LOGIN“คนไข้คะ ได้เวลาทานข้าวแล้วค่ะ” พยาบาลเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับอาหารที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ดูน่ากิน ร่างสูงขยับถอยให้พยาบาลจัดวางอาหารได้สะดวก
“อาหารที่โรงพยาบาลเหรอคะ?” “ไม่ใช่ค่ะ แฟนคนไข้เขาเตรียมมาให้ค่ะ” เธอเม้มปากแน่น ชะงักไปเล็กน้อย มองอาหารตรงหน้าที่มีแต่ของที่ชอบทั้งนั้น “ไม่ใช่แฟนค่ะ...แค่คนรู้จัก” เธอส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ไม่กล้าหันไปสบตากับธีร์ “อ้าว...ไม่ใช่เหรอคะ” “ครับ เป็นแค่เพื่อน!” คนตัวโตดันลิ้นในกระพุ้งแก้มตอบย้ำกับคำพูดของร่างบาง เมื่อได้ยินคำปฏิเสธจากเธอ บรรยากาศรอบข้างเงียบลงชั่วครู่ ฟอนต์เพียงแค่ชายตามองชายหนุ่มกลับก่อนที่จะเลิกสนใจเขาแล้วหันมาสนใจอาหารตรงหน้าต่อ “คุณพยาบาลช่วยป้อนหน่อยได้ไหมคะ” “คะ?” “เชิญ คุณพยาบาลออกไปได้แล้วครับ” เมื่อสิ้นสุดคำสั่งร่างสูง พยาบาลก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป ยิ่งทำให้ฟอนต์หงุดหงิดเข้าไปใหญ่ “เป็นเจ้าของโรงพยาบาลหรือไง! ถึงชอบออกคำสั่ง” “ธีร์จะป้อนเอง” เขาเมินคำพูดเธอ ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้คนตัวเล็ก นั่งลงข้างเตียง “ฉัน-ไม่-กิน” “เลือกเอา จะกินดีๆ หรือจะให้ธีร์จูบ” น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่งคล้ายไม่ให้คนตัวเล็กปฏิเสธได้ แต่.... “จูบ? นายมีสิทธิ์อะไร” แววตาคมวูบไหลเพียงเสี้ยววินาที คำพูดที่ฟังดูแล้วมันทำให้เขาอยากเอาชนะชะมัด แขนกำยำยันที่หัวเตียงข้างหนึ่ง เขาขยับใบหน้าเข้าใกล้คนไข้จอมดื้อ ขี้ประชดเขาเก่ง ร่างสูงกระตุกยิ้มร้ายให้เธอใบหน้าเขาและเธอใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจกันและกัน ฟอนต์เบี่ยงใบหน้าขยับหนีเขา “ทำบ้าอะไรของนาย” “กินข้าวได้แล้ว ไม่งั้นธีร์จูบ” “ฉันไม่....” “ธีร์ทำจริง!” สายตาที่บ่งบอกว่าถ้าเธอดื้อ เขาทำจริงแน่ มันทำให้เธอกลับต้องกลืนน้ำลายยอมอ้าปากงับช้อนที่คนตรงหน้าป้อน “หื้มมม?” (*~*) ตากลมโตนิลสวยเปล่งประกายวาววับ yummy (^ -^) มุมปากเล็กค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาต่อหน้าเขา ใบหน้าที่ดูอมทุกข์เมื่อกี้นั้นได้หายไปในชั่วพริบตาเมื่อลิ้นเล็กได้สัมผัสกับรสชาติอาหารที่ชอบตรงหน้า นี่คือจุดอ่อนของฟอนต์ ไม่ว่าคนตัวเล็กเธอจะโกรธอะไรมาก็ตาม ขอแค่ได้กินอาหารที่ชอบในเวลานั้น ทุกสิ่งทุกอย่างจะหายไปขณะนั้นปากเล็กอมชมพูอวบอิ่มนั้นจะเผยรอยยิ้มตาเป็นประกายน่ามองทุกครั้ง “เอาเกี๊ยวกุ้งไหม ร้านที่ฟอนต์ชอบเลยนะ” “อื้มเอา ขอบคุณค่ะ” ร่างสูงเผยรอยยิ้มกว้างกับคำตอบของเธอที่ไม่คิดจะต่อต้านอะไรเขาอีก รอยยิ้มแรกเลยที่เธอยิ้มให้ธีร์ ตั้งแต่เราเจอหน้ากัน อ่า...น่ารักชะมัด เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงหัวค่ำ ใช่ค่ะ เขายังอยู่ไม่ห่างไปไหน แม้ว่าเธอจะมีหลุดไปบ้างตอนที่ธีร์ป้อนข้าว ดูเหมือนจะใจอ่อนกับเขาลงในเวลานั้น ก็แค่ช่วงเวลานั้นเพียงเท่านั้นแหละ เธอก็แค่ลืมตัวตอนเจอของอร่อยเอ๊งงงั้น และอีกอย่าง ที่เธออยากจะบ้าก็คือ พยาบาลที่เข้ามาเช็กอาการหลายๆครั้ง ทุกๆ คนจะเอ่ยแซวเข้าใจผิดคิดว่าธีร์เป็นแฟนเธอ ไม่ว่าจะหมอหรือพยาบาลเป็นกันทุกคน! จนขี้เกียจจะพูดปฏิเสธออกไปแล้วนะ ชิ~ แอบเห็นรอยยิ้มมุมปากนั้นแล้วหมั่นไส้ชะมัด “คุณฟอนต์คะ ได้เวลาเช็ดตัวแล้วค่ะ” พี่พยาบาลเดินเข้าอีกครั้ง ครั้งนี้เธอมาพร้อมกับรถเข็นอุปกรณ์พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มมองทางธีร์บ้างเธอบ้าง เนี่ย ยิ้มแบบนี้กันทุกคน! Why? “ค่ะ” เธอตอบรับคำของพี่พยาบาล เพราะว่าร่างกายที่ยังมีอาการของพิษไข้จากแผลช่วงบ่ายๆ คุณหมอเลยแนะนำให้เช็ดตัวไปก่อน “คุณพยาบาลครับ ผมขอคุยด้วยหน่อย” ร่างสูงพูดขึ้นก่อนที่จะเดินออกไปรอข้างนอกห้อง “คะ? เอ่อ...คุณฟอนต์ รอสักครู่นะคะ” what! คุยอะไรกัน ทำไมต้องขอคุยตอนนี้ด้วย “...” เธอก็ไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ตัวเองสงสัยอยู่นานซะด้วยสิ ร่างกายที่มันชอบฟังเสียงในหัวใจมากกว่าหัวสมองก็แอบเดินย่องเบาเพื่อแอบฟังบทสนทนาหน้าประตู ไม่ใช่ว่าฟอนต์อยากเผือกหรอกนะ โปรดเรียกสิ่งนี้ว่าความใส่ใจคนรอบข้างที่ทำให้เรารู้สึกอยากรู้ดีกว่า “ไม่ได้ยิน!” จิ๊! แล้วทำไมจะต้องไปคุยกันข้างนอก ไม่รู้ด้วยก็ได้ ถึงปากจะพูดไปแบบนั้นแต่สายตาดันไปเห็นภาพคนตัวโตกำลังก้มลงกระซิบข้างหูพยาบาล ทั้งคู่ยืนหัวเราะให้กันดูกระหนุงกระหนิงกันใหญ่ ภายในเธอรู้สึกปั่นป่วนแปลกๆ “ที่กับฟอนต์เอาแต่ถอนหายใจหน้าอมทุกข์” ไม่เห็นจะยิ้มให้แบบนี้บ้างเลย ? นี่เธอน้อยใจเหรอ ไม่ๆ ฟอนต์แค่หมั่นไส้ต่างหาก “ไอ้บ้าธีร์” เธอเลิกสนใจพวกเขาเดินกลับไปรอที่เตียงเหมือนเดิม สักพักได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินเข้ามาในห้อง อดไม่ได้จนต้องหันมองตาขวาง “!!!” “จ…จะทำอะไร” เธอถามคนตรงหน้าเมื่อไม่เห็นพยาบาลตามเข้ามาด้วย ธีร์เดินเข้ามาคนเดียวแถมยังเข็นรถไว้ข้างๆ เจ้าตัวหยิบผ้าชุบน้ำบีบให้แห้งหมาดๆ “พยาบาลไปไหน?” เธอจับมือใหญ่ห้ามไว้ ตากลมโตถลึงใส่เขา ‘จะเช็ดตัวให้ฟอนต์เหรอ’ ไม่ได้นะ!“ฟอนต์ก็จะบ้า ฟอนต์ไม่รู้ว่าฟอนต์เป็นอะไรมากไหม ฟอนต์เป็นโรคร้ายหรือเปล่า อาจจะเป็นโรคหัวใจก็ได้นะ” “โอ้ยยยยยไอ้ฟอนต์ ฟังนะ” “.....” “ฟอนต์ชอบธีร์” “!!!!” ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก “ห๊ะ” “เออ แล้วหนีมันออกมาอย่างนี้ ไม่ใช้มันหงอยเหมือนหมาเลยติวะ กูล่ะเริ่มสงสารธีร์” ย้อนกลับไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ณ กาดหน้ามอ “ป้าจ้าเอาอันนี่ 2 เนื้อ 2 แดง 5 ขอผักเยอะๆ เจ้า” ฉันยืนรอลูกชิ้นทอดใจจดใจจอ มองดูยามที่ป้าเอาลูกชิ้นลงหม้อทอดนี่แบบห๊อมหอม “เจเจ๊ น้ำลายไหลแล้วน่ะ” เสียงน้องพีว่าขึ้น “ยังเถอะน้องพี” “คือยังไง หมูกะทะยังไม่อิ่มอีกเหรอเจเจ๊” คนน้องเอ่ยถามคนพี่พลางจิ่มโรตีไส้ลาวาชีสยืดเข้าปากน่าเอร็ดอร่อย เจ๊ต้องถามพีมากกว่านะ ยังไม่อิ่มอีกเหรอเคี้ยวแก้มตุยแล้ว “เหอะๆ จะกินด้วยไหม” “กินค่ะ” “60 บาทจ้าหนู” ฉันหยิบเงินให้ป้า พอได้ลูกชิ้นทอดก็ยื่นให้น้องพีกินก่อน “อร่อยป่ะ” “จ๊าดลำ ^^” น้องว่าอร่อย ว่าแล้วก็กินเองบ้าง ^^ เจ๊ก็ว่าอร่อย เราทั้งคู่เลิกเรียนพร้อมกันพอดีเลยชวนน้องรหัสมากินหมูกะทะตามภาษาพี่น้องสายสัมพันธ์แน่นแฟ้น นั่งเม้าท์กันเรื่องใครจะโชคดีได้มาเป็นส
Tankoon : แทนสั่งข้าวต้มให้แล้ว เผื่อฟอนต์ด้วย เดี๋ยวมีคนเอาขึ้นไปให้ จอมอย่าลืมกินข้าวนะครับ JaoJom : ขอบคุณน้าแฟน แทนก็อย่าลืมกินข้าวละ ร่างบางวางมือถือลง เผยรอยยิ้มมองเพื่อนตนตรงหน้า ก่อนหน้านี้ทำหัวใจเธอหายวาบ เพราะไม่เคยเห็นฟอนต์โทรมามีน้ำเสียงพูดขาดสติขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้ดูท่าจะสงบลงบ้างแล้ว “สงบสติอารมณ์ได้ยัง” ฟอนต์ถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ เมื่อหัวใจเริ่มเต้นสงบลงแล้ว วางมือทาบอกลูบปลอบโปลม ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูก เมื่อกี้เต้นซะคิดว่าเต้นซุมบ้า “ขอบคุณนะโมโม่” “เลิกขอบคุณแล้วก็เล่ามาฟอนต์ ถึงขนาดรหัสแดง ต้องไม่ธรรมดา” ฟอนต์ทำใบหน้าเลิ่กลัก เอ่อ....จะเล่าไงดีวะ คือตอนโทรไปก็ไม่คิดด้วยสิ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอ่ะ ตอนนี้รู้สึกตัวแล้วจะเริ่มเล่ามันก็เขินๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ “นี่ห้องใคร” “มึง มันใช่เรื่องที่ต้องถามไหมตอนนี้” กูว่าละ โดนดุจนได้ ^^ เธอยิ้มแบบไม่สะทกสะท้านให้เจ้าจอม “คืองี้” “....” “คือ.... คือว่า” “.....” “คือ” “โอ้ยยยยย ไอ้ฟอนต์” “เมื่อคืนธีร์บอกรักฟอนต์” (-__-) “ไม ทำหน้างั้นอ่ะ” ใบหน้าสวยหวานไร้การแต่งหน้าเพราะน่าจะพึ่งตื่น ดูจากชุดนอ
“.....” “ได้...มั้ย” “ธีร์ต้องปล่อยฟอนต์ไปถึงเมื่อไหร่” มือใหญ่กุมมือฉันแน่น แววตาคนโตดูเศร้าเขาเอ่ยถามฉันเสียงเรียบ ตือดึง ตือดึง ตือดึง ตือๆๆๆๆ ดึงดึงดึงๆๆๆๆ เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น ฉันละสายตาจากคนตรงหน้า ทุบ ทุบ “ฟอนต์” “ไอฟอนต์โว้ยยยยย ปัง ปัง” เสียงข้างนอกทุบประตูดังขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงความร้อนร่น และคิดว่าไม่ใช่เสียงใครที่ไหน เป็นเสียงเจ้าจอมเอง มันทุบประตูไม่หยุดเลยซะด้วยสิ 10 นาทีไม่มีอยู่จริง ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ มันหายตัวมาเปล่าวะนั้น “เฮ้อ” คนตรงหน้าฉันพ้นลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าคมบ่งบอกถึงความหงุดหงิดใจมากหนักเพราะเขาถูกขัดจังหวะ “จิ๊ เคาะทำเชี่ยไรวะ” ร่างสูงเปิดประตูออกสถบคำสุภาพใส่หน้า....เอ่อ..แทนคุณ เธอเชื่อว่าเมื่อกี้โมโม่เป็นคนเคาะประตู ดีไม่ดีไม่น่าจะใช่มือด้วยนะที่เคาะ “ใจเย็น ไอสัตว์ หน้ามึงจะแดกหมาแล้วไอเหี้ย” ฟอนต์ว่าทั้งคู่มากกว่านะ ที่ดูหงุดหงิด “ฟอนต์!” โมโม่ชะโงกหน้าจากข้างหลังแทนคุณเรียกฉัน หลบอยู่หลังแฟนนี่เอง “เจ้าจอม” ฉันรีบวิ่งไปกอดเจ้าจอมแน่น ฮืออออขอบคุณมากนะ ไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อนเลย “ใจเย็นๆ
ในห้องนอนที่มืดสนิท ภายในห้องเย็นเฉียบเพราะเครื่องปรับ อากาศที่อยู่ในอุณหภูมิ 23 องศา ทำให้ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศนั้นพัดกระทบเข้ากับเนื้อผิวของร่างบางในขณะที่กำลังหลับไหลอยู่ก็จำต้องขยับร่างกายควานหาความอบอุ่นข้างๆ เธอใช้มือเล็กควานหากอดหมอนข้าง...... “งื้มมมมมมม หนาว” ฟอนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ขยับร่างกายแนบซุกแก้มเข้าหมอนข้างอุ่นๆ เผยรอยยิ้มเมื่อมุดหน้าเข้าหาความอบอุ่นนี้ได้ เพราะเมื่อคืนฝันดีมาก เธอจึงได้ไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมา “อุ่นไหม?” “อื้ม อุ่นมาก” เธอเอ่ยขึ้นตอบหมอนข้างออกไป.... เดี๋ยวนะ!... หมอนข้างพูดได้ด้วยเหรอ? พรึ่บ! ไม่ใช่ ไม่ใช่หมอนข้าง 0 [] 0 เธอรีบลืมตาตื่นขึ้น ปากเล็กอ้ากว้างตกใจ เมื่อภาพตรงหน้าทำหัวใจวาย แทบช็อก ร่างสูงท่อนบนใส่เพียงเสื้อกล้ามเผยเห็นกล้ามเป็นมัดๆ จนต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะเกรงว่าน้ำลายจะไหลลงที่นอน มันใช่เวลามาโฟกัสตรงนี้ไหมไอ้ฟอนต์ ตอนนี้เราทั้งคู่กับลังนอนกอดกันอยู่น๊า >และเขาคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “ฟอนต์ครับ ตื่นแล้วเหรอ” ธีร์เอ่ยเสียงทุ้มแหบพร่า คนฟังดูแล้วยิ่งเซ็กซี่เข้าไปใหญ่ ชัดเลยเหตุการ
“แฮ่ก แฮ่ก” คนตัวเล็กหอบหายใจถี่ แววตากลมโตเพียงมองแท่งร้อนที่กำลังกระตุกสู้มือเธอ หัวใจดวงเล็กๆเต้นร้อนระอุไปทั่วทั้งร่าง เธอกัดปากล่างคิดอย่างชั่งใจ ธีร์มองลงมาที่เธอเช่นกัน เหมือน...โกลเด้นหมาใหญ่รอคำตอบเธอ “ซี๊ดดดด เบ้บ” คนตัวโตครางต่ำในลำคอ สายตาลุกวาวกับการกระทำอันหน้าหลงไหลของร่างบางนี้ เมื่อร่างกายเล็กขยับร่างกายบางแนบชิดกายกำยำ เพื่อให้แท่งแก่นกายเขาแตะลงแนบเนื้อกับกลีบกุกลาบเธอเอง “อ๊ะ ห...ห้ามส...อ๊ะ สอดเข้ามานะ สัญญา อื๊อออธีร์” จ๊วบบบ จ๊วบบบ หัวใจโกลเด้นหมาใหญ่สั่นไหว พรมจูบปากเล็ก เกี่ยวก้อยตอบกลับเธอเพื่อทำตามสัญญา พลางถูแท่งร้อนกับกลีบกุหลาบบางนี้ยืนยันการกระทำของเขา “อ๊ะ มันรู้สึกแปลกๆ อ๊า” อุ้งปากใหญ่ไม่ยอมให้ว่าง ก้มลงชกชิมยอดปทุมถันสีหวานฉ่ำ ลิ้นเขาห่อรับยอดสีหวาน พลางใช้ฟันคบกัดเบาๆ ให้เธอร้องเสียวเล่น หวานหู “เธอ ....ธีร์ ฟอนต์ ไม่ไหว อ๊ะๆๆ อ๊าอ๊า” แท่งร้อนทำหน้าที่ถูเข้าออก ไม่สอดเข้าไปก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนสอด มีบางครั้งของแรงถูเขาที่เหมือนจะกระแทกเข้ามาข้างในซะมากกว่า มันลุบเข้าไปแ
“ออกซิโทซิน ที่คนทั่วไปเรียกว่า.....Love Hormone” ‘สารแห่งความรัก’ “อื้มเบบี๋....” จ๊วบบบบบ~ สิ้นประโยคสุดท้าย ผมไม่รอช้าทาบปากขึ้นจูบปากเล็ก ร่างบางหลับตาพริ้มรับรสจูบผม สิ่งที่ผมลิ้มลองความหวานจากริมฝีปากเล็กนี่ช่างหวานหวั่นชวนใจผมสั่นเต้นไม่เป็นจังหวะ “แบบนี้หรือเปล่าหื้ม?” ผมผละออกจากปากนุ่มเอ่ยถามฟอนต์ “อื้อ.....มากกว่านี้…ได้ไหม” จุ๊บ “สร่างเมายัง” ผมอดยิ้มไม่ได้ เมาแล้วน่ารักแบบนี้เป็นแค่กับธีร์คนเดียวนะ ไม่อนุญาตให้เมาแบบนี้กับใคร “ยัง” “ตื่นขึ้นมา เธอจะจำได้ไหม” จ๊วบ จ๊วบ~ ผมจูบปากนุ่มนิ่มอีกครั้ง พลางใช้ลิ้นเลียปากเล็ก ถอนจูบรอฟังคำตอบเธอ “อื้อออ ไม่รู้สิ....แต่ตอนนี้ ฟอนต์ยังจำได้” “หึ เช้ามาก็ขอให้จำได้แล้วกันว่า....ธีร์ตั้งใจ” จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ~ “อื้มมมมมม” ผมป้อนรสจูบให้เธออีกครั้ง คราวนี้เอาให้รสจูบนี้ส่งไปให้ใกล้ใจเธอมากที่สุด อยากให้ฟอนต์จดจำจนลืมไม่ลง ผมงับริมฝีปากของคนด้านบนที่มองลงมาด้วยสายตาเปี่ยมอารมณ์ จูบทั้งปากบนสลับกับปากล่าง เธออ้าปากรับเรียวลิ้นผมให้ตวัดกวาดชิมความหวานทั่วโพรงปาก เราจูบแลกน้ำลายกัน “อื้มมมมมท~” ปลายลิ้นหยอกเย้าเธอเล่นทำให้







