Masuk“เสด็จแม่ทำของวิเศษอีกแล้วหรือเพคะ”“ใช่ แม่ทำของขวัญให้เสด็จพ่อของเจ้า” นางยิ้ม ก่อนจะหันไปพยักพเยิดให้เขาแสดงนาฬิกาให้ลูกๆ ดูหลี่หยวนเจ๋อเปิดฝานาฬิกา พระโอรสและพระธิดามองมันตาเป็นประกาย“ว้าว มันขยับเองได้”“นี่คืออะไรหรือพะย่ะค่ะ” หลี่เจ๋อหานมองหน้าปัดที่มีเข็มหมุนช้าๆ อย่างสนใจ“เรียกว่านาฬิกา”
ภายในห้องทำงานที่เงียบสงบ แสงเทียนส่องวูบไหว เงาของเหวิ่นจือหยูที่กำลังก้มหน้าก้มตาประกอบชิ้นส่วนโลหะเล็กๆ ด้วยความตั้งใจ บนโต๊ะไม้เต็มไปด้วยแบบร่าง กลไก และเครื่องมือที่นางประดิษฐ์ขึ้น เสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะสม่ำเสมอเหวิ่นจือหยูค่อยๆ ใช้เครื่องมือขนาดเล็กประกอบเฟืองตัวสุดท้ายเข้ากับแกนกลาง ก่อ
แสงแดดอ่อนยามเช้าทอดผ่านแมกไม้ วันนี้องค์รัชทายาทหลี่หยวนเจ๋อพาพระชายาและพระโอรสมาเที่ยวดูความเป็นอยู่ของราษฎรอย่างไม่เป็นทางการ เหวิ่นจือหยูนั่งอยู่บนในรถม้าเคียงข้างองค์รัชทายาทพระสวามีของนาง รถม้าเคลื่อนผ่านถนนลูกรังที่ทอดยาวไปยังหมู่บ้านริมแม่น้ำ ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำคือท้องทุ่งเขียวขจีของอีกหมู่
ดวงตะวันฉายแสงเจิดจรัสเหนือขอบฟ้า สาดส่องลงมายังอาณาจักรอันกว้างใหญ่ของแคว้นหลี่ วันนี้เป็นวันสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์เพราะเป็นวันที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่งใช้เวลาสร้างมายาวนานถึงสามปีได้เสร็จสมบูรณ์ ฮ่องเต้พร้อมด้วยเหล่าขุนนางเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง บริเวณอ่างเก็บน้ำถูกตกแต่งอย่างงดงาม
“เปรี๊ยะ” ลูกธนูไฟพุ่งทะยานสู่เป้าหมาย ทุกดอกพุ่งเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ เนื่องจากการปรับองศาของหอคอยตรวจตราแบบใหม่ ทำให้สามารถคำนวณทิศทางลมและระยะการยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ไม่ใช่แค่ตรวจจับศัตรู แต่ยังโจมตีได้แม่นยำ ” อ๋องจิ้นอันพึมพำ สีหน้าของเขาประหลาดใจ เหวิ่นจือหยูเผยรอยยิ้มบ
ลมหนาวพัดแรงเหนือทุ่งหญ้ากว้างที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เหยี่ยวตัวหนึ่งโฉบลงจากฟากฟ้า ก่อนจะม้วนปีกร่อนลงยังแขนขององครักษ์หนุ่มที่ยืนรออยู่หน้าตำหนัก ขาของมันมีม้วนสารพันด้วยตราประจำตัวของอ๋องจิ้นอัน “ข่าวด่วนจากอวิ๋นโจว” องครักษ์เอ่ยพลางยื่นสารให้ขันทีผู้อาวุโสที่รออยู่เพื่อนำไปถวายฮ่องเต้
ยามเช้าแสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดส่องเข้ามาในตำหนักเหวิ่นจือหยูและหลี่หยวนเจ๋อกำลังนั่งสนทนาอยู่ด้วยกันในบรรยากาศผ่อนคลาย จู่ๆเสียงนางกำนัลดังขึ้นขัดจังหวะ “ขออภัยองค์รัชทายาทและพระชายาเพคะ ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ทั้งสองพระองค์เข้าเฝ้าโดยด่วน เนื่องจากมีขุนนางจากแคว้นเฉินมาติดต่อเกี่ยวกับกระทะที่ซื้อไปจ
ขณะที่เหวิ่นจือหยูกำลังนั่งเขียน และวางแผนที่จะนำเสนอให้กับฮ่องเต้เพื่อส่งเสริมการผลิตกระทะและเผยแพร่ไปยังนอกวัง จู่ ๆ หลี่หยวนเจ๋อก็เดินเข้ามาหานาง ขณะที่เหวิ่นจือหยูกำลังนั่งจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษเบื้องหน้า ดวงตาของนางเต็มไปด้วยสมาธิและความมุ่งมั่น เกี่ยวกับรายละเอียดการปรับปรุงกระทะและแผนการขย
“มะ หม่อมฉันอยากทานหมูกระทะ” “หมูกระทะ” องค์รัชทายาทหลี่หยวนเจ๋ออุทานออกมาพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่พระชายาบอกว่าอยากกิน “เจ้าหมายถึงอะไร หมูกระทะ คืออะไรข้าไม่เห็นเคยได้ยิน ไม่เคยรู้จักอาหารประเภทนี้เลย” วาดรวีในร่างเหวิ่นจือหยูหันมามองหลี่หยวนเจ๋อพระสวามี นางลืมไปว่ายุคนี้อาจจะ
การกระทำอันอ่อนโยนของหลี่หยวนเจ๋ออยู่ในสายตาของเหวิ่นจือหยูที่มองมองอย่างระทวย นางรู้สึกอบอุ่นในหัวใจที่เห็นแบบนี้ ไม่นึกเลยว่าหลี่หยวนเจ๋อผู้เย่อหยิ่งปากร้ายใส่นางทุกคครั้งที่เจอหน้ากันจะทำแบบนี้เป็น “หลี่หยวนเจ๋อ ลูกของเรารับทราบแล้วว่าท่านพ่อของเขารักเขามากแค่ไหน อูยยยย” เหวิ่นจือหยูเอ่ยบอกพระสว







