เข้าสู่ระบบเหลียนหรูเซียนหลงรักเวยซานเซินสหายของพี่ชายหลายปี ทว่าเขากลับไม่สนใจนางเลยสักนิด นางจึงตัดสินใจเดินหันหลังให้เขา ไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก...
ดูเพิ่มเติมบทที่ 1
เหลียนหรูเซียนหญิงสาวที่ได้ชื่อว่างดงามไม่แพ้ผู้ใดยืนอยู่ที่หน้าประตูจวนตระกูลเวยด้วยความตื่นเต้น นางรู้สึกทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่มาเยือนที่นี่ ถึงแม้นางจะมาทุกวันก็เถอะ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เคยควบคุมความตื่นเต้นของตนเองได้เลยสักนิด ยิ่งได้เห็นใบหน้าของบุรุษในดวงใจนางก็ยิ่งหลงรักเขามากขึ้นทุกวัน
คนตัวเล็กเดินเข้าไปในจวนอย่างง่ายดาย เพราะนางมาที่นี่แทบทุกวันจนทุกคนคุ้นเคยกับนางไปแล้ว และยามมานางก็มักจะนำของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากทุกคนเพื่อแสดงความมีน้ำใจ
“ไฉ่หง เจ้านำของพวกนี้ไปแจกจ่ายให้ทุกคน ข้าซื้อมาฝาก” นางบอกกับสาวใช้อย่างสนิทสนม เป็นสาวใช้ผู้นี้ที่คอยดูแลนางทุกครั้งที่มา
“เจ้าค่ะ” ไฉ่หงยิ้มร่า บ่อยครั้งที่คุณหนูผู้นี้จะมีของมาฝากคนในจวน หากได้คุณหนูผู้นี้มาเป็นนายหญิงของจวนก็คงดี
“พี่ซานเซินอยู่ที่ห้องทำงานใช่หรือไม่” เหลียนหรูเซียนถามถึงบุรุษในดวงใจ ทุกครั้งที่นางมาที่นี่เขาก็จะอยู่ที่ห้องทำงานเสมอ
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวนำไปหรือไม่”
“ไม่ต้อง เจ้าเอาของพวกนี้ไปแบ่งกันเถิด” นางคุ้นเคยกับในจวนดีไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดนำทาง
เมื่อจัดการเรื่องทางนี้เสร็จก็ตรงไปที่ห้องทำงานของจวน ใบหน้างดงามประดับไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขเพราะว่ากำลังจะได้พบหน้าของบุรุษที่พึงใจ
“พี่ซานเซินถึงเวลาอาหารแล้ว มาพักกินข้าวก่อนเจ้าค่ะ” นางเรียกคนที่ตั้งใจทำงานให้มากินอาหารที่นางทำมาให้ เกือบทุกวันนางจะทำอาหารมาให้เขาที่จวน แม้ว่าเขาจะไม่เคยแตะต้องอาหารที่นางทำเลยสักครั้ง แต่นางก็ทำมันออกมาด้วยความตั้งใจ
เวยซานเซินอดีตหมอหนุ่มมากฝีมือไม่ได้หันไปสนใจคนที่เข้ามาใหม่ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนเอง เขาไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะมาสนใจเรื่องไร้สาระกับนาง เขายังมีงานอีกมากมายที่ต้องจัดการ
โรงหมอตระกูลเวยเป็นโรงหมอที่มีชื่อมากที่สุดของแคว้น ทั้งยังมีสำนักศึกษาสำหรับคนที่ต้องการศึกษาเพื่อเป็นหมอ และตอนนี้เขาก็เป็นคนดูแลกิจการทุกอย่างเพียงคนเดียว เพราะบิดามารดาจากไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนจากการถูกโจรปล้นขณะเดินทางไปยังต่างเมือง เขาที่เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวต้องทำงานอย่างหนัก จึงทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาว่างเหมือนเช่นคนอื่น
“พี่ซานเซินมากินข้าวก่อนเถิดเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นจะล้มป่วยเอาได้” หญิงสาวพูดด้วยความเป็นห่วง เพราะทุกครั้งที่นางมาก็เห็นว่าเขาเอาแต่ก้มหน้าทำงาน ไม่ได้มีเวลาพักผ่อนเหมือนเช่นผู้อื่น
ชายหนุ่มยังคงไม่สนใจปล่อยให้คนตัวเล็กพูดอยู่คนเดียว หากนางเบื่อเดี๋ยวก็ออกไปเอง ทว่าเขาก็ดูแคลนความเอาแต่ใจของนางมากเกินไป เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมลุกไปกินข้าวตามที่นางต้องการ จึงได้เดินมาดึงมือของเขาให้ลุกขึ้นไปกินข้าว ทว่าก็ถูกเขาสะบัดมือออกไม่ให้นางมาถูกตัว
“อย่ามายุ่งกับข้า” เวยซานเซินบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ส่วนสายตาของเขาก็เฉยชาแฝงไปด้วยความรำคาญ
“ข้าก็แค่เป็นห่วงท่านเท่านั้น” เหลียนหรูเซียนพยายามฝืนยิ้มออกมา นางรู้ว่าเขาไม่ได้ชอบที่นางมาวุ่นวายเช่นนี้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อนางเป็นห่วงเขา
เวยซานเซินไม่ได้พูดอันใดแล้วก้มหน้าทำงานของตนเองต่อ เขาเป็นหมอมาก่อนเหตุใดจะไม่รู้ว่าตนเองควรทำอันใด ไม่จำเป็นให้นางต้องมาสั่งสอน
“พี่ซานเซินมากินข้าวเสียหน่อยเถิด ข้าตั้งใจทำมาให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะ” ในเมื่อบังคับเขาไม่ได้ นางจึงเปลี่ยนมาเป็นร้องขอแทน แต่ว่าผลลัพธ์ก็ไม่ได้ต่างไปจากเมื่อครู่เลยสักนิด เพราะเขาเอาแต่ทำงานไม่หันสนใจนางเลยแม้แต่น้อย “ท่านไม่คิดจะสนใจข้าจริง ๆ หรือ”
เหลียนหรูเซียนนั่งมองเขาทำงานอยู่เงียบ ๆ ในเมื่อเขาไม่กินข้าวที่นางเตรียมมาให้ นางจึงได้สั่งให้สาวใช้ไปเตรียมอาหารของจวนมา เผื่อว่าเขาจะยอมกินอาหารของทางจวน
“อาหารมาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ยกสำรับเข้ามาตามที่เหลียนหรูเซียนสั่ง
“พี่ซานเซิน ข้าให้คนเตรียมอาหารมาให้แล้ว กินหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” เหลียนหรูเซียนยังคงไม่ยอมแพ้ ความจริงนางอยากให้เขาลองกินอาหารฝีมือของนางสักครั้ง แต่นางไม่อยากบังคับเพียงแค่เขายอมกินอาหารก็พอ
เวยซานเซินได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย แล้วลุกขึ้นไปกินอาหารตามที่นางต้องการเพื่อตัดรำคาญ ไม่รู้ว่านางต้องการอันใดจากเขาจึงมาวนเวียนสร้างความรำคาญใจให้เขาเช่นนี้
หญิงสาวที่เห็นบุรุษในดวงใจลุกขึ้นมากินอาหารตามที่นางต้องการก็ยิ้มอย่างดีใจ แม้เขาจะไม่ยอมแตะอาหารที่นางทำเลยก็ตาม ขอเพียงเขายอมกินอาหารนางก็ดีใจมากแล้ว
“พอใจเจ้าหรือยัง” หลังจากกินอาหารได้ไม่เท่าไหร่เขาก็วางตะเกียบลงแล้วมองหน้าคนที่เอาแต่ยิ้มด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง หากไม่ติดว่านางเป็นน้องสาวของสหายเพียงคนเดียว เขาไม่มีทางปล่อยให้นางเข้ามาทำตัววุ่นวายเช่นนี้เป็นแน่
“พอใจแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ยิ้มร่า หากเขายอมเชื่อนางเช่นนี้บ่อย ๆ ก็คงดี
หลังจากกินอาหารเสร็จเวยซานเซินก็ลุกขึ้นไปทำงานเช่นเดิม และคิดว่าคนที่บังคับให้เขากินอาหารเมื่อครู่จะยอมกลับจวนของตนเอง แต่มิใช่เช่นที่คิดเพราะนางยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงานของเขาเหมือนเดิม
คนตัวเล็กนั่งมองคนที่ตั้งใจทำงานด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางรู้จักกับเขาเมื่อหลายปีก่อน เพราะเขาและพี่ชายของนางเป็นสหายกัน และจากนั้นนางก็รักปักใจเขามาโดยตลอด เริ่มแรกเขาก็ดูเหมือนจะดีกับนาง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปนางก็เริ่มแสดงความรู้สึกของคนเองมากขึ้น เขาจึงค่อย ๆ ตีตัวออกห่างจากนาง และเขาก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้คิดเช่นเดียวกัน แต่นางก็ไม่ยอมแพ้พยายามทำให้เขาหันมาสนใจ ทว่าความตั้งใจของนางเหมือนจะเป็นการสร้างความรำคาญให้เขาเสียมากกว่า
หลังจากลงมือทำงานเวยซานเซินก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างอีก เลยไม่ได้รู้ว่าคนตัวเล็กที่เอาแต่คอยก่อกวนเขาออกไปจากห้องเมื่อใด
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่” เหลียนหรูเซียนเดินเข้ามาดูความเรียบร้อยในจวน เขาเป็นบุรุษอยู่ในจวนคนเดียว เรื่องในเรือนหลังก็ดูแลไม่ค่อยเรียบร้อยนัก เพราะวัน ๆ เขาดูแลเรื่องงานนอกจวนก็แทบไม่มีเวลาแล้ว นางจึงเข้ามาดูแลเรื่องพวกนี้ให้เขาด้วยตนเอง
“เรียบร้อยดีเจ้าค่ะ” จวนนี้เป็นจวนเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก แม้ตระกูลเวยจะร่ำรวย แต่เพราะนายท่านของจวนเป็นคนเรียบง่ายไม่ชอบความวุ่นวาย ในจวนจึงมีบ่าวรับใช้ไม่ถึงยี่สิบคน
“นี่หิมะก็ใกล้จะตกแล้ว เจ้าก็เตรียมเสื้อผ้าหนา ๆ สักสองสามชุดเอาไว้ให้พี่ซานเซินหน่อยเถิด” หญิงสาวบอกอย่างใส่ใจ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้เขาไม่เคยสนใจ นางจึงเข้ามาช่วยเขาดูแล
“คุณหนูเหลียนตอนนี้ผ้าที่จวนหมดแล้ว เหลือเพียงแค่ผ้าที่มีสีสันฉูดฉาดเท่านั้น” เรื่องพวกนี้พวกนางไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ ให้พ่อบ้านไปแจ้งแก่นายท่านแล้วก็ไม่มีความคืบหน้า พวกนางจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
“เช่นนั้นข้าจะซื้อผ้าเข้ามาให้ พวกเจ้าก็รอตัดชุดก็แล้วกัน” เขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่เคยใส่ใจเรื่องของตนเองเลย สนใจแต่ทำงาน
“เจ้าค่ะ” เหล่าสาวใช้ต่างก็พากันคิดว่าหากได้เหลียนหรูเซียนมาเป็นนายหญิงจริง ๆ ก็คงดี พวกนางก็ได้แต่เอาใจช่วย เพราะดูเหมือนเจ้านายของพวกนางจะไม่ได้คิดเช่นเดียวกัน
“ลำบากพวกเจ้าแล้ว” เหลียนหรูเซียนได้แต่ยิ้มน้อย ๆ จวนนี้ไม่มีเจ้านายสตรีคอยดูแล ส่วนสาวใช้ที่รู้เรื่องพวกนี้ก็จากไปพร้อมอดีตนายหญิง เหลือไว้เพียงสาวใช้แรกรุ่นเท่านั้น จึงไม่รู้ว่าจะต้องจัดการเรื่องพวกนี้อย่างไร ส่วนพ่อบ้านก็อายุมากกว่านายท่านของจวนไม่กี่ปี อาจดูแลเรื่องพวกนี้ไม่ทั่วถึง
เมื่อจัดการเรื่องในเรือนเรียบร้อยเหลียนหรูเซียนก็เดินกลับไปหาผู้เป็นเจ้าของจวนที่ห้องทำงาน นางอยากช่วยแบ่งเบาภาระของเขาบ้าง แต่เขาก็มองข้ามความหวังดีของนางตลอด
“พี่ซานเซินมีเรื่องอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะ” เขาเพิ่งเข้ามาจัดการกิจการของจวนได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น เรื่องต่าง ๆ ยังไม่ลงตัว เขาจึงต้องทำงานอย่างหนัก
“หากเจ้าไม่เข้ามาวุ่นวายจะช่วยข้าได้มากทีเดียว” เขาละสายตาจากงานที่ทำอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เขาคิดว่ากลับไปแล้ว นางหายไปนานขนาดนั้นเขาคิดว่านางกลับไปแล้วเสียอีก
“ให้ข้าช่วยนะเจ้าคะ เรื่องพวกนี้ข้าก็ได้เรียนมาบ้าง” บิดามารดาของนางจากไปตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้พี่ชายต้องเข้าไปดูแลกิจการตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบแปดปี นางจึงต้องอยู่ข้างกายเขาตลอด เพราะพี่ชายไม่กล้าปล่อยนางให้อยู่คนเดียว นางจึงได้เรียนเรื่องบัญชีมาบ้าง
“ไม่รบกวนคุณหนูเหลียน หากไม่มีอันใดแล้วเจ้าก็กลับไปเสียเถิด ที่นี่ไม่ใช่ที่เล่นสนุกของเจ้า” เขาบอกปัดอย่างไร้เยื่อใย เรื่องพวกนี้เขาทำเองได้ไม่จำเป็นต้องให้นางยื่นมือมาช่วย
“เช่นนั้นพี่ซานเซินก็อย่าโหมงานมากเกินไปนะเจ้าคะ เซียนเอ๋อร์เป็นห่วง” เหลียนหรูเซียนยังคงยิ้มให้เขาแม้ว่าจะไม่เคยได้รอยยิ้มตอบกลับมาเลยก็ตาม แต่นางก็ยังพยายามเอาใจเขาอยู่เสมอ เผื่อว่าวันหนึ่งเขาจะมองเห็นความดีของนางบ้าง
“เจ้าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้าหรอก กลับไปได้แล้วอย่าได้มาวุ่นวายแถวนี้” เขาก้มหน้าลงทำงานต่อ เพราะไม่อยากพูดเรื่องไร้สาระกับนางอีก ไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องนี้กับนางไปกี่ครั้งแล้ว แต่นางก็ยังทำเหมือนเดิม
“แต่เซียนเอ๋อร์อยากช่วยนี่เจ้าคะ ให้ข้าช่วยท่านนะเจ้าคะ” นางเดินไปนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา หมายจะช่วยเขาทำงาน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้รับสายตาดุ ๆ ที่เขาส่งมา
เวยซานเซินถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เขาไม่รู้ว่าต้องพูดอย่างไรนางจึงจะไม่มาวุ่นวายกับเขาอีก เพราะคิดว่าที่ผ่านมาเขาก็แสดงออกชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ชอบนาง
“ข้าบอกให้เจ้ากลับไป หากไม่มีเรื่องสำคัญก็อย่าได้มาที่นี่อีก” เขายังคงพูดกับนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาไม่อยากให้นางหวังในตัวของเขาไปมากกว่านี้ เพราะว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของนางได้
“พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่” นางยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะทำให้เขารักนางให้ได้
เจ้าของจวนได้แต่มองคนที่เดินออกไปด้วยสายตาเรียบนิ่ง หากไม่ติดว่านางเป็นน้องสาวของสหาย ก็คงไม่ได้เดินเข้าออกจวนเขาราวกับเป็นจวนของตนเองเช่นนี้
บทส่งท้ายหลังจากเรื่องของจูหลานจางและเย่จือม่านจบลง เวยซานเซินก็กลับไปอยู่ที่จวนของตนเอง เพราะตอนนี้หิมะก็หยุดตกแล้ว อยู่ที่จวนเหลียนต่อจะทำให้ดูไม่ดี“เซียนเอ๋อร์วันนี้ผ่านร้านขนมชื่อดัง จึงได้ซื้อมาฝากเจ้า” ตอนนี้เขาจะจัดการงานของตนเองให้เสร็จก่อนค่อยมาที่จวนตระกูลจิน แล้วอยู่กับนางจนฟ้ามืดจึงค่อยกลับจวนของตนเองความสัมพันธ์ของเขาและนางเป็นไปอย่างเรียบง่าย เขาไม่ได้เร่งรัดในความสัมพันธ์ อยู่เป็นความสบายใจให้กันและกัน“เหตุวันนี้ถึงได้มาเร็วนักเล่า” เหลียนหรูเซียนถามอย่างแปลกใจ ปกติเขาจะมาหลังมื้ออาหารเที่ยงตลอด“คิดถึงเซียนเอ๋อร์จึงได้มาเร็วหน่อย” เขายิ้มหน้าบาน ตอนนี้เขาไม่ได้เร่งรัดที่จะเอาสถานะกับนาง ขอเพียงได้อยู่ข้างกายของนางเช่นนี้ก็พอ แม้ว่านางไม่ตกลงแต่งงานกับเขา เขาก็จะอยู่กับนางเช่นนี้ตลอดไป“ท่านนี่ช่างพูดเสียจริง” เหลียนหรูเซียนยิ้มอย่างเขินอาย ช่วงนี้เขามักจะมาทำให้นางเขินอายอยู่เป็นประจำ และเรื่องแต่งงานเขาก็ไม่เคยพูดถึงอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่เป็นเช่นนี้ก็ทำให้นางรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ไม่ต้องมากดดันตัวเองหากถึงวันที่นางพร้อมที่จะแต่งงานกับเขาจริง ๆ นางจะเป็นคนบอกเข
หลังจากได้กินยาพักผ่อนอย่างเต็มที่เหลียนหรูเซียนก็อาการดีขึ้นมาก จึงได้กลับจวนของตนเอง ไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้างและนางก็ยังไม่อยากรับรู้ตอนนี้ ขอให้อาการของนางดีขึ้นกว่านี้หน่อยก็แล้วกันระหว่างนั่งรถม้ากลับจวนก็พยายามคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ทุกอย่างจะเลือนรางแต่ก็พอจะจำได้บ้างว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น รู้สึกดีไม่น้อยที่เขาไม่ได้ทำตามที่นางร้องขอ เช่นนี้ก็แน่ชัดแล้วว่านางเลือกคนไม่ผิด เพราะหากเป็นบุรุษคนอื่นคงจะไม่พานางมารักษาทางการแพทย์เช่นนี้“เหตุใดเมื่อวานท่านไม่...” แม้จะอยากรู้ความคิดของเขาแต่ก็ไม่กล้าถามออกไปตรง ๆ เพราะคิดถึงเรื่องนั้นทีไรก็รู้สึกอายขึ้นมาทันที“ไม่ทำตามที่เจ้าต้องการน่ะหรือ” เขาได้แต่หัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของนาง ท่าทางเช่นนี้ของนางก็ใช่ว่าจะเห็นกันได้ง่าย ๆ“จะ เจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ก้มหน้างุด อยากทุบเขาแรง ๆ ที่กล้าหัวเราะนางเช่นนี้ ก็นางถูกวางยาจึงได้แสดงท่าทางที่น่าขายหน้าเช่นนั้นออกมา“เพราะข้าไม่อยากทำลายศักดิ์ศรีของเจ้า งานแต่งครั้งนี้จะต้องถูกจัดขึ้นเพราะเจ้าพอใจที่จะแต่ง มิใช่บีบบังคับเพียงเพราะเกิดเรื่องพวกนั้นขึ้น” เขายื่นม
บทที่ 25เหลียนหรูเซียนที่หลับไปนานก็รู้สึกตัวในรุ่งเช้าของอีกวัน เมื่อสติกลับคืนมาครบถ้วนก็รีบสำรวจตัวเองทันที เพราะจำได้ว่าเมื่อวานถูกวางยาปลุกกำหนัด เมื่อเห็นว่าร่างกายยังปกติดีอยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“ตื่นแล้วหรือ” เวยซานเซินที่ออกไปเตรียมยาเมื่อเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วเห็นว่าคนตัวเล็กตื่นแล้วก็รีบเดินเข้ามาด้วยความเป็นห่วง “เป็นอย่างไรบ้าง ยังปวดหัวอีกหรือไม่”“ยังปวดอยู่นิดหน่อย” ตอนนี้นางยังปวดหัวอยู่หน่อย ๆ สมองตื้อคิดอ่านอันใดก็ชักช้าไปหมด“เช่นนั้นกินข้าวกินยาแล้วพักผ่อนต่ออีกหน่อย หรือว่าอยากจะกลับไปพักที่จวน” ที่โรงหมอนี้แม้จะไม่ใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้สะดวกขนาดนั้น แต่ดีหน่อยที่นี่เป็นโรงหมอตระกูลเวยเขาจึงสั่งปิดเพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้ามาวุ่นวาย“พักที่นี่อีกหน่อยก็ได้เจ้าค่ะ” ตอนนี้นางไม่มีแรงจะออกไปไหน แค่ลุกจากเตียงก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่เหลียนหรูเซียนกินข้าวกินยาเสร็จก็นอนต่อ ไม่คิดว่าฤทธิ์ยากำหนัดจะทำให้นางหมดแรงเช่นนี้ จูหลานจางผู้นั้นช่างสารเลวจริง ๆ ถึงขั้นกล้าใช้ยาสกปรกเช่นนี้“ตอนนี้ข่าวด้านนอกเป็นอย่างไรบ้าง” เวยซานเซินถามเฉิงชุนที่ยืนรอรายงาน อย่าคิดเลยว่าทำกับ
หลังจากเวยซานเซินออกไปซูซูก็รีบจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้านายของตนเอง คุณหนูของนางช่างน่าสงสารยิ่งนัก ไม่น่าไปรู้จักคนสารเลวเช่นนั้นเลย เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้านายแล้วก็มานั่งเฝ้าไม่ห่าง ไม่ต่างจากเวยซานเซินที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและต้มยาให้นางเรียบร้อยก็มานั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างกัน“นางเป็นอย่างไรบ้าง มีรู้สึกตัวขึ้นบ้างหรือยัง”“ยังเลยเจ้าค่ะ” ซูซูรู้สึกเป็นห่วงเจ้านายมาก แต่ว่านางก็ไม่สามารถทำอันใดได้จึงได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง“เจ้าไปพักผ่อนเถิด เดี๋ยวข้าดูแลนางต่อเอง” ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว “เจ้ากลับไปรออาหวงที่จวนเล่าเรื่องวันนี้ให้ฟังอย่างละเอียด”ตระกูลจูไม่ควรคบค้ากันอีกต่อไป และที่สำคัญผู้นำตระกูลจูสมควรรับรู้พฤติกรรมของบุตรชายตนเองว่าสารเลวมากเพียงใด“เจ้าค่ะ” แม้จะยังเป็นห่วงเจ้านายแต่ว่าให้เวยซานเซินดูแลเจ้านายของนางจะดีกว่า เพราะอีกฝ่ายเป็นหมอจะดูแลได้ดีกว่านางแน่นอนหลังจากที่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเหลียนเฟิงหวงรีบอยากออกไปจากจวนตระกูลจูทันที แต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้เพราะมีเรื่องสำคัญต้องที่ต้องจัดการต่อจากนี้เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปสักพักเหลียนเฟิง
บทที่ 24“เรื่องนี้ให้เจ้าตัดสินใจ” เขาพอจะรู้แล้วว่าสองคนนี้ต้องการทำอันใด อยากเปลี่ยนข้าวสารเป็นข้าวสุก ทำให้เหลียนหรูเซียนปฏิเสธการแต่งงานไม่ได้เขาไม่เคยคิดเลยว่าเย่จือม่านจะเป็นคนที่เลวร้ายเช่นนี้ เสียดายที่ผ่านมาเขาเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แต่นางมาทำเช่นนี้กับสตรีที่เขารัก เขาคงจะปล่อยนางไป
“เรื่องนี้คงเป็นเรื่องเข้าใจผิด เชิญเข้าไปด้านในก่อนขอรับ” ในเมื่อทำอันใดไม่ได้จูหลานจางก็ทำได้เพียงเชิญทั้งสามเข้าไปด้านใน หากบิดาเขาไม่เห็นเหลียนเฟิงหวงและเวยซานเซินคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ ที่ไม่ได้เชิญเวยซานเซินตั้งแต่แรกเพราะคิดว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่มา พอตระกูลเหลียนมาแจ้งว่าเวยซานเซินจะมาก็รีบจัดแ
บทที่ 23ตระกูลจูจัดงานเลี้ยงจึงได้เชิญตระกูลเหลียนไปร่วมด้วย เหลียนเฟิงหวงเห็นว่างานเลี้ยงครั้งนี้น่าสนใจจึงได้ตอบตกลง เพราะตระกูลจูเองก็เป็นตระกูลคหบดีการไปร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้อาจทำให้รู้จักผู้คนมากขึ้น“ข้าไม่อยากให้เจ้าไปงานเลี้ยงตระกูลจูเลย” เวยซานเซินงอแงขึ้นมาบ้าง เพราะรู้แล้วว่าจูหลานจางจง
บทที่ 21หลังจากวันนั้นจูหลานจางก็มาที่จวนตระกูลเหลียนบ่อย ๆ และด้วยเพราะว่าเป็นผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเอาไว้เหลียนหรูเซียนจึงทำได้เพียงต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และที่สำคัญตอนนี้อีกฝ่ายกำลังคุยเรื่องร่วมการค้ากับพี่ชายของนาง ซึ่งนางจะเสียมารยาทไม่ได้ทว่าเรื่องนี้ก็สร้างความไม่พอใจให้เวยซานเซินไม่น้


















ความคิดเห็น