้
“เจ้าค่ะ” ไฉ่หงที่เห็นว่าตัวเองรอดจากปัญหาครั้งนี้แล้วก็รีบออกไปทันที ปล่อยให้คนที่อยู่ในห้องจัดการกันเอง
“เจ้าว่ามา เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร” เขาถามเสียงเย็น เรื่องเพียงเท่านี้ยังขัดการไม่ได้แล้วเขาจะจ้างเอาไว้ทำไม
“นายท่าน ท่านใช้งานข้าหนักเช่นนี้จะมีเวลาไปดูแลจวนได้อย่างไร หากว่ากันจริง ๆ ข้าน้อยเป็นพ่อบ้าน แต่ท่านกลับใช้งานข้าทุกอย่างเช่นนี้ จะเอาเวลาที่ไหนไปจัดการเรื่องในจวน” เพราะค่อนข้างสนิทสนมกันเฉิงชุนจึงได้ระบายความในใจออกมาจนหมด แต่ก็ไม่ได้คิดจะหนีไปไหนเพราะความสนิทสนมและค่าตอบแทนที่นี่ค่อนข้างคุ้มค่า
“แล้วที่ผ่านมา”
“คุณหนูเหลียนเป็นคนจัดการเรื่องทุกอย่างขอรับ” เฉิงชุนไม่คิดปิดบัง เพราะหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปที่จวนก็คงไม่มีระเบียบขึ้นมาก เพราะขนาดคุณหนูเหลียนหายไปไม่ถึงเดือนก็วุ่นวายเสียแล้ว
“เจ้ารีบหาคนมาจัดการเรื่องดูแลจวนให้เรียบร้อย หากหาไม่ได้เจ้าก็ไปจัดการด้วยตนเอง” ไม่คิดว่าที่ผ่านมาเหลียนหรูเซียนจะเป็นคนจัดการเรื่องทุกอย่างในเรือนให้เขาด้วยตนเอง
“มีสาวใช้ผู้หนึ่งยามที่คุณหนูเหลียนมาจะสนทนาด้วยบ่อย ๆ นายท่านจะเรียกเข้ามาคุยหรือไม่ขอรับ” เพราะยามที่สั่งงานเขาจะเห็นไฉ่หงอยู่กับเหลียนหรูเซียนตลอด อีกฝ่ายคงสั่งงานทุกอย่างผ่านนาง
“เรียกเข้ามา” ตอนนี้อย่างไรก็ต้องจัดการเรื่องในเรือนให้เรียบร้อยก่อน เพราะเขาไม่อยากให้วุ่นวายไปมากกว่านี้
ไฉ่หงที่คิดว่าตนเองรอดพ้นแล้วก็ถูกเรียกตัวกลับเข้ามาในห้องอีก ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดจึงได้ถูกเรียกตัวทั้งที่เพิ่งออกมาได้ไม่นาน
“มาแล้วขอรับ”
เวยซานเซินเงยหน้าคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ปรากฏว่าเป็นคนที่เพิ่งออกไปได้ไม่นาน “เจ้าสนิทกับคุณหนูเหลียนหรือ”
“เจ้าค่ะ”
“แล้วเรื่องดูแลจวนนางสั่งผ่านเจ้าใช่หรือไม่” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ ตอนนี้ไม่ต้องวางมาดอันใดให้ยุ่งอยาก เพราะเขาอยากจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพราะจะได้ทำงานของเขาต่อ
“ใช่เจ้าค่ะ หากคุณหนูเหลียนต้องการอันใดจะเป็นคนสั่งผ่านบ่าว” ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเรื่องดีหรือร้าย เพราะก่อนหน้านี้คุณหนูเหลียนเพิ่งทะเลาะกับเจ้านายของนางไป
“หากให้เจ้ารับหน้าที่ดูแลจวนเจ้าทำได้หรือไม่” ในเมื่อที่ผ่านมาเป็นคนทำ เขาก็จะให้นางได้ทำหน้าที่ตรงนี้ต่อ แต่เขาจะต้องถามความสมัครใจของนางด้วย
“ก่อนหน้านี้คุณหนูเหลียนเลยบอกว่าจะเสนอชื่อของบ่าวกับนายท่านเจ้าค่ะ” แต่ไม่รู้ว่าเหตุจู่ ๆ อีกฝ่ายก็หายหน้าไปเลย เมื่อกลับมาอีกครั้งก็เกิดเรื่องขึ้นใหญ่โต
เวยซานเซินคิดไปถึงวันที่อีกฝ่ายบอกว่ามีเรื่องจะสนทนากับเขา แต่วันนั้นเขาคิดว่านางจะพูดเรื่องไม่สำคัญเลยไม่ได้ให้ความสนใจ ที่แท้นางก็จะพูดเรื่องคนดูแลจวนนี่เอง
“เช่นนั้นเจ้าก็รับหน้าที่ดูแลจวนไป” เหลียนหรูเซียนถึงขั้นจะเสนอให้นางเป็นคนดูแลจวน แสดงว่าต้องฝึกฝนมาเป็นอย่างดีแล้ว
“เจ้าค่ะ”
หลังจากสาวใช้ออกไปแล้วเวยซานเซินนั่งคิดทบทวนเรื่องที่ผ่านมาอยู่เงียบ ๆ ใจหนึ่งก็คิดว่านางอาจจะไม่สบายเลยไม่สามารถมาที่จวนของเขาได้ เหลียนเฟิงหวงวัน ๆ ก็เอาแต่ทำงานไม่รู้ว่าจะมีเวลาไปดูน้องสาวบ้างหรือไม่
บทส่งท้ายหลังจากเรื่องของจูหลานจางและเย่จือม่านจบลง เวยซานเซินก็กลับไปอยู่ที่จวนของตนเอง เพราะตอนนี้หิมะก็หยุดตกแล้ว อยู่ที่จวนเหลียนต่อจะทำให้ดูไม่ดี“เซียนเอ๋อร์วันนี้ผ่านร้านขนมชื่อดัง จึงได้ซื้อมาฝากเจ้า” ตอนนี้เขาจะจัดการงานของตนเองให้เสร็จก่อนค่อยมาที่จวนตระกูลจิน แล้วอยู่กับนางจนฟ้ามืดจึงค่อยกลับจวนของตนเองความสัมพันธ์ของเขาและนางเป็นไปอย่างเรียบง่าย เขาไม่ได้เร่งรัดในความสัมพันธ์ อยู่เป็นความสบายใจให้กันและกัน“เหตุวันนี้ถึงได้มาเร็วนักเล่า” เหลียนหรูเซียนถามอย่างแปลกใจ ปกติเขาจะมาหลังมื้ออาหารเที่ยงตลอด“คิดถึงเซียนเอ๋อร์จึงได้มาเร็วหน่อย” เขายิ้มหน้าบาน ตอนนี้เขาไม่ได้เร่งรัดที่จะเอาสถานะกับนาง ขอเพียงได้อยู่ข้างกายของนางเช่นนี้ก็พอ แม้ว่านางไม่ตกลงแต่งงานกับเขา เขาก็จะอยู่กับนางเช่นนี้ตลอดไป“ท่านนี่ช่างพูดเสียจริง” เหลียนหรูเซียนยิ้มอย่างเขินอาย ช่วงนี้เขามักจะมาทำให้นางเขินอายอยู่เป็นประจำ และเรื่องแต่งงานเขาก็ไม่เคยพูดถึงอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่เป็นเช่นนี้ก็ทำให้นางรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ไม่ต้องมากดดันตัวเองหากถึงวันที่นางพร้อมที่จะแต่งงานกับเขาจริง ๆ นางจะเป็นคนบอกเข
หลังจากได้กินยาพักผ่อนอย่างเต็มที่เหลียนหรูเซียนก็อาการดีขึ้นมาก จึงได้กลับจวนของตนเอง ไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้างและนางก็ยังไม่อยากรับรู้ตอนนี้ ขอให้อาการของนางดีขึ้นกว่านี้หน่อยก็แล้วกันระหว่างนั่งรถม้ากลับจวนก็พยายามคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ทุกอย่างจะเลือนรางแต่ก็พอจะจำได้บ้างว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น รู้สึกดีไม่น้อยที่เขาไม่ได้ทำตามที่นางร้องขอ เช่นนี้ก็แน่ชัดแล้วว่านางเลือกคนไม่ผิด เพราะหากเป็นบุรุษคนอื่นคงจะไม่พานางมารักษาทางการแพทย์เช่นนี้“เหตุใดเมื่อวานท่านไม่...” แม้จะอยากรู้ความคิดของเขาแต่ก็ไม่กล้าถามออกไปตรง ๆ เพราะคิดถึงเรื่องนั้นทีไรก็รู้สึกอายขึ้นมาทันที“ไม่ทำตามที่เจ้าต้องการน่ะหรือ” เขาได้แต่หัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของนาง ท่าทางเช่นนี้ของนางก็ใช่ว่าจะเห็นกันได้ง่าย ๆ“จะ เจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ก้มหน้างุด อยากทุบเขาแรง ๆ ที่กล้าหัวเราะนางเช่นนี้ ก็นางถูกวางยาจึงได้แสดงท่าทางที่น่าขายหน้าเช่นนั้นออกมา“เพราะข้าไม่อยากทำลายศักดิ์ศรีของเจ้า งานแต่งครั้งนี้จะต้องถูกจัดขึ้นเพราะเจ้าพอใจที่จะแต่ง มิใช่บีบบังคับเพียงเพราะเกิดเรื่องพวกนั้นขึ้น” เขายื่นม
บทที่ 25เหลียนหรูเซียนที่หลับไปนานก็รู้สึกตัวในรุ่งเช้าของอีกวัน เมื่อสติกลับคืนมาครบถ้วนก็รีบสำรวจตัวเองทันที เพราะจำได้ว่าเมื่อวานถูกวางยาปลุกกำหนัด เมื่อเห็นว่าร่างกายยังปกติดีอยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“ตื่นแล้วหรือ” เวยซานเซินที่ออกไปเตรียมยาเมื่อเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วเห็นว่าคนตัวเล็กตื่นแล้วก็รีบเดินเข้ามาด้วยความเป็นห่วง “เป็นอย่างไรบ้าง ยังปวดหัวอีกหรือไม่”“ยังปวดอยู่นิดหน่อย” ตอนนี้นางยังปวดหัวอยู่หน่อย ๆ สมองตื้อคิดอ่านอันใดก็ชักช้าไปหมด“เช่นนั้นกินข้าวกินยาแล้วพักผ่อนต่ออีกหน่อย หรือว่าอยากจะกลับไปพักที่จวน” ที่โรงหมอนี้แม้จะไม่ใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้สะดวกขนาดนั้น แต่ดีหน่อยที่นี่เป็นโรงหมอตระกูลเวยเขาจึงสั่งปิดเพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้ามาวุ่นวาย“พักที่นี่อีกหน่อยก็ได้เจ้าค่ะ” ตอนนี้นางไม่มีแรงจะออกไปไหน แค่ลุกจากเตียงก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่เหลียนหรูเซียนกินข้าวกินยาเสร็จก็นอนต่อ ไม่คิดว่าฤทธิ์ยากำหนัดจะทำให้นางหมดแรงเช่นนี้ จูหลานจางผู้นั้นช่างสารเลวจริง ๆ ถึงขั้นกล้าใช้ยาสกปรกเช่นนี้“ตอนนี้ข่าวด้านนอกเป็นอย่างไรบ้าง” เวยซานเซินถามเฉิงชุนที่ยืนรอรายงาน อย่าคิดเลยว่าทำกับ
หลังจากเวยซานเซินออกไปซูซูก็รีบจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้านายของตนเอง คุณหนูของนางช่างน่าสงสารยิ่งนัก ไม่น่าไปรู้จักคนสารเลวเช่นนั้นเลย เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้านายแล้วก็มานั่งเฝ้าไม่ห่าง ไม่ต่างจากเวยซานเซินที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและต้มยาให้นางเรียบร้อยก็มานั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างกัน“นางเป็นอย่างไรบ้าง มีรู้สึกตัวขึ้นบ้างหรือยัง”“ยังเลยเจ้าค่ะ” ซูซูรู้สึกเป็นห่วงเจ้านายมาก แต่ว่านางก็ไม่สามารถทำอันใดได้จึงได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง“เจ้าไปพักผ่อนเถิด เดี๋ยวข้าดูแลนางต่อเอง” ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว “เจ้ากลับไปรออาหวงที่จวนเล่าเรื่องวันนี้ให้ฟังอย่างละเอียด”ตระกูลจูไม่ควรคบค้ากันอีกต่อไป และที่สำคัญผู้นำตระกูลจูสมควรรับรู้พฤติกรรมของบุตรชายตนเองว่าสารเลวมากเพียงใด“เจ้าค่ะ” แม้จะยังเป็นห่วงเจ้านายแต่ว่าให้เวยซานเซินดูแลเจ้านายของนางจะดีกว่า เพราะอีกฝ่ายเป็นหมอจะดูแลได้ดีกว่านางแน่นอนหลังจากที่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเหลียนเฟิงหวงรีบอยากออกไปจากจวนตระกูลจูทันที แต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้เพราะมีเรื่องสำคัญต้องที่ต้องจัดการต่อจากนี้เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปสักพักเหลียนเฟิง
บทที่ 24“เรื่องนี้ให้เจ้าตัดสินใจ” เขาพอจะรู้แล้วว่าสองคนนี้ต้องการทำอันใด อยากเปลี่ยนข้าวสารเป็นข้าวสุก ทำให้เหลียนหรูเซียนปฏิเสธการแต่งงานไม่ได้เขาไม่เคยคิดเลยว่าเย่จือม่านจะเป็นคนที่เลวร้ายเช่นนี้ เสียดายที่ผ่านมาเขาเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แต่นางมาทำเช่นนี้กับสตรีที่เขารัก เขาคงจะปล่อยนางไปไม่ได้จริง ๆ“เช่นนั้นก็จัดการเถิด” อยากรู้ว่าหากสองคนนั้นได้แต่งงานกันจะเป็นเช่นไร “เรื่องนี้จะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ คนรู้มากเท่าใดยิ่งดี”“ตามที่เจ้าต้องการ” เขาให้องครักษ์ลับของตนเองมาพาตัวจูหลานจางออกไปที่เรือนรับรองด้านหน้า เพื่อไปอยู่ห้องเดียวกับเย่จือม่านเหลียนหรูเซียนจัดการเปลื้องผ้าของทั้งสองแล้วพาขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยกัน เสร็จแล้วก็รีบหลบออกไปจากจวนอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ยาที่อยู่ในร่างกายเริ่มจะออกฤทธิ์แล้วเหมือนกันเวยซานเซินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คนสนิทฟังแล้วให้เข้าไปแจ้งเหลียนเฟิงหวงที่อยู่ด้านใน ให้จัดการตามแผนที่เขาวางเอาไว้ อย่างไรวันนี้คนก็ต้องเห็นเรื่องหน้าอายระหว่างเย่จือม่านและจูหลานจาง และเขาจะทำให้เรื่องนี้ดังไปทั่วเมืองหลวงคิดทำร้ายเขาเขาไม่ว่า แต่อย่ามาคิดทำร้า
“เรื่องนี้คงเป็นเรื่องเข้าใจผิด เชิญเข้าไปด้านในก่อนขอรับ” ในเมื่อทำอันใดไม่ได้จูหลานจางก็ทำได้เพียงเชิญทั้งสามเข้าไปด้านใน หากบิดาเขาไม่เห็นเหลียนเฟิงหวงและเวยซานเซินคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ ที่ไม่ได้เชิญเวยซานเซินตั้งแต่แรกเพราะคิดว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่มา พอตระกูลเหลียนมาแจ้งว่าเวยซานเซินจะมาก็รีบจัดแจงที่นั่งอย่างดี ผู้ใดจะไม่อยากตีสนิทกับตระกูลแพทย์เล่าเขาจึงได้ให้บ่าวรับใช้มาขวางเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเข้าไปเพราะเขาก็มีแผนการในใจเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ คิดว่าหากเป็นเช่นนี้แล้วเวยซานเซินจะยอมกลับไปง่าย ๆ ไม่คิดว่าพี่น้องตระกูลเหลียนจะกลับไปด้วยเวยซานเซินมองหน้าสหายแล้วพยักหน้าให้กันเบา ๆ เพราะคิดว่างานเลี้ยงครั้งนี้ต้องมีแผนการแน่นอน“เจ้าดูแลนางดี ๆ” เหลียนเฟิงหวงบอกกับสหายเสียงเบา ดีที่ครั้งนี้เวยซานเซินมาด้วยมิเช่นนั้นเขาก็คงไม่มีเรื่องให้เอะใจเช่นนี้“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง” เขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายมีเรื่องการค้าต้องคุย ทว่าหากจะเป็นเรื่องดีจะดีกว่านี้หากไม่ต้องร่วมการค้ากันเลย เพราะแค่นี้ก็ดูแล้วว่าไม่มีความจริงใจให้กันจูหลานจางเดินนำทั้งสามไปด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารม
ทางด้านเหลียนหรูเซียนก็เดินหาไฉ่หงที่มักจะออกมาต้อนรับนางเสมอยามที่นางมาที่จวน แต่วันนี้กลับยังไม่เห็นหน้าจึงได้ถามบ่าวรับใช้ที่กำลังดูแลสวนอยู่ จึงได้รู้ว่าตอนนี้ไฉ่หงถูกส่งไปอยู่ที่แผนกซักล้าง“ไฉ่หงเกิดเรื่องอันใดขึ้น” หญิงสาวถามอย่างเป็นห่วง ไม่คิดว่าเพียงไม่นานอีกฝ่ายจะตกต
เหลียนหรูเซียนไม่ได้พูดอันใดแต่มือน้อย ๆ ของนางกลับยกขึ้นลูบศีรษะของคนตัวโตอย่างอ่อนโยน นางแพ้แล้วจริง ๆ ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งนางก็พ่ายแพ้ให้เขาตลอดคนที่ซบตักนุ่มอยู่เมื่อรู้สึกว่ามีนุ่มมาลูบหัวของตนเองก็ยิ้มออกมา ในที่สุดเขาก็สามารถทำให้นางใจอ่อนให้เขาได้แล้ว เขาผละออกจากตักอุ่นแล้
บทที่ 18เมื่อเข้ามาในเรือนของเหลียนหรูเซียน เวยซานเซินก็นั่งอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว สำรวจห้องที่ไม่เคยได้เข้ามา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองคนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ เห็นท่าทางเย่อหยิ่งของนางเช่นนี้ก็คิดอยากดึงเข้ามากอด“ว่ามาเถิดท่านต้องการอันใดถึงได้ทำเช่นนี้” คนตัวเล็กถามเสียงเรียบ พลางมองกดดันคนตรงหน้า ท
บทที่ 16เวยซานเซินทำตามที่ตัวเองพูดทุกอย่าง เพราะรุ่งเช้าวันถัดมาเขาก็มาโผล่หน้าที่จวนตระกูลเหลียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ด้วยกลัวว่าหากมาช้ากว่านี้นางจะหนีหน้าเช่นเมื่อก่อน เพียงแค่ได้รู้ว่านางอยู่ในจวนก็พอแม้นางจะไม่ยอมออกมาพบหน้าเขา เขาก็มาทุกวันแม้หิมะจะตกหนักมากเพียงใดเพียงใดเขาก็จะยังดึงดันจะ







