Startseite / โรแมนติก / วิวาห์รักร้าว / ตอนที่ 4 ครั้งที่ 1

Teilen

ตอนที่ 4 ครั้งที่ 1

last update Zuletzt aktualisiert: 17.01.2026 10:49:32

มือบางล้างจานข้าวตัวเองหลังทานข้าวเสร็จเรียบร้อย อันดาทำเป็นประจำทุกวันมีแค่มื้อเย็นเท่านั้นที่เธอไม่ต้องทำเองเพราะจะทานข้าวพร้อมกับปรินซ์ ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างอันดากับแม่สามีที่สั่งไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปฟ้องปรินซ์

‘ลูกฉันก็ทำงานเหนื่อยอยู่แล้ว อย่าเอาเรื่องในบ้านไปฟ้องให้ตาปรินซ์เหนื่อยใจล่ะ’

เพราะปรินซ์ต้องพิสูจน์ตัวเองในบริษัทเนื่องจากเป็นหลานคนเดียวที่ได้ทำงานจากตำแหน่งทั่วไปให้ไต่เต้าตัวเองด้วยความสามารถต่างจากพวกพี่ ๆ ที่เรียนจบก็เข้ามาบริหารกิจการเลย

เหตุนี้มั้ง อันดาเลยยอมทำหูทวนลม ไม่เอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเล่าให้ปรินซ์ พอเขาถามว่าอยู่บ้านเป็นยังไงบ้างก็จะปล่อยผ่านเรื่องในใจตลอดมา กระทั่งเธอผ่านไปได้ยินบางอย่างที่คิดว่าต่อไปเธอน่าจะคุยกับสามีจริงจังสักที

“ฉันสงสารคุณอันดาวะ!” ดาวสาวใช้ในบ้านกำลังรอผ้าในเครื่อง ระหว่างนั้นก็เปิดหัวข้อเพื่อเม้าท์มอยข้ามเวลาไปพลางๆ

“เออวะ แต่งเข้ามาต้องมาทำงานเหมือนกับเป็นสาวใช้ เรียนจบก็สูง คุณปรินซ์น่าจะให้พาคุณอันดาไปช่วยงานดีกว่ามาอยู่บ้านให้แม่ผัวโขกสับอยู่แบบนี้” นิดร่วมวงสนทนาทันที เห็นทุกวันจนอดที่จะพูดถึงไม่ได้

“สงสารเนอะ มีแม่ผัวใจดำคอยกีดกันความรัก”

“จริง ฉันก็สงสาร ต้องล้างจาน ทำความสะอาดนู่นนี้เอง ขนาดฮันนีมูนยังไม่เหตุไม่ได้ไปตลอดเลย คุณปรางก็กระไร มาป่วยทุกที”

“ป่วยการละครนะสิ!”

“บ้า แกพูดงี้คือ!?” เรื่องกลั่นแกล้งนั้นนี้ นิดเห็นทุกวัน แต่เรื่องป่วยการละคร นิดไม่อยากจะเชื่อ

“ป้าสมจิตรมาบ่นกับฉันว่าคุณปรางคอยแกล้งคุณอันดา ไม่อยากให้ไปฮันนีมูนกัน จัดฉากป่วยทุกรอบ” ดาวนินทาเจ้านายทำท่าจีบปากจีบคอเม้าท์มอยอย่างออกรส

“แต่ครั้งล่าสุด คุณปรางหัวแตกเลยนะ จะการละครได้ไง” นิดขมวดคิ้วยุ่ง ไม่อยากเชื่อเรื่องล่าสุดเท่าไหร่

“แกรู้แล้ว เหยียบไว้เลยนะ ถึงหูคุณปรางตกงานคู่แน่” แล้วดาวก็โน้มไปกระซิบเสียงเบา

เสียงนั้นดังไม่ถึงหูอันดาที่ผ่านมาได้ยินและยืนนิ่งเพื่อฟังต่อไม่เข้าไปแทรก ทว่ารอไม่นานนิดก็เฉลยสิ่งที่ดาวกระซิบออกมาเสียงดังฟังชัด

“เฮ้ย! บ้าไปแล้ว คุณปรางเนี่ยนะเอาแจกันฟาดหัวตัวเอง…อุ้บ!”

มือของดาวรีบเอื้อมไปปิดปากเพื่อนโดยเร็ว มองซ้ายมองขวากลัวใครจะผ่านมาได้ยิน

“ยัยนิด! มึงจะเสียดังทำไม”

“ขอโทษๆ ก็ฉันตกใจนี่” นิดแกะมือดาวออกแล้วขอโทษทันที

“ฉันไม่ได้แต่งเรื่องนะ ป้าสมจิตรเป็นคนบอกฉัน จริงๆ แกเห็นกับตาว่าคุณปรางเอาแจกันฟาดหัวก่อนจะแกล้งล้ม จัดฉากว่าตกบันได”

อันดานิ่งอึ้งอย่างคิดไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าทำแบบนี้ เธอพยายามฟังหูไว้หู แต่จะเก็บไปสังเกตเอง ทว่าอย่างที่ได้ยินต่อจากนี้ ทำให้ใจอันดาเริ่มจะเชื่อสิ่งที่ดาวกับนิดเม้าท์มอยกัน

“คุณปรางจะทำแบบนั้นทำไม ตอนคบกัน คุณปรินซ์กับคุณอันดาก็ต้องเคยไปเที่ยวกันบ้างไหมวะ จะหวงอะไรขนาดนั้น”

“เนี่ย! ใครไม่รู้ก็คงไม่เชื่อ ตอนเขาคบกัน คุณปรางส่งคนไปตามติดคอยรายงานตลอด ถ้าคุณปรินซ์จะไปเที่ยวกับคุณอันดาก็ต้องบอกคุณปรางว่าไปดูงานในบริษัทเจ้าสัว ไม่ได้บอกตรงๆ ไม่งั้นคงไม่ได้ไป”

“แล้วคุณปรางเชื่อ!?”

“ไม่เชื่อ แต่ลุงวรช่วยคุณปรินซ์ทุกรอบ” ถ้าไม่ได้ลุงถาวรคนขับรถเป็นพวกอีกคน

เส้นทางความรักของอันดาและปรินซ์คงจะพังไปตั้งนานแล้วคงไม่ถึงขั้นได้แต่งงานกันหรอก

“เฮ้ย! นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย” ณิรินฟังเรื่องเล่าจากอันดาด้วยความมึนงง มีคนแบบนี้บนโลกด้วยเหรอวะ ทำร้ายตัวเองเพื่อทำลายความสุขของลูก แถมยังทำลายครอบครัวที่ลูกกำลังสร้างด้วย

“แล้วพ่อแม่แกรู้เรื่องนี้ไหม” ณิรินถามอย่างร้อนใจทันที ลูกสาวคนเดียวของพ่อแม่ น้องสาวคนเล็กของบ้าน ทุกคนทะนุถนอมอันดามาอย่างดี แต่กลับมาเจอป้าประสาทแดกที่อยู่ในนามแม่สามี

“ไม่” อันดาส่ายหน้า “ไม่อยากบอกพวกเขาให้มองแม่พี่ปรินซ์ไม่ดี”

“เออๆ เข้าใจๆ” เพราะอันดากับปรินซ์ไม่ได้จะเลิกกัน ถ้าพูดก็อาจจะทำให้ครอบครัวมองไม่เหมือนเดิมอีก

“งั้นพี่ปรินซ์ล่ะ เชื่อหรือเปล่าว่าแม่พี่เขาทำแบบนั้นกับแก”

“ไม่รู้” อันดาตอบเสียงเศร้า

“หมายความว่าไง ไม่รู้!?”

อันดาจึงเล่าย้อนกลับไปตอนที่ทั้งคู่ตกลงจะมีน้องเลยนัดกันไปปรึกษาคุณหมอสูตินารีเวชที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

เพราะปรินซ์ติดประชุมด่วนทำให้ปรินซ์ไม่สะดวกไปรับอันดาเพื่อมาโรงพยาบาลพร้อมกัน

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ปรินซ์ เดี๋ยวอันให้ลุงวรไปส่งก็ได้ค่ะ”

(พี่นี่แย่จริงๆ เลย รับปากอันดาแล้วแต่ก็ไปรับเองไม่ได้) ปรินซ์เอาแต่โทษตัวเอง รู้สึกผิดเพราะตั้งแต่แต่งงานกันมา เขาละเลยอะไรหลาย ๆ อย่าง ภาพก่อนแต่งงาน ยังไม่เคยเกิดขึ้นสักเรื่อง แต่เรื่องที่จะมีลูกด้วยกัน เขาหวังเต็มที่ อยากให้มีเด็กตัวน้อย ๆ มาวิ่งเล่นในบ้าน เด็กที่เกิดจากอันดาเท่านั้น

“แค่นี้เองค่ะ เจอที่โรงพยาบาลก็ได้ค่ะ พี่ปรินซ์จะได้ไม่ต้องวนรถไปมาอีก”

(เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่เดี๋ยวพี่ไม่มีงานต่อแล้ว อันดาบอกให้ลุงวรขับกลับเลย พี่จะพาอันดาไปทานข้าวต่อ)

ตกลงนัดกันเสร็จสรรพอันดาก็เดินทางมาโรงพยาบาลด้วยตัวเอง เนื่องจากแม่สามีต้องใช้รถเลยทำให้อันดาต้องนั่งแท็กซี่ออกมา

พอถึงที่หมายเธอก็ส่งข้อความรายงานสามีแบบที่ทำมาตลอด กระทั่งใกล้จะถึงเวลานัด ปรินซ์ก็ยังไม่มา อันดาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาส่งไลน์หาอีกครั้งว่าประชุมเสร็จยัง ถ้าติดเรื่องงานเธอได้วางใจ ไม่ต้องกังวลว่าทำไมถึงมาไม่ถึงสักที ปกติเขาเป็นคนตรงต่อเวลา ถ้าติดปัญหาก็จะไลน์มาหากันทันที

“ทำไมไม่ตอบไลน์นะ” อันดาร้อนใจ ใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ อย่าให้อะไรที่คิดไว้เป็นจริงเลยนะ

“คุณอันดาคะ ถึงคิวแล้วค่ะ เชิญที่ห้องคุณหมอได้เลยค่ะ” พยาบาลเดินเข้ามาตามที่โซฟานั่งรอ

“แป๊บหนึ่งนะคะ” อันดาจึงปลีกตัวออกไปโทรตามปรินซ์ ไม่ว่าจะโทรกี่สายก็ไม่มีการตอบรับและไม่มีสายโทรกลับมาเลย

กระทั่ง…สายที่เท่าไหร่ไม่รู้ก็มีเสียงตอบรับสักที

“พี่ปรินซ์อยู่ไหนคะ ทำไมไม่อ่านไลน์ กว่าจะรับสายอันอีก อันโทรหาพี่เป็นสิบสายแล้วนะ” เป็นครั้งแรก ที่อันดาบ่นใส่สามี มันเหลืออดแล้วจริง ๆ

(อันดา เอ่อ…พี่ไปไม่ได้แล้วนะ)

“คะ!? แต่เรานัดคุณหมอไว้แล้วนะคะ” เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ยังไงวันนี้เธอก็จะไม่ยอมเหมือนตอนไปฮันนีมูนอีก

(เลื่อนนัดคุณหมอแทนนะ) เขาตอบกลับมาง่าย ๆ

“แล้วทำไมพี่ไม่มา”

(พอดีว่าคุณแม่หกล้ม)

“อีกแล้ว…” อันดาอดจะบ่นเรื่องนี้ออกมาไม่ได้จริง ๆ

(หมายความว่าไงอะอันดา!) และเป็นครั้งแรกที่ปรินซ์ขึ้นเสียงใส่อันดาเหมือนกัน

“ทำไมทุกครั้งที่เรานัดกัน คุณแม่ต้องมีเรื่องทุกครั้งเลย”

(ทำไมพูดอย่างนี้ แม่พี่ไม่สบายนะอันดา)

“ถ้าไม่สบายจริงๆ อันก็เข้าใจอยู่หรอกค่ะ แต่เริ่มจะไม่เชื่อแล้วว่าแม่พี่ไม่สบายจริงๆ”

(อันดา!) ปรินซ์ตวาดอย่างข่มอารมณ์ เขาเหนื่อยจากงาน ต้องรีบขับรถออกมาหาเมียที่นัดกัน ใกล้จะถึงที่หมายแล้วแท้ ๆ ต้องวนรถกลับไปบ้านใหม่เมื่อที่บ้านโทรมาส่งข่าว

“พี่ปรินซ์ไม่เคยสงสัยบ้างเหรอว่าทำไมระหว่างเราต้องมีเรื่องทุกครั้งเลย อันอดทนมาตลอด ไม่อยากให้พี่ลำบากใจ แต่ถ้าอันไม่พูด ต้องเป็นอันคนเดียวที่ต้องอดทนกับเรื่องอะไรก็ไม่รู้”

(อันดาอย่าพาล!)

“พี่ปรินซ์ต้องมาตามนัด”

(พี่บอกว่าพี่ไปไม่ได้ ทำไมพูดไม่เข้าใจ แล้วไม่ต้องให้พี่เลือกนะ…) เหมือนปรินซ์จะรู้ใจปลายสายเพราะเขาพูดดักทันที

(…เพราะพี่ไม่เลือก เรื่องมีลูกเอาไว้ก่อน พี่ขอดูแลทางนี้ก่อน เดี๋ยวพี่ให้ลุงวรไปรับกลับบ้านนะ)

“ไม่ต้องค่ะ ตอนขามาอันก็มาเอง ถ้ากลับอันก็กลับเองได้!!” พูดจบอันดาก็วางสาย จุกในอกอย่างบอกไม่ถูก ยังไม่ทันที่เธอจะเล่าสิ่งที่ได้ยินมา เขาก็ตัดบทใส่เธอ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าพูดไปก็ไม่มีความหมาย

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • วิวาห์รักร้าว   ตอนที่ 8 อยากมีแบบนี้

    อันดานั่งแท็กซี่ออกจากบ้านหลังจากปรินซ์ขับรถออกไปทำงานทั้งที่ไม่ทานข้าวเช้าคนใจลอยมองข้างทางด้วยใบหน้าเศร้า ไม่อยากย้อนนึกถึงสมัยรักกันใหม่ ๆ ให้เจ็บปวดอีกครั้ง“คุณครับ”“…”“คุณ! คุณครับ!!”“คะ!?” อันดาสะดุ้งตกใจ จู่ ๆ ลุงขับแท็กซี่ก็เรียกเธอ เมื่อหันซ้ายหันขวาก็เห็นว่ายังไม่ถึงที่ที่จะลง“เสียงมือถือคุณดังนานแล้ว ไม่รับเหรอครับ”“อ้อ! เอ่อ…ขอบคุณค่ะ” มือบางรีบเปิดกระเป๋าหาโทรศัพท์มือถือออกมารับสายทันที “ฮะ ฮาโหล…ค่ะแม่”(…ทำอะไรอยู่อันดา) ปลายสายเงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยถาม“เอ่อ อันกำลังออกไปข้างนอกค่ะ”(กำลังไปข้างนอก…) แม่แอนเอ่ยทวนแล้วก็เงียบไปเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง“ค่ะ”(งั้นแม่ไม่กวนแล้วดีกว่า ไว้อันดาถึงบ้านโทรกลับหาแม่หน่อยนะ)“คุยได้ค่ะ อันนั่งแท็กซี่คนเดียว” ทว่าอันดาไม่อยากวางสาย อยากคุยกับแม่แอนให้สบายใจ(แล้วอันดาจะไปไหน)“อันจะไปสมัครงานร้านณิรินค่ะ”(หืม!? ยังไงอันดา) เพราะรู้ว่าลูกสาวไม่ทำงาน แล้วจู่ ๆ ทำไมถึงจะไปสมัครงานขึ้นมา“คือ…อันอยากกลับมาทำงานเหมือนเดิม”(แล้วพี่ปรินซ์เขาว่าไงบ้าง) แม่แอนถามเพราะรู้สาเหตุที่ลูกออกจากงานดี ถึงจะไม่สนับสนุนเท่าไรแต่ลูกสาว

  • วิวาห์รักร้าว   ตอนที่ 7 รอยร้าว

    ร้านโกเอกติ่มซำสองสามีภรรยากำลังจัดแจงเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำเมนูติ่มซำต่าง ๆ ไว้ขายในวันถัดไป เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็มานั่งพักที่หน้าทีวี“อันดาโทรมาบ้างไหมช่วงนี้” คนเป็นพ่อเอ่ยถามเสียงเป็นห่วง“ไม่เลย” แม่แอนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ สงสารชีวิตคู่ของลูกที่มีร่องรอยเปราะบาง มีแค่ลูกสาวของพวกเขาที่แบกรับไว้คนเดียวถึงลูกสาวไม่เคยเล่าให้ฟัง แต่คนผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนมีหรือจะดูไม่ออก ได้แต่ส่งกำลังใจห่าง ๆ รอวันที่ลูกมาระบายให้ฟัง“พ่อว่าพ่อโทรไปเองดีกว่า” พ่อเอกรักลูกสาวคนเดียวเหมือนแก้วตาดวงใจ ทรมานใจทุกครั้งที่เห็นลูกสาวทุกข์ ถ้าแต่งงานแล้วไร้ความสุข บางทีก็อยากได้ลูกสาวคนเดิมคืนมา“ดึกแล้วพ่อ เดี๋ยวแม่โทรหาพรุ่งนี้แต่เช้า” แม่แอนห้ามไว้พ่อเอกลังเลมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่กดหาเจอลูกสาวเตรียมต่อสายหาแล้ว“นะพ่อ โทรไปตอนนี้เขาอยู่ด้วยกัน คุยไม่สะดวกหรอก”“อือ” พ่อเอกเข้าใจจึงยอมอย่างว่าง่ายวางโทรศัพท์มือถือไว้หน้าโต๊ะทีวีเหมือนเดิมแต่ลูกชายคนรองเดินเข้ามาได้ยินพอดีจึงร่วมวงสนทนาด้วย“วันก่อนผมโทรไป น้องเสียงไม่ดีเลยครับ” อินเล่าให้ฟัง ทั้งที่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน กลัวพ่อแม่จะไม่สบายใจ พยาย

  • วิวาห์รักร้าว   ตอนที่ 6 ตามใจ

    อันดากลับมาถึงบ้านประมาณสามทุ่ม สิ่งแรกที่เธอมองคือรถสามีซึ่งที่จอดรถประจำยังว่างเปล่า‘เขายังไม่กลับบ้าน’พอเข้ามาในบ้านก็เจอกับแม่สามีนั่งอยู่ห้องรับแขก ก่อนจะเดินออกมาดักหน้ามองหน้าลูกสะใภ้ราวกับเป็นสิ่งของต้องห้ามสำหรับบ้านหลังนี้“หึ! บ้านฉันไม่ใช่โรงแรมข้างทางหรอกนะที่จะเข้าจะออกเวลาไหนก็ได้”“…” อันดาเหนื่อยเกินกว่าจะตอบโต้ จึงเดินเลี่ยงไม่ต่อปากต่อคำ“จะไปไหน”“คุณแม่คะ หนูไม่อยากมีเรื่องกับคุณแม่ ถ้าคุณแม่ไม่ชอบหนู เราต่างคนต่างอยู่กันได้ไหม” เธอทำดีที่สุดแล้ว ต่อให้เหนื่อยใจแค่ไหนก็อยากอดทนเพื่อคนที่รัก“จะทำแบบนั้นได้ไง ในเมื่อเธอยังลอยหน้าลอยตาในบ้านฉัน เป็นตัวปัญหาที่ทำให้ลูกฉันกลับบ้านดึกดื่น ป่านนี้ก็คงหนีเมียไปหาความสุขกับผู้หญิงคนอื่นที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจกว่า ไม่ใช่อยู่ด้วยแล้วมีแต่เรื่องปวดหัว” ปรางทิพย์จ้องลูกใภ้ตาเขม็ง รังเกียจรังงอนไม่ชอบขี้หน้าเอาเสียเลย ทำไมลูกเธอต้องแต่งงานกับเด็กต่างจังหวัด ก็แค่ลูกสาวร้านติ่มซำ มันมีดีตรงไหน เทียบไม่ติดเลยสักนิดกับทายาทบริษัทอาหารแปรรูปชื่อดังของประเทศ“พี่ปรินซ์กลับบ้านช้าเพราะทำงาน…” อันดาจะพูดต่อ ว่าที่สามีเธอเครียดจนต้องห

  • วิวาห์รักร้าว   ตอนที่ 5 ครั้งที่ 2

    กว่าอันดาจะกลับบ้านก็ใช้เวลานานหลายชั่วโมงเพราะเธอหาที่นั่งทำใจ เก็บทุกเรื่องไว้คนเดียว ตั้งใจจะกลับไปแล้วไม่เอาเรื่องหนักใจไปให้สามีรับรู้ รู้อยู่แล้วว่าพูดออกไปก็มีแต่เรื่อง พาลให้ทะเลาะกันเปล่า ๆ ยังไงเธอก็ยังอยากรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ให้ดีที่สุดซึ่งเมื่อกลับถึงบ้านอันดาก็เตรียมใจไว้ครึ่งหนึ่งแล้วว่าอาจจะทะเลาะกับปรินซ์เรื่องที่กลับช้า ทว่าพอมาถึงบ้าน กลายเป็นเขาที่เข้ามาคุยกับเธอก่อน“อันดาอยู่ในห้องน้ำรึเปล่า”“ค่ะ”“เสร็จธุระแล้วออกมาคุยกับพี่หน่อยสิ” ปรินซ์รู้ว่าอันดาหนีหน้าเข้าไปในห้องน้ำ เขาเห็นว่าเธอเห็นเขาแล้วแต่เดินหนีขึ้นมาบนห้องอันดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะออกมาเผชิญหน้ากับปรินซ์หมับ!ร่างสูงสาวเท้าเข้ามากอดภรรยาหลอม ๆ กับเรื่องวันนี้“พี่ขอโทษที่ขึ้นเสียงใส่”“…” อันดาก็เงียบ“พี่ขอโทษที่ผิดนัด”“…” อันดาก็เงียบเช่นเคย“อันดา พูดกับพี่หน่อยสิ”“แม่พี่เป็นยังไงบ้างคะ” ทว่าอันดาเลือกที่จะถามถึงเรื่องที่มีปัญหากัน“นอนพักอยู่โรงพยาบาลน่ะ”“แล้วพี่ไม่ไปเฝ้าเหรอคะ”“พี่แวะมาหาอันดาก่อน แต่เดี๋ยวก็คงกลับไป”“...” อันดาไม่พูดอะไรเพราะรู้อยู่แล้วต้องเป็นแบบนี้ถ้าไม่อ้

  • วิวาห์รักร้าว   ตอนที่ 4 ครั้งที่ 1

    มือบางล้างจานข้าวตัวเองหลังทานข้าวเสร็จเรียบร้อย อันดาทำเป็นประจำทุกวันมีแค่มื้อเย็นเท่านั้นที่เธอไม่ต้องทำเองเพราะจะทานข้าวพร้อมกับปรินซ์ ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างอันดากับแม่สามีที่สั่งไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปฟ้องปรินซ์‘ลูกฉันก็ทำงานเหนื่อยอยู่แล้ว อย่าเอาเรื่องในบ้านไปฟ้องให้ตาปรินซ์เหนื่อยใจล่ะ’เพราะปรินซ์ต้องพิสูจน์ตัวเองในบริษัทเนื่องจากเป็นหลานคนเดียวที่ได้ทำงานจากตำแหน่งทั่วไปให้ไต่เต้าตัวเองด้วยความสามารถต่างจากพวกพี่ ๆ ที่เรียนจบก็เข้ามาบริหารกิจการเลยเหตุนี้มั้ง อันดาเลยยอมทำหูทวนลม ไม่เอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเล่าให้ปรินซ์ พอเขาถามว่าอยู่บ้านเป็นยังไงบ้างก็จะปล่อยผ่านเรื่องในใจตลอดมา กระทั่งเธอผ่านไปได้ยินบางอย่างที่คิดว่าต่อไปเธอน่าจะคุยกับสามีจริงจังสักที“ฉันสงสารคุณอันดาวะ!” ดาวสาวใช้ในบ้านกำลังรอผ้าในเครื่อง ระหว่างนั้นก็เปิดหัวข้อเพื่อเม้าท์มอยข้ามเวลาไปพลางๆ“เออวะ แต่งเข้ามาต้องมาทำงานเหมือนกับเป็นสาวใช้ เรียนจบก็สูง คุณปรินซ์น่าจะให้พาคุณอันดาไปช่วยงานดีกว่ามาอยู่บ้านให้แม่ผัวโขกสับอยู่แบบนี้” นิดร่วมวงสนทนาทันที เห็นทุกวันจนอดที่จะพูดถึงไม่ได้ “สงสารเนอะ มีแม่ผัวใจดำ

  • วิวาห์รักร้าว   ตอนที่ 3 รักต้องเลือก

    หลังแต่งงานปรินซ์พาอันดาเข้ามาอยู่ด้วยกันในบ้าน ไม่ได้แยกออกไปสร้างบ้านหรือซื้อบ้านใหม่เพราะความเป็นลูกคนเดียวเลยหวงแม่เป็นธรรมดา ซึ่งอันดาก็ไม่มีปัญหา ถึงแม้ที่บ้านฝั่งอันดาแนะนำให้แยกออกมาอยู่กันสองคนสามีภรรยา“กฎของบ้านนี้ทานข้าวเสร็จต้องไปล้างจานของตัวเอง จะมาทำตัวเป็นคุณหนูในบ้านนี้ไม่ได้หรอกนะ” ปรินซ์ออกไปทำงาน ปรางทิพย์ก็ออกกฎทันทีซึ่งอันดาไม่มีปัญหากับกฎนี้ เธออยู่หอพักคนเดียวมาตั้งนานเรื่องแค่นี้สบายมากหรืออยู่ที่บ้านเธอก็ทำเป็นเรื่องปกติเธอรู้ว่าแม่สามีหวงลูกมาก จะคอยโทรหาโทรตามอยู่บ่อย ๆ ซึ่งตอนคบกัน ปรินซ์กับอันดาไม่เคยพักด้วยกัน ไม่เคยนอนด้วยกันจนถึงเช้า มีแค่ตอนไปเที่ยวเท่านั้นที่ทั้งคู่สามารถใช้เวลาด้วยกันยี่สิบสี่ชั่วโมงปรินซ์เคยพาอันดาไปเจอแม่หลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งปรางทิพย์ก็จะไม่ชวนเธอคุย จะนั่งเงียบ ๆ มากกว่า แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางรังเกียจ จนถึงวันที่เธอเปลี่ยนสถานะจากแฟนลูกชายมาเป็นสะใภ้ของบ้านหลังนี้อะไรที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเจอก็ได้เจอ“เสื้อผ้าเธอก็เหมือนกัน ซักเองนะ อย่าใช้คนของฉัน”“หนูไม่มีปัญหาเรื่องนี้ค่ะ เดี๋ยวของพี่ปรินซ์หนูซักให้เองได้ค่

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status