Masukหลังแต่งงานปรินซ์พาอันดาเข้ามาอยู่ด้วยกันในบ้าน ไม่ได้แยกออกไปสร้างบ้านหรือซื้อบ้านใหม่เพราะความเป็นลูกคนเดียวเลยหวงแม่เป็นธรรมดา ซึ่งอันดาก็ไม่มีปัญหา ถึงแม้ที่บ้านฝั่งอันดาแนะนำให้แยกออกมาอยู่กันสองคนสามีภรรยา
“กฎของบ้านนี้ทานข้าวเสร็จต้องไปล้างจานของตัวเอง จะมาทำตัวเป็นคุณหนูในบ้านนี้ไม่ได้หรอกนะ” ปรินซ์ออกไปทำงาน ปรางทิพย์ก็ออกกฎทันที
ซึ่งอันดาไม่มีปัญหากับกฎนี้ เธออยู่หอพักคนเดียวมาตั้งนานเรื่องแค่นี้สบายมากหรืออยู่ที่บ้านเธอก็ทำเป็นเรื่องปกติ
เธอรู้ว่าแม่สามีหวงลูกมาก จะคอยโทรหาโทรตามอยู่บ่อย ๆ ซึ่งตอนคบกัน ปรินซ์กับอันดาไม่เคยพักด้วยกัน ไม่เคยนอนด้วยกันจนถึงเช้า มีแค่ตอนไปเที่ยวเท่านั้นที่ทั้งคู่สามารถใช้เวลาด้วยกันยี่สิบสี่ชั่วโมง
ปรินซ์เคยพาอันดาไปเจอแม่หลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งปรางทิพย์ก็จะไม่ชวนเธอคุย จะนั่งเงียบ ๆ มากกว่า แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางรังเกียจ จนถึงวันที่เธอเปลี่ยนสถานะจากแฟนลูกชายมาเป็นสะใภ้ของบ้านหลังนี้
อะไรที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น
อะไรที่ไม่เคยเจอก็ได้เจอ
“เสื้อผ้าเธอก็เหมือนกัน ซักเองนะ อย่าใช้คนของฉัน”
“หนูไม่มีปัญหาเรื่องนี้ค่ะ เดี๋ยวของพี่ปรินซ์หนูซักให้เองได้ค่ะ”
“ไม่ต้อง! คนในบ้านนี้เขาก็มีคนทำให้ ส่วนคนนอกต้องทำเอง”
“…” อันดารู้สึกสะกิดใจกับคำพูดพวกนั้น ไม่คิดว่าแต่งงานเข้ามาจะกลายเป็นคนนอก ไม่ใช่คนในครอบครัว
“เพราะฉันรักตาปรินซ์หรอกนะ ถึงยอมให้เธอได้แต่งงานกับตาปรินซ์ แต่อย่าหวังรวยทางลัด อย่ามั่นหน้าว่าตัวเองเป็นสะใภ้สิริหงษ์ประภาแล้วจะชูคออยู่สบาย”
“หนูไม่เคยคิดแบบนั้นนะคะ” ใบหน้าสวยหวานส่ายหน้าปฏิเสธข้อกล่าวหา ถึงปรินซ์สามีของเธอจะเป็นทายาทบริษัทอาหารแปรรูป
“น้อยไปนะสิ ถ้าไม่คิดจะรวยทางลัดจะทนคบกับลูกชายฉันได้หลายปีแบบนั้นเหรอ” ปรางทิพย์จับตาดูลูกชายอยู่ตลอด ความสัมพันธ์คู่นี้เรียบง่ายมาก ไม่เคยค้างคืนกันสักครั้ง ไม่เคยไปไหนด้วยกัน ลูกชายเธอไม่เคยไปนอนนอกบ้าน นอกจากเรื่องงาน
“หนูไม่เคยทนคบ ที่ผ่านมาเพราะหนูกับพี่ปรินซ์รักกันก็เลยตัดสินใจคบกันและแต่งงานกันค่ะ”
“หึ!” ปรางทิพย์แสยะยิ้มมุมปาก “งั้นฉันจะรอดูว่าเธอคบกับลูกชายฉันเพราะรัก ไม่ใช่เพราะเงิน”
“…” อันดาไม่โต้ตอบ แต่มั่นใจว่าเวลาที่อยู่บ้านหลังนี้จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอจริงจังกับปรินซ์และคนในบ้านแค่ไหน
“เด็กอย่างเธอจะทนได้สักกี่น้ำกันนะ!” ปรางทิพย์ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มบางอย่างที่อ่านความหมายไม่ออก
แต่หลังจากวันที่คุยกัน อันดาก็เข้าใจทันทีว่าแม่สามีหมายถึงอะไรเพราะแต่ละวัน เธอไม่เคยได้สงบสุข สบายใจที่อยู่บ้านหลังนี้ มีแต่เรื่องให้คิดมาก ร้อนในอกตลอดเวลา
คำว่า ‘อดทน’ อันดาเพิ่งรู้จักคำนี้ก็ตอนแต่งงานย้ายมาอยู่บ้านสามี เข้าใจอย่างลึกซึ้ง
เพราะตอนนี้ความรักของเธอและปรินซ์มีแต่คำว่าอดทนอยู่ในความสัมพันธ์มากกว่าความรู้สึกดีๆ
“อันจัดกระเป๋าให้พี่ปรินซ์เรียบร้อยแล้วนะคะ” ครั้งหนึ่งทั้งคู่แพลนจะไปฮันนีมูนล่าแสงเหนือด้วยกัน
ซึ่งเป็นแพลนที่คิดร่วมกัน เมื่อใกล้ถึงวันออกเดินทาง อันดาก็ทำหน้าที่ภรรยาจัดแจงจัดกระเป๋าให้เตรียมพร้อมเพื่อการเดินทางครั้งนี้
“พี่บอกแล้วว่าพี่จะกลับมาจัดเองไงครับ” ปรินซ์เข้ามากอดแล้วก้มลงหอมแก้มอันดาเป็นรางวัลคนเก่ง สูดดมกลิ่นหอมที่ทำให้มีชีวิตชีวา
“เรื่องแค่นี้อันทำได้ พี่ปรินซ์ทำงานมาเหนื่อยๆ อยากให้พักผ่อนมากกว่า”
“เมียพี่น่ารักจัง จะทำให้หลงไปถึงไหนหืม!?” มือหนาพลิกตัวเธอมาเผชิญหน้ากัน สบตากันหวานซึ้ง กระทั่งร่างบางถูกอุ้มแนบอก
“พี่ว่า… พี่ซ้อมฮันนีมูนก่อนดีกว่า”
“ซ้อมฮันนีมูนอะไรของพี่” อันดาว่ายิ้ม ๆ ตีแขนสามีเขินอาย “พี่ก็ซ้อมทุกคืน”
“ไม่เหมือนกันครับ”
“…?!” อะไรที่ไม่เหมือน
“อันนี้สูตรเร่งรัด ถึงเวลาจริงจะได้ไม่ติดขัด” ว่าจบ ร่างอันดาก็ถูกอุ้มมาวางบนเตียงนุ่ม ก่อนที่ร่างสูงจะขึ้นคร่อมบรรเลงเพลงรักอย่างอิ่มเอม เสพความสุขให้กันและกันแบบที่ทั้งสองทำให้กันตลอด
ทว่า…เหมือนเมื่อคืนพวกเขาจะเสพความสุขมากเกินไปเพราะมีเหตุบางอย่างให้แพลนฮันนีมูนหยุดชะงัก เมื่อแม่สามีเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน
“ทำไมป้าสมจิตรไม่บอกผม” ปรินซ์โวยวายทันที สีหน้าไม่สู้ดีนัก เขามีความสุขในห้อง แต่ไม่รู้ว่าแม่ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่กลางดึก ทั้งที่นอนอยู่ในบ้านเดียวกัน
“เอ่อ คุณปรางกลัวรบกวนคุณปรินซ์ค่ะ” ป้าสมจิตรก้มหน้าบอกเสียงเศร้า
“รบกวน!? ผมเป็นลูก รบกวนอะไรกัน”
“ก็คุณปรินซ์จะเดินทางไปฮันนีมูนเช้านี้ไม่ใช่เหรอคะ”
“…” ปรินซ์เงียบไปทันที จริงด้วยเขาต้องพาเมียไปฮันนีมูนนี่น่า ใบหน้าหล่อเร่งเครียดก้มมองอันดาที่เงยหน้ามาสบตากันพอดี
“ฮันนีมูนเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ เรารีบไปดูคุณแม่ก่อนดีกว่าค่ะ” อันดากอดแขนสามีอย่างให้กำลังใจ ไม่ได้คิดมากกับเรื่องนี้
“ขอโทษนะครับ พี่จะชดเชยให้ทีหลัง” เมื่อขึ้นมาบนรถ ปรินซ์ก็รีบขอโทษขอโพย
“เรื่องนี้มันไม่ใช่ความผิดของใครค่ะ ยังไงสุขภาพคนในครอบครัวก็สำคัญที่สุด”
“พี่คิดไม่ผิดจริงๆ ที่รักอันดา” ปรินซ์ดึงร่างนุ่มนิ่มมากอดแล้วจูบหน้าผากอย่างอ่อนโยนแล้วรีบไปหาแม่ที่โรงพยาบาล
หลังจากวันนั้นปรินซ์ก็วางแพลนใหม่ หาที่เที่ยวในทวีปเดียวกัน เผื่อให้ระยะเวลาเดินทางไม่นานเกินไป แต่ทุกครั้งก็มีเหตุให้ล่มไม่เป็นท่าทุกครั้งไป
“ถ้าพี่พาแม่ไปด้วย อันดาจะโอเคไหม” ปรินซ์หยั่งเชิงลองโยนหินถามทาง
“โอเคสิคะ อันก็คิดว่าไปเที่ยวเป็นครอบครัวก็ดีเหมือนกัน”
“อันดาคิดแบบนี้จริงเหรอ” พวกเขาไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันแบบนั้นเลยจึงจินตนาการภาพไม่ค่อยออก
“ค่ะ อันโตมากับครอบครัวใหญ่ เวลาไปเที่ยวกับครอบครัวหลายๆ คน สนุกดีค่ะ” อันดาแชร์ด้านตัวเองให้สามีฟัง
“งั้นเอาอย่างนี้ไหม ชวนพ่อแม่ พี่ๆ อันดาไปด้วย” ปรินซ์เสนอไอเดีย
“โอเคค่า เดี๋ยวอันชวนฝั่งอัน พี่ปรินซ์ชวนคุณแม่ ไปเที่ยวด้วยกัน”
สองสามีภรรยาสรุปจบแพลนเที่ยวกันใหม่ อยากออกไปเปลี่ยนบรรยากาศโดยมีครอบครัวสองฝั่งไปมีความสุขด้วยกัน
แต่พอถึงวันจริง…กลับไม่เป็นอย่างที่คิด
เมื่อแม่สามีต้องเข้าห้องฉุกเฉินกะทันหันตามเคยและฝั่งครอบครัวอันดาก็บินขึ้นมาจากจังหวัดตรังทั้งพ่อเอก แม่แอน พี่อัทธ์ พี่อิน พี่อาร์ม พี่สะใภ้และหลาน ๆ ทุกคนมากันครบพร้อมเดินทาง
“อย่าคิดมากเลยปรินซ์ พ่อว่าสุขภาพแม่ปรินซ์สำคัญที่สุด” พ่อตาเอ่ยปลอบเมื่อเห็นสีหน้าลูกเขยไม่ค่อยดี
“เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ อันดาพาครอบครัวไปเที่ยวนะ”
“จะไปได้ไงคะ คุณแม่พี่ปรินซ์ไม่สบายอยู่”
“อันดาไปพักผ่อนนะครับ ไม่ต้องห่วงทางนี้”
ถึงปรินซ์จะคะยั้นคะยอยังไง อันดาก็ไม่ยอมไป จนปรินซ์ต้องเอาเรื่องค่าใช้จ่ายมาอ้างว่าเขาจองทุกอย่างไว้หมดแล้วจ่ายเงินแล้วด้วย ให้อันดาไปเที่ยวแทนเขาหน่อย อย่างน้อยก็ไปเที่ยวกับครอบครัวไม่ใช่คนอื่นคนไกล จนอันดาใจอ่อนยอมไป
เป็นครั้งแรกหลังจากแต่งงานที่ทั้งคู่ต้องห่างกัน
และเหมือนจะเป็นสัญญาณเตือนบางอย่างจนถึงปัจจุบัน…
ซู่ซ่าเสียงคลื่นทะเลดังกระทบฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า อันดากำลังเดินตามเจ้าแฝดที่เริ่มหัดเดินได้คล่องขึ้นมาก ไม่เหมือนช่วงแรก ๆ ที่ย่างไม่กี่ก้าวก็ล้มการเที่ยวครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการมาเที่ยวด้วยกันหลังจากกลับมาคืนดีกัน ความจริงนี่คือครั้งแรกนับจากเราแต่งงานกันด้วยซ้ำ“อันดาค้าบ” เสียงหล่อเอ่ยเรียกภรรยาให้หันมามองกล้องที่กำลังจับภาพภรรยาอันดาหันไปแล้วยิ้มหวานให้กล้อง เป็นรอยยิ้มที่ปรินซ์ตราตรึงใจไม่เคยลืมความรู้สึกที่เห็นรอยยิ้มครั้งแรกจนถึงวันนี้“สวยจัง” เขาชมจากใจ“ถ่ายเจ้าแฝดด้วยสิคะพี่ปรินซ์” ว่าแล้วอันดาก็จับไอดินอิงดาวให้มายืนใกล้กันส่วนเธอนั่งชันเข่าตรงกลางภาพเบื้องหลังเป็นทะเลจากนั้นก็รอเสียงคนกดซัตเตอร์“ถ่ายให้ไหมคะ จะได้ถ่ายพร้อมกันทั้งครอบครัว” นักท่องเที่ยวแถวนั้นอาสาเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มถ่ายให้ภรรยาและลูก ๆ หลายรูปแล้ว แต่ยังไม่มีรูปตัวเองเลย“ขอบคุณครับ” ปรินซ์จึงส่งกล้องให้แล้วเข้าไปอุ้มลูกสาว ส่วนภรรยาอุ้มไอดิน มือหนาโอบคนรักเข้ามาใกล้ก่อนจะโน้มลงไปหอมแก้มนุ่มทันทีที่คนถ่ายส่งสัญญาณ“พี่ปรินซ์ ทำอะไรเนี่ย” อันดาเขินจนหน้าแดง ยังไม่ทันตั้งตัวก็โดนหอมแก้มแถมยังหอมต่อ
“พี่ปรินซ์” อันดายิ้มหวานทันทีที่คนรักเปิดประตูห้องเข้ามา เกือบอาทิตย์หนึ่งแล้วที่เขากลับไปเยี่ยมแม่และวันนี้เขาก็ไม่ได้โทรมาบอกก่อนล่วงหน้าว่าจะกลับฟอดด!ใบหน้าคมโน้มลงหอมแก้มนิ่ม ๆ ด้วยความคิดถึง ชะโงกหน้าดูเจ้าแฝดในเปลคิดถึงไม่แพ้กันแต่เขาเพิ่งมาถึงยังไม่ได้อาบน้ำให้สะอาดจึงไม่หอมแก้มลูก“ทำไมพี่ไม่โทรบอกก่อนว่าจะกลับ”“อยากเซอร์ไพรส์ อยากรู้ว่ามีคนคิดถึงพี่รึเปล่า” ร่างสูงเอ่ยเย้าแล้วเขี่ยแก้มนิ่มไปพลาง อดใจไม่ไหวจึงหอมไปอีกฟอดใหญ่“อื้อ! อย่า พอแล้ว”“ตอบมาก่อน คิดถึงพี่ไหมครับ” เขานั่งลงซ้อนหลังกอดกระชับเอวแนบแน่น“ถ้าไม่พูด พี่จะทำไง”“จะทำงี้จนกว่าจะพูด” ว่าแล้วก็จับเธอพลิกตัวมาคร่อมบนตักแล้วหอมแก้มซ้ายหอมแก้มขวาสลับไปมา ซุกไซ้ซอกคอขาว ๆ สูดหอมด้วยความคิดถึงและรักใคร่หลงใหลในตัวแม่ของลูก“พะ พอแล้ว” อันดาจั๊กจี้จนขนลุก ผละร่างหนาออกห่างจากตัว “คิดถึง อันคิดถึงพี่ปรินซ์”“ดีใจนะครับที่เรามีความสุขกันอีกครั้ง”“งั้นก็ปล่อยได้แล้วค่ะ” พูดจบอันดาก็ลุกออกจากตัก ท่านั่งมันล่อแหลมเกินไป จนคนลูกสองแก้มแดงอย่างน่าอาย“หึ” ปรินซ์เห็นอย่างนั้นก็หัวเราะชอบใจ หมายมั่นเอาไว้ว่าอดทนอีกนิดรอ
เพราะเจ้าแฝดยังไม่ครบสองเดือนปรินซ์จึงไม่อยากพาลูก ๆ เดินทางกลับกรุงเทพด้วยกัน เป็นอีกครั้งที่เขาต้องแยกจากอันดาซึ่งเขาอ่านแววตาคู่นั้นออกว่าเธอกำลังกังวลอะไรอยู่แต่บอกไว้เลย ว่าครั้งนี้จะไม่เหมือนเก่าตึกตึก…ร่างสูงสาวเท้าออกจากลิฟต์มาห้องพักฟื้นที่แม่นอนพักอยู่เขาดูกล้องวงจรปิดที่แอบติดไว้หมดแล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นเพราะแม่เขาตั้งใจให้เกิดขึ้น“ปรินซ์ ปรินซ์กลับมาหาแม่แล้ว” ปรางทิพย์หันหน้าไปฝั่งประตูห้องพอดีจึงเห็นลูกชายตัวเป็น ๆ ในรอบหลายเดือนคิดไม่ถึงว่าแผนที่ทำจะได้ผล ทั้งที่ถอดใจไปในนาทีสุดท้าย“เป็นไงบ้างครับ เจ็บมากไหม”“…” ปรางทิพย์นิ่งไป ไม่คิดว่าลูกชายจะถามคำถามนี้ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าลูกชายจะมาหาด้วยซ้ำ แค่เห็นหน้าก็คิดว่าวันนี้ต้องทะเลาะกันอีกแน่แต่เปล่าเลย ลูกกลับถามเธออย่างห่วงใยต่างจากที่จินตนาการไว้ไกลมากปรินซ์ยื่นมือไปจับตรงหน้าผากผู้เป็นแม่ซึ่งมีผ้าพันแผลปิดไว้“เดี๋ยวก็หายครับ” ไม่ใช่แค่แผล แต่จิตใจแม่ต้องหายกลับมาเป็นปกติภาพในกล้องเห็นชัดว่าแม่ชอบทำร้ายร่างกายหลายครั้ง แต่เป็นการใช้มือตัวเองตบตีหรือบางครั้งก็นั่งเหม่อลอยไปไกลนานเป
จุ๊บ!“ทะ ทำอะไร” คนตัวเล็กผละตัวถอยห่างจากร่างสูงที่เข้ามากอดแล้วจูบเรือนผมของเธอ หลังจากพวกเขาช่วยกันอาบน้ำให้เจ้าแฝดและกล่อมนอนจนหลับปุ๋ยไปทั้งคู่“พี่คิดถึงให้พี่กอดหน่อยนะ”“แต่เมื่อกี้…” เมื่อกี้เขาไม่ได้แค่กอด ทว่าเธอไม่กล้าพูดออกมายิ่งสบตาก็ยิ่งนึกสงสารแววตาคู่นั้น ยิ่งสภาพเขาตอนนี้ยิ่งหมดสภาพพี่ปรินซ์คนที่ดูดีหัวจรดเท้า“ความจริงพี่อยากจูบตรงนี้ด้วย” นิ้วเรียวแตะตรงริมฝีปากนุ่ม สบตาคู่หวานที่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของอีกครั้งและแววตาคู่นี้จะไม่มีน้ำตาจากความเสียใจอีกอันขาดสายตาที่สบกันนำพาให้ร่างสูงโน้มลงมาทำในสิ่งที่ตั้งใจ“อย่าค่ะ” ทว่าอันดาหลบทันที ไม่ยอมให้เขาจูบง่ายๆ“เราคืนดีกันแล้ว” เขาโหยหาเธอเหลือเกิน ตั้งแต่ช่วงมีปัญหาจนถึงเลิกกัน เขาก็ไม่มีอารมณ์ทางเพศเลย เข้าใจว่าตัวเองมีปัญหา แต่เขายังหนุ่มยังแน่นยังต้องการสิ่งนี้ แต่ไม่รู้ทำไมมันถึงใช้งานไม่ค่อยได้จนมารู้ว่าตัวเองไม่มีความคิดเรื่องนั้นก็เพราะคิดมากเรื่องอื่นจนสมองไม่สั่งช่วงล่างทำงาน จนได้อันดากลับมาทุกอย่างมันลงตัว แม้แต่ร่างกายก็ตอบสนองไปหมดทุกอย่าง คิดถึงกลิ่นหอม ๆ ที่คุ้นเคย คิดถึงรสจูบลิ้นเล็ก ๆ ที่ตวัดตอบรับก
“น่ารักน่าชังจังเลยหลานยาย” ปราณีชมเจ้าแฝดไม่หยุดปาก พอรู้ข่าวจากปรินซ์ว่าคลอดแล้วก็หาเวลาว่างแล้วลงใต้สองคนลูกสาวเพื่อหาหลาน ๆ และให้ของรับขวัญที่สำคัญคืออยากเห็นหน้าอยากอุ้มเล่นกับเด็ก ๆ ให้หนำใจ“คุณทวดอยากเจอ สะดวกแล้วพาไปหาท่านหน่อยนะอันดา” ปราณีพูดต่อ รู้ว่าความสัมพันธ์ทั้งคู่ยังไม่ลงเอย แต่เรื่องสายเลือดตระกูลเธอไม่เคยกีดกันหรือตัดขาดอย่างที่แม่ปรินซ์ชอบใส่ไฟ มีแค่เข้มงวดบ้างหากไม่ถูกต้องเท่าไรนัก“ค่ะ” อันดาไม่กล้าปฏิเสธ ญาติผู้ใหญ่ฝั่งปรินซ์เมตตาเธอมาตลอด ถึงจะไม่คลุกคลีกันแต่รับรู้ได้“กับข้าวในครัวใกล้จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวอยู่ทานข้าวกันก่อนนะคะ” แม่แอนเข้ามาบอกปราณีและขวัญฤทัย“ที่จริงไม่น่าลำบากเลย”“ที่นี่ร้านอาหารไม่ลำบากหรอกค่ะ”“งั้นขวัญขอฝากท้องมื้อนึงนะคะ อยากทานอาหารใต้ต้นตำหรับอร่อยๆ พอดีเลยค่ะ”“อยากทานเมนูไหนเป็นพิเศษไหมคะ เดี๋ยวน้าทำให้” แม่แอนบอกอย่างใจดี“โอ๊ะ! ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ” ขวัญฤทัยรีบปฏิเสธด้วยความเกรงใจ“เหนื่อยมากไหมอันดา” คนเป็นป้าอดีตสามีเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ คนช่วยเลี้ยงเยอะ” นอกจากพ่อแม่พี่ ๆ พี่สะใภ้ หลาน ๆ ก็ยังมีอีกคนที่คอยสแตนบาย
ห้าวันผ่านไป…อันดากลับมาพักฟื้นที่บ้านพร้อมเจ้าแฝดโดยมีปรินซ์ดูแลไม่ห่าง ถึงความสัมพันธ์จะเหมือนเดิมเหมือนตอนที่ยังไม่คลอด ไม่ได้พัฒนาต่อ หยุดชะงักไว้แค่นั้น แต่ไม่ได้ปิดกั้นไม่ให้เขายุ่งเกี่ยวกับเจ้าแฝดเหมือนปากว่า อย่างน้อยก็เห็นแก่น้ำใจที่ช่วยพาไปคลอดอุแว้!อุแว้!“โอ๋ๆ รอแม่แป๊บเดียวค่ะ” ปากร้องโอ๋ลูกน้อยมือเขย่าขวดนมไปด้วย เต้านมก็รู้สึกคัดเจ็บร้าวไปหมด ต้องรีบเอาลูกเข้าเต้าแล้ว“สามัคคีกันจังเลยนะคะ” ก็เจ้าแฝดพร้อมใจกันร้องแข่ง ไม่มีใครยอมใคร เสียงร้องดังไปเจ็ดบ้านแปดบ้าน“ไปดูลูกไปครับ เดี๋ยวพี่ทำให้” ปรินซ์ขึ้นมาบนบ้าน เห็นอันดากำลังชงนมอยู่ ส่วนเจ้าแฝดก็ร้องห่มร้องไห้ทั้งพี่ทั้งน้อง สามัคคีกันจริง ๆ ได้เชื้อใครมาเนี่ย“พี่เคลียร์ระบบหน้าร้านให้แล้วนะครับ” ปรินซ์รายงานไปด้วยระหว่างชงนม หลังจากอันดาคลอดปรินซ์ก็ทำหน้าที่แทนทุกอย่าง ร้านขนมยังเปิดเหมือนเดิมเพราะงานในร้านสามารถรันด้วยตัวมันเองได้แล้ว แค่เข้ามาดูแลระบบให้คงที่ทุกวันก็เท่านั้นร่างสูงเหลือบไปมองแม่ของลูกที่นั่งฟังไม่มีปากเสียงโต้ตอบ ถึงจะมีช่องว่างระหว่างกันแต่อันดาก็อ่อนลงมาก ยอมให้เขาขึ้นมาดูลูกถึงห้องนอน เท่านี







