Masukเหลียนหรูเซียนหลงรักเวยซานเซินสหายของพี่ชายหลายปี ทว่าเขากลับไม่สนใจนางเลยสักนิด นางจึงตัดสินใจเดินหันหลังให้เขา ไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก...
Lihat lebih banyakบทที่ 1
เหลียนหรูเซียนหญิงสาวที่ได้ชื่อว่างดงามไม่แพ้ผู้ใดยืนอยู่ที่หน้าประตูจวนตระกูลเวยด้วยความตื่นเต้น นางรู้สึกทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่มาเยือนที่นี่ ถึงแม้นางจะมาทุกวันก็เถอะ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เคยควบคุมความตื่นเต้นของตนเองได้เลยสักนิด ยิ่งได้เห็นใบหน้าของบุรุษในดวงใจนางก็ยิ่งหลงรักเขามากขึ้นทุกวัน
คนตัวเล็กเดินเข้าไปในจวนอย่างง่ายดาย เพราะนางมาที่นี่แทบทุกวันจนทุกคนคุ้นเคยกับนางไปแล้ว และยามมานางก็มักจะนำของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากทุกคนเพื่อแสดงความมีน้ำใจ
“ไฉ่หง เจ้านำของพวกนี้ไปแจกจ่ายให้ทุกคน ข้าซื้อมาฝาก” นางบอกกับสาวใช้อย่างสนิทสนม เป็นสาวใช้ผู้นี้ที่คอยดูแลนางทุกครั้งที่มา
“เจ้าค่ะ” ไฉ่หงยิ้มร่า บ่อยครั้งที่คุณหนูผู้นี้จะมีของมาฝากคนในจวน หากได้คุณหนูผู้นี้มาเป็นนายหญิงของจวนก็คงดี
“พี่ซานเซินอยู่ที่ห้องทำงานใช่หรือไม่” เหลียนหรูเซียนถามถึงบุรุษในดวงใจ ทุกครั้งที่นางมาที่นี่เขาก็จะอยู่ที่ห้องทำงานเสมอ
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวนำไปหรือไม่”
“ไม่ต้อง เจ้าเอาของพวกนี้ไปแบ่งกันเถิด” นางคุ้นเคยกับในจวนดีไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดนำทาง
เมื่อจัดการเรื่องทางนี้เสร็จก็ตรงไปที่ห้องทำงานของจวน ใบหน้างดงามประดับไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขเพราะว่ากำลังจะได้พบหน้าของบุรุษที่พึงใจ
“พี่ซานเซินถึงเวลาอาหารแล้ว มาพักกินข้าวก่อนเจ้าค่ะ” นางเรียกคนที่ตั้งใจทำงานให้มากินอาหารที่นางทำมาให้ เกือบทุกวันนางจะทำอาหารมาให้เขาที่จวน แม้ว่าเขาจะไม่เคยแตะต้องอาหารที่นางทำเลยสักครั้ง แต่นางก็ทำมันออกมาด้วยความตั้งใจ
เวยซานเซินอดีตหมอหนุ่มมากฝีมือไม่ได้หันไปสนใจคนที่เข้ามาใหม่ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนเอง เขาไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะมาสนใจเรื่องไร้สาระกับนาง เขายังมีงานอีกมากมายที่ต้องจัดการ
โรงหมอตระกูลเวยเป็นโรงหมอที่มีชื่อมากที่สุดของแคว้น ทั้งยังมีสำนักศึกษาสำหรับคนที่ต้องการศึกษาเพื่อเป็นหมอ และตอนนี้เขาก็เป็นคนดูแลกิจการทุกอย่างเพียงคนเดียว เพราะบิดามารดาจากไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนจากการถูกโจรปล้นขณะเดินทางไปยังต่างเมือง เขาที่เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวต้องทำงานอย่างหนัก จึงทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาว่างเหมือนเช่นคนอื่น
“พี่ซานเซินมากินข้าวก่อนเถิดเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นจะล้มป่วยเอาได้” หญิงสาวพูดด้วยความเป็นห่วง เพราะทุกครั้งที่นางมาก็เห็นว่าเขาเอาแต่ก้มหน้าทำงาน ไม่ได้มีเวลาพักผ่อนเหมือนเช่นผู้อื่น
ชายหนุ่มยังคงไม่สนใจปล่อยให้คนตัวเล็กพูดอยู่คนเดียว หากนางเบื่อเดี๋ยวก็ออกไปเอง ทว่าเขาก็ดูแคลนความเอาแต่ใจของนางมากเกินไป เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมลุกไปกินข้าวตามที่นางต้องการ จึงได้เดินมาดึงมือของเขาให้ลุกขึ้นไปกินข้าว ทว่าก็ถูกเขาสะบัดมือออกไม่ให้นางมาถูกตัว
“อย่ามายุ่งกับข้า” เวยซานเซินบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ส่วนสายตาของเขาก็เฉยชาแฝงไปด้วยความรำคาญ
“ข้าก็แค่เป็นห่วงท่านเท่านั้น” เหลียนหรูเซียนพยายามฝืนยิ้มออกมา นางรู้ว่าเขาไม่ได้ชอบที่นางมาวุ่นวายเช่นนี้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อนางเป็นห่วงเขา
เวยซานเซินไม่ได้พูดอันใดแล้วก้มหน้าทำงานของตนเองต่อ เขาเป็นหมอมาก่อนเหตุใดจะไม่รู้ว่าตนเองควรทำอันใด ไม่จำเป็นให้นางต้องมาสั่งสอน
“พี่ซานเซินมากินข้าวเสียหน่อยเถิด ข้าตั้งใจทำมาให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะ” ในเมื่อบังคับเขาไม่ได้ นางจึงเปลี่ยนมาเป็นร้องขอแทน แต่ว่าผลลัพธ์ก็ไม่ได้ต่างไปจากเมื่อครู่เลยสักนิด เพราะเขาเอาแต่ทำงานไม่หันสนใจนางเลยแม้แต่น้อย “ท่านไม่คิดจะสนใจข้าจริง ๆ หรือ”
เหลียนหรูเซียนนั่งมองเขาทำงานอยู่เงียบ ๆ ในเมื่อเขาไม่กินข้าวที่นางเตรียมมาให้ นางจึงได้สั่งให้สาวใช้ไปเตรียมอาหารของจวนมา เผื่อว่าเขาจะยอมกินอาหารของทางจวน
“อาหารมาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ยกสำรับเข้ามาตามที่เหลียนหรูเซียนสั่ง
“พี่ซานเซิน ข้าให้คนเตรียมอาหารมาให้แล้ว กินหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” เหลียนหรูเซียนยังคงไม่ยอมแพ้ ความจริงนางอยากให้เขาลองกินอาหารฝีมือของนางสักครั้ง แต่นางไม่อยากบังคับเพียงแค่เขายอมกินอาหารก็พอ
เวยซานเซินได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย แล้วลุกขึ้นไปกินอาหารตามที่นางต้องการเพื่อตัดรำคาญ ไม่รู้ว่านางต้องการอันใดจากเขาจึงมาวนเวียนสร้างความรำคาญใจให้เขาเช่นนี้
หญิงสาวที่เห็นบุรุษในดวงใจลุกขึ้นมากินอาหารตามที่นางต้องการก็ยิ้มอย่างดีใจ แม้เขาจะไม่ยอมแตะอาหารที่นางทำเลยก็ตาม ขอเพียงเขายอมกินอาหารนางก็ดีใจมากแล้ว
“พอใจเจ้าหรือยัง” หลังจากกินอาหารได้ไม่เท่าไหร่เขาก็วางตะเกียบลงแล้วมองหน้าคนที่เอาแต่ยิ้มด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง หากไม่ติดว่านางเป็นน้องสาวของสหายเพียงคนเดียว เขาไม่มีทางปล่อยให้นางเข้ามาทำตัววุ่นวายเช่นนี้เป็นแน่
“พอใจแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ยิ้มร่า หากเขายอมเชื่อนางเช่นนี้บ่อย ๆ ก็คงดี
หลังจากกินอาหารเสร็จเวยซานเซินก็ลุกขึ้นไปทำงานเช่นเดิม และคิดว่าคนที่บังคับให้เขากินอาหารเมื่อครู่จะยอมกลับจวนของตนเอง แต่มิใช่เช่นที่คิดเพราะนางยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงานของเขาเหมือนเดิม
คนตัวเล็กนั่งมองคนที่ตั้งใจทำงานด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางรู้จักกับเขาเมื่อหลายปีก่อน เพราะเขาและพี่ชายของนางเป็นสหายกัน และจากนั้นนางก็รักปักใจเขามาโดยตลอด เริ่มแรกเขาก็ดูเหมือนจะดีกับนาง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปนางก็เริ่มแสดงความรู้สึกของคนเองมากขึ้น เขาจึงค่อย ๆ ตีตัวออกห่างจากนาง และเขาก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้คิดเช่นเดียวกัน แต่นางก็ไม่ยอมแพ้พยายามทำให้เขาหันมาสนใจ ทว่าความตั้งใจของนางเหมือนจะเป็นการสร้างความรำคาญให้เขาเสียมากกว่า
หลังจากลงมือทำงานเวยซานเซินก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างอีก เลยไม่ได้รู้ว่าคนตัวเล็กที่เอาแต่คอยก่อกวนเขาออกไปจากห้องเมื่อใด
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่” เหลียนหรูเซียนเดินเข้ามาดูความเรียบร้อยในจวน เขาเป็นบุรุษอยู่ในจวนคนเดียว เรื่องในเรือนหลังก็ดูแลไม่ค่อยเรียบร้อยนัก เพราะวัน ๆ เขาดูแลเรื่องงานนอกจวนก็แทบไม่มีเวลาแล้ว นางจึงเข้ามาดูแลเรื่องพวกนี้ให้เขาด้วยตนเอง
“เรียบร้อยดีเจ้าค่ะ” จวนนี้เป็นจวนเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก แม้ตระกูลเวยจะร่ำรวย แต่เพราะนายท่านของจวนเป็นคนเรียบง่ายไม่ชอบความวุ่นวาย ในจวนจึงมีบ่าวรับใช้ไม่ถึงยี่สิบคน
“นี่หิมะก็ใกล้จะตกแล้ว เจ้าก็เตรียมเสื้อผ้าหนา ๆ สักสองสามชุดเอาไว้ให้พี่ซานเซินหน่อยเถิด” หญิงสาวบอกอย่างใส่ใจ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้เขาไม่เคยสนใจ นางจึงเข้ามาช่วยเขาดูแล
“คุณหนูเหลียนตอนนี้ผ้าที่จวนหมดแล้ว เหลือเพียงแค่ผ้าที่มีสีสันฉูดฉาดเท่านั้น” เรื่องพวกนี้พวกนางไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ ให้พ่อบ้านไปแจ้งแก่นายท่านแล้วก็ไม่มีความคืบหน้า พวกนางจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
“เช่นนั้นข้าจะซื้อผ้าเข้ามาให้ พวกเจ้าก็รอตัดชุดก็แล้วกัน” เขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่เคยใส่ใจเรื่องของตนเองเลย สนใจแต่ทำงาน
“เจ้าค่ะ” เหล่าสาวใช้ต่างก็พากันคิดว่าหากได้เหลียนหรูเซียนมาเป็นนายหญิงจริง ๆ ก็คงดี พวกนางก็ได้แต่เอาใจช่วย เพราะดูเหมือนเจ้านายของพวกนางจะไม่ได้คิดเช่นเดียวกัน
“ลำบากพวกเจ้าแล้ว” เหลียนหรูเซียนได้แต่ยิ้มน้อย ๆ จวนนี้ไม่มีเจ้านายสตรีคอยดูแล ส่วนสาวใช้ที่รู้เรื่องพวกนี้ก็จากไปพร้อมอดีตนายหญิง เหลือไว้เพียงสาวใช้แรกรุ่นเท่านั้น จึงไม่รู้ว่าจะต้องจัดการเรื่องพวกนี้อย่างไร ส่วนพ่อบ้านก็อายุมากกว่านายท่านของจวนไม่กี่ปี อาจดูแลเรื่องพวกนี้ไม่ทั่วถึง
เมื่อจัดการเรื่องในเรือนเรียบร้อยเหลียนหรูเซียนก็เดินกลับไปหาผู้เป็นเจ้าของจวนที่ห้องทำงาน นางอยากช่วยแบ่งเบาภาระของเขาบ้าง แต่เขาก็มองข้ามความหวังดีของนางตลอด
“พี่ซานเซินมีเรื่องอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะ” เขาเพิ่งเข้ามาจัดการกิจการของจวนได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น เรื่องต่าง ๆ ยังไม่ลงตัว เขาจึงต้องทำงานอย่างหนัก
“หากเจ้าไม่เข้ามาวุ่นวายจะช่วยข้าได้มากทีเดียว” เขาละสายตาจากงานที่ทำอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เขาคิดว่ากลับไปแล้ว นางหายไปนานขนาดนั้นเขาคิดว่านางกลับไปแล้วเสียอีก
“ให้ข้าช่วยนะเจ้าคะ เรื่องพวกนี้ข้าก็ได้เรียนมาบ้าง” บิดามารดาของนางจากไปตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้พี่ชายต้องเข้าไปดูแลกิจการตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบแปดปี นางจึงต้องอยู่ข้างกายเขาตลอด เพราะพี่ชายไม่กล้าปล่อยนางให้อยู่คนเดียว นางจึงได้เรียนเรื่องบัญชีมาบ้าง
“ไม่รบกวนคุณหนูเหลียน หากไม่มีอันใดแล้วเจ้าก็กลับไปเสียเถิด ที่นี่ไม่ใช่ที่เล่นสนุกของเจ้า” เขาบอกปัดอย่างไร้เยื่อใย เรื่องพวกนี้เขาทำเองได้ไม่จำเป็นต้องให้นางยื่นมือมาช่วย
“เช่นนั้นพี่ซานเซินก็อย่าโหมงานมากเกินไปนะเจ้าคะ เซียนเอ๋อร์เป็นห่วง” เหลียนหรูเซียนยังคงยิ้มให้เขาแม้ว่าจะไม่เคยได้รอยยิ้มตอบกลับมาเลยก็ตาม แต่นางก็ยังพยายามเอาใจเขาอยู่เสมอ เผื่อว่าวันหนึ่งเขาจะมองเห็นความดีของนางบ้าง
“เจ้าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้าหรอก กลับไปได้แล้วอย่าได้มาวุ่นวายแถวนี้” เขาก้มหน้าลงทำงานต่อ เพราะไม่อยากพูดเรื่องไร้สาระกับนางอีก ไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องนี้กับนางไปกี่ครั้งแล้ว แต่นางก็ยังทำเหมือนเดิม
“แต่เซียนเอ๋อร์อยากช่วยนี่เจ้าคะ ให้ข้าช่วยท่านนะเจ้าคะ” นางเดินไปนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา หมายจะช่วยเขาทำงาน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้รับสายตาดุ ๆ ที่เขาส่งมา
เวยซานเซินถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เขาไม่รู้ว่าต้องพูดอย่างไรนางจึงจะไม่มาวุ่นวายกับเขาอีก เพราะคิดว่าที่ผ่านมาเขาก็แสดงออกชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ชอบนาง
“ข้าบอกให้เจ้ากลับไป หากไม่มีเรื่องสำคัญก็อย่าได้มาที่นี่อีก” เขายังคงพูดกับนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาไม่อยากให้นางหวังในตัวของเขาไปมากกว่านี้ เพราะว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของนางได้
“พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่” นางยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะทำให้เขารักนางให้ได้
เจ้าของจวนได้แต่มองคนที่เดินออกไปด้วยสายตาเรียบนิ่ง หากไม่ติดว่านางเป็นน้องสาวของสหาย ก็คงไม่ได้เดินเข้าออกจวนเขาราวกับเป็นจวนของตนเองเช่นนี้
ชายหนุ่มมาที่จวนตระกูลเหลียนทุกวัน และนั่งรออยู่อย่างนั้นแม้ว่าเหลียนหรูเซียนจะไม่ออกมาพบก็ตาม เขาทำเช่นนั้นอยู่หลายวันนางก็ยังคงไม่ยอมโผล่หน้าออกมาให้เขาพบ แต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้“คุณหนูวันนี้นายท่านเวยก็มาอีกแล้วเจ้าค่ะ” ซูซูเข้ามารายงานเจ้านาย ตอนนี้เริ่มจะเห็นใจคนที่รอ เพราะยามที่เจ้านายของนางไปจวนตระกูลเวยก็ได้พบหน้าอีกฝ่ายทุกครั้ง แต่นี่มานั่งรอทั้งวันก็ไม่ได้เห็นหน้าของเจ้านายของนาง“อยากมาก็มา ข้าไม่ได้ว่าอันใดนี่” หญิงสาวยังคงบอกอย่างไม่ได้สนใจ แต่ในหัวของนางตอนนี้กลับคิดถึงเรื่องของเขา ในใจยังคงถกเถียงกันอยู่ว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี ใจหนึ่งก็อยากออกไปพบเขา แต่ก็ยังโกรธเรื่องที่เขาเคยทำไว้กับนาง“คุณหนูจะไม่ออกไปพบหน่อยหรือ” ซูซูบอกเสียงแผ่ว เพราะรู้ว่าเจ้านายพยายามมากเพียงใด หากได้ลงเอยกันเจ้านายของนางก็คงจะมีความสุขไม่น้อย“ไม่ล่ะ” เหลียนหรูเซียนบอกอย่างใจแข็ง พยายามไม่คิดถึงคนที่นั่งรออยู่ในเรือนรับรอง ใจแข็งเข้าไว้อย่าได้ใจอ่อนง่าย ๆ คิดตอนที่เขาด่าเข้าไว้ซูซูเมื่อเห็นว่าเจ้านายใจแข็งก็ไม่ได้ร้องขอความเห็นใจแทน กลัวว่าเจ้านายจะโกรธตนเองไปด้วย จึงได้เดินไปรินน้ำชาให้อย่างเอาใ
บทที่ 14เหลียนหรูเซียนนั่งคิดเรื่องของเวยซานเซินเงียบ ๆ ได้แต่คิดเรื่องของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะพยายามสลัดเรื่องของเขาออกจากหัวแต่ก็ไม่สามารถทำได้สักทีนางไม่เชื่อว่าเขาจะชอบนางเช่นที่พี่ชายพูดจริง ๆ นางยังจำคำที่เขาต่อว่านางได้ทุกคำ คนเช่นนี้หรือจะมาชอบนางได้จริง ๆ หากที่ผ่านมาเขามีท่าทีว่าชมชอบนางสักนิด นางจะไม่คิดสงสัยเลย“คุณหนูนายท่านเวยมาขอพบเจ้าค่ะ” เมื่อสาวใช้เข้ามารายงาน ทำให้หญิงสาวแปลกใจมาก เพราะทุกครั้งเขาจะบอกว่าต้องการมาพบพี่ชายของนาง แต่วันนี้กลับแปลกไป“ไม่พบ” นางและเขาไม่มีเรื่องจำเป็นต้องพบหน้ากัน และนางก็จะไม่ออกไปพบเขาเด็ดขาด“เจ้าค่ะ” น้ำเสียงเด็ดขาดของเจ้านายทำให้นางไม่กล้าที่จะเอ่ยอันใดต่อ จึงได้แต่ถอยออกไปแจ้งแขกที่มาเยือน“นายท่านเวย คุณหนูไม่สะดวกออกมาพบเจ้าค่ะ จึงเชิญนายท่านเวยกลับไปก่อน” สาวใช้พยายามใช้คำพูดที่เบาที่สุดเพื่อรักษาน้ำใจของคนมาเยือน“ข้าจะรอจนกว่านางจะออกมาพบ” เวยซานเซินบอกเสียงเรียบ ไม่อยากพบหน้าเขาหรือ มาดูกันว่าผู้ใดจะมีความอดทนมากกว่ากัน“เอ่อ...”“ไม่ต้องมาเฝ้าหรอก พวกเจ้าไปทำงานของตนเองเถิด” เขายังคงยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายใจ ไม่ได้ทุก
“อย่ามายุ่งกับข้าอีก” พูดจบหญิงสาวก็เดินจากไปพร้อมกับน้ำตา วันที่นางต้องการให้เขาทำดีด้วยเขากลับไม่สนใจ พอนางสามารถทำใจเดินออกมาจากเขาแล้ว เขาก็ไม่ยอมปล่อยนางไป ยังมาสร้างความลำบากใจให้นางอยู่ตลอดเมื่อเห็นน้ำตาของคนตัวเล็กก็ทำให้เขาชะงัก ไม่คิดว่าการพูดคุยกันครั้งนี้จะทำให้นางเสียน้ำตา เขาเพียงแค่ต้องการคุยกับนางให้รู้เรื่องเท่านั้น ไม่คิดว่าเรื่องราวจะเลยเถิดขนาดนี้ในขณะที่เขากำลังจะเดินตามไปเพื่อพูดคุยให้รู้เรื่อง แต่สหายที่ยืนแอบอยู่นานก็เข้ามาขวางเอาไว้ เพราะกลัวว่าหากยังตามไปจะทำให้ทะเลาะกันยิ่งกว่านี้ รอให้ใจเย็นมากกว่านี้ค่อยคุยกันอีกครั้ง“เจ้าอย่าเพิ่งตามไป รอให้นางใจเย็นกว่านี้ก่อน วันหน้าค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย”“แต่นางร้องไห้” เขาพูดเสียงแผ่ว เพียงแค่คิดว่านางต้องเสียน้ำตาเพราะเขาเขาก็ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว แล้วเช่นนี้จะให้อยู่เฉยได้อย่างไร“เจ้าไม่ต้องห่วง นางร้องไห้เพราะเจ้าไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว” แม้จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่ก็แอบไม่พอใจอยู่หน่อย ๆ ที่อีกฝ่ายทำน้องสาวของเขาเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เพราะน้องสาวของเขาเลือกเดินเส้นทางนี้เอง เขาก็ทำอันใดไม่ได้ยิ่งได้ยินเช่น
บทที่ 13เวยซานเซินออกมารอที่หน้าประตูจวนตระกูลเหลียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องก็รีบตื่นขึ้นมาเตรียมตัวเพื่อออกไปที่จวนของสหายเช่นทุกวัน โดยไม่รู้เลยว่ามีคนรอสะสางบัญชีอยู่“พวกเจ้ามาช่วยข้าแต่งตัวเร็วเข้า” เหลียนหรูเซียนบอกด้วยน้ำเสียงรีบร้อน เพราะวันนี้อากาศหนาวกว่าปกตินางจึงค่อนข้างตื่นสาย และกลัวว่าหากช้ากว่านี้จะได้เจอคนที่ไม่ต้องการเจอสาวใช้ต่างพากันช่วยแต่งตัวให้เจ้านายตามคำสั่ง เมื่อจัดการตัวเองเสร็จก็รีบเดินออกไปที่หน้าประตูจวนเพื่อไปหาสหาย ทว่าก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ที่หน้าประตูจวน โดยที่ประตูใหญ่ยังไม่เปิด แสดงว่าเขาอยู่ที่จวนของนางทั้งคืน“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เหลียนหรูเซียนถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ในเมื่อประจันหน้ากันเช่นนี้แล้ว จะให้หลบหน้าต่อก็คงไม่ได้“ข้าอยากคุยกับเจ้า” นางไม่ฟังที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้เลย บอกว่าอย่าหลบหน้านางก็ไม่ฟัง ซ้ำยังไปที่จวนตระกูลจินทุกวัน ไม่รู้ว่าระหว่างนางและจินหมิงหยวนก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว“ข้าว่าพวกเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ บอกไปแล้วว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก” นี่เขาต้องการอันใดจากนางกันแน่ เหตุใดไม่พูดอ











