LOGIN
บ้านกิตรัตนสกุลชัย
“ไอรีนลูก แม่มีเรื่องที่อยากจะบอกหนู” เสียงของแม่เธอทำไมถึงได้ดูเศร้าหมองแบบนี้ ไอรีนเด็กสาววัยมัธยมปลายหันมองไปตามเสียงเรียกของผู้เป็นแม่ทันควัน ว่าแต่แม่ของเธอมีเรื่องอะไรกันนะ
“เรื่องอะไรเหรอคะแม่” เสียงหวานใสเอ่ยถามไปยังแม่ตัวเองและทันทีที่เห็นใบหน้าของผู้เป็นแม่ เธอก็หุบยิ้มลงทันทีเพราะไม่ใช่แค่เสียงเท่านั้นที่เศร้าแต่หน้าตาของแม่เธอก็ดูเศร้ามากเช่นกัน จะมีเรื่องอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นหรือเปล่า ไม่นะ เธอพึ่งจะอยู่ชั้นมัธยมปลายเองนะ
และในตอนนั้นเองพ่อของเธอก็เดินเข้ามา…
“พ่อกับแม่พวกเราได้พูดคุยกันแล้วว่า...”
“…” ว่าอะไร เด็กสาวมองไปยังหน้าพ่อกับแม่ของเธอสลับสับเปลี่ยนไปมา
“จะหย่ากัน!!”
กึก!!
ไอรีนอ้าปากค้างเรื่องที่พ่อพูดมันเกิดขึ้นได้ยังไงในเมื่อเธอก็ยังเห็นอยู่เลยว่าพ่อกับแม่ก็ยังดูรักกันดีอยู่ ณ เวลานั้นหัวสมองของเด็กสาวเบลอไปชั่ว ณ ขณะจิต นี่พ่อแม่ของเธอกำลังหลอกกันเล่นอยู่หรือเปล่า ที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยเห็นพวกเขาทะเลาะกันเลยนะแล้วสุดท้ายกลายมาเป็นแบบนี้ได้อย่างไร
“ไอรีน..ลูก” เสียงของแม่สั่นเครือ ก็นะเธอเองก็อดที่จะสงสารลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างไอรีนไม่ได้แต่ทว่าเธอก็ทนอยู่กับพ่อของลูกอีกต่อไปไม่ได้เช่นกันแล้วใครจะหาว่าเธอเห็นแก่ตัวก็คงต้องยอม เด็กสาวน้ำตาไหลพรากยกมือขึ้นเช็ดปาดคราบน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด เธอเงยใบหน้าสวยขึ้นเอ่ยถามไปยังคนทั้งสอง
“พ่อกับแม่ไม่รักกันตอนไหนเหรอคะ ทำไมไอรีนไม่เห็นจะรู้สึกบ้างเลย” เธอมองสบตาอย่างคนที่ไร้เดียงสา ทั้งพ่อและแม่ต่างก็เงียบไปสักพักและเพียงไม่นานท่านทั้งสองก็มองหน้ากันและก็เป็นพ่อที่เป็นฝ่ายตอบคำถาม
“พ่อกับแม่ขอโทษที่ทำให้ลูกต้องรู้สึกแบบนั้นแต่พ่อกับแม่ลองปรับจูนเข้าหากันหลายต่อหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังรู้สึกว่า..หย่าและแยกกันอยู่น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด”
“แล้วพ่อกับแม่จะให้ไอรีนทำยังไงคะ ไอรีนต้องรับให้ได้กับเหตุการณ์แบบนี้ใช่ไหมคะ”
“…” พวกท่านต่างก็เลือกที่จะเงียบเพราะไม่รู้จะตอบคำถามลูกสาวยังไงดี
“แล้วพ่อกับแม่จะไปหย่ากันวันไหนเหรอคะต้องให้ไอรีนไปเป็นพยานด้วยหรือเปล่า”
“อาทิตย์หน้า แต่เดี๋ยวแม่เขาคงจะย้ายออกไปอยู่บ้านเพื่อนของเขาก่อนที่จะถึงวันหย่า”
กึก!
“ว่าไงนะคะ นี่แม่จะย้ายออกไปอยู่ข้างนอกเลยเหรอคะ ทำไมมันเร็วแบบนี้ เร็วแบบที่จะไม่ให้ไอรีนได้ตั้งตัวเลยใช่ไหม”
“แม่ขอโทษแต่แม่จำเป็นต้องไปหรือไอรีนอยากไปกับแม่ ดีไหมลูก พวกเราไปด้วยกันนะไปอยู่บ้านเพื่อนของแม่กัน” แม่เดินเข้ามาจับมือลูกสาวตัวเอง สีหน้าของเธอยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ใจนึกอยากให้ลูกสาวตอบรับคำชวนเพื่อที่จะได้ไปอยู่ด้วยกัน
“แม่คะ ไอรีน...” ไอรีนอ้ำอึ้งมองหน้าแม่ตัวเองนิ่ง ทำไมแม่มาเอ่ยชวนเธอในเวลาแบบนี้ มันฉุกละหุกเกินไป จะไม่ให้เธอได้มีเวลาคิดทบทวนเลยเหรอ เด็กสาวมองไปยังพ่อของตัวเองความรู้สึกในตอนนี้ของเธอก็คืออยากอยู่กับพ่อมากกว่าแต่ใจก็ไม่ได้อยากให้แม่ย้ายออกไปเช่นกัน
เอาเป็นว่าช่วยอยู่กันแบบนี้ต่อไปไม่ได้เลยเหรอ...
“แม่เข้าใจ..” แม่มองดูสถานการณ์ตรงหน้า ใจนึกรับรู้มาโดยตลอดว่าลูกสาวรักและอยากอยู่กับพ่อมากกว่าแม่อย่างเธอ เธอลอบถอนหายใจออกมาเอาเป็นว่าไม่ว่ายังไงเธอจะหาเวลากลับมาเยี่ยมลูกให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วกัน
“อย่าบีบบังคับลูก อยากย้ายออกไปก็ไปคนเดียว” พ่อขึ้นเสียงใส่พลางดึงแขนแม่ออกจากตัวลูกสาว นี่เธอมีสิทธิ์อะไรที่จะมาบีบบังคับใจไอรีนแบบนี้ มือหนาชี้นิ้วมือไปยังประตูทางออกของบ้านเสียงแข็งกร้าวของพ่อทำไอรีนปวดใจเหลือเกิน
ที่ผ่านมาพวกเขาแสดงละครหลอกเธอว่ายังรักกันหรือยังไง...
“ฉันย้ายออกไปคุณจะได้พาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาไงคะ ไม่ดีเหรอไง” แม่ยืนกอดอกสายตาจ้องเขม็งมองพ่อเหมือนอยากจะกลืนกินเข้าไปทั้งร่าง เธอแสยะยิ้มด้วยใบหน้านึกรังเกียจเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าพ่อของลูกเธอนั้นมีผู้หญิงคนใหม่
“อย่ามาพูดเรื่องนี้ต่อหน้าลูก!!” พ่อส่งเสียงดุ สองเท้าแกร่งเดินปรี่เข้าหาอดีตภรรยาตัวเอง ไอรีนมองดูภาพเหล่านั้นด้วยใจที่เต้นแรงเจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องมาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันแบบนี้ ที่แท้พ่อของเธอก็มีคนใหม่นี่เองจึงทำให้แม่จำต้องย้ายออกไปอยู่ข้างนอก
แต่ทว่ายังไม่ทันที่ไอรีนจะคิดอะไรไปมากกว่านั้นพ่อก็ได้พูดต่อ...
“เธอเองก็ไม่ต่างกันนี่ได้ข่าวว่ามันเป็นฝรั่งด้วยนี่ หึ!” พ่อเหยียดยิ้มมองแม่อย่างนึกสมเพช สายตาที่ทั้งคู่มองกันไปมาทำไอรีนไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไป สุดท้ายพ่อกับแม่ต่างก็มีคนใหม่นี่เองจึงทำให้ต้องรีบแยกย้ายกันไป เอาละในเมื่อรู้แบบนี้แล้วก็ขอตัวไปทำใจคนเดียวซะยังดีกว่า
“ไอรีนขอตัวก่อนนะคะ” ไอรีนลุกขึ้นยืนเตรียมที่จะเดินขึ้นไปยังห้องตัวเอง สองเท้าสวยเดินผ่านพ่อกับแม่แล้วสาวเท้าเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน
“เดี๋ยวก่อนสิลูก” เสียงแม่ตะโกนตามหลังแต่ไอรีนเลือกที่จะไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย” เธอส่งเสียงพึมพำออกมาทันทีที่เดินเข้ามาในห้องนอน ร่างเล็กล้มตัวนอนลงบนเตียงใหญ่ ความคิดของเด็กสาวคิดไปต่างๆนาๆ อีกหน่อยถ้าพ่อกับแม่มีครอบครัวใหม่เธอมันก็เป็นแค่ลูก..ที่พวกเขาไม่ต้องการ เดี๋ยวพวกเขาก็มีลูกใหม่และเธอก็จะกลายเป็นเพียง ‘หมาหัวเน่า’ เท่านั้น
5 วันผ่านไป
ณ โรงอาหารของโรงเรียน
วันนี้ก็เป็นเช้าอีก 1วันที่ไอรีนกับเพื่อนๆมาโรงเรียนกันแต่เช้าและนี่เธอยังไม่ได้บอกใครใช่ไหมว่ากลุ่มของพวกเราน่ะมีด้วยกัน 3คน ซึ่งคนแรกที่จะแนะนำเลยก็คือยัยเพียวเพื่อนสนิทสุดรักที่พวกเราน่ะคบหากันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้นแล้ว ส่วนคนที่ 2 ก็คือ ยัยเชอรีน คนนี้คือคนสวยขาซึ่งเธอพึ่งย้ายโรงเรียนเข้ามากลางคันย้ายมาตอนที่พวกเราอยู่ม.6กันเนี่ยแหละและคนสุดท้ายที่จะแนะนำก็คือตัวฉันเองค่ะ
สวัสดีค่ะฉันชื่อไอรีน ชื่อจริงชื่อนางสาวนลินญา นามสกุลไม่ต้องรู้ไปหรอกนะคะเอาเป็นว่าตอนนี้พวกเรากำลังนั่งกินอาหารเช้ากันอยู่ที่โรงอาหารของโรงเรียนและฉันก็กำลังนั่งดูยัยเชอรีนเขินที่โดนแซวเรื่อง ‘เวหา’ เพื่อนชายร่วมชั้นเรียนห้องที่ 2
เฮ้อ~
แต่ถึงจะมีเรื่องให้น่าสนุกมากสักแค่ไหนแต่ในใจก็อดที่จะคิดไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ตัวเองไม่ได้อยู่ดีและในจังหวะที่ฉันกำลังนั่งครุ่นคิดอะไรอยู่นั้นเสียงหวานของยัยเชอรีนก็ดังขึ้น
“แล้วทำไมไอรีนนั่งหน้าเศร้าแบบนั้น” ฉันเงยหน้ามองไปยังเชอรีนพร้อมทั้งไม่ลืมที่จะส่งยิ้มให้เธอ
“ฉันเครียดๆน่ะมีเรื่องให้คิด”
“บอกพวกเราได้นะ พวกเรายินดีที่จะเป็นผู้รับฟัง” เชอรีนเอื้อมมือไปจับเข้าที่บ่าเล็กของฉันอย่างเบามือพลางส่งยิ้มให้อย่างจริงใจ ทั้งเธอและเพียวพร้อมที่จะเป็นผู้รับฟังในยามที่เพื่อนมีเรื่องให้คิดและกลุ้มใจและเมื่อเห็นว่าเพื่อนทั้งสองต้องการที่จะรับรู้ฉันจึงเริ่มพูดเรื่องที่วนอยู่ในหัวตัวเองในช่วงนี้ขึ้นมา
“พ่อกับแม่ฉันพวกท่านกำลังจะหย่ากัน!!”
“เฮ้อ~นี่ฉันต้องพูดจริงๆใช่ไหมเนี่ย” ไอรีนบ่นอุบกับตัวเอง นี่เธอต้องเล่าเรื่องพวกนั้นให้เพื่อนฟังจริงๆน่ะเหรอ แต่ถ้าไม่เล่าเพื่อนของเธอก็คงจะไม่หยุดรังควานเธออย่างแน่นอน โดยเฉพาะยัยเพียวยัยตัวแสบจอมโวยวาย“ก็อย่างที่พวกแกเห็น ผู้ชายคนนั้นคือเร็น” ไอรีนยิ้มแห้งแล้วเริ่มเล่าเรื่องราว โดยเธอเริ่มเปิดเรื่องไปที่เด็กนั่นก็คือผู้ชายในรูป ดวงตากลมโตมองไปยังเพื่อนในกลุ่มและแอบหวังว่าพวกนางจะไม่ถามอะไรไปมากกว่านี้ แต่ทว่าความคิดของเธอก็ต้องพังทลายลงเมื่อยัยเพียวยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดีวุ่นวายมากยัยเพื่อนรัก...“ในรูปนั่นพวกแกดูใกล้ชิดกันมากเลย นี่แกกับน้องเขาไปถึงขั้นไหนกันแล้ว ห้ามปิดบังพวกเรานะ!!” เพียวฉีกยิ้มหวาน สายตาจ้องมองมาที่เธออย่างคนที่กำลังจับผิด ไอรีนที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าเหวอรับประทานไปเลยอึก..ยัยเพื่อนบ้า!!เธอลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยัยนี่ก็นะช่างสังเกตอะไรขนาดนั้น เธอถอนหายใจออกมาและท้ายที่สุดก็จำต้องอธิบายเพิ่มเติมทั้งที่ไม่อยากจะเล่าเลยด้วยซ้ำ“ขั้นไหนอะไร ไม่มีอะไรสักหน่อย...” เพียวที่ได้ยินคำปฏิเสธจากปากของไอรีนก็หัวเราะดังลั่น เธอพูดเสียงสูงพร้อมกับชี
เธอแกะมือของเร็นให้หลุดจากแขนของตัวเองจากนั้นจึงหันมาบอกเร็นก่อนที่จะเป็นฝ่ายเดินนำขึ้นบันไดไป“พูดมากอยู่ได้ ถ้าจะช่วยพิมพ์ก็ตามขึ้นมา”เช้าวันต่อมาหลังจากที่ฉันจอดรถเสร็จแล้วก็รีบเดินเข้าไปยังคณะของตัวเองและในตอนนี้ฉันก็มองไปยังโต๊ะประจำของพวกเราก่อนที่จะเห็นว่ากลุ่มเพื่อนของฉันต่างก็มากันครบแล้วและก็เป็นตัวฉันเองนี่แหละที่มาเป็นคนสุดท้ายของกลุ่มมากันแต่เช้าเชียวนะ ว่าแต่เรื่องรูปพวกนั้นจะเงียบไปหรือยังนะ ฮึ่ย! ไม่อยากจะคิดเลยและยังไม่ทันทีฉันจะคิดอะไรไปมากกว่านี้เสียงเรียกชื่อฉันก็ดังขึ้น“ไอรีนเดินมาไวๆหน่อย!!” เสียงเรียกชื่อของฉันดังมาตั้งแต่ที่ตัวฉันเองยังเดินไปไม่ถึงยังโต๊ะของพวกเราเลยด้วยซ้ำและเสียงนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ‘ยัยเพียว’ ยัยเพื่อนบ้าจอมโวยวายนั่นเองซึ่งพอได้ยินเสียงของยัยนี่ฉันก็รีบเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปนั่งลงยังม้านั่งทันที“เรียกฉันทำไม มีอะไรเหรอ” ไอรีนทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายออกไป มือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาจากกระเป๋าสะพายใบรักและยังไม่ทันทีจะได้เล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองเสียงของยัยเพียวก็ดังแทรกขึ้น“สรุปผู้ชายคนนั้นคือใครบอกพวกเรามาเดี๋ยวนี้เล
เธอส่งเสียงบ่นอุบออกไปและไม่วายที่จะดึงมือของเด็กหนุ่มให้ห่างออกแต่ทว่านอกจากเขาจะไม่ยอมเอามือห่างออกไปแล้วเขายังลูบวนไปตามเรียวขาของเธออีกซึ่งนั่นจึงทำให้ไอรีนขนลุกซู่ เธอแอบคิดว่าทำไมเด็กนี่ถึงได้กล้าท้าทายได้ถึงเพียงนี้“พ่อเธอไม่เห็นหรอก..” เร็นพูดเสียงเบาตอบกลับ ไอรีนที่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้สึกของขึ้น ถึงจะไม่เห็นแต่มันก็ไม่สมควรไหม? ไม่รู้ขอบเขตบ้างเลยหรือยังไง เธอขยับลากเก้าอี้ที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่เข้าหายังโต๊ะอาหารซึ่งการลากเก้าอี้นั้นทำให้เกิดเสียงดังขึ้นเร็นชะงักพร้อมทั้งยิ้มขึ้นอย่างคนที่รู้ทันว่าเธอทำแบบนั้นเพราะอะไร ก็ได้..ตอนนี้เขาจะยอมเธอไปก่อนแล้วกัน ชายหนุ่มตัวร้ายดึงมือตัวเองกลับทันทีและจู่ๆพ่อของไอรีนก็พูดขึ้นทำเอาทั้งสองหันมองไปยังพ่อไอรีนเป็นตาเดียว“เร็น เมื่อไหร่จะพาแฟนมาบ้านสักที”กึก!!ไอรีนชะงักอย่างคนที่พูดไม่ออก ทำไมจู่ๆพ่อของเธอถึงได้พูดเรื่องแฟนของเด็กนี่ขึ้นมาอีกแล้วเนี่ย หรือว่าพ่อเธออยากให้เด็กนี่มีแฟนมากนักหรือไง แต่จริงด้วยสิ..มันบอกว่ามีแฟนแล้วนี่ ละ แล้วมันมาทำแบบนั้นกับเธอทำไมยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน...ฮึ่ย! เกลียดที่สุดเลยไอ้พวกผู้ชายที่มีคนที่ชอ
ชายหนุ่มตัวร้ายรีบดูดกลืนน้ำหวานของเธอลงคอ จนเมื่อหมดเกลี้ยงแล้วเขาจึงลุกขึ้นนั่งหลังตรง มือแกร่งยกขึ้นเช็ดที่ริมฝีปากของตัวเอง เขามองไปยังเรือนร่างแสนสวยของไอรีนที่ตอนนี้กำลังหายใจเหนื่อยหอบและด้วยความที่เป็นคนปากตรงกับใจเขาจึงพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป“นอนอย่างเดียวทำมาเป็นเหนื่อย” มือหนาเอื้อมไปจับเรียวขาทั้งสองข้างของเธอให้อ้าออกกว้าง ไอรีนที่โดนจับเรียวขาก็ใจเต้นแรงมองเร็นตาไม่กระพริบ เธอชะโงกหน้าขึ้นอย่างคนที่ร้อนรนและตกใจ นี่อย่าบอกนะว่ามันจะทำเธออีกครั้งจริงๆน่ะ“จะทำอะไร..” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่กล้าๆกลัวๆทำเอาคนตัวสูงยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขาจดจ่อสิ่งนั้นกับร่องเล็กคับแคบ ปลายหัวถูไถไปมาซึ่งมันสร้างความเสียวซ่านให้กับไอรีนเป็นอย่างมาก“อะ!!”“บอกไปแล้วไงว่า..อีกรอบ”“ไม่ได้นะฉันไม่เอาแล้ว!!” เธอตาลุกวาว ร่างบางเริ่มกระถดหนีถอยไปด้านหลัง เร็นที่เห็นว่าเธอคิดที่จะหนีจึงรีบเอื้อมมือคว้าเรียวขาทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ในตอนนี้เขาจับเธอนอนหงายลงไปบนที่นอนแล้วตามด้วยเขาที่ขึ้นไปคร่อมร่างเล็กของเธอเอาไว้“เธอห้ามฉันได้เหรอ” ริมฝีปากแดงหว่านพรมคว
“นอนลงไปซะ เดี๋ยวฉันจะเย็xเธอเอง” เขาหยัดกายนั่งหลังตรง มือแกร่งแยกเรียวขาของเธออ้าออกกว้าง เด็กหนุ่มไฟแรงเริ่มระรัวเอวกระแทกเข้าออกยังรูร่องสีหวานซึ่งคำพูดหยาบโลนที่หลุดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มหัวร้อนทำไอรีนอ้าปากค้างอึก..เธอลอบกลืนน้ำลายอย่างไม่นึกเลยว่ามันจะพูดแบบนั้นออกมา“นี่..ฉันกำลังจริงจังอยู่นะ!!” เธอรีบสวนตอบกลับ ใบหน้าสวยบิดเร่าเมื่อเขาจงใจกดกระแทกกระทั้นเข้าออกรุนแรง มือเล็กกำจิกลงบนหัวไหล่ของเด็กหนุ่มเพื่อระบายความเจ็บที่กำลังได้รับ“อื้อ อะ อะ..” ไอรีนส่งเสียงร้องครวญครางออกมา ริมฝีปากบางเผยออย่างห้ามไม่อยู่ เธอออกแรงทุบตีไปที่อกแกร่งของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง เร็นที่โดนทำร้ายร่างกายก็รีบเอื้อมมือไปรวบมือเล็กๆทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว“ฉันก็กำลังเย็xเธอจริงจังเหมือนกัน เรื่องอื่นไว้ค่อยพูดกันทีหลัง!!” พูดจบเขาก็โน้มร่างกายทาบทับร่างบอบบางใต้ร่าง เอวสอบขยับว่องไวแทงเน้นๆไม่หยุดพัก เขาซุกหน้าแลบลิ้นเลียไปยังหัวนมสีชมพูสวยหวาน ส่วนล่างขยับเข้าออกราวกับโกรธเคืองเธอจนต้องหาทางระบายกับร่างบอบบางเน้นๆ“อะ อื้อ เบาหน่อย มันเจ็บนะ!!” ใบหน้าเรียวเล็กโกรธจัด เธอทำหน้าย
ได้..งั้นเธอจะขอสู้กับมันสักตั้ง ไอรีนแลบลิ้นเลียไปตามแท่งลำขนาดใหญ่ เธอขยับใบหน้าขึ้นลงด้วยความเคลิบเคลิ้ม ไอ้นั่นของเด็กนี่ไม่เหม็นคาวเลยสักนิดแถมมันยังดูน่ามองเพราะเป็นสีชมพูอีกด้วยอ๊อก!อ๊อก!อ๊อก!เสียงเธออมสิ่งนั้นให้หนุ่มรุ่นน้องดังไปทั่วทั้งห้อง เร็นที่กำลังโดนอมอยู่ก็รู้สึกพึงพอใจในฝีมือของเธอเป็นอย่างมาก เขาส่งเสียงร้องครวญครางออกมายามเมื่อเธอกำลังดูดเลียในส่วนหัวของแท่งร้อน“ซี้ด~ จะแตกแล้วคนสวย อ่าส์..อีกนิดเท่านั้น” เขาสอดนิ้วมือเข้าไปในร่องเล็กคับแคบของรุ่นพี่สาวทีเดียวถึงสองนิ้วทำเอาไอรีนตาเบิกกว้างรับรู้ได้ถึงนิ้วมือของเขา เธอส่ายหน้าไปมาเมื่อเร็นเริ่มขยับนิ้วมือเข้าออกยังร่องของเธอ“เร็นพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว..” ส่วนนั้นขมิบเกร็งตอดรัดนิ้วมือของเขา ชายหนุ่มตัวร้ายที่รู้ว่าเธอกำลังจะแตกพ่ายก็พูดปลอบโยนเธอ เรียวลิ้นช่ำชองตวัดเลียไปทั่วกลีบดอกไม้เนียนแสนสวย“ไม่ไหวก็แค่ปล่อยออกมา ไม่ต้องกลัว ฉันรอกินน้ำเธออยู่” ไอรีนขมวดคิ้วที่ได้ยินแบบนั้น เธอแลบลิ้นเลียไปตามแท่งเนื้อสีชมพูอ่อนจนในที่สุดเธอก็เริ่มทนไม่ไหวปลดปล่อยน้ำหวานไหลทะลักออกมา“อ๊า อร้าย~” น้ำสีใสจำนวนมากไหลออกมา เธอผละ







