เข้าสู่ระบบเมื่อโชคชะตาเหวี่ยงเธอกลับมาหาเขาในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ตรีอัปสรจึงต้องงัดทุกกลเม็ดมาสั่นคลอนหัวใจของคาสโนวาหนุ่ม เธอต้องใช้ทั้งหัวใจและความสาวเข้าแลก เพื่อสยบเสือร้ายให้กลายเป็นแมวเชื่อง
ดูเพิ่มเติม“คุณพ่อครับ... ผมขอเลือกเลขาฯ ของผมด้วยตัวเองไม่ได้เหรอครับ” น้ำเสียงออดอ้อนติดจะโอดครวญของ วายุ ดังขึ้นภายในห้องทำงานหรูหรา เขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนังอย่างคนหมดแรง เมื่อนึกถึงรายชื่อเลขาฯ คนใหม่ที่จะตบเท้าเข้ามาเริ่มงานในวันพรุ่งนี้
“เลือกเองแล้วเป็นไง? คราวก่อนเกือบเอาตัวไม่รอด ยังจะกล้ามาปากดีกับฉันอีกเหรอ!” วาทิต ผู้เป็นบิดาตวาดกลับทันควัน สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองลูกชายตัวดีอย่างคาดโทษ
“โถ่วว!!!... คุณพ่อครับ ต่อไปนี้ผมจะระวังตัวให้มากกว่าเดิมไงครับ” วายุพยายามต่อรองพัลวัน ในหัวนึกถึงภาพโปรไฟล์ของ ตรีอัปสร หญิงสาวที่บิดาเพลย์เซฟเลือกมาให้ เธอคือคำนิยามของความจืดชืดที่มีชีวิต แว่นตาหนาเตอะ เสื้อผ้าปิดมิดชิดจนถึงคอหอย และใบหน้าที่ไร้การเติมแต่งใดๆ แค่คิดหัวใจเขาก็เหี่ยวเฉาเหมือนต้นไม้ขาดน้ำ
“ไม่ได้! ครั้งนี้ฉันต้องเป็นคนเลือกให้แกเท่านั้น” วายุอ้าปากค้าง เตรียมจะยกเหตุผลร้อยแปดขึ้นมาโต้แย้ง มือหนากำหมัดแน่นอยู่ข้างลำตัวด้วยความรู้สึกขัดใจคุณวาทิตยืนคำขาดด้วยน้ำเสียงอันทรงพลังที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ
สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังลูกชายเพียงคนเดียวอย่างไม่ยอมลดละ บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เคยดูโอ่อ่ากลับอึดอัดขึ้นมาทันทีเมื่อความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
“คุณพ่อครับ แต่...”
“ไม่มีแต่!” บิดาตวาดขัดขึ้นทันควันก่อนที่เขาจะพูดจบประโยคด้วยซ้ำ ร่างสูงโปร่งของชายสูงวัยขยับก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับชี้นิ้วลงบนโต๊ะทำงานประหนึ่งตอกย้ำคำสั่งที่ถือเป็นเด็ดขาด
“ถ้าแกไม่เอาคนนี้ แกก็ต้องทำงานคนเดียว! อย่ามาเรียกหาเลขาส่วนตัวจากฉันอีก และอย่าหาว่าฉันไม่เตือน ถ้าแกยังริอาจไปคว้าผู้หญิงหิวเงินพวกนั้นมาทำงานด้วยตัวเองจนเกิดเรื่องอีกครั้ง ครั้งนี้ฉันจะตัดเงินเดือนและยึดรถทุกคันของแกให้หมด!” พูดจบบิดาก็สะบัดหน้า หมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เสียงประตูปิดลงดัง ปัง! ทิ้งให้วายุยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพงอย่างคนหมดแรง เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองด้วยความหงุดหงิด ในหัวนึกถึงใบหน้าของตรีอัปสรว่าที่เลขาฯ คนใหม่ที่เขาเพิ่งเห็นในแฟ้มประวัติ ยายเด็กเนิร์ดแว่นหนาเตอะที่ดูอย่างไรก็ชวนให้หัวใจแห้งเหี่ยวมากกว่าจะชวนให้มีไฟในการทำงาน
“ให้ตายเถอะ... นี่ฉันต้องตื่นมาเจอหน้ายายจืดชืดนั่นทุกวันจริงๆ เหรอเนี่ย...โถ่ววว!! ชีวิต” วายุบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความเซ็งสุดขีด แต่ก็รู้ดีว่าภายใต้คำขาดของบิดานั้นไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย แม้ในใจจะค้านแค่ไหน แต่เขาก็ต้องจำใจรับเลขาฯ ที่บิดาประเคนมาให้เพียงเพราะบทเรียนราคาแพงที่เขาเคยทำพลาดไว้ในอดีต
สาเหตุที่ทำให้วายุไม่มีสิทธิ์เลือกเลขาฯ เอง ก็มาจากวีรกรรมของเลขาฯ คนเก่าที่สวยสะบัดจนเกือบทำเขาสิ้รชื่อ เรื่องมีอยู่ว่าในคืนหนึ่ง ทรงกลต มือขวาคนสนิทของคุณวาทิต โทรมาแจ้งข่าวร้ายที่เกือบกลายเป็นโศกนาฏกรรม
“คุณวาทิตครับ ผมเห็นคุณวายุเมาไม่ได้สติ ถูกบริกรสองคนหิ้วปีกออกมาจากผับครับ ดูท่าทางไม่ค่อยดีเลย”
โชคดีที่คุณวาทิตไหวตัวทัน สั่งลูกน้องให้ตามไปชิงตัวลูกชายกลับมาได้ทันควัน ภาพที่ลูกน้องไปเจอคือภาพที่วายุถูกแม่เลขาฯ ตัวแสบ มอมยาจนหลับเป็นตาย และกำลังพยายามลากร่างไร้สติของเขาขึ้นคอนโดหวังรวบหัวรวบหางทำเมียเพื่อยกระดับฐานะ
วายุไปฟื้นอีกทีที่โรงพยาบาล พร้อมกับหลักฐานเป็นคลิปเสียงสารภาพผิดที่บิดาอัดไว้
“ใช่ค่ะ ฉันวางยาเขาเอง... เพราะฉันอยากได้เขาเป็นสามี” คุณวาทิตยอมจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายบวกกับเงินปิดปากอีกก้อนใหญ่ เพื่อให้ผู้หญิงอันตรายคนนั้นออกไปจากชีวิตลูกชาย และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ตำแหน่งเลขาฯ คนใหม่ตกเป็นของ ตรีอัปสร ผู้หญิงที่ตรงข้ามกับสเปกของวายุทุกระเบียดนิ้ว
วายุหลับตาลงอย่างอ่อนใจ ภาพผู้หญิงใส่แว่นหนาประหนึ่งก้นขวดน้ำปลาลอยวนอยู่ในหัว... งานนี้เขาคงต้องใช้ชีวิตวัยหนุ่มท่ามกลางความจืดชืดไปอีกนานแสนนาน
เธอทิ้งตัวลงกับหมอน ร้องครางกระเส่าเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมาเมื่อปากร้อนและลิ้นร้ายปรนเปรอความเป็นหญิงของเธออย่างไม่ลดละ ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวบีบคั้นอยู่กึ่งกลางกาย สะโพกมนเริ่มส่ายวนตามอารมณ์ที่พุ่งสู่จุดเดือด สองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่รุนแรงจนร่างกายสั่นสะท้าน ปลายเท้าเหยียดเกร็ง ลมหายใจหอบกระชั้น“พี่วายุขา... อัปสรใจจะขาดอยู่แล้ว... อ๊ะ!!!...”“เสียวใช่ไหมที่รัก... ไม่ต้องเกรง แล้วก็ไม่ต้องอาย... มีความสุขไปกับพี่นะจ๊ะ” วายุวายุเงยหน้าบอกก่อนจะเร่งจังหวะรัวเร็ว ลิ้นร้ายทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์จนตรีอัปสรแทบทนไม่ไหว ร่างกายบิดเร่าพยายามจะหนีแต่ก็กลับโจนทะยานเข้าหา“พี่วายุ อย่าทำแบบนั้น... อัปสรไม่ไหว... มันจะ... อื้อออ พี่วายุ!!!... กรี๊ดดดด!” ร่างบางเกร็งสะท้านไปทั้งตัวเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ร่างกายเบาหวิวราวกับล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ ทุกความอัดอั้นระเบิดออกมาเป็นความหฤหรรษ์ครั้งแรกในชีวิต น้ำหวานใสหลั่งไหลออกมาจนวายุได้ลิ้มรสอย่างจุใจ เขาดูดซับความหวานล้ำนั้นราวกับกลัวมันจะเหือดแห้งไป“ขอพี่กินให้ชื่นใจก่อนนะที่รัก...” วายุกระซิบชิดใบหูของคนที่นอนหอบเหนื่อย ก่อ
เมื่อร่างกายเริ่มชินกับความร้อน เธอจึงรวบรวมความกล้าปลดปมผ้าเช็ดตัวออกแล้วก้าวลงสู่น้ำอุ่นอย่างรวดเร็ว ทว่าสายตาคมกริบของเสือร้ายกลับไม่ยอมหันไปตามคำขอ เขาจ้องมองเรือนร่างอรชรที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำขุ่นมัวด้วยความหิวกระหาย“คนขี้โกง แอบดูทำไมคะ”“ก็พี่อยากเห็นนี่ครับ...จะเป็นเมียพี่อยู่แล้วจะอายทำไมหืม์!!” วายุขยับกายเข้ามาใกล้จนน้ำในบ่อกระเพื่อมไหวไหววนรอบกายเธอ เขาเริ่มชวนคุยเรื่องเที่ยวต่อเพื่อให้อัปสรผ่อนคลาย แต่สุดท้ายมือหนากลับคว้าเอวคอดกิ่วแล้วรั้งให้เธอขึ้นมานั่งบนตักแกร่งกลางอ่างน้ำร้อน“ว้าย!!!...พี่วายุ! จะทำอะไรคะ” ตรีอัปสรตื่นตระหนก สัมผัสจากผิวเนื้อที่แนบชิดกันโดยไร้สิ่งกีดขวางทำให้อารมณ์รักพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว“ในเมื่อคุณพ่ออยากให้เรารักกัน งั้นเราก็มาสานฝันให้ท่านกันเถอะนะ”“แต่อัปสร... อัปสรง่วงแล้วค่ะ” เธออ้างทั้งที่ใจสั่นสะท้าน“พี่ไม่เชื่อ!!” ไม่รอคำอนุญาตสิ้นเสียงวายุก็โน้มใบหน้าลงประทับจุมพิตที่ริมฝีปากบาง มือแกร่งที่โอบทางด้านหลังเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังสะโพกกลมกลึงและบีบเค้นเบาๆ จนหญิงสาวหลุดเสียงครางอื้ออึงในลำคอลิ้นร้อนแทรก
หลายวันต่อมาการเดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่นก็มาถึง ตรีอัปสรยืนอยู่ท่ามกลางกองเสื้อผ้าที่แผ่หลากสีอยู่บนเตียงกว้าง หัวใจของเธอกระตุกไหวด้วยความตื่นเต้นผสมปนเปกับความประหม่า เพราะนี่คือการเดินทางครั้งสำคัญที่จะทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับวายุชายหนุ่มที่ครอบครองหัวใจเธอมาเนิ่นนานในขณะที่มือเรียวหยิบจับเสื้อผ้าลงกระเป๋า หน้าจอสมาร์ทโฟนก็สว่างวาบพร้อมเสียงวิดีโอคอลจากจริยา เพื่อนรักตัวแสบที่เป็นคนปฏิวัติลุคให้เธอจนวายุเกือบตบะแตกมาหลายครั้งหลายหน“ยังไงแกก็ต้องใส่ชุดนี้ลงไปในกระเป๋า!” จริยาโพล่งขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนสาวโชว์ชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแดง บางเบาจนแทบมองเห็นทะลุผ่าน“เชื่อฉันสิอัปสร ถ้าแกใส่ชุดนี้ ยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณวาทิตแอบให้แกพกไว้น่ะ... ตกกระป๋องไปเลย ไม่ต้องใช้ให้เสียเวลาหรอก”“คิดไปคิดมาฉันก็ไม่อยากทำเลยว่ะแก... ฉันกลัว” ตรีอัปสรพึมพำ ใบหน้าสวยสลดลงเล็กน้อย“กลัวว่าถ้าพี่วายุจับได้ว่าฉันกับคุณลุงวางแผนกัน เขาจะยิ่งเกลียดฉันไปกันใหญ่”“อย่าคิดมากสิเพื่อน เชื่อใจตัวเองหน่อย!” จริยาจีบปากจีบคอผ่านกล้อง“แกน่ะมีของดีตั้งเยอะ ทั้งหน้าอกหน้าใจ ทั้งผิวพรรณ ที่ผ่านมาพี่วายุเขาก็แค่ต่อต้านเพ
บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างนุ่มนวล ทว่าหัวใจของคนขับกลับเต้นรัวไม่เป็นจังหวะตรีอัปสร ลอบถอนหายใจยาวขณะบังคับพวงมาลัยเข้าสู่ที่จอดรถของคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮเอนด์ เธอหันไปมองคนข้างกายที่ดูเหมือนจะหมดสติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่รอยหยักที่มุมปากเขากลับฟ้องว่าเขากำลังสนุกที่ได้แกล้งเธอ“ถึงคอนโดแล้วค่ะ พี่วายุ” เธอเอ่ยพลางเอื้อมมือไปเขย่าแขนแกร่งเบาๆ“ขึ้นไปส่งพี่ก่อนสิ...” วายุลืมตาขึ้นทันควัน แววตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นพราวระยับด้วยเล่ห์กล ผสมกับรังสีคุกคามอันตรายที่ทำให้อุณหภูมิในรถร้อนฉ่าขึ้นมาทันที ตรีอัปสรพยายามรวบรวมสติ นึกถึงคำเตือนของมารดาที่ว่าอย่าใจง่าย แต่ท่าทางซวนเซที่ดูเหมือนจงใจของเขาก็ทำให้เธอลืมคำเตือนนั้นไปเสียสนิท“พี่เดินไม่ไหวเหรอคะ? งั้นเดี๋ยวอัปสรจะไปตาม รปภ. ให้”“ไม่ต้องหรอก อัปสรขึ้นไปส่งพี่หน่อยได้มั้ย” เขาต้อนเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ แฝงอำนาจที่ทำให้คนฟังใจสั่นระรัว จนสุดท้ายเธอก็ต้องยอมประคองร่างหนาขึ้นไปยังห้องพักส่วนตัว ทันทีที่เสียงสแกนคีย์การ์ดดังขึ้นและประตูปิดสนิทลงกลอน ความเงียบสงัดภายในห้องกลับถูกแทนที่ด้วยบรรยา