Masukเก้าหยิบเงินที่อยู่ในกระเป๋านักศึกษาแล้วยื่นไปให้กับพนักงาน เขาหยิบถุงพวกนั้นขึ้นมาแล้วหยิบชานมไต้หวันของตัวเองเก็บไว้กับตัว ส่วนที่เหลือก็ยื่นไปให้เชอรีนให้จัดการแจกจ่ายให้กับเพื่อน และด้วยความที่เห็นว่าตอนนี้มันก็เย็นมากแล้วเค้าก็ไม่ลืมที่จะถามไปถึงเรื่องของการเดินทางกลับบ้านของน้องสาวตัวเอง
“แล้วนี่กลับยังไงให้พี่ไปส่งไหม”
“เดี๋ยวลุงคนขับมารับค่ะพี่เก้าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
“อืม” เมื่อได้ยินแบบนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“แล้วนี่เหนื่อยหรือเปล่า”
“เหนื่อยค่ะ วันนี้เหนื่อยมากก็เลยว่าจะแยกย้ายกลับไปนอน” เชอรีนพยักหน้าแล้วทำหน้ายู่ วันนี้ยอมรับว่าเหนื่อยจริง เหนื่อยจนอยากรีบกลับไปอาบน้ำเปิดแอร์แล้วนอน
เก้าลูบศีรษะลูกพี่ลูกน้องด้วยความเอ็นดู เขายิ้มให้กับเธอพร้อมกับค่อยๆใช้มือขยี้เส้นผมของเธอไปมา ไอรีนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ชื่นชมไปกับความน่ารักของพี่ชายเชอรีน
“งั้นก็ดี พักผ่อนเยอะๆ พี่ไปก่อนนะ” ทันทีที่พูดจบหนุ่มรุ่นพี่คณะทันตะก็ได้เดินออกไปจากร้านทันทีเพราะวันนี้เขายังมีงานที่ต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จ
“ยัยเชอ..” และทันทีที่พี่เขาได้เดินออกไปจากร้านแล้ว ฉันก็ได้เรียกชื่อเพื่อนสนิททันที เพราะอยู่ๆฉันก็ดันจำชื่อของพี่เขาได้
“หืม อะไรเหรอ” เชอรีนหันมามองหน้ากันและฉันก็รีบถามความสงสัยออกไป
“พี่เก้านี่ใช่คนที่ส่งข้อความเข้ามาหาแกเมื่อวันนั้นไหม วันที่เวหามันเอาแต่ถามๆแกอะ วันที่พวกเราไปกินข้าวที่ห้างด้วยกัน”
“ก็ใช่ พี่เก้าคนนี้นี่แหละ ทำไมเหรอ” เชอรีนพยักหน้า
“ก็เปล่าหรอกแล้วแกก็ปล่อยให้เวหามันคิดฟุ้งซ่านไปเนี่ยนะ หึ ใจร้ายชะมัดเพื่อนฉัน”
“ช่วยไม่ได้เขาทำร้ายเราก่อน..”
“เชอรีนมีแฟนแล้วเหรอ” วิเวียนที่ยืนฟังอยู่เริ่มจับใจความสำคัญขึ้น เธอพูดถามออกไปอย่างไม่ยับยั้ง เพียวที่เห็นทั้งเชอรีนและไอรีนเงียบเธอจึงกระซิบบอกวิเวียนด้วยตัวของเธอเอง
“เคยมีแต่เลิกแล้ว แฟนเก่านางก็คือเพื่อนกลุ่มเดียวกับมาร์ช คนที่เราเอารูปให้วิเวียนดูเมื่อตอนเช้าไง คนที่โดนแป้งจนหน้าขาววอก”
“อ๋อ เราจำได้แล้ว” วิเวียนนึกออกทันควันถ้าบอกว่าผู้ชายหน้าวอกที่อยู่ในรูปเธอก็นึกได้ทันที หางตาคู่สวยเหลือบไปเห็นเข้ากลับนาฬิกาแขวนของทางร้าน วิเวียนร้องอุทานออกมาทันทีมัวแต่คุยจนลืมเวลาไปเลยว่าเธอน่ะต้องรีบไปทำงานต่ออีกหนึ่งที่
“โอ๊ะ! เย็นมากแล้วเราต้องไปทำงานต่ออีก”
“งั้นแยกย้ายกันกลับเลยไหม วิเวียนกลับยังไงให้เราไปส่งไหม” เชอรีนที่เห็นท่าทางกระวนกระวายใจของวิเวียนเธอจึงเสนอให้แยกย้ายกันกลับในทันทีและไม่ลืมที่จะถามว่าเพื่อนใหม่นั้นกลับยังไงอยากให้เธอไปส่งที่บ้านหรือเปล่า
“บ้านเราอยู่แถวนี้เองนั่งวิน 10 บาทก็ถึง”
“นั่นมาร์ชเดินเข้ามานั่นแล้ว วิเวียนนั่นมาร์ชแฟนของฉันเอง” เพียวหันไปเห็นมาร์ชที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน มือเล็กชี้ไปยังแฟนหนุ่มเพื่อบอกเพื่อนใหม่ให้ได้เห็นแฟนหนุ่มของเธอ
“รอนานหรือเปล่า” มาร์ชเดินยิ้มเข้ามาแต่ไกลจนเมื่อเดินเข้ามาถึงเขาก็เอ่ยถามแฟนสาวด้วยความห่วงใย สองมือจับเข้าไปที่มือเล็กของแฟนสาวทำเอาเธอยิ้มไม่หุบพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่นาน กินน้ำก่อนสิ” เธอยื่นน้ำชาเขียวไปให้มาร์ชได้ดูดมันขึ้นด้วยหลอดที่มีขนาดใหญ่
“ลุงคนขับที่บ้านมารับแล้วงั้นเราไปก่อนนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะทุกคน” เชอรีนมองออกไปด้านนอกก็พบว่ารถของที่บ้านกำลังแล่นเข้ามาจอดยังหน้าร้าน เสียงหวานเอ่ยบอกเพื่อนพลางสาวเท้าเดินออกไปขึ้นรถและพร้อมหลับในทันที
ไอรีนที่เห็นว่าเชอรีนได้ขึ้นรถกลับไปแล้วเธอจึงหันไปบอกเพื่อนแล้วเดินออกไปจากร้าน
“งั้นฉันออกไปโบกแท็กซี่เลยแล้วกัน อยากกลับบ้านไปอาบน้ำจะแย่ ไปก่อนนะวิเวียน เพียว มาร์ช”
“อืม บัยบาย” วิเวียนยกมือขึ้นโบกมือร่ำลา ตัวเธอก็ถึงเวลาที่ต้องรีบกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเหมือนกัน
“เราไปแล้วนะเพียว ไปก่อนนะมาร์ช” เมื่อบอกเพียวกับมาร์ชเสร็จเธอก็ออกจากร้านเพื่อไปโบกพี่วินให้ไปส่งที่บ้าน เพียวกับมาร์ชก็ออกจากร้านแล้วไปขึ้นรถเช่นกัน
บ้านกิตรัตนสกุลชัย
“กลับมาแล้วเหรอหนูไอรีน” ทันทีที่เดินเข้ามาในบ้านเสียงของน้าผกาก็ดังขึ้นมาทันที สงสัยเธอคงจะนั่งรอฉันอยู่หรือเปล่า
“ค่ะ” ฉันหันไปส่งยิ้มบางๆให้กับน้าผกาเพราะอย่างน้อยที่ผ่านมาในหลายๆเดือนเธอก็ทำอาหารให้ฉันได้กินอิ่มตลอด น้าผกาเดินเข้ามายืนใกล้ๆฉัน มือเล็กของเธอเอื้อมมากอบกุมมือของฉัน ฉันเงยหน้ามองไปยังใบหน้าสวยของน้าผกา
“เดี๋ยววันนี้หนูช่วยลงมาทานข้าวด้วยกันได้ไหมลูก” เธอพูดขึ้นอย่างร้องขอและฉันที่ไม่ค่อยอยากที่จะลงมาสักเท่าไหร่จึงพูดออกไปอย่างคนที่ต้องการจะปฏิเสธ
“แต่ว่าไอรีน..”
“ลงมาแค่แปบเดียวก็ยังดีไม่ต้องกินข้าวก็ได้จ้ะ ถ้าหนูไม่หิว” น้าผกากระชับบีบมือของฉันแน่น ฉันเม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิดใจก็ดันเต้นแรงเกิดรู้สึกสงสารเธอขึ้นมาได้ยังไงก็ไม่รู้ งั้นลงมาทานข้าวกับเธอหน่อยก็ได้ นานๆทีก็คงไม่เป็นไร
“งั้นก็ได้ค่ะ ไอรีนจะลงมาทานข้าวกับน้าผกานะคะ” ไอรีนยิ้มตอบกลับไป น้าผกาที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างรู้สึกขอบคุณ เธอโผเข้ากอดร่างเล็กของไอรีนทำเอาเจ้าตัวที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเบิกตากว้างยืนแข็งทื่อ
ทำไมนะอ้อมกอดของน้าผกาถึงได้อบอุ่นเหมือนอ้อมกอดของแม่เธอเลย...
“ขอบใจมากนะหนูไอรีน” ทั้งสองผละออกจากกัน น้าผกาส่งยิ้มให้ไอรีนและพอเธอตั้งสติได้จึงยิ้มกลับพร้อมทั้งรีบขอตัวขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง
“ค่ะ งั้นหนูขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
20.00น.
“หนูไอรีนมานั่งเร็ว” สองเท้าเล็กเดินลงจากบันไดโดยทันทีที่เดินลงมายังชั้นล่างแล้วเสียงของน้าผกาก็ดังขึ้นทันที ไอรีนมองไปยังเสียงต้นทางก่อนจะพบว่าน้าผกากำลังกวักมือเรียกเธออยู่ ไม่รอช้าไอรีนรีบเดินไปนั่งลงยังฝั่งตรงข้ามด้านข้างพ่อของเธอ
“ทำไมทำหน้าตื่นเต้นจังคะ มีอะไรหรือเปล่า” เธอมองไปยังน้าผกาก็เห็นว่าเธอกำลังมีสีหน้าที่ดูตื่นเต้นปะปนไปด้วยความดีใจจนแอบออกนอกหน้าและด้วยความที่เป็นคนช่างอยากรู้เธอจึงได้รีบถามออกไปแต่กลับกลายเป็นพ่อที่เป็นฝ่ายตอบแทนภรรยาสุดที่รัก
“น้าผกาเขาดีใจน่ะที่ลูกชายของเขาจะเข้ามาหาที่บ้าน”
อ๋อ เป็นเพราะว่าลูกชายจะเข้ามาหาที่บ้านนี้นี่เองจึงทำให้เธอดีใจหนักมาก ก็นะตั้งแต่ที่เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ฉันยังไม่เคยเห็นหน้าลูกชายของน้าผกาสักครั้งเลยและด้วยความที่ปากไวไปหน่อยจึงทำให้ถามอีกครั้ง
กรี๊ด! ใครก็ได้เอาอะไรมาอุดปากของฉันที...
“ปกติแล้วไม่ค่อยได้เจอกันเหรอคะ”
“ใช่ลูก ลูกชายน้าเขาไม่ยอมมาหาน้าเลย วันแต่งงานก็ไม่มา เขาคงโกรธที่น้าแต่งงานใหม่” น้าผกายิ้มเจือนเธอยอมรับออกมาตามตรงว่าเธอกับลูกชายไม่ค่อยได้พบเจอกันสักเท่าไหร่แล้วยิ่งเธอแต่งงานกับพ่อแล้วด้วยยิ่งทำให้ลูกชายไม่ยอมมาพบเธอเลย
“เดี๋ยวเขาก็คงเข้าใจ” พ่อส่งยิ้มให้น้าผกาพร้อมทั้งพูดปลอบใจเธอ ผกาที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“คุณท่านคะ ลูกชายคุณผกามาแล้วค่ะ” แม่บ้านได้เดินเข้ามาบอกข่าวพ่อรีบมองหน้าภรรยาตัวเองพร้อมทั้งบอกไปยังแม่บ้านให้เชิญเขาเข้ามาได้เลย
“อืม ให้เขาเข้ามา”
“เฮ้อ~นี่ฉันต้องพูดจริงๆใช่ไหมเนี่ย” ไอรีนบ่นอุบกับตัวเอง นี่เธอต้องเล่าเรื่องพวกนั้นให้เพื่อนฟังจริงๆน่ะเหรอ แต่ถ้าไม่เล่าเพื่อนของเธอก็คงจะไม่หยุดรังควานเธออย่างแน่นอน โดยเฉพาะยัยเพียวยัยตัวแสบจอมโวยวาย“ก็อย่างที่พวกแกเห็น ผู้ชายคนนั้นคือเร็น” ไอรีนยิ้มแห้งแล้วเริ่มเล่าเรื่องราว โดยเธอเริ่มเปิดเรื่องไปที่เด็กนั่นก็คือผู้ชายในรูป ดวงตากลมโตมองไปยังเพื่อนในกลุ่มและแอบหวังว่าพวกนางจะไม่ถามอะไรไปมากกว่านี้ แต่ทว่าความคิดของเธอก็ต้องพังทลายลงเมื่อยัยเพียวยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดีวุ่นวายมากยัยเพื่อนรัก...“ในรูปนั่นพวกแกดูใกล้ชิดกันมากเลย นี่แกกับน้องเขาไปถึงขั้นไหนกันแล้ว ห้ามปิดบังพวกเรานะ!!” เพียวฉีกยิ้มหวาน สายตาจ้องมองมาที่เธออย่างคนที่กำลังจับผิด ไอรีนที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าเหวอรับประทานไปเลยอึก..ยัยเพื่อนบ้า!!เธอลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยัยนี่ก็นะช่างสังเกตอะไรขนาดนั้น เธอถอนหายใจออกมาและท้ายที่สุดก็จำต้องอธิบายเพิ่มเติมทั้งที่ไม่อยากจะเล่าเลยด้วยซ้ำ“ขั้นไหนอะไร ไม่มีอะไรสักหน่อย...” เพียวที่ได้ยินคำปฏิเสธจากปากของไอรีนก็หัวเราะดังลั่น เธอพูดเสียงสูงพร้อมกับชี
เธอแกะมือของเร็นให้หลุดจากแขนของตัวเองจากนั้นจึงหันมาบอกเร็นก่อนที่จะเป็นฝ่ายเดินนำขึ้นบันไดไป“พูดมากอยู่ได้ ถ้าจะช่วยพิมพ์ก็ตามขึ้นมา”เช้าวันต่อมาหลังจากที่ฉันจอดรถเสร็จแล้วก็รีบเดินเข้าไปยังคณะของตัวเองและในตอนนี้ฉันก็มองไปยังโต๊ะประจำของพวกเราก่อนที่จะเห็นว่ากลุ่มเพื่อนของฉันต่างก็มากันครบแล้วและก็เป็นตัวฉันเองนี่แหละที่มาเป็นคนสุดท้ายของกลุ่มมากันแต่เช้าเชียวนะ ว่าแต่เรื่องรูปพวกนั้นจะเงียบไปหรือยังนะ ฮึ่ย! ไม่อยากจะคิดเลยและยังไม่ทันทีฉันจะคิดอะไรไปมากกว่านี้เสียงเรียกชื่อฉันก็ดังขึ้น“ไอรีนเดินมาไวๆหน่อย!!” เสียงเรียกชื่อของฉันดังมาตั้งแต่ที่ตัวฉันเองยังเดินไปไม่ถึงยังโต๊ะของพวกเราเลยด้วยซ้ำและเสียงนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ‘ยัยเพียว’ ยัยเพื่อนบ้าจอมโวยวายนั่นเองซึ่งพอได้ยินเสียงของยัยนี่ฉันก็รีบเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปนั่งลงยังม้านั่งทันที“เรียกฉันทำไม มีอะไรเหรอ” ไอรีนทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายออกไป มือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาจากกระเป๋าสะพายใบรักและยังไม่ทันทีจะได้เล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองเสียงของยัยเพียวก็ดังแทรกขึ้น“สรุปผู้ชายคนนั้นคือใครบอกพวกเรามาเดี๋ยวนี้เล
เธอส่งเสียงบ่นอุบออกไปและไม่วายที่จะดึงมือของเด็กหนุ่มให้ห่างออกแต่ทว่านอกจากเขาจะไม่ยอมเอามือห่างออกไปแล้วเขายังลูบวนไปตามเรียวขาของเธออีกซึ่งนั่นจึงทำให้ไอรีนขนลุกซู่ เธอแอบคิดว่าทำไมเด็กนี่ถึงได้กล้าท้าทายได้ถึงเพียงนี้“พ่อเธอไม่เห็นหรอก..” เร็นพูดเสียงเบาตอบกลับ ไอรีนที่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้สึกของขึ้น ถึงจะไม่เห็นแต่มันก็ไม่สมควรไหม? ไม่รู้ขอบเขตบ้างเลยหรือยังไง เธอขยับลากเก้าอี้ที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่เข้าหายังโต๊ะอาหารซึ่งการลากเก้าอี้นั้นทำให้เกิดเสียงดังขึ้นเร็นชะงักพร้อมทั้งยิ้มขึ้นอย่างคนที่รู้ทันว่าเธอทำแบบนั้นเพราะอะไร ก็ได้..ตอนนี้เขาจะยอมเธอไปก่อนแล้วกัน ชายหนุ่มตัวร้ายดึงมือตัวเองกลับทันทีและจู่ๆพ่อของไอรีนก็พูดขึ้นทำเอาทั้งสองหันมองไปยังพ่อไอรีนเป็นตาเดียว“เร็น เมื่อไหร่จะพาแฟนมาบ้านสักที”กึก!!ไอรีนชะงักอย่างคนที่พูดไม่ออก ทำไมจู่ๆพ่อของเธอถึงได้พูดเรื่องแฟนของเด็กนี่ขึ้นมาอีกแล้วเนี่ย หรือว่าพ่อเธออยากให้เด็กนี่มีแฟนมากนักหรือไง แต่จริงด้วยสิ..มันบอกว่ามีแฟนแล้วนี่ ละ แล้วมันมาทำแบบนั้นกับเธอทำไมยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน...ฮึ่ย! เกลียดที่สุดเลยไอ้พวกผู้ชายที่มีคนที่ชอ
ชายหนุ่มตัวร้ายรีบดูดกลืนน้ำหวานของเธอลงคอ จนเมื่อหมดเกลี้ยงแล้วเขาจึงลุกขึ้นนั่งหลังตรง มือแกร่งยกขึ้นเช็ดที่ริมฝีปากของตัวเอง เขามองไปยังเรือนร่างแสนสวยของไอรีนที่ตอนนี้กำลังหายใจเหนื่อยหอบและด้วยความที่เป็นคนปากตรงกับใจเขาจึงพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป“นอนอย่างเดียวทำมาเป็นเหนื่อย” มือหนาเอื้อมไปจับเรียวขาทั้งสองข้างของเธอให้อ้าออกกว้าง ไอรีนที่โดนจับเรียวขาก็ใจเต้นแรงมองเร็นตาไม่กระพริบ เธอชะโงกหน้าขึ้นอย่างคนที่ร้อนรนและตกใจ นี่อย่าบอกนะว่ามันจะทำเธออีกครั้งจริงๆน่ะ“จะทำอะไร..” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่กล้าๆกลัวๆทำเอาคนตัวสูงยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขาจดจ่อสิ่งนั้นกับร่องเล็กคับแคบ ปลายหัวถูไถไปมาซึ่งมันสร้างความเสียวซ่านให้กับไอรีนเป็นอย่างมาก“อะ!!”“บอกไปแล้วไงว่า..อีกรอบ”“ไม่ได้นะฉันไม่เอาแล้ว!!” เธอตาลุกวาว ร่างบางเริ่มกระถดหนีถอยไปด้านหลัง เร็นที่เห็นว่าเธอคิดที่จะหนีจึงรีบเอื้อมมือคว้าเรียวขาทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ในตอนนี้เขาจับเธอนอนหงายลงไปบนที่นอนแล้วตามด้วยเขาที่ขึ้นไปคร่อมร่างเล็กของเธอเอาไว้“เธอห้ามฉันได้เหรอ” ริมฝีปากแดงหว่านพรมคว
“นอนลงไปซะ เดี๋ยวฉันจะเย็xเธอเอง” เขาหยัดกายนั่งหลังตรง มือแกร่งแยกเรียวขาของเธออ้าออกกว้าง เด็กหนุ่มไฟแรงเริ่มระรัวเอวกระแทกเข้าออกยังรูร่องสีหวานซึ่งคำพูดหยาบโลนที่หลุดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มหัวร้อนทำไอรีนอ้าปากค้างอึก..เธอลอบกลืนน้ำลายอย่างไม่นึกเลยว่ามันจะพูดแบบนั้นออกมา“นี่..ฉันกำลังจริงจังอยู่นะ!!” เธอรีบสวนตอบกลับ ใบหน้าสวยบิดเร่าเมื่อเขาจงใจกดกระแทกกระทั้นเข้าออกรุนแรง มือเล็กกำจิกลงบนหัวไหล่ของเด็กหนุ่มเพื่อระบายความเจ็บที่กำลังได้รับ“อื้อ อะ อะ..” ไอรีนส่งเสียงร้องครวญครางออกมา ริมฝีปากบางเผยออย่างห้ามไม่อยู่ เธอออกแรงทุบตีไปที่อกแกร่งของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง เร็นที่โดนทำร้ายร่างกายก็รีบเอื้อมมือไปรวบมือเล็กๆทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว“ฉันก็กำลังเย็xเธอจริงจังเหมือนกัน เรื่องอื่นไว้ค่อยพูดกันทีหลัง!!” พูดจบเขาก็โน้มร่างกายทาบทับร่างบอบบางใต้ร่าง เอวสอบขยับว่องไวแทงเน้นๆไม่หยุดพัก เขาซุกหน้าแลบลิ้นเลียไปยังหัวนมสีชมพูสวยหวาน ส่วนล่างขยับเข้าออกราวกับโกรธเคืองเธอจนต้องหาทางระบายกับร่างบอบบางเน้นๆ“อะ อื้อ เบาหน่อย มันเจ็บนะ!!” ใบหน้าเรียวเล็กโกรธจัด เธอทำหน้าย
ได้..งั้นเธอจะขอสู้กับมันสักตั้ง ไอรีนแลบลิ้นเลียไปตามแท่งลำขนาดใหญ่ เธอขยับใบหน้าขึ้นลงด้วยความเคลิบเคลิ้ม ไอ้นั่นของเด็กนี่ไม่เหม็นคาวเลยสักนิดแถมมันยังดูน่ามองเพราะเป็นสีชมพูอีกด้วยอ๊อก!อ๊อก!อ๊อก!เสียงเธออมสิ่งนั้นให้หนุ่มรุ่นน้องดังไปทั่วทั้งห้อง เร็นที่กำลังโดนอมอยู่ก็รู้สึกพึงพอใจในฝีมือของเธอเป็นอย่างมาก เขาส่งเสียงร้องครวญครางออกมายามเมื่อเธอกำลังดูดเลียในส่วนหัวของแท่งร้อน“ซี้ด~ จะแตกแล้วคนสวย อ่าส์..อีกนิดเท่านั้น” เขาสอดนิ้วมือเข้าไปในร่องเล็กคับแคบของรุ่นพี่สาวทีเดียวถึงสองนิ้วทำเอาไอรีนตาเบิกกว้างรับรู้ได้ถึงนิ้วมือของเขา เธอส่ายหน้าไปมาเมื่อเร็นเริ่มขยับนิ้วมือเข้าออกยังร่องของเธอ“เร็นพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว..” ส่วนนั้นขมิบเกร็งตอดรัดนิ้วมือของเขา ชายหนุ่มตัวร้ายที่รู้ว่าเธอกำลังจะแตกพ่ายก็พูดปลอบโยนเธอ เรียวลิ้นช่ำชองตวัดเลียไปทั่วกลีบดอกไม้เนียนแสนสวย“ไม่ไหวก็แค่ปล่อยออกมา ไม่ต้องกลัว ฉันรอกินน้ำเธออยู่” ไอรีนขมวดคิ้วที่ได้ยินแบบนั้น เธอแลบลิ้นเลียไปตามแท่งเนื้อสีชมพูอ่อนจนในที่สุดเธอก็เริ่มทนไม่ไหวปลดปล่อยน้ำหวานไหลทะลักออกมา“อ๊า อร้าย~” น้ำสีใสจำนวนมากไหลออกมา เธอผละ







