Masukแสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านหน้าต่างกระทบกระจกสะท้อนผ่านม่านตาที่กำลังหลับใหล ขนตางอนขยับเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น คิ้วสวยขมวดชนกันอย่างสงสัย
“โรงพยาบาล......เหรอ” ภาพเหตุการณ์เมื่อวานฉายขึ้นในหัวเป็นฉาก ๆ “โอ๊ย!” เพียงแค่ลุกขึ้นนั่ง ร่างบางจำต้องยกมือกุมที่หัวเอาไว้ “ชนไปขนาดไหน ถึงได้เป็นขนาดนี้กัน” ดวงตากลมโตเริ่มเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่กำลังจะไหลรินออกมาอาบแก้ม มองรอยแผลตามตัว “....ฮึก....” เธอไม่รู้ว่าน้ำตาเอ่อล้นออกมาจากอะไร เพราะเจ็บแผลหรือเป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอกกันแน่ “ถ้าพ่อรู้ พ่อจะเป็นห่วงฟอนต์ไหม” สิ่งแรกที่ผ่านเข้ามาในหัวหลังจากที่ลืมตาตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายภายในห้องขาวโพลงนี้ ขอแค่ตื่นขึ้นมาเจอพ่อ พ่อที่แสดงสีหน้าว่าเป็นห่วงฟอนต์ เอ่ยถามฟอนต์ว่าเป็นไงบ้าง....แค่นี้ เธอก็ดีใจแล้ว แต่... “ฝันมากไป” แววตานิลใสมองภาพอ้างว้างตรงหน้า ไม่มีเห็นแม้แต่เงาของใครสักคน เธอแค่นยิ้มเยาะเย้ยกับความคิดหวังลมๆแล้งๆของตัวเอง ว่าพ่อจะแสดงสีหน้าท่าทางตื่นตกใจแลดูเหมือนเป็นห่วงเธอ ปลอบโยนด้วยประโยคที่ดูอบอุ่น ซึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้ มองรอบๆ ห้องพบเพียงแค่ความว่างเปล่า ไม่มีใครสักคน ทว่า กลับมีเสียงฝีเท้าของใครสักคนเดินเข้ามา คนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้ากลั้นร้องไห้ เลยทำให้ไม่ทันสังเกตเห็น “อ๊ะ” เธอร้องออกมาเมื่อร่างกายถูกโผล่กอดจากใครคนหนึ่งไม่ทันได้ตั้งตัว ใบหน้าหวานถูกฝั่งเข้าอกแกร่งทำให้ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ในอ้อมแขนที่โอบรัดนั้น ทุกหยดความเหงาของเธอถูกกลืนหาย เหลือเพียงความอุ่นไอของคนที่เฝ้ารอ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากอ้อมกอดคนๆนี้ ทำทุกอย่างรอบๆตัวเธอหยุดนิ่ง ทั้งที่ควรจะผลักเขาคนนั้นออก แต่ร่างกายกลับไม่ขยับตามที่สมองสั่ง “ดีใจจังที่ฟอนต์ฟื้น โคตรคิดถึงเธอมากเลยรู้ไหม” “........” เธอชะงักนิ่ง เมื่อน้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ความคิดถึงถาโถมแทบล้นหัวใจ ก้อนเนื้อข้างซ้ายที่ทำหน้าที่สำคัญของร่างกายนั้นเต้นระรัวราวกับถูกกระตุ้น แน่นอนมันส่งไปถึงผู้ชายคนนี้ เพราะเธอเองก็ได้ยินเสียงหัวใจเขาเช่นกัน “เป็นห่วงฟอนต์แทบแย่” “ฮึก...ฮ” เธอสะอื้นออกมา มือกำชายเสื้อเขาไว้แน่น เมื่อสมองประมวลแน่ชัดแล้วว่าผู้ชายคนนี้เขาเป็นใคร ฟอนต์จำเสียงนี้ได้ดี.....ฮึก..เขากลับมาแล้ว “ฟอนต์ร้องไห้ทำไมครับคนดี ไม่เป็นไรแล้วนะ เธอปลอดภัยแล้ว” ศีรษะมนต์ถูกมือหนาลูบเบาๆ ยิ่งเขาปลอบโยนมากเท่าไร น้ำตาที่กลั้นยิ่งห้ามไว้ไม่อยู่ “ฮึก....ฮืออออ ฮ ฮือออออ” เธอกัดฟันกลั้นน้ำตา ไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอ แต่หัวใจกลับสั่นไหวจนไม่อาจห้ามน้ำตาที่ไหลรินออกมาได้ ขอร้องเถอะฟอนต์อย่างน้อยๆต่อหน้าคนๆนี้ ต่อหน้าธีร์ อย่าร้องไห้เลยนะ เธอควรเข้มแข็งมากกว่านี้สิ "ฮือออ ฮืออออเจ็บ ฟอนต์เจ็บมาก ฮึก ฮืออออมันกลัวไปหมดฮือออ" ไม่ไหว ไม่ไหวอีกต่อไปแล้วแม้จะพยายามเข้มแข็ง แต่ยิ่งห้ามยิ่งปวดร้าว เธอจึงซบหน้าลงกับอกของธีร์ ปล่อยให้น้ำตาไหลพรั่งพรูในอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุด "คนดีบอกธีร์หน่อยได้ไหม เจ็บตรงไหน" เขาปลอบเธอเสียงอ่อนโยน ทั้งที่หัวใจเจ็บราวไปหมดเมื่อเธอพร่ำบอกเขาว่าเจ็บ เขาหวงเธอจนแทบขาดใจ คนของใจคนนี้ไม่ควรได้รับความเจ็บปวดเอาซะเลย เธอสะอื้น สายหน้าตอบในอ้อมกอดเขา 'เจ็บ ฟอนต์เจ็บที่หัวใจ....' "ฮึก ทุกคนหายไปจากฟอนต์" “คนดีไม่เป็นไรแล้ว ธีร์อยู่ตรงนี้แล้ว จะไม่ไปไหนอีกแล้วครับ” เป็นเขาจริงๆ ด้วย เธอไม่ได้ฝันไป คนที่เธอร้องเรียกหาสุดหัวใจ คนที่หายไปจากชีวิตเธอไม่มีแม้กระทั่งการติดต่อใดๆ แม้ว่าเธอจะพยายามตามหาเขาเพียงใดก็ไม่เจอวี่แววเขาเลย เหมือนกับว่าไม่มีเขาอยู่บนโลกของเธอแล้ว....... แต่ตอนนี้เขาคนนั้นกลับมา ธีร์กลับมาแล้ว ก๊อก ก๊อก ก๊อก "!!!" "เอ่อ....หมอรอตรวจอยู่ครับนาย" ร่างบางที่สะอื้นรู้สึกตัวเธอพยายามหยุดร้องไห้ เมื่อเสียงของใครอีกคนทำให้เธอรู้ว่าไม่ได้มีแค่เธอและธีร์ที่อยู่ในห้องนี้ ฟอนต์ถอนกายออกจากอ้อมกอดอธีร์ทั้งที่หัวใจยังอ่อนแรง เหลือเพียงลมหายใจที่สั่นไหว รีบปาดน้ำตาออก เพียงเสี้ยวอึดใจทั้งคู่สบสายตากันก่อนที่ฟอนต์จะแปรเปลี่ยนสายตาไปทางหมอ “เชิญครับหมอ” ตินผายมือเชิญให้หมอเข้าไปตรวจฟอนต์ “ม....หมอขอเข้าไปตรวจหน่อยนะครับ” ธีร์ถอนหายใจยอมขยับถอยก้าวเดียว เน้นย้ำว่าหนึ่งก้าวจริงๆ สายตาคมดุเผยขึ้นมองตินอย่างเอาเรื่อง ขัด-จัง-หวะ-กู ปากหนาขยับสื่อสารกับตินี้ "แฮะๆ ผิดจังหวะนิดนึงเองครับ" สัตว์ ผิดไปหนึ่ง อีกหนึ่งทำไมถึงเป็นนายแพทย์ เขาประสานสายตาไม่พอใจลูกน้อง “อุ้ย! แฮะๆ หมอคนก่อนไม่สบายครับเลยได้หมอนี่ เอ๊ย! คุณหมอคนนี้มาแทน” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านายเขาคิดอะไรอยู่ มองกูปานจะแดกหัวหมอครับ เพราะหมอที่มาตรวจเป็นหมอผู้ชาย “คนไข้ยังปวดหัวอยู่ไหมครับ” “ย...ยังปวดอยู่นิดหน่อยค่ะ” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆ ธีร์ถึงขนาดต้องพ้นลมหายใจออกมากันเลยทีเดียว ฟอนต์ในชุดผู้ป่วย ใบหน้าที่ดูขาวซีดไม่สบาย ปลายจมูกเธอจะแดงๆ แก้มก็จะแดงตัดกับสีผิวขาวเช่นกัน ไหนจะคราบน้ำตาที่ไหลติดกับขนตางอนๆ นั้นอีก ในสายตาเขาภาพร่างบางที่เป็นแบบนี้ ‘โคตรน่ารัก!!’ ทำธีร์ยืนอดไม่ได้แผ่รังสีอำมหิตทั่วห้อง ต้องขมวดคิ้วมองกดดันหมอตรวจไปเงียบๆ “คนไข้หายใจเข้าออกลึกๆ นะครับ” “เฮ้อ!” เสียงพ้นลมหายใจของคนข้างหลังทำหมอและคนไข้สะดุ้ง แม้กระทั่งตินยังเสี้ยวสันหลังวาบ กับเสียงที่ดังกว่าเสียงหัวใจคนไข้ เมื่อการตรวจฟังเสียงการเต้นของหัวใจของหมอที่ดูจะตรวจคนไข้ปกติที่คนทั่วไปพบเห็นจนชินตากันนั้น มันไม่ชินตาสำหรับเขา! เชี่ย หมอใกล้ไปไหมวะ “เอ่อ.....นายหายใจไม่ออกเหรอครับ” (-__-) “แฮะๆ” (^ ^) หมายเลขที่ท่านเรียกไม่มีสัญญาณตอบรับ กรุณาถอยห่างจากนายหน่อยไอตินเอ๊ย! หน้าตานายตอนนี้พร้อมจะตีหมอและเขามาก “อาการโดยรวมคนไข้ปกติดีครับ ที่หัวแรกๆ อาจจะปวดสักพัก เดี๋ยวทานยาอาการจะดีขึ้น ส่วนแขนไม่ควรขยับอะไรมากนะครับมันจะทำให้หายช้า ใส่เฝือกไปก่อนสัก 1 เดือน” “เป็นเดือนเลยเหรอคะ” ฉันถามหมอย้ำ “ครับ” คำตอบของหมอทำฉันเศร้า น้ำตาไหล ฉันจะใช้ชีวิตยังไงก่อน “เฮ้อ~ แล้วฟอนต์จะออกจากโรงพยาบาลได้ตอนไหนคะ” เพียงแค่ฉันเอ่ยประโยคถามหมอ ร่างกายกลับขนลุกซู่เมื่อรู้สึกว่ามีสายตาคมดุเผยจ้องมองฉันนิ่ง “หมอ เชิญ” ฉันหันมองเขาขวับ จะมาให้หมอกลับทำไม “ง....งั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ” ฟิ้วววว~ ปัง “อ้าว มะ....” ไปแล้ว ฉันยังไม่ได้คำตอบจากหมอเลยนะ “คุณเป็นคนมาส่งฟอนต์ที่โรงพยาบาลเหรอคะ” ไม่ถามก็ได้หมอนะ ถามอีกคนแล้วกัน “เอ่อ...นายผมไปส่งหมอก่อนนะครับ” ฟิ้วววววว~ “เดี๋ยวสิ” นี่ก็อีกคน เห้อ แล้วฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ไง “ทำไมไม่ถามธีร์”6 ปีผ่านไป “ชาม ชาม ชาม เปอร์ เจยเห็ม ชาม ยึก ปุ้ง” (ช้างช้างช้างน้องเคยเห็นช้างรึเปล่า) “.....” “ชาม มุม จู๋ โต ม่าว เบา ชะมด ใยต้าว เยียวาห้วน” (ช้างมันโตไม่เบาจมูกยาวๆ เรียกว่างวง) “โอ๊ะ! ปี ปี๊ ปี๊ ปี๋” “ปี๊ไตเจอร์ เห็มไม นู๋ ตับปีเตื้อไต ว้าวววว ปีเตื้อจ๋วย” เจ้าหญิงตัวน้อยในชุดราตรีสุดสวยร้องเพลงช้าง ช้าง ช้าง สนุกสนาน เด็กน้อยคนนี้เธอมีชื่อว่า เฟอร์บี้ เธอกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อตัวน้อยที่บินโชว์อยู่กลางอากาศ เฟอร์บี้ยกยิ้มร่าเมื่อมือเล็กๆ ของเด็กวัย 3 ขวบนั้นได้จับผีเสื้อได้และกำลังเอาไปให้พี่ชายเธอดู “อื้ม เฟอร์มันจะตายนะถ้าจับแรง” ชายหนุ่มวัย 6 ขวบลูบหัวคนน้องอย่างเอ็นดู “ปล่อยให้มันบินสวยๆ ไหมคะ พี่ช่วย” ไทเลอร์ ก้มลงมองคนน้องเผยรอยยิ้มหวานบอกเจ้าหญิงน้อยของเขา “ยู ตงนี้ ก็จ๋วย” เฟอร์บี้หน้างอใส่คนเป็นพี่ เด็กน้อยที่ไม่อยากจะปล่อยสิ่งสวยงามตรงนี้ไป เผยแววตากลมใสน่าสงสาร ในดวงตาคู่สวยเริ่มเอ๋อคลอด้วยน้ำตามองหน้าคนเป็นพี่อย่างอ้อนๆ “ไม่ร้องนะเจ้าหญิงของพี่ ถ้าเฟอร์บี
“ธามเหม็นวะ ผมจะอ้วก” “เหม็นกู?” “…..” “ไม่ตอบแปลว่าใช่” “ไม่รู้” “เวร! มึงลูกกูจริงไหม ลำบากกูคูณสิบจริงๆ งานก็ต้องทำให้ อายุกู 50 แล้วนะเว้ย” ธามบ่นลูกชายตัวดีที่ตอนนี้มันนอนหนุนตักหนูฟอนต์ แล้วมันไม่ได้พูดเปล่านะ มันพูดว่าเหม็นเสร็จมันก็เอาหน้าขี้เหร่ๆ มันไปซุกท้องเมียอ้อนเมียมันครับ “ที่รักครับ พี่เหม็นดอกไม้กับเหม็นหน้าพ่อ” “เมียพี่ขอเตะลูกได้ไหม พี่อดมานานแล้ว” “นี่ลูกไหมครับ” “คุณพ่อคะอย่าแกล้งธีร์ของหนู” ธามยกยิ้มให้ลูกสะใภ้ รีบเอาแจกันดอกไม้ไปวางที่อื่น เห็นเป็นลูกหรอกนะ ชิ๊ เมียกูอุตส่าห์ทำให้กูได้เฉยชมแต่ไม่เป็นไรเพื่อหลานปู่ทำให้ได้ครับ “ธีร์ไหวไหม เมื่อเช้าก็วิ่งไปอ้วกกลางที่ประชุมนี่ แม่ว่าช่วงนี้พักงานก่อนไหม ลูกน่าจะไม่ไหวแล้ว” “คงต้องพักไว้ก่อนครับแม่ ผมอยู่ห่างฟอนต์ไม่ได้เลย” “โธ่~ลูกแม่ คงรักหนูฟอนต์มากเลยสินะ” “ใช่ครับรักมาก ฟอนต์ครับลูบหัวธีร์หน่อย” “////” คนตัวเล็กเผยรอยยิ้มลูบหัวผู้เป็นสามี เธอตั้งท้องไว้ 5 เดื
ผ่านไป 1 อาทิตย์ 20.00 น. “คิดถึง” สายตาคมเข้มอ่อนไหว มองคนตัวเล็กในจอ คืนนี้เธอขาใส่ชุดนอนสายเดี๋ยวกระโปงสั้น (ฟอนต์ก็คิดถึงธีร์) เธอยกยิ้มตาหยีให้ผม คนตัวเล็กทาครีมปะแป้งเสร็จเธอกระโดดขึ้นเตียงห่มผ้าหนาๆ หยิบเสื้อของธีร์มากอดไว้เพื่อที่จะเข้านอน “นั้นเสื้อธีร์” (อื้ม ฟอนต์ติดกลิ่นแบบว่าถ้าไม่ได้กลิ่นฟอนต์จะนอนไม่หลับ) “....” ฟอนต์แม่ง เกินต้าน! (ก็คนมันไม่ชินนี่) ธีร์จะบอกว่าไม่ใช่แค่ฟอนต์หรอก ธีร์ก็เป็น เพราะติดกลิ่นของฟอนต์มากเลยทำให้นอนไม่หลับยังดีที่เขาแอบเอาตุ๊กตามายเมลโลดี้ที่เธอชอบนอนกอดติดมาด้วย เลยทำให้หลับลงได้บ้าง “ฟอนต์” (คะ) เธอเอียงคอมองปลายสาย รอว่าผมจะพูดอะไร ซึ่งผมชั่งใจอยู่นานว่าจะพูดขอเธอออกไปดีไหม (ธีร์คะ ฟอนต์รอฟังอยู่) “กังฟูไปไหน” (น้องน่าจะนอนแล้วนะ วันนี้คุณแม่ธีร์มาเล่นกับฟอนต์แล้วรับน้องไปนอนด้วย) “งั้นเหรอ.....” เหมือนแม่จะรู้งานเลยวะ “แล้วหนูง่วงยัง” (ยังค่ะ หนูอยากคุยกับธีร์ แต่ถ้าธีร์ติดงานหนูก็จะนอนแล้
จุ๊ฟ “หื้ม?” “ทำไมธีร์น่ารักขนาดนี้ค่ะ ฟอนต์โคตรคลั่งรักธีร์มากๆ เลยรู้ป่ะ” จุ๊ฟ จุ๊ฟ จุ๊ฟๆๆๆๆ “^ ^” “ห้ามฟอนต์หน่อยก็ดีนะ” นี่จูบจนปากเปื่อยแล้วนะไอต้าวแฟน “เคยบอกแล้วไงว่าโคตรชอบจูบเธอเลย จูบอีกสิ” “ไม่เอาแล้ว >” “งั้นธีร์จูบเอง” มือใหญ่ยกขึ้นเชยคางฟอนต์ขึ้นอย่างแผ่วเบา เธอสบสายตาคู่หวานของธีร์ ก่อนริมฝีปากเขาจะทาบลงมาอย่างแนบแน่นและลึกซึ้ง อบอวลด้วยความรัก จ๊วบ จ๊วบ “อื้มมมม” ปลายลิ้นร้อนสอดเข้ามาตวัตลิ้นเล็กธีร์ขบกัดทั้งปากของเธอ สัมผัสอันนุ่มลึกชวนหัวใจเธอเบาหวิว ร่างกายบางขยับแนบชิดธีร์มากขึ้น “อื้มมม...หวาน” ธีร์ครางเสียงทุ้มหวานในลำคอ เขายกมือขึ้นแกะกระดุมเสื้อตัวเองและถอดมันออก จ๊วบ จ๊วบ “อื้อออ ธีร์....” เธอผล่ะจูบออกจากเขาอ้อยอิง แผล็บ ร่างกายเขาร้อนรุม กดจูบเธอและเลียที่ริมฝีปากฟอนต์อีกครั้ง แต่มือเล็กดันหน้าอกแกร่งห้ามเขาไว้ ตากลมโตสบเข้ากับธีร์ สายตาของเธอดุจประกายวิบวับจนเข้าไม่อาจละออกไปได้ “อ...อยากมีลูกไ
“แน่ใจนะว่าเรื่องที่ได้ยินมาฟอนต์ไม่ได้คิดไปเอง” หงึก หงึก “แน่ใจ ฟอนต์ยินไม่ผิดแน่ ธีร์นัดผู้หญิงมาที่ร้านนี้” “ซวยแล้วมึงไอหมาใหญ่” เจ้าจอมสบถเบาๆ กับตัวเอง เมื่อเช้าฟอนต์โทรมาหาเธอบอกจะพาไปกับแกะ ไอเราก็งงว่าอารมณ์ไหนของเพื่อนวะมันชวนไปจับแกะ ซึ่งแกะที่ว่ามันไม่ใช่แกะจริงๆ แต่เป็นธีร์ต่างหาก “นั้นไง เจอแล้ว ป่ะเร็วๆ เจ้าจอม” ฟอนต์พูดขึ้นเสียงเบาเธอคว้ามือเจ้าจอมย่องตามร่างสูงเข้าไปในร้านอาหารสุดหรู แสงไฟอุ่นๆ ส่องสะท้อนแจกันเซรามิกขนาดใหญ่ที่ตั้งกระดับอยู่มุมหนึ่งของร้าน เธอทั้งสองรีบวิ่งไปหลบซ่อนด้านหลังของแจกันนั้น “คือตัวเราสองคนมันไม่น่าจะบังมิดนะ” “มิดยัง” ด้วยความกลัวธีร์จะจับได้ ฟอนต์เธอเด็ดใบไม้ในแจกันมาบังหน้าช่วยปิดไว้อีกที “เออมิด มิดก็บ้าแล้ว! หน้าบานเท่าฝาบ้าน ใบไม้เล็กเท่าตีนหอยมันจะมิดกี่โมง” “เคยเห็นเหรอ ตีนหอยอ่ะ” “ประเด็นมันอยู่ที่ตีนหอยไหม” “เออ ก็ไม่ จอมอ่ะชวนฟอนต์นอกเรื่อง” “จอมผิด” “ใช่” “เออ ให้มันผิดแค่จอมเถอะ”
“หื้มมม ฟอนต์แฉะแล้วนะ” “อ๊า....เพราะธีร์” เพราะว่าเขาทำให้เธอแฉะ และร้อนไปหมดทั้งร่างกาย ภายใต้แพนตี้ เธอกระตุกขมิบรู้สึกได้ถึงความชื้น เมื่อมือใหญ่แตะลงตรงกลางสาวใจเธอ “อ๊า ฟอนต์ต้องการธีร์” “ยั่วแบบนี้กะจะให้เค้านอนซบอกเธอทั้งคืนเลยใช่ไหม” สายตาเขาเลื่อนมองเธอตรงหน้า มือเขาค่อยๆ ลากเกี่ยวประโปรงเธอให้เธอลุกขึ้นแล้วถอดมันออกพร้อมกับแพนตี้สีหวาน แผล็บ “////” ปลายนิ้วเรียวแกร่งแตะเข้ากลางกลีบสีหวาน เธอมองธีร์ไม่ละสายตาราวกับว่าถูกมนต์สะกดและลืมหายใจไปแล้ว เมื่อปลายนิ้วเขาที่ถูกชโลมไปด้วยน้ำหวานที่ชื้นแฉะ.... แผล็บ แผล็บ ปลายลิ้นร้อยตวัดเลียน้ำหวานจากนิ้วเรียว สายตาธีร์อ่อนไหวมองเธอขณะกำลังชิมน้ำหวานจากมือนิ้วมือเขา บ้าจริง....ร่างกายเธอร้อนดั้งไฟเผ่าให้ได้ เพราะเธอต้องการธีร์ “เข้า.....” มือเล็กแตะที่ซิปกางกางเขาและรูดมันลง “เข้ามาทำในตัวฟอนต์ได้ไหม” “หึ เอาสิที่รัก” ริมฝีปากสีไวน์เงยขึ้นจูบเธอ และเลื่อนถอดกางเกง ก่อนที่เขาจะกลับไปนั่งเอนหลังที่โซฟา แท่งแก่นกายขยายใ
“หวัด-ดี” ร่างกายเธอขนลุกสู้ซ่า ปาทังก้าปาทังกี้ โอ้ยไอ้บ้า เลิกเล่น เอาเป็นว่าจู่ๆ ก็รู้สึกหนาวขึ้นมาเมื่อ ได้ยินเสียงเรียกหวานใสข้างๆหู ใสบ้าอะไรล่ะ ขนลุกคักปูเอ้ย! “ฮิฮิ อ้าวโมโม่ ก... กลับมาแล้วเหรอ” ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เอ่ยทักทายเพื่อนสุดที่รัก เธอมีชื่อนเล่นว่าโมโม่หรือคนทั่วไปจะเรียกอีกชื
ณ คาเฟ่พักพิง “เมลเป็นไงบ้าง” ร่างบางเธอเดินเข้าร้านถามน้องพนักงาน “พี่ฟอนต์หายไปไหนมา” “ไว้ค่อยเล่าเรื่องมันยาว พ่อพี่ล่ะอยู่ไหน” “ห้องทำงานค่ะ พ่อพี่ฟอนต์บอกว่าจะขายที่นี่เรื่องจริงเหรอคะ มีคนมากับพ่อพี่ด้วยนะ เขาน่าจะเป็นคนที่จะซื้อที่....” คิดจะขายจริงๆ สินะ “เมลไปทำงานเถอะ พี่จะเข้าไปคุย
“เจ้าจอมเป็นอะไร” เราทั้งคู่หันมองตามเสียงเรียกพบว่าเป็นแทนคุณ ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาเป็นระเบียบเรียบร้อยเร่งฝีเท้าเดินมาทางเรา คิ้วเข้มขมวดขึ้นท่าทางดูเป็นห่วงเมื่อเห็นเจ้าจอมร้องไห้ หน้านายเหมือนพร้อมจะไปตีคนอะ ขอเตือนไว้เลยว่าใครก็ห้ามทำไอ้โม่ร้องไห้ถ้าไม่อยากตายเร็ว “ฮึก...แทนคุณ ฮืออ
“งั้น แต่งงานกับธีร์ไหม” “ฮืออออ ฮึก ฮ๊ะ!” ฉันสะอึกกะพริบตาปริบๆ ไล่น้ำตา ปรับอารมณ์แทบไม่ทัน ฟอนต์ได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า ธีร์ขอฟอนต์แต่งงานเหรอ... ตอนไปอยู่สวิทต์ธีร์คงไม่ได้ไปสะดุดล้มขั้นรุนแรงมาใช่ไหม ฮืออออ นายมาขอฉันแต่งงานทำไมอ่า ว่าแล้วก็จับหัวคนตรงหน้าหันซ้ายหันขวาเช็คดูสักหน่อย “(-_







