LOGIN“ทำไมไม่ถามธีร์”
“.......” เพราะ.....ฉันไม่อยากถามนาย ฉันถึงได้ถามคนอื่นไง “ฟอนต์ขับรถชนรถธีร์” “!!!!!” ฉันชะงัก รู้ดีว่าขับรถชนแต่ไม่คิดว่าจะเป็นเขา “จะไม่ถามอะไรธีร์หน่อยเหรอ.” “ขอโทษ เอาเลขบัญชีนายมาแล้วกัน ฉันจะโอนค่าเสียหายให้” ดูๆแล้ว ธีร์น่าจะปลอดภัยดี ฉันถึงได้เอ่ยปากพูดคำใจร้ายไปแบบนั้น แต่เขากลับขมวดคิ้วกอดอกมองฉันด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ ร่างสูงหยิบมือถือเครื่องหรูขึ้น ฉันรีบกวาดมองหามือถือของฉันข้างๆ จะโอนเงินให้เขา เจอแล้วอยู่ข้างเตียงนี่ไง “!!!!!!” ยังไม่ทันจะเอื้อมมือหยิบมือถือของตัวเอง กลับมีหน้าจอมือถือของคนตรงหน้าฉายภาพหนึ่งขึ้นกลางหน้าฉันซะก่อน ไม่จริง! ส....ภาพพพพพพ “หึ” ตากลมโตเบิกกว้างมองรถสุดหรู สถาพข้างหน้ายับไปฝั่งหนึ่ง แน่นอนมันไม่ได้ยับธรรมดา มันยุบอะพรี่ ยุบบบบบบไปฝั่งหนึ่งเลย T_T รถเขายังเป็นขนาดนี้แล้วรถฉันละ “2 ล้าน” “T_T” ไม่แปลกใจในการซ่อมราคานี้ เพราะรถคันนี้มันเกิน 10 ล้านแน่นอน “ผ...ผ่อนจ่ายได้ไหม” อย่ามองฉันด้วยใบหน้านิ่งได้ไหม ฉันใจไม่ดีแล้วนะ “ (-__-) (-__-) ” ร่างสูงกระตุกยิ้มส่ายหน้าตอบ ‘สิ้นเนื้อประดาตัวค่ะ’ ฉันสามารถใช้คำนี้ประณามตัวเองได้เลย ตั้ง 2 ล้านฉันจะไปเอาเงินมาจากไหน เดี๋ยวนะ จริงสิ รถมีประกันนี่ ฉันลืมไปได้ยังไง (^-^) ธีร์มองคนตัวเล็กที่พยายามเอื้อมหยิบมือถือ แน่นอนเธอหยิบไม่ถึงหรอก กลายเป็นเขาที่หยิบให้แทน “.........” เธอเพียงแค่หยิบไปจากมือเขา ไม่พูดจาอะไรกับเขาสักคำ มันน่าน้อยใจนัก ไหนจะคำพูดที่ดูห่างเหินจากเธออีก หื้มมม? เขาเลิกคิ้วขึ้นสูงมองจอมือถือฟอนต์ ‘เบอร์ประกัน’ เธอใช้ชีวิตมายังไงกันนะฟอนต์ “ประกันหมดไปตั้งแต่ปีที่แล้วเธอไม่รู้ตัวเลยเหรอ” “ว่าไงนะ” “ค่ารักษาพยาบาลของตินและธีร์ ไหนจะฟอนต์อีก รวมๆก็เกือบสามแสนหักกับรถที่เป็นเศษเหล็กของฟอนต์แล้วก็พอได้” “ทำไมมันแพงขนาดนี้อ่ะ” “ช่วยดูด้วยครับ ว่านี่เป็นโรงพยาบาลชั้นนำของพวกเศรษฐี” “......” เถียงไม่ออกเลยสินะ “คราวนี้จะทำยังไงต่อ” คำพูดที่แลดูเหมือนเขาจะใจร้ายกับเธอ แต่ช่วยไม่ได้เธอดันดื้อกับเขาก่อน “ฉ....ฉัน” ร่างบางพูดอ้ำอึ้งแผ่วเบาซะจนเขาแทบไม่ได้ยิน “ฟอนต์ แทนชื่อตัวเองว่าฟอนต์ได้แล้ว” ธีร์อยากได้ยินจากปากฟอนต์แล้ว “ไม่.....” ตาสวยหันมองเขาปฏิเสธน้ำเสียงแผ่วเบา “เมื่อกี้ฟอนต์ยังกอดธีร์แน่นอยู่เลย” รู้ไหมว่ามันทำให้เขารู้สึกดีแค่ไหน “........” “ว่าไงครับ ธีร์รอฟังอยู่” ใบหน้าที่ดูดื้อรั้นตอนนี้จะคิดถึงผมเหมือนที่ผมคิดถึงเธอมากๆ ไหมนะ “ไม่ใช่นาย แต่เป็นคนอื่น” “?” “ฉันไม่คิดว่าจะเป็นนาย ฉันคิดว่าเป็นคนอื่น...คนที่ฉันกำลังรอ” “ใคร!” “.......” “ฟอนต์” “ใครก็ได้ คนที่เขาไม่หายไปจากฉัน” เธอพูดน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาหวานนิลมองผมไม่ละสายตา ประโยคที่คนตัวเล็กสื่อออกมา แน่นอนผมโคตรจะเจ็บปวดจนพูดไม่ออก ถึงแม้จะไม่รู้ว่าคนที่เธอพูดประชดออกมานั้นจะมีตัวตนจริงไหม แต่ใจแม่งโคตรจะอิจฉามันเลย “ธีร์จะไม่หายไปจากฟอนต์แล้ว” “โกหก” “ฟอนต์ไม่ต้องเชื่อธีร์ก็ได้ ขอแค่อย่าเย็นชา.....” “2 ล้านใช่ไหม ขอเวลาฉันหน่อย ตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออก อาจจะดูเป็นคำตอบที่เห็นแก่ตัว แต่ฉันขอเวลาสักพัก ฉันจะหาเงินมาจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดให้” เธอไม่แม้จะฟังเขาเลย “ฟอนต์” สายตาเธอแสดงออกชัดเจนว่าเจ็บปวดกับคำพูดที่ดูแคลนของเขา แล้วยังมาทำตัวดื้ออีก “นายออกไปได้แล้ว” “ไม่” เธอเลี่ยงที่จะเถียงกับธีร์ ตอนนี้คิดอะไรไปก็คิดไม่ออกอยู่ดี เลือกขยับขาวางลงพื้นเย็นๆ โชคดีที่ขาไม่เป็นอะไรมาก อย่างน้อยโชคชะตาก็ใจร้ายกับเธอน้อยลง “จะไปไหน” ธีร์จับแขนห้ามฉันไว้ “เจ็บ” เขายอมปล่อยมือลงทันที ร่างบางพอลุกขึ้นยืนได้สักพักรู้สึกเหมือนร่างกายจะเซลงจนต้องหลับตา “ถ้าไปห้องน้ำ เดี๋ยวธีร์พาไป” แขนแกร่งโอบไหล่ฟอนต์ไว้ แต่กลับโดนปัดมือออก “ไม่ต้อง” “อย่าดื้อ” “นาย!” “ธีร์ แต่ก่อนก็เรียกชื่อธีร์ ทำไมตอนนี้ถึงไม่เรียก” “เพราะฉันไม่อยากเรียกเหมือนเมื่อก่อน ฉันไม่อยากมีนายเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว....” ฉันละสายตาออกจากคนตรงหน้า เลี่ยงคำพูดเขาที่จะถามต่อ ด้วยการพยายามเดินไปห้องน้ำเอง Damn…… ‘ยัยแมวดื้อ พูดจาน่าฝังเขี้ยวลงคอขาวๆ นั้นชะมัด’ ธีร์เลือกที่จะไม่พูดต่อแต่ก็ไม่ปล่อยฉันให้เดินเอง เจ้าตัวมาประคองจนถึงในห้องน้ำ “อย่าล็อกประตู ธีร์จะรออยู่หน้าห้อง เสร็จแล้วเรียกธีร์” ฉันหันหลังไม่ฟังธีร์ เขาถอนหายใจเสียงดังก่อนจะยอมเดินออกไป “คนใจร้าย” “นายมันใจร้ายที่สุด ฮึก...” เธอปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ถ้าจะกลับมาแล้วใจร้าย จะกลับมาทำไม ไอคนนิสัยไม่ดี” เธอพูดว่าธีร์น้ำเสียงสะอื้น มันยังคำถามมากมายไหลเวียนเข้ามาในหัวจนรู้สึกเจ็บขึ้นมา อยากจะบ้า “........” ร่างสูงกำหมัดแน่นอยู่หน้าห้อง ได้ยินทุกคำพูดที่เธอเอ่ยว่าเขาออกมา อยากจะเข้าไปกอดเธอไว้ในแน่นและเอ่ยขอโทษที่ทิ้งเธอไป แต่เขาทำไม่ได้ หลังจากที่ปล่อยให้ร่างบางอยู่กับตัวเองอยู่สักพัก เธอก็ผลักประตูเดินออกมาเอง ซึ่งมันทำให้เขาหงุดหงิดใจอีกแล้ว “ธีร์บอกให้เรียก” “ฉันเดินเองได้” “ฟอนต์ช่วยคิดถึงตัวเองมากกว่านี้หน่อยได้ไหม ถึงขาเธอจะไม่เป็นอะไร แต่ก็ใช่ว่าเธอจะแข็งแรงเป็นปกติที่จะเดินโลดแล่นไปไหนมาไหนก็ได้ โดยไม่นึกถึงตัวเอง ใช่! ธีร์เข้าใจดีว่าฟอนต์โกรธธีร์ที่หายไป แต่ช่วยห่วงตัวเองหน่อยได้ไหม” “อย่ามายุ่งได้ไหม อย่ามาทำเป็นเข้าใจ เพราะว่านายไม่ได้มีผลต่อชีวิตฉันมากขนาดนั้น” เธอที่โกรธเขามากจนต้องพูดแรงๆ ใส่ และเขาก็เองเจ็บกับคำพูดของเธอ ทั้งเขาและเธออารมณ์ร้อนกันทั้งคู่ “แม่งเอ้ย!!!” จนร่างสูงเผลอสบถออกมาต่อหน้าฟอนต์.......... “...” ร่างบางขยับถอยห่างก้มหน้าไม่มองคนตรงหน้าเขาหงุดหงิดใส่เธอ “ฟอนต์...” “ฉันเหนื่อยแล้ว ไม่อยากคุยเรื่องอะไรทั้งนั้น” ร่างสูงมือชาวาบ อารมณ์ที่ดูร้อนเมื่อกี้กลับเย็นวาบลงทันที เมื่อสายตากลมโตแดงกำคลอเบ้ามองเขา “ธีร์ ขอโทษ” เธอไม่ฟังคำพูดคนตรงหน้า เลือกที่จะเดินไปที่เตียง แต่ก็ยังไม่พ้นอ้อมเเขนแกร่งที่เดินตามหลังประคองเอวเธอไว้อยู่ดี ซึ่งเธอเองก็ปล่อยไว้แบบนั้น เพราะไม่อยากจะพูดอะไรและไม่อยากทะเลาะกับธีร์อีกแล้ว “ธีร์ขอโทษครับ” หัวใจฉันสั่นไหวกระตุกวูบ รู้ว่าตัวเองอ่อนไหวกับคำขอโทษของธีร์ เลยเลือกที่จะหันหน้าหนี ไม่ฟังธีร์ “........” ท่าทีที่ดูเศร้าของฟอนต์มันทำให้ก้อนเนื้ออกข้างซ้ายของเขาเหมือนโดนทุบจนชา ธีร์ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจและยอมเดินออกไปจากห้อง..“ฟอนต์ก็จะบ้า ฟอนต์ไม่รู้ว่าฟอนต์เป็นอะไรมากไหม ฟอนต์เป็นโรคร้ายหรือเปล่า อาจจะเป็นโรคหัวใจก็ได้นะ” “โอ้ยยยยยไอ้ฟอนต์ ฟังนะ” “.....” “ฟอนต์ชอบธีร์” “!!!!” ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก “ห๊ะ” “เออ แล้วหนีมันออกมาอย่างนี้ ไม่ใช้มันหงอยเหมือนหมาเลยติวะ กูล่ะเริ่มสงสารธีร์” ย้อนกลับไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ณ กาดหน้ามอ “ป้าจ้าเอาอันนี่ 2 เนื้อ 2 แดง 5 ขอผักเยอะๆ เจ้า” ฉันยืนรอลูกชิ้นทอดใจจดใจจอ มองดูยามที่ป้าเอาลูกชิ้นลงหม้อทอดนี่แบบห๊อมหอม “เจเจ๊ น้ำลายไหลแล้วน่ะ” เสียงน้องพีว่าขึ้น “ยังเถอะน้องพี” “คือยังไง หมูกะทะยังไม่อิ่มอีกเหรอเจเจ๊” คนน้องเอ่ยถามคนพี่พลางจิ่มโรตีไส้ลาวาชีสยืดเข้าปากน่าเอร็ดอร่อย เจ๊ต้องถามพีมากกว่านะ ยังไม่อิ่มอีกเหรอเคี้ยวแก้มตุยแล้ว “เหอะๆ จะกินด้วยไหม” “กินค่ะ” “60 บาทจ้าหนู” ฉันหยิบเงินให้ป้า พอได้ลูกชิ้นทอดก็ยื่นให้น้องพีกินก่อน “อร่อยป่ะ” “จ๊าดลำ ^^” น้องว่าอร่อย ว่าแล้วก็กินเองบ้าง ^^ เจ๊ก็ว่าอร่อย เราทั้งคู่เลิกเรียนพร้อมกันพอดีเลยชวนน้องรหัสมากินหมูกะทะตามภาษาพี่น้องสายสัมพันธ์แน่นแฟ้น นั่งเม้าท์กันเรื่องใครจะโชคดีได้มาเป็นส
Tankoon : แทนสั่งข้าวต้มให้แล้ว เผื่อฟอนต์ด้วย เดี๋ยวมีคนเอาขึ้นไปให้ จอมอย่าลืมกินข้าวนะครับ JaoJom : ขอบคุณน้าแฟน แทนก็อย่าลืมกินข้าวละ ร่างบางวางมือถือลง เผยรอยยิ้มมองเพื่อนตนตรงหน้า ก่อนหน้านี้ทำหัวใจเธอหายวาบ เพราะไม่เคยเห็นฟอนต์โทรมามีน้ำเสียงพูดขาดสติขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้ดูท่าจะสงบลงบ้างแล้ว “สงบสติอารมณ์ได้ยัง” ฟอนต์ถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ เมื่อหัวใจเริ่มเต้นสงบลงแล้ว วางมือทาบอกลูบปลอบโปลม ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูก เมื่อกี้เต้นซะคิดว่าเต้นซุมบ้า “ขอบคุณนะโมโม่” “เลิกขอบคุณแล้วก็เล่ามาฟอนต์ ถึงขนาดรหัสแดง ต้องไม่ธรรมดา” ฟอนต์ทำใบหน้าเลิ่กลัก เอ่อ....จะเล่าไงดีวะ คือตอนโทรไปก็ไม่คิดด้วยสิ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอ่ะ ตอนนี้รู้สึกตัวแล้วจะเริ่มเล่ามันก็เขินๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ “นี่ห้องใคร” “มึง มันใช่เรื่องที่ต้องถามไหมตอนนี้” กูว่าละ โดนดุจนได้ ^^ เธอยิ้มแบบไม่สะทกสะท้านให้เจ้าจอม “คืองี้” “....” “คือ.... คือว่า” “.....” “คือ” “โอ้ยยยยย ไอ้ฟอนต์” “เมื่อคืนธีร์บอกรักฟอนต์” (-__-) “ไม ทำหน้างั้นอ่ะ” ใบหน้าสวยหวานไร้การแต่งหน้าเพราะน่าจะพึ่งตื่น ดูจากชุดนอ
“.....” “ได้...มั้ย” “ธีร์ต้องปล่อยฟอนต์ไปถึงเมื่อไหร่” มือใหญ่กุมมือฉันแน่น แววตาคนโตดูเศร้าเขาเอ่ยถามฉันเสียงเรียบ ตือดึง ตือดึง ตือดึง ตือๆๆๆๆ ดึงดึงดึงๆๆๆๆ เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น ฉันละสายตาจากคนตรงหน้า ทุบ ทุบ “ฟอนต์” “ไอฟอนต์โว้ยยยยย ปัง ปัง” เสียงข้างนอกทุบประตูดังขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงความร้อนร่น และคิดว่าไม่ใช่เสียงใครที่ไหน เป็นเสียงเจ้าจอมเอง มันทุบประตูไม่หยุดเลยซะด้วยสิ 10 นาทีไม่มีอยู่จริง ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ มันหายตัวมาเปล่าวะนั้น “เฮ้อ” คนตรงหน้าฉันพ้นลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าคมบ่งบอกถึงความหงุดหงิดใจมากหนักเพราะเขาถูกขัดจังหวะ “จิ๊ เคาะทำเชี่ยไรวะ” ร่างสูงเปิดประตูออกสถบคำสุภาพใส่หน้า....เอ่อ..แทนคุณ เธอเชื่อว่าเมื่อกี้โมโม่เป็นคนเคาะประตู ดีไม่ดีไม่น่าจะใช่มือด้วยนะที่เคาะ “ใจเย็น ไอสัตว์ หน้ามึงจะแดกหมาแล้วไอเหี้ย” ฟอนต์ว่าทั้งคู่มากกว่านะ ที่ดูหงุดหงิด “ฟอนต์!” โมโม่ชะโงกหน้าจากข้างหลังแทนคุณเรียกฉัน หลบอยู่หลังแฟนนี่เอง “เจ้าจอม” ฉันรีบวิ่งไปกอดเจ้าจอมแน่น ฮืออออขอบคุณมากนะ ไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อนเลย “ใจเย็นๆ
ในห้องนอนที่มืดสนิท ภายในห้องเย็นเฉียบเพราะเครื่องปรับ อากาศที่อยู่ในอุณหภูมิ 23 องศา ทำให้ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศนั้นพัดกระทบเข้ากับเนื้อผิวของร่างบางในขณะที่กำลังหลับไหลอยู่ก็จำต้องขยับร่างกายควานหาความอบอุ่นข้างๆ เธอใช้มือเล็กควานหากอดหมอนข้าง...... “งื้มมมมมมม หนาว” ฟอนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ขยับร่างกายแนบซุกแก้มเข้าหมอนข้างอุ่นๆ เผยรอยยิ้มเมื่อมุดหน้าเข้าหาความอบอุ่นนี้ได้ เพราะเมื่อคืนฝันดีมาก เธอจึงได้ไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมา “อุ่นไหม?” “อื้ม อุ่นมาก” เธอเอ่ยขึ้นตอบหมอนข้างออกไป.... เดี๋ยวนะ!... หมอนข้างพูดได้ด้วยเหรอ? พรึ่บ! ไม่ใช่ ไม่ใช่หมอนข้าง 0 [] 0 เธอรีบลืมตาตื่นขึ้น ปากเล็กอ้ากว้างตกใจ เมื่อภาพตรงหน้าทำหัวใจวาย แทบช็อก ร่างสูงท่อนบนใส่เพียงเสื้อกล้ามเผยเห็นกล้ามเป็นมัดๆ จนต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะเกรงว่าน้ำลายจะไหลลงที่นอน มันใช่เวลามาโฟกัสตรงนี้ไหมไอ้ฟอนต์ ตอนนี้เราทั้งคู่กับลังนอนกอดกันอยู่น๊า >และเขาคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “ฟอนต์ครับ ตื่นแล้วเหรอ” ธีร์เอ่ยเสียงทุ้มแหบพร่า คนฟังดูแล้วยิ่งเซ็กซี่เข้าไปใหญ่ ชัดเลยเหตุการ
“แฮ่ก แฮ่ก” คนตัวเล็กหอบหายใจถี่ แววตากลมโตเพียงมองแท่งร้อนที่กำลังกระตุกสู้มือเธอ หัวใจดวงเล็กๆเต้นร้อนระอุไปทั่วทั้งร่าง เธอกัดปากล่างคิดอย่างชั่งใจ ธีร์มองลงมาที่เธอเช่นกัน เหมือน...โกลเด้นหมาใหญ่รอคำตอบเธอ “ซี๊ดดดด เบ้บ” คนตัวโตครางต่ำในลำคอ สายตาลุกวาวกับการกระทำอันหน้าหลงไหลของร่างบางนี้ เมื่อร่างกายเล็กขยับร่างกายบางแนบชิดกายกำยำ เพื่อให้แท่งแก่นกายเขาแตะลงแนบเนื้อกับกลีบกุกลาบเธอเอง “อ๊ะ ห...ห้ามส...อ๊ะ สอดเข้ามานะ สัญญา อื๊อออธีร์” จ๊วบบบ จ๊วบบบ หัวใจโกลเด้นหมาใหญ่สั่นไหว พรมจูบปากเล็ก เกี่ยวก้อยตอบกลับเธอเพื่อทำตามสัญญา พลางถูแท่งร้อนกับกลีบกุหลาบบางนี้ยืนยันการกระทำของเขา “อ๊ะ มันรู้สึกแปลกๆ อ๊า” อุ้งปากใหญ่ไม่ยอมให้ว่าง ก้มลงชกชิมยอดปทุมถันสีหวานฉ่ำ ลิ้นเขาห่อรับยอดสีหวาน พลางใช้ฟันคบกัดเบาๆ ให้เธอร้องเสียวเล่น หวานหู “เธอ ....ธีร์ ฟอนต์ ไม่ไหว อ๊ะๆๆ อ๊าอ๊า” แท่งร้อนทำหน้าที่ถูเข้าออก ไม่สอดเข้าไปก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนสอด มีบางครั้งของแรงถูเขาที่เหมือนจะกระแทกเข้ามาข้างในซะมากกว่า มันลุบเข้าไปแ
“ออกซิโทซิน ที่คนทั่วไปเรียกว่า.....Love Hormone” ‘สารแห่งความรัก’ “อื้มเบบี๋....” จ๊วบบบบบ~ สิ้นประโยคสุดท้าย ผมไม่รอช้าทาบปากขึ้นจูบปากเล็ก ร่างบางหลับตาพริ้มรับรสจูบผม สิ่งที่ผมลิ้มลองความหวานจากริมฝีปากเล็กนี่ช่างหวานหวั่นชวนใจผมสั่นเต้นไม่เป็นจังหวะ “แบบนี้หรือเปล่าหื้ม?” ผมผละออกจากปากนุ่มเอ่ยถามฟอนต์ “อื้อ.....มากกว่านี้…ได้ไหม” จุ๊บ “สร่างเมายัง” ผมอดยิ้มไม่ได้ เมาแล้วน่ารักแบบนี้เป็นแค่กับธีร์คนเดียวนะ ไม่อนุญาตให้เมาแบบนี้กับใคร “ยัง” “ตื่นขึ้นมา เธอจะจำได้ไหม” จ๊วบ จ๊วบ~ ผมจูบปากนุ่มนิ่มอีกครั้ง พลางใช้ลิ้นเลียปากเล็ก ถอนจูบรอฟังคำตอบเธอ “อื้อออ ไม่รู้สิ....แต่ตอนนี้ ฟอนต์ยังจำได้” “หึ เช้ามาก็ขอให้จำได้แล้วกันว่า....ธีร์ตั้งใจ” จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ~ “อื้มมมมมม” ผมป้อนรสจูบให้เธออีกครั้ง คราวนี้เอาให้รสจูบนี้ส่งไปให้ใกล้ใจเธอมากที่สุด อยากให้ฟอนต์จดจำจนลืมไม่ลง ผมงับริมฝีปากของคนด้านบนที่มองลงมาด้วยสายตาเปี่ยมอารมณ์ จูบทั้งปากบนสลับกับปากล่าง เธออ้าปากรับเรียวลิ้นผมให้ตวัดกวาดชิมความหวานทั่วโพรงปาก เราจูบแลกน้ำลายกัน “อื้มมมมมท~” ปลายลิ้นหยอกเย้าเธอเล่นทำให้


![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




