LOGIN“ตาใหญ่รู้เรื่องนี้มาตลอด เพราะคุณไตรภพเป็นคนฝากฝังเรื่องนี้กับตาใหญ่โดยตรง นั่นเลยเป็นเหตุผลว่า ทำไมทุกวันนี้ ตาใหญ่ถึงควงสาวเล่นๆ ไปเรื่อยและไม่คิดจริงจังกับใคร เพราะรู้ไงจ๊ะว่าเจ้าสาวของเขาคือขวัญเท่านั้น” เอมอรพูดด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าไอวารินจะเป็นลูกสาวคนรักเก่าของสามี แต่นางก็มีเหตุผลมากพอที่จะรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ควรไปถือโทษโกรธเด็ก อีกอย่าง ไอวารินก็เป็นเด็กดี เลยไม่นึกรังเกียจที่จะได้มาเป็นลูกสะใภ้คนโต
“ตะ แต่ว่า….” ไอวารินถึงกับพูดไม่ออก ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ เธอไม่ได้รักเตชินท์ ผู้ชายที่ตนเองรักคือเตวิชต่างหาก แล้วจะให้แต่งงานกับอีกคนได้อย่างไรกัน
“หรือว่าหนูขวัญมีคนรักอยู่แล้วจ๊ะ” คุณหญิงโสภิตาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลใจ
“เปล่าค่ะ ขวัญยังไม่มีใคร เพียงแต่ขวัญแค่คิดว่าคุณใหญ่ไม่รักขวัญ ส่วนขวัญเองก็ไม่ได้รักคุณใหญ่ มันจะเป็นไปได้เหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพที่สุด เพราะเกรงใจผู้มีพระคุณ
“ที่หนูขวัญคิดแบบนี้เพราะเรากับตาใหญ่ไม่ค่อยได้คุยกัน ย่าเลยอยากให้หนูไปเป็นเลขาฯ ให้ตาใหญ่ไง สองคนจะได้สนิทกันมากขึ้น ส่วนเรื่องไม่ได้รักกันตอนนี้ ย่าเชื่อว่าไม่นาน หนูขวัญจะต้องรักตาใหญ่อย่างแน่นอน” หญิงสูงวัยพูดด้วยความมั่นใจ
“ขะ ขอโทษค่ะ ขวัญแค่ช็อกทำอะไรไม่ถูก” พูดจากใจจริง เพราะไม่รู้จะปฏิเสธต่ออย่างไร แต่จะให้แต่งงานกับเตชินท์ก็เป็นเรื่องที่เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ได้แต่ภาวนาว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
“เอาเถอะ ฉันเข้าใจจ้ะ เอาเป็นว่า เดี๋ยวเรารอคุยเรื่องนี้กันอีกทีตอนเย็น ตอนที่ตาใหญ่กลับมาดีไหม” เอมอรพูดขึ้นเพราะไม่อยากบีบบังคับไอวารินมากนัก
“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจขวัญ” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“ถ้าอย่างนั้น หนูขวัญไปพักผ่อนเถอะ ไม่ต้องทำกับข้าวนะ ให้ช้อยทำไป ย่าอยากให้ขวัญได้มีเวลาทบทวนเรื่องนี้” คุณหญิงโสภิตาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนไม่สามารถปฏิเสธได้
“ค่ะ คุณหญิงย่า”
ไอวารินรับคำ ก่อนจะเดินออกจากห้องรับแขกไปด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยว เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ใช่ว่าอยากขัดคำสั่งของคุณหญิงโสภิตา แต่เธอไม่ได้รักคุณใหญ่ และตอนนี้ก็หมดยุคของการจับคลุมถุงชนแล้ว
หญิงสาวรู้ดีว่าไตรภพคงหวังดีอยากให้ได้เจอกับผู้ชายที่ดี แต่การที่จะให้แต่งงานกับเตชินท์ ผู้ชายที่แม้แต่หน้าเธอเขาก็แทบไม่อยากมองเช่นนี้ เป็นเหมือนการทรมานทั้งสองฝ่ายให้ต้องฝืนอยู่ด้วยกันเสียเปล่าๆ
แต่คำสั่งก็คือคำสั่ง ที่ผ่านมา ไอวารินคิดมาตลอดว่าถ้ามีโอกาสให้ได้ตอบแทนบุญคุณของทั้งสองท่าน ต่อให้เป็นเรื่องยากแค่ไหน เธอก็ยินดี นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมเธอถึงคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
“ของขวัญ!” ทันใดนั้น เสียงชายหนุ่มขี้เล่นอย่างเตวิชก็ดังขึ้น พร้อมกับเข้ามาแตะตัวไอวารินจากด้านหลัง ทำเอาเธอตกใจไม่น้อย
“คุณเล็ก! ขวัญตกใจหมดเลย” พูดขึ้นพลางยกมือทาบอกจ เมื่อพบว่าเตวิชเดินตามเธอมาจากด้านหลัง ยังดีที่ตรงนี้คือสวนหย่อม ทำให้คนในบ้านไม่พลอยตกใจไปด้วย
“คิดอะไรอยู่ หน้าเครียดเชียว” เตวิชเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้ว ไอวารินแทบจะเป็นสัญลักษณ์ของความร่าเริง พอเห็นทำหน้าเคร่งเครียดแบบนี้แสดงว่าต้องมีเรื่องไม่ดีอย่างแน่นอน
“เอ่อ เปล่าค่ะ ขวัญแค่คิดเรื่องงานนิดหน่อย” ไอวารินเลือกที่จะโกหกออกไป จะให้พูดออกไปตรงๆ ได้อย่างไรว่า ตอนนี้ตนเองกำลังจะถูกจับให้แต่งงานกับพี่ชายเขา ทั้งที่เธอกับเขากำลังมีใจให้กันอยู่
“เรื่องงาน? อะไรกัน นี่ขวัญเพิ่งเรียนจบเองนะ ค่อยคิดก็ได้ ช่วงนี้ก็พักสมองไปก่อน” เตวิชพูดอย่างหวังดี เขาเองก็เรียนจบพร้อมกับไอวาริน แต่ยังไม่พร้อมที่จะเข้าไปช่วยงานที่บริษัทเช่นกัน
“คุณเล็กเถอะค่ะ เมื่อไหร่จะไปช่วยงานที่บริษัทคะ” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องทันที เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายจับได้ว่าตนเองมีเรื่องต้องกังวลอยู่
“ก็…ทุกวันนี้พี่ใหญ่ดูแลก็ดีอยู่แล้ว ฉันไปช่วยบริหารอาจจะทำให้บริษัทแย่ลงก็ได้ เป็นนักดนตรีไส้แห้งแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน” พูดอย่างติดตลก ใจจริง ชายหนุ่มไม่ได้อยากจะเป็นนักดนตรีไปตลอดชีวิต เพียงแต่อยากจะทำให้ทุกคนเห็นว่าสิ่งที่เขารักก็สามารถทำเป็นอาชีพได้เช่นกัน ชายหนุ่มมีความฝันอยากจะเปิดผับบาร์เป็นของตนเอง แต่เรื่องนี้ คุณหญิงย่าของเขาดูจะไม่เห็นด้วยเท่าไรนัก
“อะไรนะคะ พี่ใหญ่ทำแบบนั้นได้ไง คนอื่นก็เดือดร้อนหมดสิ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความตกใจ การที่ชายหนุ่มยกเลิกสัญญากับครอบครัวไลลาไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาเดือดร้อน เตชินท์เองก็อาจจะเดือดร้อนเช่นกัน ส่วนเรื่องอดิศรเธอก็ไม่ได้อยากให้เขาต้องมาเสียรายได้มากมายเพราะเธอ “แล้วไง ทีพวกนั้นทำให้ครอบครัวเราเดือดร้อนล่ะ เถอะน่า อย่าอารมณ์เสียเลยนะ พี่แค่อยากปกป้องขวัญและครอบครัวเรา จะได้รู้ไงว่าไม่ควรมาทำร้ายขวัญของพี่อีก” เตชินท์กอดภรรยาเพื่อเอาใจ ตอนนี้เธอกำลังท้อง เขาไม่อยากให้เธอต้องมีเรื่องหงุดหงิด “เฮ้อ พี่ใหญ่นี่นะ ครั้งหน้าไม่เอาแบบนี้แล้วนะคะ” ไอวารินพูดอย่างใจอ่อน เพราะรู้ดีว่าสุดท้ายแล้วเธอคงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ “ต้องบอกว่ามันจะไม่มีครั้งหน้าแล้วต่างหาก” เตชินท์พูดด้วยแววตาเข้มขึ้น เพราะเขาไม่มีทางให้ใครมาปั่นหัวหรือทำร้ายควา
เตชินท์พาหญิงสาวกลับมาที่กรุงเทพฯ ท่ามกลางความดีอกดีใจของคนที่บ้าน ไม่เว้นแม้แต่เตวิชที่เห็นว่าทั้งคู่กลับมารักกันได้เหมือนเดิม บรรยากาศในบ้านกลับมามีความสุขอีกครั้ง ยิ่งทุกคนรู้ว่าตอนนี้ไอวารินกำลังตั้งท้องก็ต่างพากันเห่อจนแทบไม่ให้หญิงสาวหยิบจับหรือทำงานอะไรเลย ขณะที่เตชินท์ยังคงต้องเข้าไปทำงานเหมือนเก่า เพราะเขาเองก็อยากจะเคลียร์เรื่องของไลลาที่ค้างคามานานให้จบไป สุดท้ายชายหนุ่มก็สืบรู้มาว่าเรื่องทั้งหมดที่ไลลาพูดกับเขานั้นเป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมา ครอบครัวของเธอไม่ได้มีปัญหาอะไร หนำซ้ำยังมีแววว่าธุรกิจจะไปได้สวย แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเตชินท์จะอยากร่วมคบค้าสมาคมกับหญิงสาวอีก เขาตัดสินใจนำหลักฐานทั้งหมดที่มี ทั้งกล้องวงจรปิด ผลเลือด และสิ่งต่างๆ ที่ยืนยันได้ว่าไลลาวางยาเขาเพื่อหวังบีบให้เขาแต่งงานด้วยมาให้พ่อของเธอดู และแน่นอนว่าท่านไม่สนับสนุนให้ลูกสาวทำเช่นนั้น จึงอ้อนวอนไม่ให้ชายหนุ่มเอาเรื่องไลลา ก่อนจะยืนยันว่าต่อไปนี้จะไม่ให้ไลลาไปยุ่งเ
“ถ้าขวัญไม่เชื่อ จะลองถามเล็กดูก็ได้ เล็กน่าจะเป็นคนที่ขวัญเชื่อใจมากที่สุด” เตชินท์พูดด้วยความน้อยใจ จริงอยู่ที่เขารู้ว่าเธอกับเตวิชไม่ได้มีความคิดชู้สาวด้วยกันแล้ว แต่ก็อดน้อยใจในมุมของคนที่เป็นสามีไม่ได้ เพราะภรรยาของเขาไม่เคยเชื่อใจเขาเลย “พี่ใหญ่ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมคะ” ไอวารินนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอคิดทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง นี่เธอกำลังเป็นผู้หญิงที่ทำตัวงี่เง่าและทำให้สามีเดือดร้อน “เป็น…พี่รู้สึกเหมือนจะขาดใจตอนที่รู้ว่าเมียพี่หนีไป ขวัญเชื่อพี่ได้ไหม พี่ไม่ได้นอกใจขวัญจริงๆ” เตชินท์เดินเข้าไปหาหญิงสาวอีกครั้ง พร้อมกับกุมมือเธอไว้ด้วยความหวัง “ฮึก พี่ใหญ่ไม่ได้โกหกขวัญจริงๆ ใช่ไหม” ไอวารินยืนนิ่งพร้อมกับร้องไห้ออกมาด้วยความสับสนและโกรธตัวเองที่
“ใช่ พี่ต้องการลูก แต่พี่ก็ต้องการขวัญเหมือนกัน ขวัญกำลังเข้าใจพี่ผิด พี่กับไลลาเราไม่ได้มีอะไรกัน” เตชินท์พูดด้วยน้ำเสียงเครียด สายตาเขามองไอวารินอย่างขอความเห็นใจ “พี่ใหญ่ไม่ต้องพยายามสร้างเรื่องโกหกขวัญหรอกค่ะ เพราะขวัญเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น” ไอวารินไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มยังกล้าโกหกเธอได้อีก ขนาดหลักฐานที่เธอมีมันชัดเจนขนาดนี้แล้ว “แล้วถ้าสิ่งที่ขวัญเห็นมันเป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นสร้างเรื่องขึ้นมาล่ะ ขวัญเคยสนใจบ้างไหมว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับพี่ แล้วการที่พี่หายไปตั้งสามสี่วันถึงจะตามขวัญเจอมันเพราะอะไรกัน” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความน้อยใจ “จะเพราะอะไรคะ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ใหญ่กำลังมีความสุขกับผู้หญิงคนอื่นอยู่” หญิงสาวพูดเสียงดัง มันจะมีเหตุผลอะไรมากกว่าการที่ชายหนุ่มกำลังเสพสุขกับการได้ทรยศความรักของเธอ&
“พี่ใหญ่พอแล้วค่ะ” ไอวารินเข้าไปดึงแขนเตชินท์เพื่อห้ามเขา เธอไม่ได้เป็นห่วงอดิศร แต่เธอไม่อยากให้เตชินท์ต้องมาเดือดร้อนกับเรื่องนี้ “มึงโชคดีมากนะที่เมียกูมาช่วยห้ามเอาไว้ แต่มึงเตรียมรอรับความย่อยยับได้เลย” ชายหนุ่มผลักอดิศรอย่างแรงจนมันล้มไปกองที่พื้นอีกครั้ง “เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ชายหนุ่มจ้องหน้าไอวารินอย่างคาดโทษ ก่อนจะดึงมือเธอออกจากร้านอาหารทันที “ปล่อยนะคะ ขวัญไม่มีเรื่องต้องคุยอะไรกับพี่ใหญ่” ไอวารินพยายามสะบัดมือออกจากชายหนุ่ม แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของเขาได้แม้แต่น้อย “อย่าดื้อขวัญ ขวัญก็รู้ว่าพี่ใจเย็นกับขวัญมากแค่ไหน” เตชินท์มองหญิงสาวอย่างเคร่งเครียด เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่ทำร้ายไอ้ชั่วที่พยายามขืนใจเมียเขา แ
“ขวัญไม่อยากได้ข้อเสนออะไรทั้งนั้นแหละค่ะ ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะคะ ขวัญขอตัว” ไอวารินลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังช้ากว่าอดิศรอยู่มาก เขารีบลุกและเดินเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวทันที “จะรีบไปไหน ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย” อดิศรจับแขนไอวารินอย่างแรง ก่อนจะดึงเธอเข้ามาใกล้ๆ “ปล่อยนะคุณศร นี่คุณจะทำบ้าอะไร” หญิงสาวร้องโวยวายด้วยความตกใจ นึกเกลียดตัวเองที่หลงเชื่ออดิศรและมากินข้าวกับเขาเช่นนี้ “อย่าทำเป็นโง่ไปหน่อยเลย ฉันรู้นะว่าเธอกำลังลำบาก มาเป็นเมียน้อยฉันเถอะ รับรองว่ากินหรู อยู่สบาย ที่สำคัญเธอไม่ต้องลำบากหางานอะไรทำเลยด้วย” อดิศรพูดพร้อมกับดึงไอวารินเข้ามากอดด้วยความลุ่มหลง ยิ่งได้กอดร่างกายนุ่มนิ่มความต้องการของเขาก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ







