Mag-log inหมาเด็กมาคอยป้วนเปี้ยนให้ลูบให้เกา อยากจะรู้อยู่เหมือนกันว่าพี่สาวคนนี้จะอดทนได้สักแค่ไหน ใครๆ ต่างก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของคนที่อายุห่างกันโอกาสไปกันรอด…มันริบหรี่ขนาดไหน ‘คะน้า’ เป็นหนึ่งในคนที่ขอไม่ลงสนามรักอีก ตั้งแต่เลิกกับแฟนเก่าไป เธอก็ไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครเข้าใกล้มาเคาะสนิมหัวใจอีกเลย จะมีก็แต่เด็กหนุ่มบ้านข้าง ๆ ที่มักจะมาวอแวก่อกวนเธอเป็นประจำ เด็กผู้ชายคนนั้นเข้ามาตีสนิทในคราบน้องชาย จนวันหนึ่ง…ความต้องการที่ถูกกักเก็บไว้นานก็ปะทุออกมาพ เธอที่ห่างหายจากเรื่องอย่างว่าไปหลายปี กับ เขาที่ไม่เคยมีสัมพันธ์กับใคร นอกจากอายุจะห่างกันเกือบสิบปี ฐานะระหว่างเธอกับเขายังต่างกันอย่างสิ้นเชิง ความเป็นไปได้ = 0 รีบตัดจบคือคำตอบ ✅
view moreเสียงกริ่งหน้าร้านดอกไม้ดังขึ้นพร้อมร่างแบบบางของผู้หญิงวัยยี่สิบหกปีเดินออกมา ในอ้อมแขน ‘คะน้า’ มีดอกไม้ช่อไม่เล็กไม่ใหญ่โอบไว้กลางอก ไม่รอช้าจมูกเล็ก ๆ ก็ก้มลงไปสูดดมเอากลิ่นหอมหวานเข้าไปเต็มปอด
“…หอมจัง”
ใบหน้าสวยหวานมีรอยยิ้มเผยให้เห็นอยู่ตลอด ริมฝีปากจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มจนแก้มปริอย่างคนอารมณ์ดี ช่วงเช้าเธอเพิ่งไปสัมภาษณ์เข้าทำงานที่ใหม่ และได้คำตอบกลับมาทันทีว่าเธอได้งานที่นั่น ยิ่งไปกว่านั้นเงินเดือนยังสูงกว่าที่เดิมเกือบเท่าตัว แม้บริษัทที่ว่าจะไม่ตรงกับสาขาที่ตนเองเรียนจบมาก็ตาม
คะน้าก้าวขาไม่เร็วมากนัก แต่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจ เบลเซอร์สีน้ำตาลที่ใหญ่กว่าตัวปลิวไปตามแรงลมตัดกับกระโปรงสีดำกลีบเล็กที่มันกำลังเสียดสีต้นขาขาว
สาวร่างเพรียวบางสูงเพียงร้อยหกสิบเซ็นติเมตรกำลังมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟฟ้า เพื่อไปยังร้านอาหารที่เธอกับแฟนหนุ่มนัดฉลองวันครบรอบ และวันเกิดของเธอไว้ในคราวเดียว
ใช่แล้ว จะบอกว่าวันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้
วันนี้เป็นวันที่เธอได้งานที่ใหม่
วันนี้เป็นวันครบรอบสามปีของเธอกับแฟนหนุ่มที่รู้จักกันมานาน
…และวันนี้ยังเป็นวันเกิดของเธออีกด้วย
คะน้าก้าวเท้าให้ช้าลงเมื่อพาตัวเองมาถึงหน้าร้านอาหารที่แฟนหนุ่มเป็นคนจองเอาไว้ เธอมองเข้าไปในร้าน บรรยากาศหรูหราตามแบบฉบับร้านอาหารฝรั่งเศสเรียกความตื่นเต้นให้กับหญิงสาวไม่น้อยเลยทีเดียว
น่าเสียดายที่แฟนของเธอติดธุระช่วงเย็น ทำให้ต้องมาฉลองกันในมื้อกลางวันแทน
“…คุณนีโอค่ะ”
เธอเอ่ยออกไปเมื่อพนักงานหน้าร้านตรงดิ่งเข้ามาหา พนักงานคนดังกล่าวได้ยินแบบนั้นก็คลี่ยิ้มพร้อมผายมือเดินนำคะน้าเข้าไปด้านใน
ไม่นานนักนัยน์ตาคู่สวยก็ปะทะเข้ากับแผ่นหลังแสนคุ้นเคยของแฟนหนุ่ม เธอไม่รอช้ายื่นมือไปสะกิดเบา ๆ เป็นการหยอกล้อก่อนจะเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวฝั่งตรงข้ามกัน
“รอนานไหม? อะให้”
คะน้าพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง เธอยื่นช่อดอกไม้ในมือไปตรงหน้าแฟนหนุ่มรุ่นน้องพร้อมหรี่ตาลงด้วยท่าทางทะเล้นอย่างคนสนิทกัน
“ไม่หรอก สั่งอาหารให้แล้วนะ”
นีโอรับช่อดอกไม้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขาคลี่ยิ้มนิด ๆ ตรงมุมปากเท่านั้น แน่นอนว่าคะน้าที่เป็นคนหูตาไวย่อมสังเกตเห็น แต่เธอกำลังทำเป็นไม่เห็นมัน
“อื้อ…รสนิยมยังดีเหมือนเดิมเลยนะ ร้านสวยมากน่าเสียดายที่ไม่ได้มาช่วงค่ำ ไฟพวกนี้ต้องสวยมากแน่ ๆ”
“…”
ใบหน้าหล่อสไตล์ลูกครึ่งมองตามคะน้าที่กำลังแหงนหน้ามองไฟตกแต่งภายในร้าน ตอนนี้พวกมันยังไม่มีแสงส่องประกายออกมา เพราะยังไม่ถึงเวลานั่นเอง
“…ฉันได้งานที่ใหม่แล้วนะ ไปสัมภาษณ์มาเมื่อเช้า ผู้จัดการดูจะชอบฉันมาก ๆ งานนี้คงราบรื่นมากแน่ ๆ แถมเงินเดือนยังเพิ่มเป็นเท่าตัวจากที่เก่าด้วย”
คะน้าเอ่ยทำลายความเงียบเมื่อเห็นว่านีโอยังเอาแต่นั่งจ้องหน้าเธอไม่ยอมปริปากพูดอะไร ก่อนที่เสียงครืดคราดจากโทรศัพท์มือถือของเขาที่วางไว้บนโต๊ะจะเรียกความสนใจจากชายหนุ่มให้หลุบตามอง
อืด อืดด…
ดวงตากลมโตมองเครื่องมือสื่อสารสั่นแบบนั้นอยู่อีกสองสามครั้ง นีโอก็มองมันอยู่เช่นกันก่อนที่เขาจะจับมันพลิกหน้าจอคว่ำลงแล้วกลับมาสบสายตาเธอ
“วันนี้วันเกิดฉัน กินข้าวเสร็จแล้วเราไปเดินเล่นกันไหม? สงสัยต้องขอของขวัญจากนายสักหน่อยละ”
“คะน้า…”
“หื้ม?”
เสียงผู้ชายที่เอาแต่จ้องหน้าเธอเอ่ยออกมา เขามีท่าทีลำบากใจ แต่ก็เหมือนคนกำลังจะหมดความอดทนในเวลาเดียวกัน
“…อะไร ทำไมไม่พูดล่ะ อ้อ หรือจะถามว่าฉันได้งานตำแหน่งอะไรเงินเดือนเท่าไหร่งั้นเหรอ? ก็…”
“พวกเราเลิกกันเถอะ”
ริมฝีปากที่กำลังจะขยับพูดเม้มเข้าหากันทันทีเมื่อแฟนหนุ่มแทรกขึ้นมา คะน้าจ้องนิ่งเข้าไปในตานีโอ เขาถอนหายใจแผ่วเบามองสบตาเธอกลับมาเช่นกัน
“…ขอโทษที่ต้องทำแบบนี้นะ แต่เธอก็น่าจะรู้ว่าพ่อแม่ฉันไม่โอเคกับเธอเท่าไหร่ ด้วยฐานะที่ค่อนข้าง…แตกต่างกัน”
เสียงนีโอบางเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่คะน้ากลับรู้สึกว่ามันก้องกังวาน และดังชัดมากพอที่เธอจะไม่ทวนถามเขาเป็นรอบที่สอง
“นายมีคนอื่นเหรอ…”
นัยน์ตาสวยไร้ความวูบไหว เธอพูดก่อนปรายตามองไปที่มือถือของเขาอีกครั้ง ก่อนหน้านั้นเธอเห็นว่ามีข้อความส่งเข้ามาสามสี่ข้อความ แม้จะไม่ชัดเท่าไหร่ แต่ก็เห็นได้จากรูปโปรไฟล์ว่าไม่ใช่คนในครอบครัวของเขา
จริงอยู่ที่นีโอและครอบครัวค่อนข้างมีฐานะ ต่างกันกับเธอที่ต้องดูแลเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ถึงจะรู้ดีว่าเรื่องพวกนี้อาจเป็นปัญหาในสักวัน แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะใช้เรื่องนี้มาตัดสัมพันธ์กับเธอ
“…”
“ลุกไปสิ ถ้ามันละอายเกินกว่าที่นายจะพูดความจริงออกมาก็แค่ลุกออกไป จ่ายค่าอาหารด้วยนะ”
ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากอดีตแฟนอีก เขาไม่ได้รู้สึกผิด เธอเห็นมันผ่านแววตาคู่นั้น นีโอลุกออกจากโต๊ะตามคำบอก เขาจ่ายค่าอาหารให้เธอตามที่เธอสั่ง ทำให้คะน้าถึงกับยกยิ้มมุมปากอย่างคนสมเพชในตัวเอง
“หึ น่าสมเพชสิ้นดี”
เสียงหวานสั่นเครือพร้อมน้ำใส ๆ เอ่อขึ้นรอบดวงตา เธอพยายามกลั้นมันเอาไว้มองตามร่างสูงของอดีตแฟนหนุ่มไปจนสุดสายตา
เขาเป็นแฟนคนแรก และคนเดียวในชีวิตเธอ นีโอเด็กกว่าเธอสองปี เขาเป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัย ในวันที่เธอเรียนจบผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามาสารภาพความในใจ นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา
“…เดินเข้ามาเองแล้วก็เดินออกไปเอง โดยไม่ถามฉันสักคำ”
คะน้าถอนหายใจ เธอปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้า ๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเดินออกจากร้านโดยไม่แตะอาหารราคาแพงในจานแม้แต่คำเดียว
ตึก ตึก…
เสียงฝีเท้ากระทบไปตามถนน เสียงจากส้นรองเท้าดังพอที่จะกลบเสียงสะอื้นของคะน้าเอาไว้ได้ เธอเดินก้มหน้าก้มตาจนมาถึงบ้านทาวเฮาส์สองชั้นที่ตัวเองเพิ่งสร้างหนี้เอาไว้
“ฮึก นี่มันวันอะไรกัน ฮึก ฉันควรดีใจหรือเสียใจกันแน่…”
มือทั้งสองข้างพยายามไขกุญแจ พวกมันพากันสั่นจนคะน้าต้องเพ่งตามองมากกว่าปกติ
“…เก่งมากลูกพ่อ แล้วนี่ตัดสินใจได้รึยังว่าจะเข้าเรียนที่ไหน”
เสียงพูดคุยดังมาจากบ้านหลังโตที่อยู่ติดกัน เรียกความสนใจให้คะน้าหันหน้ามอง เธอเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังฉีกยิ้มกว้าง เสื้อของเขาเต็มไปด้วยรอยปากกาหลากสี บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าวันนี้เด็กหนุ่มคนนั้นเพิ่งเรียนจบ
“มีคนอยู่อย่างนั้นเหรอ คงรวยน่าดู”
ปากเล็กพึมพำมองบ้านหลังข้างเคียงที่เธอไม่เคยเห็นใครเข้าออก รู้แค่ว่าเจ้าของคงมีฐานะพอสมควร ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถสร้างบ้านอยู่ใจกลางเมืองแบบนี้ได้ ไหนจะรถหรูที่จอดอยู่หน้าบ้านนั่นอีก
“ดู ๆ อยู่ครับพ่อ แต่คิดว่าจะเรียนป.ตรี ที่ไทย ส่วนป.โท ค่อยคิดอีกที”
แกร๊ก!
แม่กุญแจกระทบเข้ากับรั้วเหล็กเต็มแรง เสียงของมันดังพอให้เด็กผู้ชายคนนั้นหันหน้ามองหาต้นตอของเสียง ส่วนสาวเจ้าของบ้านก็ตกใจไม่ต่างกันที่เผลอออกแรงมากไปหน่อยเลยไม่ทันได้ระวัง
จังหวะนั้นทำให้คนทั้งคู่ได้สบตากัน คะน้ามองผู้ชายวัยรุ่นสวมใส่ชุดมัธยมปลายของโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง ดวงตาเธอยังพร่ามัวเลยต้องยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาออกถึงได้เห็นว่าเด็กหนุ่มคนนั้นกำลังจ้องมาที่เธอ คิ้วของเขาขมวดช้า ๆ เมื่อสังเกตเห็นว่าเธอกำลังร้องไห้
“เข้าบ้านเถอะ ลูกน่าจะหิวแล้ว”
“เอ่อ…ครับ”
เด็กผู้ชายคนนั้นเดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมพ่อแม่ของเขา เธอถอนหายใจอีกครั้งเพื่อปลงให้กับชีวิตแสนธรรมดาของตัวเอง
“…ใครเป็นคนรับผิดชอบดูแลเว็บไซต์ของคุณฝ้ายจากบริษัทเทคฯ นะ?” เอกถามขึ้นมาลอย ๆ ระหว่างกำลังนั่งตรวจรายงาน ทำให้พนักงานในทีมทั้งสี่ชีวิตจำต้องละสายตาออกจากจอคอมพิวเตอร์มองไปที่เขา ก่อนที่คะน้าจะยกมือแทนการตอบ “คะน้าเหรอ งานเยอะจนพี่จำสลับหมดละ นึกว่าให้ไอ้จาฟามันดู” “ค่ะ มีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ?” “หัวหน้าพูดงี้แปลว่าปกติเวลามีงานชอบนึกถึงผมเป็นคนแรกสินะ ถึงว่างานเยอะจนทำไม่ทันแล้วเนี่ย” หนุ่มทรงเฮี้ยวประจำทีมบ่นเสียงดังเสร็จรีบหันไปทำงานตัวเองต่อ เมื่อเอกถลึงตาใส่ “ไม่มีอะไรหรอก เมื่อวานมีอีเมลจากคุณฝ้ายส่งมาบอกว่าชอบระบบการดูแลเว็บไซต์ของทีมเรา ครอบคลุมทุกด้านการบริการ และยังคอยดูแลระบบหลังบ้านได้ดีไม่ต้องมานั่งทำงานซ้ำซ้อน เห็นว่าเตรียมจะเปิดอีกช่องทางเพิ่ม” “ขอบคุณค่ะ แต่บริษัทคุณฝ้ายไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ พื้นฐานระบบบริษัทค่อนข้างดี เลยทำงานง่าย” คะน้ารับไม่วายรีบถ่อมตัวตามนิสัย เธออมยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเห็นว่าหัวหน้างานไม่สั่งอะไรเพิ่มเติมจึงหันกลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ ระหว่างนั่งทำงาน
“…ปากหวานตัวก็หอม” กัปตันผละใบหน้าออกเพื่อเอ่ยปากชมความหอมหวานของพี่สาวข้างบ้าน ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบาง ๆ มองสบตาสวยที่ตอนนี้กำลังฉายความสับสน และความลังเลออกมา “ไม่รังเกียจกันใช่ไหม?” คะน้าหลุบตามองมือกัปตันที่เขาเพิ่งเลื่อนมันลงไปวางที่เอว เขากำลังขออนุญาตล่วงเกินร่างกายเธอสินะ หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เธอยืนนิ่งให้เขาลูบไล้มือช้า ๆ พร้อมความรู้สึกกระสันบ้างเป็นบางครั้งที่ปลายนิ้วแกร่งแตะสัมผัสลงมา ท่ามกลางความมืดมีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่เพียงเท่านั้น กัปตันเริ่มหายใจแรงขึ้นตามความต้องการภายในตัว ส่วนคะน้าเองก็เริ่มหายใจไม่เป็นจังหวะเมื่อกัปตันใช้มือกอบกุมหน้าอกเธอ พรึบ! ร่างบางลอยขึ้นกลางอากาศ เด็กหนุ่มที่รู้จักกันมาหลายปีช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม ทำให้คะน้ารีบตวัดแขนโอบรอบคอเขาไว้กันตัวเองร่วงหล่นลงพื้น ขายาวก้าวไปตามขั้นบันไดเพื่อเดินขึ้นชั้นสอง กัปตันลอบมองใบหน้าสวยเป็นระยะกระทั่งพาสาวเจ้าของบ้านไปวางอยู่บนที่นอนได้สำเร็จ “…กลับบ้านเถอะ อย่าทำแบบนี้เลย” คะน
“ฟู่ววว! เสร็จสักที ไปหาไรกินกันปะ?” ‘จาฟา’ ทิ้งตัวใส่พนักพิงเต็มแรงมองหน้าจอคอมฯ ดับลง เขายืดแขนเหยียดไปหน้าลำตัวเพื่อคลายความเมื่อยล้าพร้อมเอ่ยปากชักชวนเพื่อนร่วมทีมอีกสามคนที่กำลังนั่งทำงานของตนเองกันอย่างขะมักเขม้น “คุณจาฟานี่มีแรงเหลือ ๆ สำหรับสุราตลอดเลยนะครับ” “โห่ ก็ใครใช้ให้หัวหน้าใช้งานพวกผมขนาดนี้ล่ะ นี่วันเสาร์แท้ ๆ แต่ต้องเข้ามาทำงานแทนที่จะได้นอนกระดิกเท้าชิล ๆ อยู่บ้าน” จาฟามองมือของ ‘เอก’ หรือผู้จัดการประจำทีมบริษัทพัฒนาเว็บไซต์วางแหมะลงบนไหล่ ความสนิทสนมของคนทั้งคู่ที่คอยก่อกวนกันไม่ต่างจากไม้เบื่อไม้เมา เรียกรอยยิ้มเล็ก ๆ จากคะน้า เมย่า และเทนได้ในทันที “เสร็จแล้วค่า! สรุปเราจะไปกินอะไรกันดีคะ เรียกมาทำงานนอกเวลาแบบนี้ผู้จัดการต้องเลี้ยงข้าวแล้วม้างงงง!?” “จริง นี่หิวจนลำไส้เต้นระบำเป็นจังหวะแทงโก้แล้ว” เมย่าพูดขึ้นตามด้วยเทน ส่วนคะน้าได้แต่หัวเราะคิกคักมองเพื่อนร่วมงานสลับกันไปมา เธอทำงานที่นี่มาสี่ปี แต่ถ้านับความอาวุโสจากอายุงานก็ถือว่าเธอเป็นน้องเล็กสุดของทีมอยู่ดี
แสงแดดยามเย็นยังไม่เบาแรงลง ทำให้คะน้าที่กำลังเดินกลับบ้านหลังเลิกงานต้องยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อเพราะพวกมันพากันผุดขึ้นทั่วกรอบหน้า เวลาผ่านไปครบสี่ปีหลังจากวันที่เธอได้งานที่ใหม่ แต่ใบหน้าเรียวเล็กกลับยังดูอ่อนเยาว์ไม่ต่างจากเดิม แม้อายุของเธอจะแตะเลขสามแล้วก็ตาม ขาเรียวหยุดกึกหน้ารั้วเหล็กของบ้านทาวน์เฮาส์ คะน้าล้วงมือหยิบเอากุญแจออกมาไข เธอออกแรงเลื่อนมันเปิดเพื่อแทรกตัวเข้าไปด้านใน แต่ไม่ทันจะได้ปิดรั้วก็มีเสียงออดอ้อนจากสัตว์ตัวเล็กดังขึ้นมาเสียก่อน มะ เหมียว~ เหมียว~ เสียงร้องดังเรียกให้คะน้าก้มตัวลงไปอุ้มแมวพันธุ์สกอตติชโฟลด์ขึ้นมา เธอใช้มือเพียงข้างเดียวเจ้าแมวตัวน้อยที่มีหูพับเป็นเอกลักษณ์ก็เข้ามาอยู่ในอ้อมอก มันรีบออดอ้อนซุกหน้าคลอเคลียอย่างที่ทำเป็นประจำ “อ้อนเหรอคะ หื้ม? โมจิน้อย เจ้าของแกมัวทำอะไรทำไมปล่อยแกหลุดออกมาอีกแล้วเนี่ย” คะน้าคุยกับแมวตัวจิ๋วด้วยรอยยิ้ม เธอเรียกชื่อมันทำให้หน้าสั้น ๆ ยอมผละออกจากอกมามองสบตา ตากลมแป๋วมีประกายวิบวับจนสาวเจ้าของบ้านต้องยอมอุ้มมันเดินเข้าไปด้านในด้วย