เข้าสู่ระบบบทที่ 5
หลังจากเกิดเรื่องวันนั้นเหลียนหรูเซียนก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน ไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน ทำให้เหลียนเฟิงหวงกังวลเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เพราะเขาเป็นบุรุษบางเรื่องก็ไม่สะดวกที่จะสนทนา จึงได้แวะเวียนไปหาน้องสาวอยู่บ่อย ๆ เพื่อไม่ให้นางเศร้าใจมากจนเกินไป
“เป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่” เขาถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เขาไม่ได้ถามถึงสาเหตุที่น้องสาวต้องมานั่งเศร้าเช่นนี้ หากนางอยากเล่านางก็คงเล่าด้วยตนเอง แต่ความจริงเขาก็พอจะรู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้าง
“ข้าไม่ได้เป็นอันใด พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วง” คนเป็นน้องสาวยกยิ้มเพื่อให้พี่ชายสบายใจ ก่อนจะคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “พี่ใหญ่ช่วยอันใดข้าสักเรื่องได้หรือไม่เจ้าคะ”
“บอกมาได้เลย พี่จะจัดการให้” ไม่ว่าน้องสาวต้องการให้ทำอันใดเขาก็พร้อมจะทำตาม ขอเพียงทำแล้วนางสบายใจไม่ว่ายากเพียงใดเขาก็จะจัดการให้
“ข้าไปก่อเรื่องที่ตระกูลเวยนิดหน่อย พี่ใหญ่ช่วยไปจัดการให้เซียนเอ๋อร์หน่อยได้หรือไม่” นางคิดว่าพี่ชายน่าจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะอย่างไรเขาก็เป็นสหายกันจะไม่เล่าให้กันฟังเลยหรือ
“ได้ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะจัดการให้” รู้แค่ว่านางไปสร้างเรื่องที่ตระกูลเวย ไม่คิดว่านางจะไปสร้างเรื่องเสียหายจนต้องจ่ายค่าเสียหายเช่นนี้ แต่ไม่เป็นอันใดเขาไม่คิดต่อว่านาง เพียงแค่จ่ายเงินก็จบ เพราะรู้ดีว่าน้องสาวเป็นคนเช่นไร นางไม่มีทางไปทำเรื่องเลวร้ายแน่นอนเขามั่นใจ
“ขอบคุณพี่ใหญ่เจ้าค่ะ”
สองพี่น้องคุยกันต่ออีกหลายประโยค แล้วเหลียนเฟิงหวงก็ออกไปทำงานและจัดการเรื่องที่น้องสาวฝากฝัง
“มาหาข้าถึงที่เรือนมีเรื่องอันใดหรือ” เวยซานเซินที่เห็นว่าสหายมาหาถึงที่เรือนก็ถามขึ้น แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอันใด เพราะเรื่องที่อีกฝ่ายมาก็คงไม่พ้นเรื่องของน้องสาว
“เซียนเอ๋อร์บอกให้ข้ามาจ่ายค่าเสียหายให้เจ้า เท่าใดหรือ” เขาไม่ถามถึงสาเหตุของเรื่อง ที่มาวันนี้ก็เพียงตั้งใจมาทำตามที่น้องสาวบอกเท่านั้น
“เรื่องนั้นไม่ต้องหรอก” แม้จะเสียดายสมุนไพรหายากพวกนั้นแต่เขาก็ไม่คิดจะเรียกค่าเสียหายจากนาง “แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าน้องสาวของเจ้ามาก่อเรื่องอันใดไว้”
“ไม่รู้ และก็ไม่คิดถาม” เขาบอกตามที่คิด เขาเลี้ยงน้องสาวมาด้วยตนเอง รู้ว่านางมีนิสัยเช่นไร
“เจ้าก็เป็นเสียแบบนี้ น้องสาวเจ้าจึงได้เสียนิสัย” เขาอดที่จะต่อว่าสหายไม่ได้ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้สหายฟัง และหวังว่าอีกฝ่ายจะจัดการน้องสาวของตนเอง
“เจ้าคิดว่าน้องสาวของข้าจะทำเช่นนั้นจริง ๆ หรือ” น้องสาวของเขาไม่เคยทำร้ายผู้ใด แม้แต่สาวใช้ในจวนนางก็ไม่เคยลงไม้ลงมือ แล้วนางจะลงมือทำร้ายผู้อื่นได้อย่างไร
เวยซานเซินที่ได้ยินเช่นนั้นก็เงียบไป เพราะที่ผ่านมานางก็ไม่เคยลงมือต่อหน้าเขาจริง ๆ จะมีก็แต่ถกเถียงกันไปมาไม่ได้ลงไม้ลงมือ
“ข้าไม่อยากให้เจ้ามีเรื่องบาดหมางกับน้องสาวของข้า ต่อจากนี้ข้าจะไม่ให้น้องสาวมาวุ่นวายกับเจ้าอีก เจ้าวางใจได้ พวกเราสองคนก็อย่าได้หมางใจกันเพราะเรื่องนี้เลย” เขารู้ว่าน้องสาวเขาเป็นคนผิดที่มาสร้างเรื่องวุ่นวายที่นี่ จากนี้เขาจะปรามน้องสาวเอาไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่านางจะยอมฟังหรือไม่ เพราะเขาก็พูดเรื่องนี้ไปหลายรอบแล้ว
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล” ยากนักที่จะหาสหาย
ดี ๆ เช่นนี้ เขาไม่มีทางเลิกคบหาเพราะเรื่องไร้สาระเช่นนี้แน่นอน“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน ยังคงต้องไปจัดการงานที่เหลือ วันหน้าข้าจะนัดเลี้ยงสุราแทนคำขอโทษ” ในเมื่อสหายไม่ติดใจเอาความเขาก็วางใจ เพราะไม่อยากให้เรื่องพวกนี้มากระทบความสัมพันธ์ของพวกเขา
“ได้” เขารู้ว่าเหลียนหรูเซียนเป็นเช่นไร ก็ไม่ได้ติดใจอะไรที่พูดไปตอนนั้นก็เพราะความโมโหเท่านั้น
เหลียนหรูเซียนยังคงเก็บตัวเงียบ แต่ก็ออกมาเดินเล่นนอกเรือนเป็นครั้งคราวเพื่อไม่ให้พี่ชายต้องเป็นห่วงมากเกินไป
“คุณหนู คุณหนูรองจินมาขอพบเจ้าค่ะ” ซูซูวิ่งเข้ามาแจ้งผู้เป็นนายด้วยใบหน้าตื่นเต้น
จินหลันเล่อออกไปต่างเมืองกับพี่ชายเมื่อสองปีก่อน ตอนนี้ใกล้สอบจอหงวนแล้วจึงพากันกลับเมืองหลวง และเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวงก็ตรงมาหาสหายที่จวนทันที เพราะไม่ได้เจอหน้ากันนานจึงคิดถึงสหายมาก เมื่อกลับเข้ามาในเมืองหลวงก็รีบตรงมาที่จวนตระกูลเหลียน
“จริงหรือ?” เหลียนหรูเซียนตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินว่าสหายกลับมาแล้ว เพราะที่ผ่านมานางมีจินหลันเล่อเป็นสหายเพียงคนเดียว จึงได้สนิทสนมกันมาตอนที่อีกฝ่ายออกจากเมืองหลวงนางก็เศร้าใจไปหลายวัน “เร็ว รีบไปพานางเข้ามา”
“เซียนเอ๋อร์ข้ามาแล้ว” ยังไม่ทันที่ซูซูจะออกไปตามคนเข้ามา เจ้าตัวก็วิ่งเข้ามาในเรือนโดยไม่สนภาพลักษณ์ที่ควรรักษา เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กเลยไม่จำเป็นต้องสนใจมารยาทอันใด
“นางกล้าแน่นอน” น้องสาวผู้นี้ของเขาเคยฟังผู้ใดเสียเมื่อไหร่ ชอบทำอันใดตามใจตนเสมอ คิดจะทำอันใดแล้วต่อให้ผู้อื่นโน้มน้าวใจเพียงใดก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจง่าย ๆ“หึ ข้าจะเป็นคนขัดขวางนางเอง ดูซิว่านางจะเก่งเพียงใด” เขาพูดจริงทำจริง จากนี้อย่าหวังเลยว่านางจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ที่ผ่านมานางทำเช่นไรกับเขา เขาก็จะทำเช่นนั้นกับนางบ้าง จะไม่ปล่อยให้นางมีเวลาว่างอยู่คนเดียวเลย“พวกเจ้าสองคนเหมือนกันยิ่งนัก” เหลียนเฟิงหวงได้แต่ยกมือกุมขมับ เขาปวดหัวกับเรื่องของสองคนนี้มาก ไม่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไร ยิ่งพูดด้วยก็ยิ่งจะมีแต่ปวดหัว“หึ ข้าฝากไปบอกน้องสาวของเจ้าด้วยแล้วกันว่าให้เตรียมตั้งรับดี ๆ ข้าไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ แน่” เขาพูดอย่างเด็ดเดี่ยว การที่มีนางอยู่ข้างกายมันดีกว่ามากจริง ๆ หากได้นางมาอยู่ข้างกายเขาคงมีความสุขมากกว่านี้“เฮ้อ...เจ้านี่มัน” เขาเองก็ไม่รู้จะพูดเช่นไรเหมือนกัน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ต้องโทษน้องสาวของเขาเองที่เอาตัวเองมาพัวพันกับคนเช่นนี้“เจ้าไปเถิดข้าอยากพักผ่อน” เวยซานเซินไล่สหาย เพราะพรุ่งนี้เขายังต้องตื่นแต่เช้าไปที่จวนตระกูลเหลียนอีก จากนี้เขาจะไปปักหลักที่จวนตระกูลเหลียน
บทที่ 15เหลียนหรูเซียนมองไปรอบ ๆ ก็พบว่างานเลี้ยงนี้ไม่ได้จัดใหญ่มาก เหมือนจะมีเฉพาะคนที่สนิทสนมเท่านั้น จัดงานเลี้ยงวันเกิดทั้งทีเหตุใดจึงไม่จัดให้ใหญ่โตไปเลย จะได้เปิดตัวว่าที่ฮูหยินอย่างให้สมฐานะหน่อย“เจ้าไหวหรือไม่” เหลียนเฟิงหวงถามอย่างเป็นห่วง ได้แต่คิดว่าตนเองไม่น่าพาน้องสาวมาที่นี่เลย เพราะเขาเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ มีอย่างที่ไหนให้สตรีอื่นมายืนต้อนรับแขกด้วยราวกับเป็นสามีภรรยา“ข้าไม่เป็นอันใด” คนเป็นน้องสาวยิ้มน้อย ๆ คิดว่ามาเห็นภาพเช่นนี้ก็ดี จะได้ตัดใจจากเขาได้เร็วขึ้นไม่นานเวยซานเซินก็เดินมานั่งร่วมโต๊ะกับสองพี่น้องตระกูลเหลียน และแน่นอนว่าต้องมีเย่จือม่านตามมาด้วย ทำให้สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างเงียบ ๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอันใดบรรยากาศภายในโต๊ะเต็มไปด้วยความอึดอัด จะมีก็แต่เย่จือม่านที่พยายามชวนเวยซานเซินสนทนาแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจจะสนทนาด้วย เพราะตอนนี้ในสายตาของเขามีแต่เหลียนหรูเซียนเท่านั้นในงานเลี้ยงไม่ได้มีพิธีการอันใดมากเพราะเป็นงานเลี้ยงเล็ก ๆ และมีแต่คนสนิท เพราะจุดประสงค์ของคนจัดคือต้องการพบหน้าคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งก้มหน้าไม่สนใจผู้ใดแต่เขาก็คิดว่าคุ้มค่ามากเพร
ชายหนุ่มมาที่จวนตระกูลเหลียนทุกวัน และนั่งรออยู่อย่างนั้นแม้ว่าเหลียนหรูเซียนจะไม่ออกมาพบก็ตาม เขาทำเช่นนั้นอยู่หลายวันนางก็ยังคงไม่ยอมโผล่หน้าออกมาให้เขาพบ แต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้“คุณหนูวันนี้นายท่านเวยก็มาอีกแล้วเจ้าค่ะ” ซูซูเข้ามารายงานเจ้านาย ตอนนี้เริ่มจะเห็นใจคนที่รอ เพราะยามที่เจ้านายของนางไปจวนตระกูลเวยก็ได้พบหน้าอีกฝ่ายทุกครั้ง แต่นี่มานั่งรอทั้งวันก็ไม่ได้เห็นหน้าของเจ้านายของนาง“อยากมาก็มา ข้าไม่ได้ว่าอันใดนี่” หญิงสาวยังคงบอกอย่างไม่ได้สนใจ แต่ในหัวของนางตอนนี้กลับคิดถึงเรื่องของเขา ในใจยังคงถกเถียงกันอยู่ว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี ใจหนึ่งก็อยากออกไปพบเขา แต่ก็ยังโกรธเรื่องที่เขาเคยทำไว้กับนาง“คุณหนูจะไม่ออกไปพบหน่อยหรือ” ซูซูบอกเสียงแผ่ว เพราะรู้ว่าเจ้านายพยายามมากเพียงใด หากได้ลงเอยกันเจ้านายของนางก็คงจะมีความสุขไม่น้อย“ไม่ล่ะ” เหลียนหรูเซียนบอกอย่างใจแข็ง พยายามไม่คิดถึงคนที่นั่งรออยู่ในเรือนรับรอง ใจแข็งเข้าไว้อย่าได้ใจอ่อนง่าย ๆ คิดตอนที่เขาด่าเข้าไว้ซูซูเมื่อเห็นว่าเจ้านายใจแข็งก็ไม่ได้ร้องขอความเห็นใจแทน กลัวว่าเจ้านายจะโกรธตนเองไปด้วย จึงได้เดินไปรินน้ำชาให้อย่างเอาใ
บทที่ 14เหลียนหรูเซียนนั่งคิดเรื่องของเวยซานเซินเงียบ ๆ ได้แต่คิดเรื่องของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะพยายามสลัดเรื่องของเขาออกจากหัวแต่ก็ไม่สามารถทำได้สักทีนางไม่เชื่อว่าเขาจะชอบนางเช่นที่พี่ชายพูดจริง ๆ นางยังจำคำที่เขาต่อว่านางได้ทุกคำ คนเช่นนี้หรือจะมาชอบนางได้จริง ๆ หากที่ผ่านมาเขามีท่าทีว่าชมชอบนางสักนิด นางจะไม่คิดสงสัยเลย“คุณหนูนายท่านเวยมาขอพบเจ้าค่ะ” เมื่อสาวใช้เข้ามารายงาน ทำให้หญิงสาวแปลกใจมาก เพราะทุกครั้งเขาจะบอกว่าต้องการมาพบพี่ชายของนาง แต่วันนี้กลับแปลกไป“ไม่พบ” นางและเขาไม่มีเรื่องจำเป็นต้องพบหน้ากัน และนางก็จะไม่ออกไปพบเขาเด็ดขาด“เจ้าค่ะ” น้ำเสียงเด็ดขาดของเจ้านายทำให้นางไม่กล้าที่จะเอ่ยอันใดต่อ จึงได้แต่ถอยออกไปแจ้งแขกที่มาเยือน“นายท่านเวย คุณหนูไม่สะดวกออกมาพบเจ้าค่ะ จึงเชิญนายท่านเวยกลับไปก่อน” สาวใช้พยายามใช้คำพูดที่เบาที่สุดเพื่อรักษาน้ำใจของคนมาเยือน“ข้าจะรอจนกว่านางจะออกมาพบ” เวยซานเซินบอกเสียงเรียบ ไม่อยากพบหน้าเขาหรือ มาดูกันว่าผู้ใดจะมีความอดทนมากกว่ากัน“เอ่อ...”“ไม่ต้องมาเฝ้าหรอก พวกเจ้าไปทำงานของตนเองเถิด” เขายังคงยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายใจ ไม่ได้ทุก
“อย่ามายุ่งกับข้าอีก” พูดจบหญิงสาวก็เดินจากไปพร้อมกับน้ำตา วันที่นางต้องการให้เขาทำดีด้วยเขากลับไม่สนใจ พอนางสามารถทำใจเดินออกมาจากเขาแล้ว เขาก็ไม่ยอมปล่อยนางไป ยังมาสร้างความลำบากใจให้นางอยู่ตลอดเมื่อเห็นน้ำตาของคนตัวเล็กก็ทำให้เขาชะงัก ไม่คิดว่าการพูดคุยกันครั้งนี้จะทำให้นางเสียน้ำตา เขาเพียงแค่ต้องการคุยกับนางให้รู้เรื่องเท่านั้น ไม่คิดว่าเรื่องราวจะเลยเถิดขนาดนี้ในขณะที่เขากำลังจะเดินตามไปเพื่อพูดคุยให้รู้เรื่อง แต่สหายที่ยืนแอบอยู่นานก็เข้ามาขวางเอาไว้ เพราะกลัวว่าหากยังตามไปจะทำให้ทะเลาะกันยิ่งกว่านี้ รอให้ใจเย็นมากกว่านี้ค่อยคุยกันอีกครั้ง“เจ้าอย่าเพิ่งตามไป รอให้นางใจเย็นกว่านี้ก่อน วันหน้าค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย”“แต่นางร้องไห้” เขาพูดเสียงแผ่ว เพียงแค่คิดว่านางต้องเสียน้ำตาเพราะเขาเขาก็ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว แล้วเช่นนี้จะให้อยู่เฉยได้อย่างไร“เจ้าไม่ต้องห่วง นางร้องไห้เพราะเจ้าไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว” แม้จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่ก็แอบไม่พอใจอยู่หน่อย ๆ ที่อีกฝ่ายทำน้องสาวของเขาเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เพราะน้องสาวของเขาเลือกเดินเส้นทางนี้เอง เขาก็ทำอันใดไม่ได้ยิ่งได้ยินเช่น
บทที่ 13เวยซานเซินออกมารอที่หน้าประตูจวนตระกูลเหลียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องก็รีบตื่นขึ้นมาเตรียมตัวเพื่อออกไปที่จวนของสหายเช่นทุกวัน โดยไม่รู้เลยว่ามีคนรอสะสางบัญชีอยู่“พวกเจ้ามาช่วยข้าแต่งตัวเร็วเข้า” เหลียนหรูเซียนบอกด้วยน้ำเสียงรีบร้อน เพราะวันนี้อากาศหนาวกว่าปกตินางจึงค่อนข้างตื่นสาย และกลัวว่าหากช้ากว่านี้จะได้เจอคนที่ไม่ต้องการเจอสาวใช้ต่างพากันช่วยแต่งตัวให้เจ้านายตามคำสั่ง เมื่อจัดการตัวเองเสร็จก็รีบเดินออกไปที่หน้าประตูจวนเพื่อไปหาสหาย ทว่าก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ที่หน้าประตูจวน โดยที่ประตูใหญ่ยังไม่เปิด แสดงว่าเขาอยู่ที่จวนของนางทั้งคืน“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เหลียนหรูเซียนถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ในเมื่อประจันหน้ากันเช่นนี้แล้ว จะให้หลบหน้าต่อก็คงไม่ได้“ข้าอยากคุยกับเจ้า” นางไม่ฟังที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้เลย บอกว่าอย่าหลบหน้านางก็ไม่ฟัง ซ้ำยังไปที่จวนตระกูลจินทุกวัน ไม่รู้ว่าระหว่างนางและจินหมิงหยวนก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว“ข้าว่าพวกเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ บอกไปแล้วว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก” นี่เขาต้องการอันใดจากนางกันแน่ เหตุใดไม่พูดอ







