Mag-log inจะโทษใครได้นอกจากโทษตัวเองที่รนหาที่
เจติยาส่ายหัวไปมาอย่างแรงเพื่อลบภาพที่ติดอยู่ในสมอง ก่อนจะลงมือแต่งตัวไปกินอาหารเช้า
ขณะที่กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่นั้นสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเพื่อนเก่าคนหนึ่ง อันที่จริงจะเรียกกิ๊กเก่าก็ไม่ผิดนัก แม้ระยะเวลาที่คบกันจะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ ก็ตาม เขายังคงความหล่อและเท่เหมือนเดิม เจติยาเดินตรงเข้าไปทักอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล
“สบายดีเหรอคะอีธาน”
“เจนีน นึกไม่ถึงเลยว่าผมจะได้พบคุณที่นี่”
อีธานตรงเข้าสวมกอดและจูบแก้มเจติยาเบาๆ แทนการทักทายอย่างเป็นกันเอง ดวงตาของเขาฉายแววยินดีที่มีโอกาสได้พบกับเธออีกครั้ง
“ฉันมาเที่ยวพักผ่อนหลังจากทำงานหนักมาหลายเดือน ดีใจจังที่ได้พบคุณอีก”
“ผมเองก็ดีใจที่ได้พบคุณเช่นกัน คุณยังสวยเหมือนเดิมเลยนะเจนีน”
เจติยายิ้มรับคำชม…นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินคำชม
คำพูดเหล่านี้เธอได้ยินบ่อยจนชิน แต่ก็รู้สึกดีที่ได้ยินจากปากของกิ๊กเก่าสุดหล่ออย่างอีธาน
“คืนนี้ผมจะจัดงานปาร์ตี้ถ้าคุณมีเวลาก็มาร่วมสนุกด้วยกันสิ”
เมื่ออีธานอุตส่าห์เอ่ยปากชวนเธอ ไปร่วมงานปาร์ตี้ส่วนตัวที่เขาจะจัดขึ้นในค่ำคืนนี้ทั้งที มีหรือที่ปาร์ตี้เกิร์ลอย่างเจติยาจะปฏิเสธ ไม่มีทางที่เธอจะพลาดงานเลี้ยงที่สนุกสนานเช่นนี้แน่นอน
“ด้วยความยินดีอย่างยิ่งค่ะ”
อีธานบอกเวลาและสถานที่ที่ใช้สำหรับจัดงาน
“แล้วพบกันคืนนี้นะคะ” จากนั้นก็เอ่ยปากขอตัว
“เมื่อกี้คุณคุยกับใครอยู่เหรอคะอีธาน” อันนาเอ่ยถามเมื่อเห็นแฟนหนุ่มยืนคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง
“เพื่อนผมเอง ผมชวนเธอมาร่วมงานปาร์ตี้กับเราคืนนี้ด้วยนะ”
อันนาไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นเพียงแค่เพื่อนเก่าของอีธาน เพราะเธอรู้ถึงความเจ้าชู้ในอดีตของเขาดี แต่ก็ไม่เซ้าซี้ถามด้วยรู้ดีว่าเขาไม่ชอบให้เธอทำเช่นนั้น
เจติยาปรากฏตัวเดินเข้ามาในงานด้วยชุดราตรียาวสุดเซ็กซี่สีดำ ทันทีที่ปรากฏตัวทุกสายตาต่างก็จับจ้องมาที่ตัวเธอ ไม่เสียทีที่รั้งตำแหน่งคาสโนวี่สาวพราวเสน่ห์ เพียงแค่รอยยิ้มและการปรายสายตามองหนุ่มๆ ที่จ้องมองมาที่เธอก็เซ็กซี่กินขาดสาวคนอื่นๆ อีธานพาเธอมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกับเขาที่โซนวีไอพี
“เจนีนครับนี่อันนาแฟนผม และนั่นคริสเพื่อนรักของผม”
“คุณคือผู้หญิงที่ยืนคุยกับอีธานเมื่อเช้านี้ใช่ไหมคะ”
เจติยาพยักหน้าตอบ และใช้รอยยิ้มแทนคำทักทาย แต่รอยยิ้มของเธอต้องเลือนหายไปจากใบหน้า เมื่อหันไปเห็นหน้าตาเพื่อนของอีธานอย่างชัดเจน และก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่า
เพื่อนรักของกิ๊กเก่าคือชายแปลกหน้าที่พร่าพรหมจรรย์ของเธอไปเมื่อคืนวาน
“เราพบกันอีกแล้วนะครับ” คริสเอ่ยทักทายหญิงสาวอย่างคนคุ้นเคย
“นายรู้จักกับเจนีนตั้งแต่เมื่อไร และไปสนิทสนมกันตอนไหน”
“เราแค่รู้จักกันโดยบังเอิญน่ะค่ะอีธาน ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น”
เจติยาชิงตอบคำถามของอีธานแบบตัดบทอย่างคนร้อนตัว ด้วยเกรงว่าขืนชักช้าเขาจะตอบคำถามเพื่อนรักอย่างหมดเปลือก ถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนั้นก็คงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคริส
ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่ารอยยิ้มและแววตาของเขาดูมีเลศนัย ไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด
เห็นทีจะอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้ว คงต้องถอยไปตั้งหลักก่อน เจติยาเอ่ยชวนอีธานออกไปเต้นรำด้วยกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าคริส
“ฉันอยากเต้นรำ เราออกไปสนุกกันดีไหมคะอีธาน”
“สำหรับคุณได้เสมอ”
ระหว่างที่กำลังเต้นจังหวะสโลว์กันอยู่นั้น จิตใจของเจติยาก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หัวสมองก็คิดหาทางหนีทีไล่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้คริสเปิดเผย ถึงความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนระหว่าเขาและเธอให้คนอื่นรู้
ทำเฉยๆ ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องนี้ดีไหม
หรือว่าควรพูดกับเขาตรงๆ เพื่อไม่ให้เขาแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป
เพราะมันหมายถึงชื่อเสียงในแง่ลบที่อาจจะส่งผลกระทบต่อตัวเธอ
“ผมดีใจนะที่คุณมาร่วมสนุกกับเราในคืนนี้”
เจติยาตกอยู่ในวังวนความคิดของตัวเองจนไม่ได้ยินสิ่งที่อีธานพูด
“คุณกับคริสรู้จักกันได้ยังไงครับ”
“ว่าไงล่ะครับเจนีน ผมถามว่าคุณกับคริสรู้จักกันได้ยังไง และไปรู้จักกันตอนไหน”
“เจนีน...เจนีนครับ...เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“ปะ...เปล่าค่ะ”
“แน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นอะไร”
“แน่ใจค่ะ ฉันแค่เผลอคิดอะไรบางอย่างก็เลยไม่ได้ยินที่คุณพูด”
“ผมถามคุณตั้งหลายครั้งแต่คุณก็ไม่ตอบ”
“คุณถามฉันว่าอะไรเหรอคะฉันไม่ทันได้ฟัง”
“ผมถามว่าคุณรู้จักกับคริสได้ยังไง”
“ฉันเจอเขาที่ผับโดยบังเอิญเมื่อคืนนี้ค่ะ เราก็เลยนั่งดื่มด้วยกัน”
“พบกันเมื่อคืน แต่ทำไมดูเหมือนสนิทกันจัง”
“หมายถึงฉันเหรอคะ”
“ผมหมายถึงคริสเพื่อนของผมครับ ปกติแล้วคริสจะไม่ค่อยให้ความสนิทสนมกับใครง่ายๆ โดยเฉพาะผู้หญิง”
“ทำไมล่ะคะ”
“ด้วยเหตุผลส่วนตัวครับ ผมถึงแปลกใจที่ได้ยินเขาทักทายคุณอย่างคนคุ้นเคย”
“เราก็แค่ทักทายกันธรรมดาไม่ได้มีอะไรพิเศษ คุณคิดมากไปเองหรือเปล่าคะอีธาน”
“ก็อาจจะเป็นได้”
เมื่อเพลงจบอีธานจึงชวนเธอไปนั่งพัก แม้จะไม่อยากกลับไปเผชิญหน้ากับเขาแต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้
“คุณรับปากฉันแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจทีหลังเด็ดขาด” “รับรองไม่เปลี่ยนใจ ผมจะยอมแก้ผ้าถ่ายภาพร่วมกับคุณดีกว่าให้คุณไปถ่ายภาพหวิวกับผู้ชายอื่น” คริสตอบหลังจากตัดสินใจแน่นอนว่าจะยอมสลัดผ้า เพื่อถ่ายภาพเด็ดลงโฟโต้บุ้คฉบับพิเศษนี้ร่วมกับเธอและลูกในท้อง “สำเร็จ!” เธอจูบแก้มเขาเป็นรางวัล ความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาเธอ “คุณมีความสุขมากขนาดนี้เลยเหรอ” “แน่อยู่แล้ว เพียงแค่คิดว่าโฟโต้บุ้คเล่มนี้จะทำให้ลูกของเรา มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข” เขาลูบไล้แก้มเนียนใสของภรรยาในขณะที่ฟังเธอพูดถึงคอนเซ็ปที่วางไว้ให้เขาฟัง “เราจะมีการถ่ายภาพทั้งในสตูดิโอ ในห้องนอน ห้องน้ำ และตามสถานที่ต่างๆ มันต้องเป็นโฟโต้บุ้คที่สร้างความฮือฮา และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่ยุคใหม่ลุกขึ้นมาปฏิวัติทำอะไรแบบนี้บ้าง” คริสยิ้มเมื่อเห็นความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาของเจติยา ความสุขของเธอก็คือความสุขของเขา แม้จะเหนื่อยแค่ไหนเพียงได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ก็ทำให
“มีอะไรอยากจะพูดกับผมก็พูดมา” “สัญญาก่อนว่าคุณจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอ” “ผมขอฟังก่อนว่าคุณจะขออะไร เพราะไม่อยากสัญญาในสิ่งที่ผมทำไม่ได้” เจติยาหมุนตัวกลับมายืนเผชิญหน้าพร้อมกับสบตาเขา “คุณทำได้แน่อยู่ที่ว่าจะยอมทำหรือเปล่าเท่านั้น” “จะให้ผมทำอะไร” “ถ้าฉันบอกแล้วคุณห้ามโกรธฉันนะ” คริสพยักหน้าแทนคำตอบ “มีบริษัทมาเสนอโปรเจคพิเศษให้ฉัน และฉันอยากทำโปรเจคนี้ร่วมกับคุณ” “โปรเจคอะไร!” “เขาอยากทำโฟโต้บุ้คของฉัน” “ตอนที่คุณท้องแก่ใกล้คลอดแบบนี้เหรอเจนีน” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเทรนด์นี้กำลังเป็นที่ถูกจับตามอง และมีทีท่าว่ากำลังจะมาแรงในอนาคต เขาก็เลยอยากสร้างปรากฏการณ์ให้เป็นที่ฮือฮา” “ด้วยการขอให้คุณถ่ายแบบให้เขา” “ถูกต้อง และฉันก็อยากให้คุณถ่ายแบบในครั้งนี้ร่วมกับฉัน” คริสไม่เห็นด้วยเพราะเขาหวง เพราะขณะที่เธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา แต่ความสวยและความเซ็กซี่ของเจติยาก็ไม่เคยลดน้อยลง เมื่อเจติยาเห็นว่า
“แพ้ท้อง! จะเป็นไปได้ยังไงคะแม่ก็เจนีนยังไม่ได้ท้องเลย” แต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็ทำตาลุกวาว “หรือว่า...” “หรือว่าอะไรเหรอเจนีน” คริสซึ่งตามมาสมทบทีหลังเอ่ยถาม “แย่แล้วค่ะคริส” “อะไรที่คุณว่าแย่ช่วยพูดให้ผมเข้าใจหน่อย” “รอบเดือนฉันขาดไปสองเดือนแล้ว” “แล้วมันหมายความว่ายังไง” “ก็หมายความว่าคุณกำลังจะได้เป็นพ่อคน” “พูดจริงหรือเปล่าเจนีน ห้ามล้อผมเล่นด้วยเรื่องแบบนี้นะ” “ฉันก็ยังไม่มั่นใจนักหรอกค่ะ แต่ว่ารอบเดือนฉันไม่มาสองเดือนแล้ว แล้วแม่ยังบอกว่าอาการที่คุณเป็นเหมือนกับอาการของคนที่แพ้ท้องแทนเมีย” “ถ้าอย่างนั้นเราไปโรงพยาบาลกัน ไปตรวจให้รู้ความจริงกันไปเลย” น้ำเสียงของคริสบอกถึงความตื่นเต้นกับข่าวที่ได้ยิน แววตาของเขาทอประกายสดใส “แล้วถ้าฉันไม่ได้ท้องคุณจะผิดหวังไหม” “เพื่อลูกของเราผมจะเพิ่มความพยายามให้มากกว่าเดิม” “แค่ความขยันในการทำการบ้านที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้ ฉันก็แทบจะรับไม่ไหว ขืนคุณเพิ่มความพยายามในเรื่องน
“ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ” “ถึงเหนื่อยก็ยอม อย่ามัวเสียเวลาพูดอยู่เลย เรามาเริ่มทำลูกกันดีกว่า” ใบหน้าของเจติยาร้อนวูบวาบ ไปกับคำพูดชักชวนแบบตรงไปตรงมาของสามี คริสแนบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ไฟในห้องดับลง เหลือไว้แต่ไฟเสน่หาที่ดูท่าว่าจะไม่ยอมมอดดับลงง่ายๆ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเบาๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานก็เงียบหายไปในนิทราของทั้งสองที่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน การเจรจาสู่ขอในเช้าวันต่อมาเป็นไปด้วยความราบรื่น อานนท์และอัมรามิได้เรียกร้องอะไรได้แต่บอกให้ฝ่ายชายจัดมาตามที่เห็นสมควร ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจที่จะจัดพิธีแต่งงานที่นี่ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายปรึกษารายละเอียดเรื่องนี้กันตามลำพัง เพราะสองหนุ่มสาวตัดสินใจที่จะทำตามความเห็นของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย หลังจากการเจรจาสิ้นสุดลงคริสขับรถพาเจติยาไปพบตรัยภูมิที่โรงพยาบาลตามนัด “ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่ คุณเสร็จธุระเมื่อไรเราจะได้กลับบ้านพร้อมกัน” “ตกลงค่ะ” ตรัยภูมิพาเจติยาไปนั่งคุยที่สวนด้านข้างของโรงพยาบาล “มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่เหรอครับเจนีน
เมื่อเจติยาพาคริสเดินเข้าไปพบพ่อกับแม่ ที่กำลังนั่งรอชำระความอยู่ภายในห้องนั่งเล่น ผู้สูงวัยรับไหว้บุคคลทั้งสอง “ว่าไงจ๊ะแม่ตัวดีไปก่อเรื่องอะไรไว้ ไม่เคยคิดที่จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังบ้างเลยเหรอไง” “เจนีนยอมรับผิดค่ะแม่” “มันเป็นความผิดของผมเองครับไม่ใช่ความผิดของเธอ” “คริสเพิ่งจะเล่าให้เจนีนฟังว่าเขามาสารภาพความจริงให้พ่อกับแม่ทราบก่อนหน้านี้” “ใช่ มันแปลกตรงที่เรารู้เรื่องนี้จากปากของคนอื่น แทนที่จะรู้จากปากของลูกนะเจนีน” “เจนีนขอโทษค่ะที่ทำตัวให้พ่อกับแม่ผิดหวัง” “เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ไหนๆ ก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว พ่อกับแม่ได้แต่อวยพรให้ลูกกับคริสอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” “พ่อแม่ผมอยากทราบว่าทางนี้จะสะดวกวันไหน พวกท่านจะได้มาสู่ขอเจนีนอย่างเป็นทางการครับ” “พวกคุณสะดวกวันไหนก็วันนั้นล่ะ” อานนท์กล่าว “ผมขอโทรถามพ่อกับแม่ก่อนแล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ แต่น่าจะภายในวันสองวันนี้” “ทำไมรวดเร็วอย่างนั้นคะคริส แล้วพ่อกับแม่คุณจะเดินทาง
“ฉันล้อเล่นค่ะ ใครจะยกผู้ชายเพอร์เฟคชั่นนิสอย่างคุณให้คนอื่นง่ายๆ ล่ะคะจริงไหม” ‘ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ไม่แน่’ นั่นเป็นความคิดที่คริสไม่รู้ สีหน้าของคริสเครียดขรึมแววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจกับความคิดแผลงๆ ของภรรยา “อย่าโกรธเลยนะคะ ก็บอกแล้วไงว่าล้อเล่น ถ้าคุณยังไม่หายโกรธฉันจะ...” “จะทำอะไร!” “ก็ทำแบบนี้ไงคะ” เจติยาประคองใบหน้าเขาพร้อมกับโน้มตัวไปจูบปากเขา “อีกทีซิ”หญิงสาวไม่ยอมทำตามที่เขาขอ “ของดีมีไม่บ่อยนักหรอกค่ะคริส” “คืนนี้คุณเสร็จผมแน่” “อยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง” นี่สินะเสน่ห์ของเจติยาที่ใช้มัดหัวใจผู้ชายจนอยู่หมัด หนีไปไหมไม่รอด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหัวใจที่มั่นคงของคริสถึงได้สั่นคลอนยามเมื่อได้มาพบเธอ “ฉันคงต้องนำเคล็ดลับมัดใจผู้ชายในแบบของคุณไปลองใช้บ้างแล้ว เผื่อว่าจะได้ผล” “ยินดีค่ะ” “เรื่องคุณกับอีริคไปถึงไหนแล้ว คืนดีกันหรือยัง” นาตาลีพยักหน้า “ฉันตัดสินใจที่จะให้โอกาสเขาอีกครั้ง แต่เขาต้องเข้ารับ







