Masukกว่าอันดาจะกลับบ้านก็ใช้เวลานานหลายชั่วโมงเพราะเธอหาที่นั่งทำใจ เก็บทุกเรื่องไว้คนเดียว ตั้งใจจะกลับไปแล้วไม่เอาเรื่องหนักใจไปให้สามีรับรู้ รู้อยู่แล้วว่าพูดออกไปก็มีแต่เรื่อง พาลให้ทะเลาะกันเปล่า ๆ ยังไงเธอก็ยังอยากรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ให้ดีที่สุด
ซึ่งเมื่อกลับถึงบ้านอันดาก็เตรียมใจไว้ครึ่งหนึ่งแล้วว่าอาจจะทะเลาะกับปรินซ์เรื่องที่กลับช้า ทว่าพอมาถึงบ้าน กลายเป็นเขาที่เข้ามาคุยกับเธอก่อน
“อันดาอยู่ในห้องน้ำรึเปล่า”
“ค่ะ”
“เสร็จธุระแล้วออกมาคุยกับพี่หน่อยสิ” ปรินซ์รู้ว่าอันดาหนีหน้าเข้าไปในห้องน้ำ เขาเห็นว่าเธอเห็นเขาแล้วแต่เดินหนีขึ้นมาบนห้อง
อันดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะออกมาเผชิญหน้ากับปรินซ์
หมับ!
ร่างสูงสาวเท้าเข้ามากอดภรรยาหลอม ๆ กับเรื่องวันนี้
“พี่ขอโทษที่ขึ้นเสียงใส่”
“…” อันดาก็เงียบ
“พี่ขอโทษที่ผิดนัด”
“…” อันดาก็เงียบเช่นเคย
“อันดา พูดกับพี่หน่อยสิ”
“แม่พี่เป็นยังไงบ้างคะ” ทว่าอันดาเลือกที่จะถามถึงเรื่องที่มีปัญหากัน
“นอนพักอยู่โรงพยาบาลน่ะ”
“แล้วพี่ไม่ไปเฝ้าเหรอคะ”
“พี่แวะมาหาอันดาก่อน แต่เดี๋ยวก็คงกลับไป”
“...” อันดาไม่พูดอะไรเพราะรู้อยู่แล้วต้องเป็นแบบนี้
ถ้าไม่อ้างสุขภาพก็อ้างเรื่องงานหรือไม่ก็เรื่องเงิน มันมีอีกหลายเรื่องที่แม่สามีจะดึงตัวสามีไปจากเธอไม่ให้ทำกิจกรรมร่วมกันแบบสามีภรรยา
“ไว้พี่จะนัดหมอใหม่ คราวนี้พี่จะไม่ผิดนัดอีก”
“พี่ปรินซ์อยากมีลูกไหมคะ”
“ทำไมถามแบบนั้น” ปรินซ์ขมวดคิ้วยุ่ง สีหน้าไม่ดีนัก หลัง ๆ มานี้เขาเริ่มมีสีหน้า แสดงบางมุมที่อันดาไม่เคยเห็นตอนคบเป็นแฟนกัน
“อันว่าอยากทำงานก่อนแล้วเรื่องลูกค่อยว่ากันค่ะ” เธออยู่ว่าง ๆ แบบนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“อันดา...พี่บอกแล้วไงว่าคลอดลูกแล้วค่อยคิดเรื่องงาน” ปรินซ์ปล่อยมือจากไหล่อันดา ขัดใจขึ้นมาทันที เดินไปหย่อนนั่งลงบนเตียง ซึ่งอันดาก็เดินตามไปนั่งด้วยเพื่อคุยเรื่องนี้ให้จบ
“แต่เราปล่อยมาหลายเดือนแล้วนะคะ ลูกก็ยังไม่มา บางทีถ้าอันได้ทำงาน ไม่เครียด ลูกอาจจะมาเร็วก็ได้”
“อันดาจะเครียดเรื่องอะไร ไม่ต้องทำอะไร เงินเดือนพี่ก็ให้ตลอด อยากไปช้อปปิ้ง อยากทำอะไรพี่ก็ตามใจหมด แต่ขออย่างเดียวแค่อยู่บ้านไม่ต้องทำงาน รอให้อะไร ๆ เข้าที่เข้าทางก่อน”
“…” เขาไม่เคยรับรู้เรื่องในบ้านเลย ว่าบ้านหลังนี้อยู่แล้วเครียดขนาดไหน
“ไปปรึกษาหมอก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที” ปรินซ์สรุปจบและคิดว่าจะไม่พูดเรื่องที่อันดาขอทำงานอีก
“งั้นอันขอพูดอีกเรื่องได้ไหมคะ”
ปรินซ์พยักหน้าให้อันดาพูดต่อ
“เรื่องคุณแม่พี่ปรินซ์”
“แม่พี่...มีอะไรเหรอ”
“พี่ปรินซ์สัญญาก่อนว่าจะฟังให้จบแล้วไม่โกรธกัน”
ปรินซ์รับปากพยักหน้าและเอ่ยออกมา “สัญญา”
อันดาค่อนข้างหนักใจแต่ก็อยากถามให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่คาใจอยู่แบบนี้
“ตอนที่เราคบกัน พี่ไม่เคยบอกคุณแม่เลยเหรอคะว่าเราไปเที่ยวด้วยกัน”
“อันดารู้จากไหน” ปรินซ์ถามกลับทันที
“มันจริงเหรอคะ”
“...” ปรินซ์ก็ยังไม่ยอมตอบ แต่สายตาคาดคั้นของภรรยาจึงทำให้ปรินซ์พยักหน้ายอมรับ
“ทำไมพี่ปรินซ์ไม่เคยบอกอัน”
“พี่ไม่อยากให้อันคิดมากแล้วที่ไม่บอกแม่ว่าไปกับอันก็เพราะไม่อยากให้มีปัญหา” เขาอยากมีความสุขเลยเลือกที่จะตัดปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกไป โดยไม่รู้เลยว่าปัญหาจะส่งผลกระทบกับระยะยาว
“แต่ปล่อยให้ปัญหามาเกิดตอนที่เราแต่งงานกัน”
“ถ้าอันดารู้ก่อน อันดาจะไม่แต่งงานกับพี่เหรอ”
“ไม่ใช่ค่ะ แต่เราน่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ก่อน”
“พี่ขอจัดการเรื่องนี้ก่อน ยังไงก็มีทางออก”
“ทั้งที่คุณแม่ไม่ยอมรับอัน!?”
“อันดาอย่าเพิ่งคิดไปเอง มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น อันดาเชื่อพี่นะครับ ว่าทุกอย่างจะดี พี่จะพยายามแก้สถานการณ์ทุกอย่างให้ดีที่สุด” เขากุมมือนุ่มสัญญาออกไป แต่ครั้งนี้ภรรยาของเขามีแววตาที่สื่อความหมายบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่เขาไม่มีทางทำให้ได้
“เราย้ายไปซื้อบ้านใหม่ดีไหมคะ?!”
จบจากสนทนาวันนั้นอันดารู้แล้วว่าเธอไม่ควรคาดหวังอะไรจากสามีอีก ไม่ว่าจะบอกอะไร เล่าอะไรขออะไร เขาทำเพียงแค่รับรู้ เหมือนแต่ละเรื่องผ่านหูไปเท่านั้น ปัญหาแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นมันสะสมครั้งแล้วครั้งเล่า จากหนึ่งครั้งเป็นสองครั้งจนนับครั้งไม่ถ้วน
อันดาหลับตาด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อเล่าอดีตอันน่าเศร้าให้เพื่อนฟังจนจบ มือนุ่มปาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาเป็นระยะ เธอร้องไห้บ่อย ปวดหัวบ่อย เก็บความเครียดไว้คนเดียว เจ็บอยู่ข้างในแต่บอกใครไม่ได้
ณิรินทำได้เพียงกอดปลอบเพื่อน ปัญหาครอบครัวเป็นคนนอกก็ไม่ควรจะยุ่งมาก ไม่สามารถเอาความคิดตัวเองไปตัดสิน ปล่อยให้เพื่อนสบายใจที่สุดแล้วค่อยว่ากัน
“แกควรปรึกษาพ่อแม่นะ บางทีคำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ชีวิตคู่มาแล้วน่าจะใช้ได้ผล” ณิรินแนะนำ ช่วยหาทางออก ถึงตอนนี้ในหัวจะเต็มไปด้วยคำด่า แต่ก็เกรงใจเพื่อนที่จะด่าว่าสามีเพื่อนและแม่ผัวใจดำให้ฟังต่อหน้า
“ฉันก็คิดว่าถ้าไม่ไหว จะให้แม่ช่วยพูดกับพี่ปรินซ์” แต่เธอก็ไม่กล้าอยู่ดี เธอแต่งออกมาสร้างครอบครัวแล้ว ไม่อยากเป็นลูกแหง่มีอะไรก็เอาไปฟ้องพ่อแม่
“แล้วตอนนี้แกกับพี่ปรินซ์ยังคิดเรื่องมีน้องอยู่อีกไหม”
“อืม” อันดาพยักหน้าเพราะมั่นใจว่าสามียังอยากมีตัวเล็ก แต่เธออยากจะเปลี่ยนใจแล้ว
“แต่แกไม่ได้คิดแบบนั้นแล้ว?!” สายตาของอันดาบ่งบอกทุกอย่าง
“ฉันไม่อยากให้ลูกเกิดมาตอนที่พ่อแม่เองยังไม่เข้าใจกัน ในบ้านมีแต่ปัญหาที่ยังไม่แก้”
ยิ่งตอนนี้…ปรินซ์ทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เวลากลับบ้านก็เปลี่ยนไป แต่ละคืนเธอไม่เคยรู้เลยว่าเขากลับมาเวลาไหน เช่นเดียวกับตอนเช้าที่มักจะออกไปก่อนเธอตื่น หนึ่งเดือนเต็ม ๆ ที่เธอและเขาขาดหน้าที่สามีภรรยา แม้แต่มื้อเช้าก็เพิ่งจะเป็นเมื่อเช้าวันนี้ที่ลงมาทานพร้อมกัน แต่ก็มีปัญหาเสียก่อนและคิดว่ากลับบ้านไปก็คงหายหน้าหายตากันไปอีกนานเพราะสิ่งที่สามีทำกับเธอเวลาในบ้านมีเรื่องคือหนีหน้า
“อันดา...” ณิรินเอ่ยเรียกเสียงเศร้า มองหน้าเพื่อนที่มีน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด เธอได้แต่ยื่นกระดาษทิชชู่ให้เป็นระยะ ซับเท่าไหร่ก็ไม่มีท่าทีจะหมด
“อึก!…” อันดาหมดสภาพสะฮือไห้อย่างไม่อาย ปัญหาครอบครัวคาราคาซังไม่มีใครให้ความร่วมมือที่จะแก้
“แกเสียใจมากใช่ไหม” ณิรินตบไหล่อันดาปลอบโยนอย่างเข้าใจ ปรินซ์เป็นรักแรกของอันดาและยังตัดสินใจเป็นคู่ชีวิตกัน เป็นครั้งแรกในหลาย ๆ เรื่องของอันดา ความวาดฝันของผู้หญิงก่อนแต่งงานต้องสวยงาม แต่พอแต่งจริง ใช้ชีวิตคู่กันจริง ๆ กลับไม่เป็นอย่างที่ฝัน เริ่มจะแตกร้าวทีละนิดโดยไม่มีการซ่อมแซม
“ฉันควรทำยังไงดี” อันดามองหน้าณิริน ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยดน้ำตา
“อย่างแรก...แกคุมกำเนิดแบบไหน”
“ไม่ได้คุม” เพราะตั้งใจจะมีลูกกันและปล่อยมาตั้งแต่แต่งงานมาก็ยังไม่สมหวังสักที
ทว่า… “รอให้ประจำเดือนมาก่อน ฉันจะคุมแล้ว”
“ลูกแกคงไม่อยากเกิดมามีย่าประสาทมั้ง แกเลยไม่ท้องสักที” น้ำเสียงขุ่นมัวฉุนเฉียวขึ้นมาทันที เมื่อพูดถึงแม่สามีเพื่อน ณิรินอยากไปปะทะด้วยตัวเองสักฉากสองฉาก อยากจะถามว่าถ้าเกิดลูกมาแล้วหวงแบบนี้ก็เก็บไว้ในบ้านอย่าให้เทียวไปจีบสาวให้ช้ำหัวใจแบบนี้หรืออยากจะถามว่าเลี้ยงลูกไว้ทำสามีหรือไงถึงได้หวงอย่างนี้
ส่วนปรินซ์…สามีเพื่อนก็เหมือนกันถ้าโตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้วยังจัดการปัญหาในบ้านไม่ได้ก็ไม่ต้องมีเมีย!!
“ฉันว่าแกควรจัดการขั้นเด็ดขาดนะอันดา ยิ่งปล่อยยิ่งยากจะแก้ แกยอมมากเกินไป พี่ปรินซ์ได้ใจ แม่สามีก็ได้ใจ ข่มแกอย่างกับแกไม่มีหัวใจ”
“ฉันก็คิดว่าจะกลับมาทำงานเหมือนเดิม ไม่อยากอยู่ไร้ค่าแบบนี้อีกแล้ว…” ต่อให้เขาไม่ยอม เธอก็จะทำ คนเป็นภรรยาต้องเชื่อฟังสามีก็จริง แต่สามีก็ควรจะฟังภรรยาเหมือนกัน
ต่างคนก็ควรจะเคารพสิทธิ์ของกันและกัน ซึ่งเธอมั่นใจว่าถ้าเธอทำงานก็สามารถท้องได้ จะไม่กระทบเรื่องงานและการบำรุงครรภ์แบบที่ปรินซ์กังวล
ซู่ซ่าเสียงคลื่นทะเลดังกระทบฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า อันดากำลังเดินตามเจ้าแฝดที่เริ่มหัดเดินได้คล่องขึ้นมาก ไม่เหมือนช่วงแรก ๆ ที่ย่างไม่กี่ก้าวก็ล้มการเที่ยวครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการมาเที่ยวด้วยกันหลังจากกลับมาคืนดีกัน ความจริงนี่คือครั้งแรกนับจากเราแต่งงานกันด้วยซ้ำ“อันดาค้าบ” เสียงหล่อเอ่ยเรียกภรรยาให้หันมามองกล้องที่กำลังจับภาพภรรยาอันดาหันไปแล้วยิ้มหวานให้กล้อง เป็นรอยยิ้มที่ปรินซ์ตราตรึงใจไม่เคยลืมความรู้สึกที่เห็นรอยยิ้มครั้งแรกจนถึงวันนี้“สวยจัง” เขาชมจากใจ“ถ่ายเจ้าแฝดด้วยสิคะพี่ปรินซ์” ว่าแล้วอันดาก็จับไอดินอิงดาวให้มายืนใกล้กันส่วนเธอนั่งชันเข่าตรงกลางภาพเบื้องหลังเป็นทะเลจากนั้นก็รอเสียงคนกดซัตเตอร์“ถ่ายให้ไหมคะ จะได้ถ่ายพร้อมกันทั้งครอบครัว” นักท่องเที่ยวแถวนั้นอาสาเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มถ่ายให้ภรรยาและลูก ๆ หลายรูปแล้ว แต่ยังไม่มีรูปตัวเองเลย“ขอบคุณครับ” ปรินซ์จึงส่งกล้องให้แล้วเข้าไปอุ้มลูกสาว ส่วนภรรยาอุ้มไอดิน มือหนาโอบคนรักเข้ามาใกล้ก่อนจะโน้มลงไปหอมแก้มนุ่มทันทีที่คนถ่ายส่งสัญญาณ“พี่ปรินซ์ ทำอะไรเนี่ย” อันดาเขินจนหน้าแดง ยังไม่ทันตั้งตัวก็โดนหอมแก้มแถมยังหอมต่อ
“พี่ปรินซ์” อันดายิ้มหวานทันทีที่คนรักเปิดประตูห้องเข้ามา เกือบอาทิตย์หนึ่งแล้วที่เขากลับไปเยี่ยมแม่และวันนี้เขาก็ไม่ได้โทรมาบอกก่อนล่วงหน้าว่าจะกลับฟอดด!ใบหน้าคมโน้มลงหอมแก้มนิ่ม ๆ ด้วยความคิดถึง ชะโงกหน้าดูเจ้าแฝดในเปลคิดถึงไม่แพ้กันแต่เขาเพิ่งมาถึงยังไม่ได้อาบน้ำให้สะอาดจึงไม่หอมแก้มลูก“ทำไมพี่ไม่โทรบอกก่อนว่าจะกลับ”“อยากเซอร์ไพรส์ อยากรู้ว่ามีคนคิดถึงพี่รึเปล่า” ร่างสูงเอ่ยเย้าแล้วเขี่ยแก้มนิ่มไปพลาง อดใจไม่ไหวจึงหอมไปอีกฟอดใหญ่“อื้อ! อย่า พอแล้ว”“ตอบมาก่อน คิดถึงพี่ไหมครับ” เขานั่งลงซ้อนหลังกอดกระชับเอวแนบแน่น“ถ้าไม่พูด พี่จะทำไง”“จะทำงี้จนกว่าจะพูด” ว่าแล้วก็จับเธอพลิกตัวมาคร่อมบนตักแล้วหอมแก้มซ้ายหอมแก้มขวาสลับไปมา ซุกไซ้ซอกคอขาว ๆ สูดหอมด้วยความคิดถึงและรักใคร่หลงใหลในตัวแม่ของลูก“พะ พอแล้ว” อันดาจั๊กจี้จนขนลุก ผละร่างหนาออกห่างจากตัว “คิดถึง อันคิดถึงพี่ปรินซ์”“ดีใจนะครับที่เรามีความสุขกันอีกครั้ง”“งั้นก็ปล่อยได้แล้วค่ะ” พูดจบอันดาก็ลุกออกจากตัก ท่านั่งมันล่อแหลมเกินไป จนคนลูกสองแก้มแดงอย่างน่าอาย“หึ” ปรินซ์เห็นอย่างนั้นก็หัวเราะชอบใจ หมายมั่นเอาไว้ว่าอดทนอีกนิดรอ
เพราะเจ้าแฝดยังไม่ครบสองเดือนปรินซ์จึงไม่อยากพาลูก ๆ เดินทางกลับกรุงเทพด้วยกัน เป็นอีกครั้งที่เขาต้องแยกจากอันดาซึ่งเขาอ่านแววตาคู่นั้นออกว่าเธอกำลังกังวลอะไรอยู่แต่บอกไว้เลย ว่าครั้งนี้จะไม่เหมือนเก่าตึกตึก…ร่างสูงสาวเท้าออกจากลิฟต์มาห้องพักฟื้นที่แม่นอนพักอยู่เขาดูกล้องวงจรปิดที่แอบติดไว้หมดแล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นเพราะแม่เขาตั้งใจให้เกิดขึ้น“ปรินซ์ ปรินซ์กลับมาหาแม่แล้ว” ปรางทิพย์หันหน้าไปฝั่งประตูห้องพอดีจึงเห็นลูกชายตัวเป็น ๆ ในรอบหลายเดือนคิดไม่ถึงว่าแผนที่ทำจะได้ผล ทั้งที่ถอดใจไปในนาทีสุดท้าย“เป็นไงบ้างครับ เจ็บมากไหม”“…” ปรางทิพย์นิ่งไป ไม่คิดว่าลูกชายจะถามคำถามนี้ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าลูกชายจะมาหาด้วยซ้ำ แค่เห็นหน้าก็คิดว่าวันนี้ต้องทะเลาะกันอีกแน่แต่เปล่าเลย ลูกกลับถามเธออย่างห่วงใยต่างจากที่จินตนาการไว้ไกลมากปรินซ์ยื่นมือไปจับตรงหน้าผากผู้เป็นแม่ซึ่งมีผ้าพันแผลปิดไว้“เดี๋ยวก็หายครับ” ไม่ใช่แค่แผล แต่จิตใจแม่ต้องหายกลับมาเป็นปกติภาพในกล้องเห็นชัดว่าแม่ชอบทำร้ายร่างกายหลายครั้ง แต่เป็นการใช้มือตัวเองตบตีหรือบางครั้งก็นั่งเหม่อลอยไปไกลนานเป
จุ๊บ!“ทะ ทำอะไร” คนตัวเล็กผละตัวถอยห่างจากร่างสูงที่เข้ามากอดแล้วจูบเรือนผมของเธอ หลังจากพวกเขาช่วยกันอาบน้ำให้เจ้าแฝดและกล่อมนอนจนหลับปุ๋ยไปทั้งคู่“พี่คิดถึงให้พี่กอดหน่อยนะ”“แต่เมื่อกี้…” เมื่อกี้เขาไม่ได้แค่กอด ทว่าเธอไม่กล้าพูดออกมายิ่งสบตาก็ยิ่งนึกสงสารแววตาคู่นั้น ยิ่งสภาพเขาตอนนี้ยิ่งหมดสภาพพี่ปรินซ์คนที่ดูดีหัวจรดเท้า“ความจริงพี่อยากจูบตรงนี้ด้วย” นิ้วเรียวแตะตรงริมฝีปากนุ่ม สบตาคู่หวานที่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของอีกครั้งและแววตาคู่นี้จะไม่มีน้ำตาจากความเสียใจอีกอันขาดสายตาที่สบกันนำพาให้ร่างสูงโน้มลงมาทำในสิ่งที่ตั้งใจ“อย่าค่ะ” ทว่าอันดาหลบทันที ไม่ยอมให้เขาจูบง่ายๆ“เราคืนดีกันแล้ว” เขาโหยหาเธอเหลือเกิน ตั้งแต่ช่วงมีปัญหาจนถึงเลิกกัน เขาก็ไม่มีอารมณ์ทางเพศเลย เข้าใจว่าตัวเองมีปัญหา แต่เขายังหนุ่มยังแน่นยังต้องการสิ่งนี้ แต่ไม่รู้ทำไมมันถึงใช้งานไม่ค่อยได้จนมารู้ว่าตัวเองไม่มีความคิดเรื่องนั้นก็เพราะคิดมากเรื่องอื่นจนสมองไม่สั่งช่วงล่างทำงาน จนได้อันดากลับมาทุกอย่างมันลงตัว แม้แต่ร่างกายก็ตอบสนองไปหมดทุกอย่าง คิดถึงกลิ่นหอม ๆ ที่คุ้นเคย คิดถึงรสจูบลิ้นเล็ก ๆ ที่ตวัดตอบรับก
“น่ารักน่าชังจังเลยหลานยาย” ปราณีชมเจ้าแฝดไม่หยุดปาก พอรู้ข่าวจากปรินซ์ว่าคลอดแล้วก็หาเวลาว่างแล้วลงใต้สองคนลูกสาวเพื่อหาหลาน ๆ และให้ของรับขวัญที่สำคัญคืออยากเห็นหน้าอยากอุ้มเล่นกับเด็ก ๆ ให้หนำใจ“คุณทวดอยากเจอ สะดวกแล้วพาไปหาท่านหน่อยนะอันดา” ปราณีพูดต่อ รู้ว่าความสัมพันธ์ทั้งคู่ยังไม่ลงเอย แต่เรื่องสายเลือดตระกูลเธอไม่เคยกีดกันหรือตัดขาดอย่างที่แม่ปรินซ์ชอบใส่ไฟ มีแค่เข้มงวดบ้างหากไม่ถูกต้องเท่าไรนัก“ค่ะ” อันดาไม่กล้าปฏิเสธ ญาติผู้ใหญ่ฝั่งปรินซ์เมตตาเธอมาตลอด ถึงจะไม่คลุกคลีกันแต่รับรู้ได้“กับข้าวในครัวใกล้จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวอยู่ทานข้าวกันก่อนนะคะ” แม่แอนเข้ามาบอกปราณีและขวัญฤทัย“ที่จริงไม่น่าลำบากเลย”“ที่นี่ร้านอาหารไม่ลำบากหรอกค่ะ”“งั้นขวัญขอฝากท้องมื้อนึงนะคะ อยากทานอาหารใต้ต้นตำหรับอร่อยๆ พอดีเลยค่ะ”“อยากทานเมนูไหนเป็นพิเศษไหมคะ เดี๋ยวน้าทำให้” แม่แอนบอกอย่างใจดี“โอ๊ะ! ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ” ขวัญฤทัยรีบปฏิเสธด้วยความเกรงใจ“เหนื่อยมากไหมอันดา” คนเป็นป้าอดีตสามีเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ คนช่วยเลี้ยงเยอะ” นอกจากพ่อแม่พี่ ๆ พี่สะใภ้ หลาน ๆ ก็ยังมีอีกคนที่คอยสแตนบาย
ห้าวันผ่านไป…อันดากลับมาพักฟื้นที่บ้านพร้อมเจ้าแฝดโดยมีปรินซ์ดูแลไม่ห่าง ถึงความสัมพันธ์จะเหมือนเดิมเหมือนตอนที่ยังไม่คลอด ไม่ได้พัฒนาต่อ หยุดชะงักไว้แค่นั้น แต่ไม่ได้ปิดกั้นไม่ให้เขายุ่งเกี่ยวกับเจ้าแฝดเหมือนปากว่า อย่างน้อยก็เห็นแก่น้ำใจที่ช่วยพาไปคลอดอุแว้!อุแว้!“โอ๋ๆ รอแม่แป๊บเดียวค่ะ” ปากร้องโอ๋ลูกน้อยมือเขย่าขวดนมไปด้วย เต้านมก็รู้สึกคัดเจ็บร้าวไปหมด ต้องรีบเอาลูกเข้าเต้าแล้ว“สามัคคีกันจังเลยนะคะ” ก็เจ้าแฝดพร้อมใจกันร้องแข่ง ไม่มีใครยอมใคร เสียงร้องดังไปเจ็ดบ้านแปดบ้าน“ไปดูลูกไปครับ เดี๋ยวพี่ทำให้” ปรินซ์ขึ้นมาบนบ้าน เห็นอันดากำลังชงนมอยู่ ส่วนเจ้าแฝดก็ร้องห่มร้องไห้ทั้งพี่ทั้งน้อง สามัคคีกันจริง ๆ ได้เชื้อใครมาเนี่ย“พี่เคลียร์ระบบหน้าร้านให้แล้วนะครับ” ปรินซ์รายงานไปด้วยระหว่างชงนม หลังจากอันดาคลอดปรินซ์ก็ทำหน้าที่แทนทุกอย่าง ร้านขนมยังเปิดเหมือนเดิมเพราะงานในร้านสามารถรันด้วยตัวมันเองได้แล้ว แค่เข้ามาดูแลระบบให้คงที่ทุกวันก็เท่านั้นร่างสูงเหลือบไปมองแม่ของลูกที่นั่งฟังไม่มีปากเสียงโต้ตอบ ถึงจะมีช่องว่างระหว่างกันแต่อันดาก็อ่อนลงมาก ยอมให้เขาขึ้นมาดูลูกถึงห้องนอน เท่านี







