LOGINวิเวียนที่ได้ยินแบบนั้นก็อึ้งเพราะไม่คิดว่าเพื่อนใหม่ของเธอจะใจดีและดีกับเธอได้ถึงเพียงนี้และดูเหมือนจะเริ่มมีหยดน้ำตาไหลซึมออกมาจากดวงตาคู่สวย เธอรีบยกมือขึ้นเช็ดคาบน้ำตาที่ไหลบนใบหน้าทันที
“ขอบใจพวกเธอมากเลยนะ ดีกับเรามากจริงๆ ตอนอยู่มอปลายเราไม่มีเพื่อนเลย ตอนนั้นเราเป็นเด็กทุนเพียงคนเดียวของห้องด้วย” เธอพูดไปใบหน้าก็เริ่มเศร้าหมองในตอนเรียนมัธยมปลายนั้นเธอไม่มีเพื่อนสนิทเลยแม้แต่คนเดียว ในห้องเรียนส่วนมากจะมีแต่พวกลูกคุณหนูจึงไม่แปลกที่พวกเธอเหล่านั้นจะไม่คิดที่จะเอาคนอย่างเธอไปเป็นเพื่อน
เพียวยืนหยุดนิ่งแล้วรีบเดินเข้ามาโอบกอดร่างเล็กของวิเวียนทำไมชีวิตเธอถึงได้น่าสงสารขนาดนี้ความจนนี่ถึงกับทำให้ไม่มีเพื่อนดีๆได้เลยหรือไง คอยดูนะเธอจะทำให้ทุกคนได้รู้ว่าพวกเธอกับวิเวียนก็สามารถเป็นเพื่อนสนิทกันได้
“เรื่องมันผ่านไปแล้วลืมๆมันไปได้แล้วตอนนี้แกมีพวกเรานะ จุ๊บๆ แล้วเดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จักกับแฟนของฉันด้วย เขาเรียนอยู่วิศวะมหาลัยนี้นี่แหละ ชื่อมาร์ช เธอจะได้มีเพื่อนหลายๆคน”
“มาร์ช ที่พูดกันเมื่อกี้หรือเปล่า” วิเวียนเอียงคอสงสัย เหมือนว่าเธอจะได้ยินชื่อมาร์ชเมื่อครู่นี้ใช่มั้ยนะ เธอผละกายออกจากเพียวแล้วยืนรอฟังคำตอบ เพียวยิ้มร่าก่อนที่จะพยักหน้าเป็นเชิงว่าใช่ เขาคนนั้นนั่นแหละคือแฟนของเธอ
“ใช่คนนั้นนั่นแหละ”
พักเที่ยง
หลังจากที่ช่วงเช้าได้เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วรุ่นพี่ปีสี่จึงปล่อยให้เหล่านักศึกษาปีที่1 ได้ออกมารับประทานอาหารกลางวันและได้ไปเข้าเรียนตามรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนเรียนกันไว้
“อิ่มจัง อาหารร้านนี้อร่อยมาก ข้าวให้เยอะมากและวันนี้ฉันก็เผลอกินข้าวหมดจานเลย ฮือ~ ฉันต้องอ้วนแน่!” เพียวที่พึ่งจะกินข้าวเสร็จมาดๆยกมือขึ้นลูบหน้าท้องของตัวเองใบหน้าของเธอแสดงออกขึ้นความสุขจากการที่ได้กินอาหารที่สุดแสนจะอร่อย
“วันนี้พวกเราทำกิจกรรมกันเหนื่อย สมควรแล้วที่ต้องกินข้าวเยอะๆ ตัวเล็กแค่นี้ไม่อ้วนหรอกนะ”เชอรีนที่เห็นเพียวพูดบ่นว่าอ้วนเธอจึงส่ายหน้าเล็กน้อยแอบตำหนิยัยนี่ที่เอาแต่คิดไปถึงเรื่องความอ้วนเสียเหลือเกิน จริงด้วยเธอลืมไปเลยว่ายัยเพียวเขามีแฟนนี่ก็เลยคงจะกังวลกลัวว่าแฟนอาจจะไม่ชอบเรื่องที่เธออ้วน
“ช่วงบ่ายพวกเรามีเรียน1วิชานะ มาพยายามไปด้วยกันมีอะไรก็ช่วยเหลือกันนะ” วิเวียนเปิดดูตารางสอนแล้วเงยหน้ามองไปยังเพื่อนสาวทั้งสามซึ่งพวกเธอก็พยักหน้ากันอย่างรับรู้ ไอรีนถามจี้ไปถึงเรื่องสำคัญของวิเวียนอีกครั้งเพราะกลัวว่านั้นอาจจะลืม
“หลังเลิกเรียนไปทำเรื่องทุนใช่ไหม” ที่ถามไม่ใช่อะไรนะจะไปด้วยนั่นแหละ ไอรีนคิดว่าไปไหนด้วยกันทั้งกลุ่มคงเป็นอะไรที่น่าจะรู้สึกดีมากกว่าการที่ไปคนเดียว
“อืมใช่แล้ว”
“เดี๋ยวไปเป็นเพื่อนแล้วหลังจากนั้นไปกินชาไข่มุกกัน เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองเลี้ยงทุกคนด้วย ไปนะ ร้านอยู่หน้ามหาลัยนี่เอง”
“เราไปแต่เดี๋ยวเราจ่ายเองก็ได้ เราพอมี..” วิเวียนยิ้มกว้างเพื่อนของเธอทำไมใจดีและน่ารักแบบนี้และไอรีนไม่ต้องมาเลี้ยงชาไข่มุกเธอก็ได้เพราะเธอเองก็พอมีเงินอยู่บ้างและที่สำคัญเลยนะ..เธอรู้สึกเกรงใจ
“หยุดเลยรอบนี้ฉันขอเลี้ยงเองย่ะ ถือว่าเลี้ยงที่พวกเราได้มาเป็นเพื่อนกันไง” ไอรีนยกมือขึ้นห้ามไม่ว่าอย่างไรรอบนี้เธอต้องได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงชาไข่มุกให้จงได้ วิเวียนที่เห็นถึงความตั้งใจที่จะเป็นเจ้าภาพของไอรีนเธอก็ได้แค่เพียงพยักหน้าอย่างยอมรับ
“ก็ได้ยังไงก็ขอบคุณนะ”
30นาทีต่อมา
หลังจากที่ยื่นทำเรื่องขอทุนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเธอทั้ง4ก็พากันเดินออกมายังหน้ามหาลัยที่ซึ่งมีร้านชาไข่มุกอยู่ไม่ไกล
ร้านชาไข่มุกอาชิ
“รับอะไรดีคะ” ทันทีที่เดินเข้ามาในร้านเสียงหวานของพนักงานสาวก็ดังขึ้นแม้ว่าเธอจะพูดทั้งที่ยังไม่เงยหน้ามองก็ตาม เชอรีนที่เดินเข้ามาเป็นคนแรกส่งยิ้มให้กับพนักงานพลางส่งเสียงหวานสั่งเป็นคนแรก
“เอาชานมไต้หวันใส่บุก 1แก้วค่ะขอเป็นหวานน้อยนะคะ”
“เอาชาเขียวใส่ไข่มุก 1 แก้วค่ะ” เพียวที่เดินเข้ามาเป็นคนที่2 รีบสั่งเป็นคนถัดไปไอรีนที่ได้ยินเพียวสั่งชาเขียวก็เกิดความอยากกินขึ้นมาบ้าง เธอจึงได้สั่งเหมือนอย่างเช่นเพียว
“ชาเขียวเป็น 2 แก้วเลยค่ะ”
“เอาโกโก้ใส่ไข่มุก 1 แก้วค่ะ” วิเวียนยืนเกร็งเธอจะกินอะไรดี งั้นเป็นโกโก้ก็แล้วกันเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เธอเคยได้กินตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ชั้นมัธยมโดยส่วนตัวแล้วเธอชอบกินน้ำเปล่าซะมากกว่า พวกน้ำหวานอะไรพวกนี้ไม่ค่อยได้ตกถึงท้องเธอหรอก
“เชอรีน..” เสียงเรียกชื่อเชอรีนดังขึ้นจากทางด้านหลังของพวกเธอจึงทำให้ทั้ง4สาวหันกลับไปมองเป็นตาเดียว แล้วก็เป็นเชอรีนที่ยิ้มร่าด้วยความดีใจเพราะคนที่เรียกชื่อเธอก็คือพี่เก้าพี่ชายของเธอนั่นเอง
“โอ๊ะ~ พี่เก้านี่ สวัสดีค่ะ” มือเล็กยกขึ้นไหว้ไปยังชายหนุ่มรุ่นพี่สุดฮอตซึ่งเขาก็ยิ้มพร้อมกับยื่นมือมากุมศีรษะของเธอ
“หวัดดี..ยินดีต้อนรับเข้าสู่รั้วมหาลัยนะ” ชายหนุ่มรูปงามส่งยิ้มพร้อมทั้งมองไปยังพวกเธอทั้ง4 แววตาที่เขามองมามันช่างอบอุ่นหัวใจเสียเหลือเกินทำเอาไอรีนที่มองอยู่แถบจะละลาย เขาจะรู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังทำให้เธอรู้สึกเขินอายเพราะเขาหน้าตาหล่อมากๆแถมยังดูดีมีเสน่ห์น่าหลงใหล
ไอรีนรู้สึกดีแต่ยังคงยืนนิ่งไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกไป..
ว่าแต่เขาเป็นใครกันนะ...แล้วชื่อเก้าเหรอ มันฟังดูแล้วคุ้นๆยังไงก็ไม่รู้เหมือนว่าเคยได้ยินที่ไหนแต่ก็นึกไม่ออก~
“พวกแกนี่พี่เก้า ลูกพี่ลูกน้องของเราเอง” เชอรีนหันมาแนะนำลูกพี่ลูกน้องของตัวเองให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักและพอรู้ว่าเขาคือพี่ชายของเชอรีนก็ทำเอาไอรีนแอบลอบยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้คงเกิดมาเป็นคู่แท้ของเธอ…
แต่เอ๊ะ! นี่เธอมัวมาคิดอะไรอยู่เนี่ย ดูจะใจง่ายเกินไปหรือเปล่าที่พอเห็นพี่เขาครั้งแรกก็คิดไปถึงเรื่องแต่งงานเป็นที่เรียบร้อย
หึ~ ยัยบ้าเอ๊ย!!
“สวัสดีค่ะพี่เก้า” ทั้งสามคนที่เหลือต่างก็พากันยกมือขึ้นไหว้ไปยังพี่ชายของเชอรีนทำเอาชายหนุ่มรูปหล่อถึงกับรีบยกมือรับไหว้แทบจะไม่ทัน เขารีบแนะนำตัวเองกลับไปอย่างไม่รีรออะไร
“หวัดดีครับน้องๆ พี่อยู่ปี3 คณะทันตะครับ”
“ว้าว~ ว่าที่คุณหมอฟันซะด้วย” ไอรีนได้ทีรีบเอ่ยปากแซวไปยังพี่ชายของเชอรีน เธอมองใบหน้าเขาได้เพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนที่จะก้มหน้าหันมองไปทางอื่น คนอะไรหน้าตาหล่อผิวพรรณสะอาดเหมือนอาบน้ำวันละ10รอบ
“ว่าแต่เชอรีนสั่งอะไร” เก้าถามน้องสาวตัวเองพลางมองดูเมนูของทางร้านที่มีเยอะจนเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี
“เชอสั่งชานมไต้หวันค่ะ”
“อืม งั้นผมขอชานมไต้หวันเพิ่มอีก 1 แก้วแล้วกันครับ” เก้าหันไปบอกกับพนักงานของร้านพร้อมทั้งหันมายิ้มอย่างอบอุ่นให้กับน้องสาวและเพื่อนของเธอ
วันนี้เขาขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงชาไข่มุกรุ่นน้องหน่อยก็แล้วกัน…
“เดี๋ยวพี่เลี้ยงพวกเราเองนะ ถือว่าเลี้ยงต้อนรับรุ่นน้องเข้าสู่รั้วมหาลัย” หนุ่มสุภาพพูดไปพร้อมกับยิ้มซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่พนักงานของร้านได้ทำเครื่องดื่มเสร็จพอดี เธอยื่นถุงที่บรรจุแก้วน้ำหวานทั้ง5แล้ววางไว้บนถาด
“ได้แล้วค่ะทั้งหมด 145 บาทค่ะ”
“นี่ครับ”
“เฮ้อ~นี่ฉันต้องพูดจริงๆใช่ไหมเนี่ย” ไอรีนบ่นอุบกับตัวเอง นี่เธอต้องเล่าเรื่องพวกนั้นให้เพื่อนฟังจริงๆน่ะเหรอ แต่ถ้าไม่เล่าเพื่อนของเธอก็คงจะไม่หยุดรังควานเธออย่างแน่นอน โดยเฉพาะยัยเพียวยัยตัวแสบจอมโวยวาย“ก็อย่างที่พวกแกเห็น ผู้ชายคนนั้นคือเร็น” ไอรีนยิ้มแห้งแล้วเริ่มเล่าเรื่องราว โดยเธอเริ่มเปิดเรื่องไปที่เด็กนั่นก็คือผู้ชายในรูป ดวงตากลมโตมองไปยังเพื่อนในกลุ่มและแอบหวังว่าพวกนางจะไม่ถามอะไรไปมากกว่านี้ แต่ทว่าความคิดของเธอก็ต้องพังทลายลงเมื่อยัยเพียวยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดีวุ่นวายมากยัยเพื่อนรัก...“ในรูปนั่นพวกแกดูใกล้ชิดกันมากเลย นี่แกกับน้องเขาไปถึงขั้นไหนกันแล้ว ห้ามปิดบังพวกเรานะ!!” เพียวฉีกยิ้มหวาน สายตาจ้องมองมาที่เธออย่างคนที่กำลังจับผิด ไอรีนที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าเหวอรับประทานไปเลยอึก..ยัยเพื่อนบ้า!!เธอลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยัยนี่ก็นะช่างสังเกตอะไรขนาดนั้น เธอถอนหายใจออกมาและท้ายที่สุดก็จำต้องอธิบายเพิ่มเติมทั้งที่ไม่อยากจะเล่าเลยด้วยซ้ำ“ขั้นไหนอะไร ไม่มีอะไรสักหน่อย...” เพียวที่ได้ยินคำปฏิเสธจากปากของไอรีนก็หัวเราะดังลั่น เธอพูดเสียงสูงพร้อมกับชี
เธอแกะมือของเร็นให้หลุดจากแขนของตัวเองจากนั้นจึงหันมาบอกเร็นก่อนที่จะเป็นฝ่ายเดินนำขึ้นบันไดไป“พูดมากอยู่ได้ ถ้าจะช่วยพิมพ์ก็ตามขึ้นมา”เช้าวันต่อมาหลังจากที่ฉันจอดรถเสร็จแล้วก็รีบเดินเข้าไปยังคณะของตัวเองและในตอนนี้ฉันก็มองไปยังโต๊ะประจำของพวกเราก่อนที่จะเห็นว่ากลุ่มเพื่อนของฉันต่างก็มากันครบแล้วและก็เป็นตัวฉันเองนี่แหละที่มาเป็นคนสุดท้ายของกลุ่มมากันแต่เช้าเชียวนะ ว่าแต่เรื่องรูปพวกนั้นจะเงียบไปหรือยังนะ ฮึ่ย! ไม่อยากจะคิดเลยและยังไม่ทันทีฉันจะคิดอะไรไปมากกว่านี้เสียงเรียกชื่อฉันก็ดังขึ้น“ไอรีนเดินมาไวๆหน่อย!!” เสียงเรียกชื่อของฉันดังมาตั้งแต่ที่ตัวฉันเองยังเดินไปไม่ถึงยังโต๊ะของพวกเราเลยด้วยซ้ำและเสียงนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ‘ยัยเพียว’ ยัยเพื่อนบ้าจอมโวยวายนั่นเองซึ่งพอได้ยินเสียงของยัยนี่ฉันก็รีบเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปนั่งลงยังม้านั่งทันที“เรียกฉันทำไม มีอะไรเหรอ” ไอรีนทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายออกไป มือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาจากกระเป๋าสะพายใบรักและยังไม่ทันทีจะได้เล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองเสียงของยัยเพียวก็ดังแทรกขึ้น“สรุปผู้ชายคนนั้นคือใครบอกพวกเรามาเดี๋ยวนี้เล
เธอส่งเสียงบ่นอุบออกไปและไม่วายที่จะดึงมือของเด็กหนุ่มให้ห่างออกแต่ทว่านอกจากเขาจะไม่ยอมเอามือห่างออกไปแล้วเขายังลูบวนไปตามเรียวขาของเธออีกซึ่งนั่นจึงทำให้ไอรีนขนลุกซู่ เธอแอบคิดว่าทำไมเด็กนี่ถึงได้กล้าท้าทายได้ถึงเพียงนี้“พ่อเธอไม่เห็นหรอก..” เร็นพูดเสียงเบาตอบกลับ ไอรีนที่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้สึกของขึ้น ถึงจะไม่เห็นแต่มันก็ไม่สมควรไหม? ไม่รู้ขอบเขตบ้างเลยหรือยังไง เธอขยับลากเก้าอี้ที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่เข้าหายังโต๊ะอาหารซึ่งการลากเก้าอี้นั้นทำให้เกิดเสียงดังขึ้นเร็นชะงักพร้อมทั้งยิ้มขึ้นอย่างคนที่รู้ทันว่าเธอทำแบบนั้นเพราะอะไร ก็ได้..ตอนนี้เขาจะยอมเธอไปก่อนแล้วกัน ชายหนุ่มตัวร้ายดึงมือตัวเองกลับทันทีและจู่ๆพ่อของไอรีนก็พูดขึ้นทำเอาทั้งสองหันมองไปยังพ่อไอรีนเป็นตาเดียว“เร็น เมื่อไหร่จะพาแฟนมาบ้านสักที”กึก!!ไอรีนชะงักอย่างคนที่พูดไม่ออก ทำไมจู่ๆพ่อของเธอถึงได้พูดเรื่องแฟนของเด็กนี่ขึ้นมาอีกแล้วเนี่ย หรือว่าพ่อเธออยากให้เด็กนี่มีแฟนมากนักหรือไง แต่จริงด้วยสิ..มันบอกว่ามีแฟนแล้วนี่ ละ แล้วมันมาทำแบบนั้นกับเธอทำไมยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน...ฮึ่ย! เกลียดที่สุดเลยไอ้พวกผู้ชายที่มีคนที่ชอ
ชายหนุ่มตัวร้ายรีบดูดกลืนน้ำหวานของเธอลงคอ จนเมื่อหมดเกลี้ยงแล้วเขาจึงลุกขึ้นนั่งหลังตรง มือแกร่งยกขึ้นเช็ดที่ริมฝีปากของตัวเอง เขามองไปยังเรือนร่างแสนสวยของไอรีนที่ตอนนี้กำลังหายใจเหนื่อยหอบและด้วยความที่เป็นคนปากตรงกับใจเขาจึงพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป“นอนอย่างเดียวทำมาเป็นเหนื่อย” มือหนาเอื้อมไปจับเรียวขาทั้งสองข้างของเธอให้อ้าออกกว้าง ไอรีนที่โดนจับเรียวขาก็ใจเต้นแรงมองเร็นตาไม่กระพริบ เธอชะโงกหน้าขึ้นอย่างคนที่ร้อนรนและตกใจ นี่อย่าบอกนะว่ามันจะทำเธออีกครั้งจริงๆน่ะ“จะทำอะไร..” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่กล้าๆกลัวๆทำเอาคนตัวสูงยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขาจดจ่อสิ่งนั้นกับร่องเล็กคับแคบ ปลายหัวถูไถไปมาซึ่งมันสร้างความเสียวซ่านให้กับไอรีนเป็นอย่างมาก“อะ!!”“บอกไปแล้วไงว่า..อีกรอบ”“ไม่ได้นะฉันไม่เอาแล้ว!!” เธอตาลุกวาว ร่างบางเริ่มกระถดหนีถอยไปด้านหลัง เร็นที่เห็นว่าเธอคิดที่จะหนีจึงรีบเอื้อมมือคว้าเรียวขาทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ในตอนนี้เขาจับเธอนอนหงายลงไปบนที่นอนแล้วตามด้วยเขาที่ขึ้นไปคร่อมร่างเล็กของเธอเอาไว้“เธอห้ามฉันได้เหรอ” ริมฝีปากแดงหว่านพรมคว
“นอนลงไปซะ เดี๋ยวฉันจะเย็xเธอเอง” เขาหยัดกายนั่งหลังตรง มือแกร่งแยกเรียวขาของเธออ้าออกกว้าง เด็กหนุ่มไฟแรงเริ่มระรัวเอวกระแทกเข้าออกยังรูร่องสีหวานซึ่งคำพูดหยาบโลนที่หลุดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มหัวร้อนทำไอรีนอ้าปากค้างอึก..เธอลอบกลืนน้ำลายอย่างไม่นึกเลยว่ามันจะพูดแบบนั้นออกมา“นี่..ฉันกำลังจริงจังอยู่นะ!!” เธอรีบสวนตอบกลับ ใบหน้าสวยบิดเร่าเมื่อเขาจงใจกดกระแทกกระทั้นเข้าออกรุนแรง มือเล็กกำจิกลงบนหัวไหล่ของเด็กหนุ่มเพื่อระบายความเจ็บที่กำลังได้รับ“อื้อ อะ อะ..” ไอรีนส่งเสียงร้องครวญครางออกมา ริมฝีปากบางเผยออย่างห้ามไม่อยู่ เธอออกแรงทุบตีไปที่อกแกร่งของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง เร็นที่โดนทำร้ายร่างกายก็รีบเอื้อมมือไปรวบมือเล็กๆทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว“ฉันก็กำลังเย็xเธอจริงจังเหมือนกัน เรื่องอื่นไว้ค่อยพูดกันทีหลัง!!” พูดจบเขาก็โน้มร่างกายทาบทับร่างบอบบางใต้ร่าง เอวสอบขยับว่องไวแทงเน้นๆไม่หยุดพัก เขาซุกหน้าแลบลิ้นเลียไปยังหัวนมสีชมพูสวยหวาน ส่วนล่างขยับเข้าออกราวกับโกรธเคืองเธอจนต้องหาทางระบายกับร่างบอบบางเน้นๆ“อะ อื้อ เบาหน่อย มันเจ็บนะ!!” ใบหน้าเรียวเล็กโกรธจัด เธอทำหน้าย
ได้..งั้นเธอจะขอสู้กับมันสักตั้ง ไอรีนแลบลิ้นเลียไปตามแท่งลำขนาดใหญ่ เธอขยับใบหน้าขึ้นลงด้วยความเคลิบเคลิ้ม ไอ้นั่นของเด็กนี่ไม่เหม็นคาวเลยสักนิดแถมมันยังดูน่ามองเพราะเป็นสีชมพูอีกด้วยอ๊อก!อ๊อก!อ๊อก!เสียงเธออมสิ่งนั้นให้หนุ่มรุ่นน้องดังไปทั่วทั้งห้อง เร็นที่กำลังโดนอมอยู่ก็รู้สึกพึงพอใจในฝีมือของเธอเป็นอย่างมาก เขาส่งเสียงร้องครวญครางออกมายามเมื่อเธอกำลังดูดเลียในส่วนหัวของแท่งร้อน“ซี้ด~ จะแตกแล้วคนสวย อ่าส์..อีกนิดเท่านั้น” เขาสอดนิ้วมือเข้าไปในร่องเล็กคับแคบของรุ่นพี่สาวทีเดียวถึงสองนิ้วทำเอาไอรีนตาเบิกกว้างรับรู้ได้ถึงนิ้วมือของเขา เธอส่ายหน้าไปมาเมื่อเร็นเริ่มขยับนิ้วมือเข้าออกยังร่องของเธอ“เร็นพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว..” ส่วนนั้นขมิบเกร็งตอดรัดนิ้วมือของเขา ชายหนุ่มตัวร้ายที่รู้ว่าเธอกำลังจะแตกพ่ายก็พูดปลอบโยนเธอ เรียวลิ้นช่ำชองตวัดเลียไปทั่วกลีบดอกไม้เนียนแสนสวย“ไม่ไหวก็แค่ปล่อยออกมา ไม่ต้องกลัว ฉันรอกินน้ำเธออยู่” ไอรีนขมวดคิ้วที่ได้ยินแบบนั้น เธอแลบลิ้นเลียไปตามแท่งเนื้อสีชมพูอ่อนจนในที่สุดเธอก็เริ่มทนไม่ไหวปลดปล่อยน้ำหวานไหลทะลักออกมา“อ๊า อร้าย~” น้ำสีใสจำนวนมากไหลออกมา เธอผละ







