วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก

วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-30
Oleh:  LycDinTamat
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
3 Peringkat. 3 Ulasan-ulasan
49Bab
13.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เหลียนหรูเซียนหลงรักเวยซานเซินสหายของพี่ชายหลายปี ทว่าเขากลับไม่สนใจนางเลยสักนิด นางจึงตัดสินใจเดินหันหลังให้เขา ไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก...

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

บทที่ 1

เหลียนหรูเซียนหญิงสาวที่ได้ชื่อว่างดงามไม่แพ้ผู้ใดยืนอยู่ที่หน้าประตูจวนตระกูลเวยด้วยความตื่นเต้น นางรู้สึกทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่มาเยือนที่นี่ ถึงแม้นางจะมาทุกวันก็เถอะ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เคยควบคุมความตื่นเต้นของตนเองได้เลยสักนิด ยิ่งได้เห็นใบหน้าของบุรุษในดวงใจนางก็ยิ่งหลงรักเขามากขึ้นทุกวัน

คนตัวเล็กเดินเข้าไปในจวนอย่างง่ายดาย เพราะนางมาที่นี่แทบทุกวันจนทุกคนคุ้นเคยกับนางไปแล้ว และยามมานางก็มักจะนำของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากทุกคนเพื่อแสดงความมีน้ำใจ

“ไฉ่หง เจ้านำของพวกนี้ไปแจกจ่ายให้ทุกคน ข้าซื้อมาฝาก” นางบอกกับสาวใช้อย่างสนิทสนม เป็นสาวใช้ผู้นี้ที่คอยดูแลนางทุกครั้งที่มา

“เจ้าค่ะ” ไฉ่หงยิ้มร่า บ่อยครั้งที่คุณหนูผู้นี้จะมีของมาฝากคนในจวน หากได้คุณหนูผู้นี้มาเป็นนายหญิงของจวนก็คงดี

“พี่ซานเซินอยู่ที่ห้องทำงานใช่หรือไม่” เหลียนหรูเซียนถามถึงบุรุษในดวงใจ ทุกครั้งที่นางมาที่นี่เขาก็จะอยู่ที่ห้องทำงานเสมอ

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวนำไปหรือไม่”

“ไม่ต้อง เจ้าเอาของพวกนี้ไปแบ่งกันเถิด” นางคุ้นเคยกับในจวนดีไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดนำทาง

เมื่อจัดการเรื่องทางนี้เสร็จก็ตรงไปที่ห้องทำงานของจวน ใบหน้างดงามประดับไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขเพราะว่ากำลังจะได้พบหน้าของบุรุษที่พึงใจ

“พี่ซานเซินถึงเวลาอาหารแล้ว มาพักกินข้าวก่อนเจ้าค่ะ” นางเรียกคนที่ตั้งใจทำงานให้มากินอาหารที่นางทำมาให้ เกือบทุกวันนางจะทำอาหารมาให้เขาที่จวน แม้ว่าเขาจะไม่เคยแตะต้องอาหารที่นางทำเลยสักครั้ง แต่นางก็ทำมันออกมาด้วยความตั้งใจ

เวยซานเซินอดีตหมอหนุ่มมากฝีมือไม่ได้หันไปสนใจคนที่เข้ามาใหม่ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนเอง เขาไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะมาสนใจเรื่องไร้สาระกับนาง เขายังมีงานอีกมากมายที่ต้องจัดการ

โรงหมอตระกูลเวยเป็นโรงหมอที่มีชื่อมากที่สุดของแคว้น ทั้งยังมีสำนักศึกษาสำหรับคนที่ต้องการศึกษาเพื่อเป็นหมอ และตอนนี้เขาก็เป็นคนดูแลกิจการทุกอย่างเพียงคนเดียว เพราะบิดามารดาจากไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนจากการถูกโจรปล้นขณะเดินทางไปยังต่างเมือง เขาที่เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวต้องทำงานอย่างหนัก จึงทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาว่างเหมือนเช่นคนอื่น

“พี่ซานเซินมากินข้าวก่อนเถิดเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นจะล้มป่วยเอาได้” หญิงสาวพูดด้วยความเป็นห่วง เพราะทุกครั้งที่นางมาก็เห็นว่าเขาเอาแต่ก้มหน้าทำงาน ไม่ได้มีเวลาพักผ่อนเหมือนเช่นผู้อื่น

ชายหนุ่มยังคงไม่สนใจปล่อยให้คนตัวเล็กพูดอยู่คนเดียว หากนางเบื่อเดี๋ยวก็ออกไปเอง ทว่าเขาก็ดูแคลนความเอาแต่ใจของนางมากเกินไป เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมลุกไปกินข้าวตามที่นางต้องการ จึงได้เดินมาดึงมือของเขาให้ลุกขึ้นไปกินข้าว ทว่าก็ถูกเขาสะบัดมือออกไม่ให้นางมาถูกตัว

“อย่ามายุ่งกับข้า” เวยซานเซินบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ส่วนสายตาของเขาก็เฉยชาแฝงไปด้วยความรำคาญ

“ข้าก็แค่เป็นห่วงท่านเท่านั้น” เหลียนหรูเซียนพยายามฝืนยิ้มออกมา นางรู้ว่าเขาไม่ได้ชอบที่นางมาวุ่นวายเช่นนี้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อนางเป็นห่วงเขา

เวยซานเซินไม่ได้พูดอันใดแล้วก้มหน้าทำงานของตนเองต่อ เขาเป็นหมอมาก่อนเหตุใดจะไม่รู้ว่าตนเองควรทำอันใด ไม่จำเป็นให้นางต้องมาสั่งสอน

“พี่ซานเซินมากินข้าวเสียหน่อยเถิด ข้าตั้งใจทำมาให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะ” ในเมื่อบังคับเขาไม่ได้ นางจึงเปลี่ยนมาเป็นร้องขอแทน แต่ว่าผลลัพธ์ก็ไม่ได้ต่างไปจากเมื่อครู่เลยสักนิด เพราะเขาเอาแต่ทำงานไม่หันสนใจนางเลยแม้แต่น้อย “ท่านไม่คิดจะสนใจข้าจริง ๆ หรือ”

เหลียนหรูเซียนนั่งมองเขาทำงานอยู่เงียบ ๆ ในเมื่อเขาไม่กินข้าวที่นางเตรียมมาให้ นางจึงได้สั่งให้สาวใช้ไปเตรียมอาหารของจวนมา เผื่อว่าเขาจะยอมกินอาหารของทางจวน

“อาหารมาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ยกสำรับเข้ามาตามที่เหลียนหรูเซียนสั่ง

“พี่ซานเซิน ข้าให้คนเตรียมอาหารมาให้แล้ว กินหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” เหลียนหรูเซียนยังคงไม่ยอมแพ้ ความจริงนางอยากให้เขาลองกินอาหารฝีมือของนางสักครั้ง แต่นางไม่อยากบังคับเพียงแค่เขายอมกินอาหารก็พอ

เวยซานเซินได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย แล้วลุกขึ้นไปกินอาหารตามที่นางต้องการเพื่อตัดรำคาญ ไม่รู้ว่านางต้องการอันใดจากเขาจึงมาวนเวียนสร้างความรำคาญใจให้เขาเช่นนี้

หญิงสาวที่เห็นบุรุษในดวงใจลุกขึ้นมากินอาหารตามที่นางต้องการก็ยิ้มอย่างดีใจ แม้เขาจะไม่ยอมแตะอาหารที่นางทำเลยก็ตาม ขอเพียงเขายอมกินอาหารนางก็ดีใจมากแล้ว

“พอใจเจ้าหรือยัง” หลังจากกินอาหารได้ไม่เท่าไหร่เขาก็วางตะเกียบลงแล้วมองหน้าคนที่เอาแต่ยิ้มด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง หากไม่ติดว่านางเป็นน้องสาวของสหายเพียงคนเดียว เขาไม่มีทางปล่อยให้นางเข้ามาทำตัววุ่นวายเช่นนี้เป็นแน่

“พอใจแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ยิ้มร่า หากเขายอมเชื่อนางเช่นนี้บ่อย ๆ ก็คงดี

หลังจากกินอาหารเสร็จเวยซานเซินก็ลุกขึ้นไปทำงานเช่นเดิม และคิดว่าคนที่บังคับให้เขากินอาหารเมื่อครู่จะยอมกลับจวนของตนเอง แต่มิใช่เช่นที่คิดเพราะนางยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงานของเขาเหมือนเดิม

คนตัวเล็กนั่งมองคนที่ตั้งใจทำงานด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางรู้จักกับเขาเมื่อหลายปีก่อน เพราะเขาและพี่ชายของนางเป็นสหายกัน และจากนั้นนางก็รักปักใจเขามาโดยตลอด เริ่มแรกเขาก็ดูเหมือนจะดีกับนาง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปนางก็เริ่มแสดงความรู้สึกของคนเองมากขึ้น เขาจึงค่อย ๆ ตีตัวออกห่างจากนาง และเขาก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้คิดเช่นเดียวกัน แต่นางก็ไม่ยอมแพ้พยายามทำให้เขาหันมาสนใจ ทว่าความตั้งใจของนางเหมือนจะเป็นการสร้างความรำคาญให้เขาเสียมากกว่า

หลังจากลงมือทำงานเวยซานเซินก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างอีก เลยไม่ได้รู้ว่าคนตัวเล็กที่เอาแต่คอยก่อกวนเขาออกไปจากห้องเมื่อใด

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่” เหลียนหรูเซียนเดินเข้ามาดูความเรียบร้อยในจวน เขาเป็นบุรุษอยู่ในจวนคนเดียว เรื่องในเรือนหลังก็ดูแลไม่ค่อยเรียบร้อยนัก เพราะวัน ๆ เขาดูแลเรื่องงานนอกจวนก็แทบไม่มีเวลาแล้ว นางจึงเข้ามาดูแลเรื่องพวกนี้ให้เขาด้วยตนเอง

“เรียบร้อยดีเจ้าค่ะ” จวนนี้เป็นจวนเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก แม้ตระกูลเวยจะร่ำรวย แต่เพราะนายท่านของจวนเป็นคนเรียบง่ายไม่ชอบความวุ่นวาย ในจวนจึงมีบ่าวรับใช้ไม่ถึงยี่สิบคน

“นี่หิมะก็ใกล้จะตกแล้ว เจ้าก็เตรียมเสื้อผ้าหนา ๆ สักสองสามชุดเอาไว้ให้พี่ซานเซินหน่อยเถิด” หญิงสาวบอกอย่างใส่ใจ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้เขาไม่เคยสนใจ นางจึงเข้ามาช่วยเขาดูแล

“คุณหนูเหลียนตอนนี้ผ้าที่จวนหมดแล้ว เหลือเพียงแค่ผ้าที่มีสีสันฉูดฉาดเท่านั้น” เรื่องพวกนี้พวกนางไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ ให้พ่อบ้านไปแจ้งแก่นายท่านแล้วก็ไม่มีความคืบหน้า พวกนางจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

“เช่นนั้นข้าจะซื้อผ้าเข้ามาให้ พวกเจ้าก็รอตัดชุดก็แล้วกัน” เขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่เคยใส่ใจเรื่องของตนเองเลย สนใจแต่ทำงาน

“เจ้าค่ะ” เหล่าสาวใช้ต่างก็พากันคิดว่าหากได้เหลียนหรูเซียนมาเป็นนายหญิงจริง ๆ ก็คงดี พวกนางก็ได้แต่เอาใจช่วย เพราะดูเหมือนเจ้านายของพวกนางจะไม่ได้คิดเช่นเดียวกัน

“ลำบากพวกเจ้าแล้ว” เหลียนหรูเซียนได้แต่ยิ้มน้อย ๆ จวนนี้ไม่มีเจ้านายสตรีคอยดูแล ส่วนสาวใช้ที่รู้เรื่องพวกนี้ก็จากไปพร้อมอดีตนายหญิง เหลือไว้เพียงสาวใช้แรกรุ่นเท่านั้น จึงไม่รู้ว่าจะต้องจัดการเรื่องพวกนี้อย่างไร ส่วนพ่อบ้านก็อายุมากกว่านายท่านของจวนไม่กี่ปี อาจดูแลเรื่องพวกนี้ไม่ทั่วถึง

เมื่อจัดการเรื่องในเรือนเรียบร้อยเหลียนหรูเซียนก็เดินกลับไปหาผู้เป็นเจ้าของจวนที่ห้องทำงาน นางอยากช่วยแบ่งเบาภาระของเขาบ้าง แต่เขาก็มองข้ามความหวังดีของนางตลอด

“พี่ซานเซินมีเรื่องอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะ” เขาเพิ่งเข้ามาจัดการกิจการของจวนได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น เรื่องต่าง ๆ ยังไม่ลงตัว เขาจึงต้องทำงานอย่างหนัก

“หากเจ้าไม่เข้ามาวุ่นวายจะช่วยข้าได้มากทีเดียว” เขาละสายตาจากงานที่ทำอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เขาคิดว่ากลับไปแล้ว นางหายไปนานขนาดนั้นเขาคิดว่านางกลับไปแล้วเสียอีก

“ให้ข้าช่วยนะเจ้าคะ เรื่องพวกนี้ข้าก็ได้เรียนมาบ้าง” บิดามารดาของนางจากไปตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้พี่ชายต้องเข้าไปดูแลกิจการตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบแปดปี นางจึงต้องอยู่ข้างกายเขาตลอด เพราะพี่ชายไม่กล้าปล่อยนางให้อยู่คนเดียว นางจึงได้เรียนเรื่องบัญชีมาบ้าง

“ไม่รบกวนคุณหนูเหลียน หากไม่มีอันใดแล้วเจ้าก็กลับไปเสียเถิด ที่นี่ไม่ใช่ที่เล่นสนุกของเจ้า” เขาบอกปัดอย่างไร้เยื่อใย เรื่องพวกนี้เขาทำเองได้ไม่จำเป็นต้องให้นางยื่นมือมาช่วย

“เช่นนั้นพี่ซานเซินก็อย่าโหมงานมากเกินไปนะเจ้าคะ เซียนเอ๋อร์เป็นห่วง” เหลียนหรูเซียนยังคงยิ้มให้เขาแม้ว่าจะไม่เคยได้รอยยิ้มตอบกลับมาเลยก็ตาม แต่นางก็ยังพยายามเอาใจเขาอยู่เสมอ เผื่อว่าวันหนึ่งเขาจะมองเห็นความดีของนางบ้าง

“เจ้าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้าหรอก กลับไปได้แล้วอย่าได้มาวุ่นวายแถวนี้” เขาก้มหน้าลงทำงานต่อ เพราะไม่อยากพูดเรื่องไร้สาระกับนางอีก ไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องนี้กับนางไปกี่ครั้งแล้ว แต่นางก็ยังทำเหมือนเดิม

“แต่เซียนเอ๋อร์อยากช่วยนี่เจ้าคะ ให้ข้าช่วยท่านนะเจ้าคะ” นางเดินไปนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา หมายจะช่วยเขาทำงาน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้รับสายตาดุ ๆ ที่เขาส่งมา

เวยซานเซินถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เขาไม่รู้ว่าต้องพูดอย่างไรนางจึงจะไม่มาวุ่นวายกับเขาอีก เพราะคิดว่าที่ผ่านมาเขาก็แสดงออกชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ชอบนาง

“ข้าบอกให้เจ้ากลับไป หากไม่มีเรื่องสำคัญก็อย่าได้มาที่นี่อีก” เขายังคงพูดกับนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาไม่อยากให้นางหวังในตัวของเขาไปมากกว่านี้ เพราะว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของนางได้

“พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่” นางยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะทำให้เขารักนางให้ได้

เจ้าของจวนได้แต่มองคนที่เดินออกไปด้วยสายตาเรียบนิ่ง หากไม่ติดว่านางเป็นน้องสาวของสหาย ก็คงไม่ได้เดินเข้าออกจวนเขาราวกับเป็นจวนของตนเองเช่นนี้

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Peew Peew
Peew Peew
สนุกมากๆๆๆ
2026-06-12 11:34:23
0
0
Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
พระเอกเรื่องนี้ประสาทแดก
2026-04-27 14:22:37
0
0
Pat M.
Pat M.
น่ารักกกก ตอนแรกสงสารนางเอก แต่หลังจากนั้นก็สนุกยาวๆ ไม่ได้ดราม่าหนักหน่วง อ่านเพลินๆ ไม่ยืดเยื้อ ไม่รวบรัด กำลังดี ชอบพระเอกคลั่งรัก
2026-02-01 22:20:39
3
0
49 Bab
บทที่ 1
บทที่ 1เหลียนหรูเซียนหญิงสาวที่ได้ชื่อว่างดงามไม่แพ้ผู้ใดยืนอยู่ที่หน้าประตูจวนตระกูลเวยด้วยความตื่นเต้น นางรู้สึกทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่มาเยือนที่นี่ ถึงแม้นางจะมาทุกวันก็เถอะ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เคยควบคุมความตื่นเต้นของตนเองได้เลยสักนิด ยิ่งได้เห็นใบหน้าของบุรุษในดวงใจนางก็ยิ่งหลงรักเขามากขึ้นทุกวันคนตัวเล็กเดินเข้าไปในจวนอย่างง่ายดาย เพราะนางมาที่นี่แทบทุกวันจนทุกคนคุ้นเคยกับนางไปแล้ว และยามมานางก็มักจะนำของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากทุกคนเพื่อแสดงความมีน้ำใจ“ไฉ่หง เจ้านำของพวกนี้ไปแจกจ่ายให้ทุกคน ข้าซื้อมาฝาก” นางบอกกับสาวใช้อย่างสนิทสนม เป็นสาวใช้ผู้นี้ที่คอยดูแลนางทุกครั้งที่มา“เจ้าค่ะ” ไฉ่หงยิ้มร่า บ่อยครั้งที่คุณหนูผู้นี้จะมีของมาฝากคนในจวน หากได้คุณหนูผู้นี้มาเป็นนายหญิงของจวนก็คงดี“พี่ซานเซินอยู่ที่ห้องทำงานใช่หรือไม่” เหลียนหรูเซียนถามถึงบุรุษในดวงใจ ทุกครั้งที่นางมาที่นี่เขาก็จะอยู่ที่ห้องทำงานเสมอ“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวนำไปหรือไม่”“ไม่ต้อง เจ้าเอาของพวกนี้ไปแบ่งกันเถิด” นางคุ้นเคยกับในจวนดีไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดนำทางเมื่อจัดการเรื่องทางนี้เสร็จก็ตรงไปที่ห้องทำงานของจวน ใบห
Baca selengkapnya
บทที่ 2
บทที่ 2แม้จะถูกไล่กลับทุกวัน แต่เหลียนหรูเซียนก็ไม่ยอมแพ้ยังไปที่จวนของเขาทุกวันเหมือนเช่นที่ผ่านมา หากอยากได้หัวใจของเขามาครองนางจะย่อท้อเพียงเพราะเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไรเมื่อมาถึงจวนตระกูลเวยก็พบว่ามีรถม้ามาจอดอยู่ที่หน้าประตูจวน หญิงสาวก็ได้แต่สงสัย เพราะจวนนี้คนที่จะมาได้ก็เพียงแค่คนที่สนิทเท่านั้น และหลายปีที่ผ่านมานางก็แทบไม่เห็นผู้ใดมาเยือนที่จวนนี้เลย“ผู้ใดมาหรือ” และก็เป็นเช่นทุกครั้งที่นางมา ไฉ่หงจะออกมาต้อนรับเสมอ นางจึงได้โอกาสถามถึงคนที่มาจวนในวันนี้“เป็นคุณหนูรองเย่จือม่านเจ้าค่ะ” คุณหนูผู้นี้เคยสนิทสนมกับเจ้านายของนาง แต่ไม่กี่ปีก่อนต้องเดินทางกลับบ้านเดิมจึงหายหน้าหายตาไปเลย“ที่แท้ก็เป็นนางนี่เอง” เย่จือม่านผู้นี้หายหน้าหายตาไปนาน ไม่คิดว่าจะกลับมาอีก ก่อนที่อีกฝ่ายจะออกจากเมืองหลวงก็เคยปะทะฝีปากกันอยู่หลายครั้งแม้เย่จือม่านจะไม่ได้แสดงออกชัดเจนว่าชอบเวยซานเซิน แต่สตรีเหมือนกันย่อมมองออก อีกฝ่ายใช้ความสนิทสนมที่มีตั้งแต่เด็กเป็นเครื่องมือเข้าหาเขา และดูเหมือนเขาก็เอ็นดูอีกฝ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว“คุณหนูเหลียนจะไปที่ห้องทำงานของนายท่านเลยหรือไม่เจ้าคะ” ไฉ่หงรู้ถึงคว
Baca selengkapnya
บทที่ 3
บทที่ 3เหลียนหรูเซียนยังคงไม่ยอมแพ้เพราะวันรุ่งขึ้นนางก็เดินทางไปที่จวนตระกูลเวยเช่นเดิม นางเองก็ไม่รู้ว่าจะทนเช่นนี้ไปได้อีกนานเท่าใด แต่นางจะพยายามให้ถึงที่สุดจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง“วันนี้เย่จือม่านมาอีกแล้วหรือ” นางถามไฉ่หงที่เข้ามาต้อนรับ ให้พูดตามตรงนางก็ไม่ได้อยากเจอหน้าเย่จือม่านเท่าใด แต่เพราะนางอยากมาเจอหน้าบุรุษในดวงใจจึงจำเป็นต้องมา ไม่รู้ว่าสตรีผู้นั้นจะกลับมาทำไม อยู่ที่เมืองจิ่งก็ดีอยู่แล้ว เหตุใดต้องกลับมาสร้างความวุ่นวายให้นางด้วย“มาตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าล่ะเบื่อยิ่งนัก” หญิงสาวอดที่จะบ่นไม่ได้ แต่ก็ทำอันใดไม่ได้เพราะเจ้าของจวนสนใจความรู้สึกของเย่จือม่านมากกว่านาง หากนางทำอันใดบุ่มบ่ามจะส่งผลเสียต่อตนเองได้“เชิญคุณหนูด้านในเจ้าค่ะ” ไฉ่หงได้แต่เอาใจช่วยสตรีตรงหน้าอยู่ห่าง ๆ เพราะอยากได้อีกฝ่ายมาเป็นเจ้านายจริง ๆ“เจ้าไม่ต้องตามข้าไปหรอก อยู่จัดการเรื่องของตนเองให้เรียบร้อย หากไม่มีอันใดผิดพลาดข้าจะช่วยให้เจ้าขึ้นเป็นผู้ดูแลจวน” หากได้ไฉ่หงดูแลจวนทุกอย่างคงเป็นระเบียบมากกว่านี้ เพราะเฉิงชุนต้องวุ่นวายอยู่กับการช่วยงานเวยซานเซิน ไม่มีเวลามาวุ่นวายเรื่อง
Baca selengkapnya
บทที่ 3
หลังจากวันที่เหลียนหรูเซียนหนีกลับโดยที่ไม่ได้บอกผู้ใดนางก็ไม่ได้ไปที่จวนตระกูลเวยอีกเลย นี่ก็ผ่านมาสี่วันแล้วที่นางยังไม่ได้ไปเหยียบที่จวนตระกูลเวย เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในจวน จนคนเป็นพี่ชายอดเป็นห่วงไม่ได้“เป็นอันใดไป เหตุใดไม่เห็นเซียนเอ๋อร์ออกไปเที่ยวเล่นเหมือนเช่นเมื่อก่อน” เหลียนเฟิงหวงที่กำลังจะออกไปทำงานเห็นว่าน้องสาวนั่งเล่นอยู่ในศาลาจึงได้แวะเข้าไปหา“พี่ใหญ่จะไปทำงานแล้วหรือ” เหลียนหรูเซียนยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้ตอบคำถามของพี่ชาย แต่เลือกที่จะชวนคุยเรื่องอื่น นางยังไม่อยากพูดถึงนั้นในตอนนี้ผู้เป็นพี่ชายเห็นว่านางเลี่ยงคำตอบก็ไม่ได้ถามต่อ เพราะรู้ดีว่าที่น้องสาวเป็นเช่นนี้ก็เพราะสหายของตนเอง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะหากจะให้บังคับสหายให้มาแต่งงานกับน้องสาวก็ใช่เรื่องและเขาเองก็พูดกับนางจนไม่อยากจะพูดแล้วว่าให้ตัดใจจากเวยซานเซิน แต่นางก็ไม่คิดจะฟังเลยสักนิด จึงต้องมานั่งเสียใจอยู่เช่นนี้“ใช่ จะไปทำงานแล้ว เจ้าอยากไปกับพี่หรือไม่ ไม่ได้ไปดูร้านค้านานแล้วมิใช่หรือ” เหลียนเฟิงหวงชวนน้องสาวให้ออกไปด้านนอกด้วยกัน เพราะไม่อยากให้น้องสาวต้องมานั่งเสียใจเช่นนี้ เขาก็ได้แต่
Baca selengkapnya
บทที่ 4
บทที่ 4เหลียนหรูเซียนนั่งเงียบอยู่บนรถม้า ตอนนี้รู้สึกทำตัวไม่ถูกยามที่จะต้องไปจวนตระกูลเวย ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเมื่อต้องไปเจอหน้าชายในดวงใจอีกแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทั้งดีใจ น้อยใจ ใจหนึ่งก็อยากเจอหน้าของเขา อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากเจอ ความรู้สึกมันสะสมปนเปกันไปหมด“คุณหนูถึงแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นว่ารถม้าจอดนานแล้วเจ้านายยังไม่ยอมขยับตัว ซูซูจึงได้เรียกผู้เป็นเจ้านาย“อืม” หญิงสาวที่ถูกเรียกก็สติกลับคืนมาหลังจากเหม่อลอยอยู่นาน นางทำใจอยู่นานจึงได้เดินเข้าไปในจวนตระกูลเวยส่วนซูซูก็มองตามเจ้านายไปด้วยความเป็นห่วง นางไม่ได้เข้าไปในจวนด้วยเพราะเจ้าของจวนไม่ชอบความวุ่นวาย เจ้านายของนางจึงไม่ได้ให้นางเข้าไปด้านในด้วยเมื่อมาถึงห้องทำงานของเวยซานเซินก็เห็นว่าในห้องมีเพียงเย่จือม่านคนเดียว ส่วนเจ้าของห้องนั้นไม่รู้ว่าไปที่ใด แม้จะอยากหันหลังเดินออกไปเสียตอนนี้แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเย่จือม่านหันมามองทางที่นางยืนอยู่พอดี“คุณหนูเหลียนไม่มาเสียหลายวัน” เย่จือม่านยิ้มอย่างท้าทาย เพราะวันที่อีกฝ่ายเดินหนีออกไปเงียบ ๆ นางได้เห็นสีหน้าที่เจ็บปวดนั้นพอดี และนั่นก็คงเป็นสาเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายหาย
Baca selengkapnya
บทที่ 4
“คุณหนูเหลียนหากยังร้ายกาจเช่นนี้ก็อย่ามาทำตัววุ่นวายที่จวนของข้า” เวยซานเซินไม่ถามหาเหตุผลก็ต่อว่าคนที่ตนเองคิดว่าเป็นคนผิดทันที เพราะรู้ว่านางเป็นคนร้ายกาจ สามารถทำเช่นที่เย่จือม่านพูดได้จริง ๆ“พี่ซานเซินคิดว่าข้าเป็นคนทำจริง ๆ หรือ” เหลียนหรูเซียนถามเสียงสั่นเครือ นี่เขาไม่เคยมองนางในทางที่ดีเลยหรือ หรือคิดว่านางจะลงมือทำร้ายผู้อื่นเพียงเพราะเรื่องบุรุษจริง ๆ ที่ผ่านมาแม้นางจะเคยมีปากเสียงกับสตรีที่เข้ามาวุ่นวายกับเขา แต่นางก็ไม่เคยลงมือทำร้ายผู้ใด“พี่เซินข้ากลัวยิ่งนัก” เย่จือม่านวิ่งเข้าไปกอดเวยซานเซินเพื่อเรียกร้องความสนใจ ไม่ปล่อยให้เหลียนหรูเซียนได้อธิบายความจริง แต่นางก็คิดว่าเขาไม่มีทางเชื่อสตรีผู้นั้นแน่นอน ดูท่าแล้วที่ผ่านมาอีกฝ่ายก็คงสร้างเรื่องเอาไว้มากอยู่“เจ้ารู้ดีว่าตนเองทำหรือไม่ทำ คนเช่นเจ้าอยากทำอันใดสามารถทำได้ทุกอย่าง” เขาเอ่ยเสียงแข็ง ความร้ายกาจของนางเขาก็พอเห็นมาบ้าง หากนางจะทำเช่นที่เย่จือม่านบอกก็คงไม่เกินจริง“ท่านคิดว่าข้าเป็นคนเช่นนั้นจริง ๆ หรือ ที่ผ่านมาท่านมองข้าเป็นคนร้ายกาจเช่นนั้นจริง ๆ หรือ” ตอนนี้นางไม่สามารถห้ามน้ำตาของตนเองได้อีกต่อไป เรื่องด
Baca selengkapnya
บทที่ 5
บทที่ 5หลังจากเกิดเรื่องวันนั้นเหลียนหรูเซียนก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน ไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน ทำให้เหลียนเฟิงหวงกังวลเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เพราะเขาเป็นบุรุษบางเรื่องก็ไม่สะดวกที่จะสนทนา จึงได้แวะเวียนไปหาน้องสาวอยู่บ่อย ๆ เพื่อไม่ให้นางเศร้าใจมากจนเกินไป“เป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่” เขาถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เขาไม่ได้ถามถึงสาเหตุที่น้องสาวต้องมานั่งเศร้าเช่นนี้ หากนางอยากเล่านางก็คงเล่าด้วยตนเอง แต่ความจริงเขาก็พอจะรู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้าง“ข้าไม่ได้เป็นอันใด พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วง” คนเป็นน้องสาวยกยิ้มเพื่อให้พี่ชายสบายใจ ก่อนจะคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “พี่ใหญ่ช่วยอันใดข้าสักเรื่องได้หรือไม่เจ้าคะ”“บอกมาได้เลย พี่จะจัดการให้” ไม่ว่าน้องสาวต้องการให้ทำอันใดเขาก็พร้อมจะทำตาม ขอเพียงทำแล้วนางสบายใจไม่ว่ายากเพียงใดเขาก็จะจัดการให้“ข้าไปก่อเรื่องที่ตระกูลเวยนิดหน่อย พี่ใหญ่ช่วยไปจัดการให้เซียนเอ๋อร์หน่อยได้หรือไม่” นางคิดว่าพี่ชายน่าจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะอย่างไรเขาก็เป็นสหายกันจะไม่เล่าให้กันฟังเลยหรือ“ได้ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
“ข้าดีใจยิ่งนักที่เจ้ากลับมาแล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป” เหลียนหรูเซียนยิ้มกว้างในรอบหลายวัน เพียงแค่เห็นหน้าสหายผู้นี้นางก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาแล้ว“เจ้าจะไม่ต้องเหงาอีกต่อไปแล้ว จากนี้เจ้าจะต้องวิ่งวุ่นไม่มีเวลาเสียใจเชียวล่ะ” เรื่องที่เกิดขึ้นกับสหายนางพอได้ยินจากซูซูมาบ้าง ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ นั่นนางยังไม่รู้ เพราะซูซูเล่าให้ฟังเพียงผิวเผินเท่านั้นเหลียนเฟิงหวงได้ยินว่าสหายของน้องสาวกลับมาเมืองหลวงก็รีบตรงไปหาทั้งสองทันที ทว่าเมื่อมาถึงก็เห็นว่าทั้งสองกำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดจึงไม่ได้เข้าไป เพราะคิดว่าคงกำลังคุยเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานเขาตั้งใจว่าจะเดินเลี่ยงออกไปเพราะคิดว่าทั้งสองคงอยากพูดคุยกันเช่นสตรี แต่จินหลันเล่อหันมาเห็นเขาเข้าพอดีจึงได้ร้องเรียกพี่ชายของสหายให้เข้าไปนั่งด้วยกัน“พี่หวงจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ”เหลียนเฟิงหวงเมื่อถูกเห็นตัวก็เดินเข้าไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทักทายสหายของน้องสาวด้วยท่าทางสนิทสนม เพราะรู้จักกันมานาน“ไม่เจอหน้ากันสองปี เจ้าก็ยังดูเป็นลูกเป็ดขี้เหร่เหมือนเดิม” เขายื่นมือไปลูบศีรษะของนางอย่างเอ็นดู ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีนางก็ยังดูเป็นเด็กในสา
Baca selengkapnya
บทที่ 6
บทที่ 6เวยซานเซินเห็นว่าคนที่ตามมาก่อกวนเขาที่จวนทุกวันหายหน้าไปนานก็เริ่มร้อนใจ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะไล่นางไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้งนางก็ยังมาตามก่อกวนเขาไม่เลิก แม้จะหายหน้าไปแต่นางก็ไม่เคยหายไปนานหลายวันขนาดนี้หรือว่านางจะไม่สบาย แต่วันที่เหลียนเฟิงหวงมาที่จวนวันนั้นก็ไม่เห็นพูดอันใด ทำให้ตอนนี้เขากังวลมาก“นายท่านบ่าวนำเสื้อผ้าฤดูหนาวมาส่งเจ้าค่ะ” ไฉ่หงที่เป็นเหมือนหัวเรือสำคัญของจวนในตอนนี้ก็เดินเข้ามาหาเจ้านายอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แม้จะอยู่ที่นี่มาหลายปีแต่นางก็ไม่ค่อยได้มาอยู่ต่อหน้าของเจ้านาย เพราะวัน ๆ เขาเอาแต่เก็บตัวทำงานอยู่ในห้อง และดูเป็นคนที่เข้าถึงยาก“เหตุใดจึงมีแต่เสื้อผ้าสีเช่นนี้” เขาขมวดคิ้วมองเสื้อผ้าที่เหล่าสาวใช้ถือมา เพราะมันมีแต่สีสันฉูดฉาดเกินกว่าบุรุษเช่นเขาจะใส่ได้ นี่พวกนางคิดอันใดกันอยู่“ผ้าในจวนเหลือเพียงเท่านี้เจ้าค่ะ” ไฉ่หงได้แต่ก้มหน้าตอบ นางรอผ้าจากคุณหนูเหลียนหรูเซียนอยู่นานก็ไม่มีผ้ามา แจ้งเฉิงชุนไปแล้วก็ไม่มีความคืบหน้า และอีกไม่กี่วันหิมะก็จะตกแล้วพวกนางจึงต้องเร่งตัดชุดตามผ้าที่มีอยู่“เหตุใดไม่ออกไปซื้อ จะให้ข้าใส่เสื้อผ้าพวกนี้หรือ” เขาบอกอย่
Baca selengkapnya
บทที่ 6
เมื่อคิดอย่างไรก็ไม่สบายใจและไม่สามารถทำงานต่อได้จึงตัดสินใจไปที่จวนตระกูลตระกูลเหลียนเพื่อดูให้เห็นกับตาว่านางไม่ได้เป็นอันใดเช่นที่เขาคิด“เรียนนายท่านเวย ตอนนี้นายท่านไม่อยู่ที่จวนขอรับ” พ่อบ้านออกมาต้อนรับสหายของเจ้านายด้วยตนเอง ทว่าตอนนี้เจ้านายของเขาได้ออกจากจวนไปแล้ว จะเหลือก็เพียงคุณหนูของจวน “แต่คุณหนูยังอยู่ เดี๋ยวข้าน้อยจะไปตามมาให้ขอรับ”เวยซานเซินไม่ได้พูดอันใดเพราะความจริงเขาก็มาหานาง มิได้มาหาสหายเช่นที่ผู้อื่นคิด แต่ปล่อยให้คนอื่นเข้าใจเช่นนี้ก็ดี“คุณหนู นายท่านเวยมาขอรับ แต่นายท่านไม่อยู่ ข้าน้อยจึงมาเรียกคุณหนูออกไปต้อนรับ” ทุกคนในจวนรู้ดีว่าคุณหนูของจวนหลงรักนายท่านตระกูลเวยผู้นี้ แต่ตอนนี้กลับไม่มีผู้ใดรู้ว่านางได้เปลี่ยนใจเรื่องนี้แล้วเมื่อได้ยินเช่นนั้นเหลียนหรูเซียนที่กำลังพูดคุยกับสหายอย่างสนุกสนานก็หุบยิ้มลงทันที เพราะไม่คิดว่าเขาจะมาที่จวนของนางได้ แล้วเขาจะมาทำอันใดตอนนี้ พี่ชายของนางออกไปทำงานนานแล้ว“พี่ใหญ่ไม่อยู่ เหตุใดจึงไม่ให้เขากลับไป” แล้วจะมาเรียกนางไปทำไม ประโยคหลังนางทำเพียงแค่เอ่ยในใจ ก่อนจะหันไปหาสหายที่พูดคุยกันเมื่อครู่ เพื่อขอความคิดเห็น เม
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status