Mag-log inระหว่างที่นั่งดื่มด้วยกันอยู่นั้นเจติยารู้สึกว่าเขาจ้องมองมาที่เธอตลอดเวลา โดยปกติแล้วเธอจะรู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้งที่มีชายหนุ่มหน้าตาดีจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาชื่นชม แต่ไม่ใช่ในครั้งนี้
เขาจะรู้ตัวไหมว่าการที่เขาเอาแต่นั่งจ้องหน้าเธออยู่แบบนี้ มันสร้างความเครียดให้กับเธอ โดยเฉพาะตอนที่ต้องนั่งอยู่กับเขาสองต่อสองแบบนี้ เพราะอันนาชวนอีธานออกไปเต้นรำที่ฟลอร์ เจติยาจึงต้องนั่งอยู่กับคริสตามลำพังท่ามกลางบรรยากาศที่น่าอึดอัด เธอจึงเลือกที่จะนั่งดื่มเงียบๆ และทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น คริสเป็นฝ่ายทำลายความเงียบด้วยการเปิดประเด็นถาม
“หน้าตาคุณดูเหมือนไม่ค่อยสบาย เป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่เป็นไร ฉันสบายดี”
“จำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราเมื่อคืนนี้”
จำได้สิ ทำไมจะจำไม่ได้
จู่ๆ ก็เสียตัวครั้งแรกให้กับชายแปลกหน้าที่เพิ่งจะพบกันเพียงไม่กี่ชั่วโมง ใครจำไม่ได้ก็บ้าแล้ว
“เรื่องที่เกิดขึ้น...ผมยินดีที่จะรับผิดชอบ...”
หา!! ฟังไม่ผิดใช่ไหม
ถามฉันสักคำไหมว่าต้องการหรือเปล่า
“ไม่จำเป็น ฉันรับผิดชอบตัวเองได้ และอยากให้คุณลืมเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราเมื่อคืนนี้ไปซะ”
“ลืม!”
“ใช่ คิดซะว่าไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น โอเค”
“คุณแน่ใจเหรอว่าต้องการอย่างนี้จริงๆ”
“แน่ใจค่ะ คุณอย่ารื้อฟื้นเรื่องนี้มาพูดอีกเลยนะคะ และเก็บมันไว้เป็นความลับระหว่างเราได้ไหม ถือว่าฉันขอร้อง”
คริสไม่ตอบ เขาได้จ้องมองหน้าเธอนิ่งนานจนเจติยารู้สึกอึดอัด
จังหวะนั้นเองอีธานและอันนาก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ อีธานเอ่ยปากชักชวนให้ทุกคนเล่นเกมร่วมกับเขา
“มาเล่นเกมกันดีกว่า”
“คุณจะให้เราเล่นเกมอะไร” อันนาเอ่ยถาม
“เกมหมุนขวดเป็นไง”
“ไหนลองอธิบายกติกาให้ฟังซิคะ”
“ง่ายมาก เกมเริ่มต้นจากการหมุนขวด ถ้าปากขวดไปหยุดอยู่ที่ใคร คนนั้นคือผู้โชคดีที่จะต้องเป็นคนดื่มจนหมดแก้ว แต่เขาสามารถชนแก้วกับใครก็ได้โดยเลือกได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น เมื่อชนแก้วกับใครแล้วคนที่ถูกชนแก้วก็จะต้องดื่มจนหมดแก้วเช่นกัน”
“มีกติกาแค่นี้เองเหรอคะ”
“ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ผู้โชคดีมีสิทธิถามผู้ที่ถูกชนแก้วได้หนึ่งคำถาม คนที่ถูกถามจะต้องตอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องตอบตามความเป็นจริงเท่านั้น เริ่มเลยนะ”
อีธานหมุนขวดครั้งแรกปากขวดไปตกที่อันนา เธอเลือกที่จะชนแก้วกับผู้หญิงอีกคนที่ร่วมวงด้วย เจติยาจึงต้องดื่มเหล้าตรงหน้าพร้อมกับตอบคำถามของอันนา
“คุณเคยมีเซ็กส์กับอีธานไหม”
สองหนุ่มถึงกับเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำถามนั้นและก็รอฟังคำตอบ
นึกว่าจะถามเรื่องอะไร!!
ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง คงจะระแวงเกรงว่าอีธานจะนอกใจ
“ถึงภายนอกฉันจะดูเหมือนคนเจ้าชู้แต่ก็ไม่เคยปล่อยตัวให้ใคร มีบ้างที่บางครั้งเคยคิดอยากลองอยู่เหมือนกัน”
ครั้งนี้อันนาเป็นคนหมุนขวด คริสคือผู้โชคดีรายต่อไป เจติยาถูกเลือกอีกครั้ง เธอจึงจำเป็นต้องดื่มตามกติกา
“คุณมีแฟนหรือยังเจนีน” เขาเรียกชื่อเธออย่างสนิทสนมเช่นเดียวกับที่อีธานเรียก
“แฟนเป็นตัวเป็นตนไม่มี ส่วนกิ๊กนี่มีมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่ฉันมีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่งคือจะไม่ยุ่งกับผู้ชายที่มีเจ้าของแล้ว”
จากคำถามที่หนึ่ง ไปถึงคำถามที่สอง สาม สี่ เรื่อยไปจนนับไม่ถ้วน ดูเหมือนว่าคนที่ต้องดื่มมากที่สุดในค่ำคืนนี้คือเจติยา ทั้งในฐานะผู้โชคดีและในฐานะบุคคลที่ถูกเลือกให้ชนแก้ว เธอดื่มจนมึนเมาและก็เป็นคนที่ต้องตอบคำถามของคนอื่นมากที่สุด เมื่อเธอเป็นผู้โชคดีก็เลือกที่จะชนแก้วกับอีธาน
“คุณเคยรักฉันบ้างไหมอีธาน”
“รักสิ และเคยรู้สึกเสียดายที่ความรักของเรามันจบลงอย่างรวดเร็ว”
ในครั้งนี้อีธานขอเป็นฝ่ายหมุนขวด เพราะเขาต้องการถามอะไรบางอย่างกับเจติยา โชคดีเป็นของเขาเพราะปากขวดมาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าเขาพอดี เขาเลือกที่จะชนแก้วกับเธออีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยถามสิ่งที่เคยติดค้างอยู่ในใจ
“ทำไมคุณถึงบอกเลิกผม”
“เพราะคุณรุกหนักมากจนฉันกลัว”
“กลัวอะไร!”
“ก็กลัวว่าตัวเองจะเผลอใจให้ในสิ่งที่คุณต้องการ จึงต้องตัดไฟซะตั้งแต่ต้นลม คุณเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มาก ใครก็ตามที่ได้อยู่ใกล้ชิดคุณเป็นต้องเผลอใจรัก และฉันยังไม่อยากเป็นผู้หญิงในฮาเร็มของคุณ ถึงได้ขอยุติความสัมพันธ์ของเราก่อนที่มันจะสายเกินไป”
“คุณรับปากฉันแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจทีหลังเด็ดขาด” “รับรองไม่เปลี่ยนใจ ผมจะยอมแก้ผ้าถ่ายภาพร่วมกับคุณดีกว่าให้คุณไปถ่ายภาพหวิวกับผู้ชายอื่น” คริสตอบหลังจากตัดสินใจแน่นอนว่าจะยอมสลัดผ้า เพื่อถ่ายภาพเด็ดลงโฟโต้บุ้คฉบับพิเศษนี้ร่วมกับเธอและลูกในท้อง “สำเร็จ!” เธอจูบแก้มเขาเป็นรางวัล ความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาเธอ “คุณมีความสุขมากขนาดนี้เลยเหรอ” “แน่อยู่แล้ว เพียงแค่คิดว่าโฟโต้บุ้คเล่มนี้จะทำให้ลูกของเรา มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข” เขาลูบไล้แก้มเนียนใสของภรรยาในขณะที่ฟังเธอพูดถึงคอนเซ็ปที่วางไว้ให้เขาฟัง “เราจะมีการถ่ายภาพทั้งในสตูดิโอ ในห้องนอน ห้องน้ำ และตามสถานที่ต่างๆ มันต้องเป็นโฟโต้บุ้คที่สร้างความฮือฮา และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่ยุคใหม่ลุกขึ้นมาปฏิวัติทำอะไรแบบนี้บ้าง” คริสยิ้มเมื่อเห็นความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาของเจติยา ความสุขของเธอก็คือความสุขของเขา แม้จะเหนื่อยแค่ไหนเพียงได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ก็ทำให
“มีอะไรอยากจะพูดกับผมก็พูดมา” “สัญญาก่อนว่าคุณจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอ” “ผมขอฟังก่อนว่าคุณจะขออะไร เพราะไม่อยากสัญญาในสิ่งที่ผมทำไม่ได้” เจติยาหมุนตัวกลับมายืนเผชิญหน้าพร้อมกับสบตาเขา “คุณทำได้แน่อยู่ที่ว่าจะยอมทำหรือเปล่าเท่านั้น” “จะให้ผมทำอะไร” “ถ้าฉันบอกแล้วคุณห้ามโกรธฉันนะ” คริสพยักหน้าแทนคำตอบ “มีบริษัทมาเสนอโปรเจคพิเศษให้ฉัน และฉันอยากทำโปรเจคนี้ร่วมกับคุณ” “โปรเจคอะไร!” “เขาอยากทำโฟโต้บุ้คของฉัน” “ตอนที่คุณท้องแก่ใกล้คลอดแบบนี้เหรอเจนีน” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเทรนด์นี้กำลังเป็นที่ถูกจับตามอง และมีทีท่าว่ากำลังจะมาแรงในอนาคต เขาก็เลยอยากสร้างปรากฏการณ์ให้เป็นที่ฮือฮา” “ด้วยการขอให้คุณถ่ายแบบให้เขา” “ถูกต้อง และฉันก็อยากให้คุณถ่ายแบบในครั้งนี้ร่วมกับฉัน” คริสไม่เห็นด้วยเพราะเขาหวง เพราะขณะที่เธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา แต่ความสวยและความเซ็กซี่ของเจติยาก็ไม่เคยลดน้อยลง เมื่อเจติยาเห็นว่า
“แพ้ท้อง! จะเป็นไปได้ยังไงคะแม่ก็เจนีนยังไม่ได้ท้องเลย” แต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็ทำตาลุกวาว “หรือว่า...” “หรือว่าอะไรเหรอเจนีน” คริสซึ่งตามมาสมทบทีหลังเอ่ยถาม “แย่แล้วค่ะคริส” “อะไรที่คุณว่าแย่ช่วยพูดให้ผมเข้าใจหน่อย” “รอบเดือนฉันขาดไปสองเดือนแล้ว” “แล้วมันหมายความว่ายังไง” “ก็หมายความว่าคุณกำลังจะได้เป็นพ่อคน” “พูดจริงหรือเปล่าเจนีน ห้ามล้อผมเล่นด้วยเรื่องแบบนี้นะ” “ฉันก็ยังไม่มั่นใจนักหรอกค่ะ แต่ว่ารอบเดือนฉันไม่มาสองเดือนแล้ว แล้วแม่ยังบอกว่าอาการที่คุณเป็นเหมือนกับอาการของคนที่แพ้ท้องแทนเมีย” “ถ้าอย่างนั้นเราไปโรงพยาบาลกัน ไปตรวจให้รู้ความจริงกันไปเลย” น้ำเสียงของคริสบอกถึงความตื่นเต้นกับข่าวที่ได้ยิน แววตาของเขาทอประกายสดใส “แล้วถ้าฉันไม่ได้ท้องคุณจะผิดหวังไหม” “เพื่อลูกของเราผมจะเพิ่มความพยายามให้มากกว่าเดิม” “แค่ความขยันในการทำการบ้านที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้ ฉันก็แทบจะรับไม่ไหว ขืนคุณเพิ่มความพยายามในเรื่องน
“ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ” “ถึงเหนื่อยก็ยอม อย่ามัวเสียเวลาพูดอยู่เลย เรามาเริ่มทำลูกกันดีกว่า” ใบหน้าของเจติยาร้อนวูบวาบ ไปกับคำพูดชักชวนแบบตรงไปตรงมาของสามี คริสแนบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ไฟในห้องดับลง เหลือไว้แต่ไฟเสน่หาที่ดูท่าว่าจะไม่ยอมมอดดับลงง่ายๆ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเบาๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานก็เงียบหายไปในนิทราของทั้งสองที่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน การเจรจาสู่ขอในเช้าวันต่อมาเป็นไปด้วยความราบรื่น อานนท์และอัมรามิได้เรียกร้องอะไรได้แต่บอกให้ฝ่ายชายจัดมาตามที่เห็นสมควร ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจที่จะจัดพิธีแต่งงานที่นี่ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายปรึกษารายละเอียดเรื่องนี้กันตามลำพัง เพราะสองหนุ่มสาวตัดสินใจที่จะทำตามความเห็นของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย หลังจากการเจรจาสิ้นสุดลงคริสขับรถพาเจติยาไปพบตรัยภูมิที่โรงพยาบาลตามนัด “ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่ คุณเสร็จธุระเมื่อไรเราจะได้กลับบ้านพร้อมกัน” “ตกลงค่ะ” ตรัยภูมิพาเจติยาไปนั่งคุยที่สวนด้านข้างของโรงพยาบาล “มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่เหรอครับเจนีน
เมื่อเจติยาพาคริสเดินเข้าไปพบพ่อกับแม่ ที่กำลังนั่งรอชำระความอยู่ภายในห้องนั่งเล่น ผู้สูงวัยรับไหว้บุคคลทั้งสอง “ว่าไงจ๊ะแม่ตัวดีไปก่อเรื่องอะไรไว้ ไม่เคยคิดที่จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังบ้างเลยเหรอไง” “เจนีนยอมรับผิดค่ะแม่” “มันเป็นความผิดของผมเองครับไม่ใช่ความผิดของเธอ” “คริสเพิ่งจะเล่าให้เจนีนฟังว่าเขามาสารภาพความจริงให้พ่อกับแม่ทราบก่อนหน้านี้” “ใช่ มันแปลกตรงที่เรารู้เรื่องนี้จากปากของคนอื่น แทนที่จะรู้จากปากของลูกนะเจนีน” “เจนีนขอโทษค่ะที่ทำตัวให้พ่อกับแม่ผิดหวัง” “เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ไหนๆ ก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว พ่อกับแม่ได้แต่อวยพรให้ลูกกับคริสอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” “พ่อแม่ผมอยากทราบว่าทางนี้จะสะดวกวันไหน พวกท่านจะได้มาสู่ขอเจนีนอย่างเป็นทางการครับ” “พวกคุณสะดวกวันไหนก็วันนั้นล่ะ” อานนท์กล่าว “ผมขอโทรถามพ่อกับแม่ก่อนแล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ แต่น่าจะภายในวันสองวันนี้” “ทำไมรวดเร็วอย่างนั้นคะคริส แล้วพ่อกับแม่คุณจะเดินทาง
“ฉันล้อเล่นค่ะ ใครจะยกผู้ชายเพอร์เฟคชั่นนิสอย่างคุณให้คนอื่นง่ายๆ ล่ะคะจริงไหม” ‘ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ไม่แน่’ นั่นเป็นความคิดที่คริสไม่รู้ สีหน้าของคริสเครียดขรึมแววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจกับความคิดแผลงๆ ของภรรยา “อย่าโกรธเลยนะคะ ก็บอกแล้วไงว่าล้อเล่น ถ้าคุณยังไม่หายโกรธฉันจะ...” “จะทำอะไร!” “ก็ทำแบบนี้ไงคะ” เจติยาประคองใบหน้าเขาพร้อมกับโน้มตัวไปจูบปากเขา “อีกทีซิ”หญิงสาวไม่ยอมทำตามที่เขาขอ “ของดีมีไม่บ่อยนักหรอกค่ะคริส” “คืนนี้คุณเสร็จผมแน่” “อยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง” นี่สินะเสน่ห์ของเจติยาที่ใช้มัดหัวใจผู้ชายจนอยู่หมัด หนีไปไหมไม่รอด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหัวใจที่มั่นคงของคริสถึงได้สั่นคลอนยามเมื่อได้มาพบเธอ “ฉันคงต้องนำเคล็ดลับมัดใจผู้ชายในแบบของคุณไปลองใช้บ้างแล้ว เผื่อว่าจะได้ผล” “ยินดีค่ะ” “เรื่องคุณกับอีริคไปถึงไหนแล้ว คืนดีกันหรือยัง” นาตาลีพยักหน้า “ฉันตัดสินใจที่จะให้โอกาสเขาอีกครั้ง แต่เขาต้องเข้ารับ







