Share

บทที่ 4

Author: ปะการังเรืองแสง
หัวใจฉันเต้นกระหน่ำรัว

เขาปลดเข็มขัด รูดซิปกางเกงและปล่อยให้มันเลื่อนหลุดลง เผยให้เห็นกางเกงในสีดำรัดรูปแนบเนื้อ ฉันสาบานเลยว่าเกือบจะลืมหายใจ ทุกมัดกล้าม ร่างกายทุกส่วนของเขาดูเหมือนถูกปั้นแต่งมาเพื่อล่อลวงคน และเขาก็รู้ตัวดี

เขาว่ายน้ำเข้ามาหาฉันอย่างช้า ๆ ราวกับเขามีเวลาเหลือเฟือ แต่ดวงตาของเขากลับบอกอย่างอื่น มันบอกว่าเขากระหายในตัวฉัน

มีชั่วขณะหนึ่งที่ฉันลังเล คนแปลกหน้าที่แสร้งทำเป็นคนรวยซึ่งตอนนี้มองฉันเหมือนฉันเป็นคนพิเศษ นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่กันแน่นะ? แล้วฉันก็นึกถึงอเล็กซ์ สายตาที่เขามองฉันในงานแต่งงาน วิธีที่เอลีสยิ้มด้วยความสมเพช เหมือนฉันมันน่าอนาถเกินกว่าจะหาผู้ชายแบบคริสเตียนได้ ฉันต้องการสิ่งนี้ ฉันต้องการความรู้สึกว่าเป็นที่ต้องการอีกครั้ง แม้ว่าจะมาจากผู้ชายที่ฉันจ่ายเงินให้ก็ตาม

เมื่อเขาเข้ามาใกล้ มือของเขาก็เอื้อมมาโอบรอบเอวของฉันใต้น้ำ นิ้วของเขาลากไปตามผิวที่กำลังไวต่อความรู้สึกของฉันอย่างช้า ๆ

“คุณกำลังตัวสั่นนะ” เขาพึมพำ ขณะที่ปากของเขาอยู่ใกล้ฉันอย่างน่าอันตราย

“ฉันเปล่า”

เขายิ้ม รอยยิ้มที่ยั่วยวนบ้า ๆ นั่นอีกแล้ว

“เดี๋ยวก็รู้”

มือของเขาเลื่อนต่ำลง ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังฉัน ไล่ผ่านส่วนโค้งของสะโพก จนกระทั่งมันหยุดอยู่ระหว่างต้นขาของฉัน

และแล้วเขาก็สัมผัสฉัน

ฉันปล่อยลมหายใจเฮือกใหญ่ พลางจิกไหล่ของเขาไว้

สัมผัสของเขาไม่ได้เร่งรีบ แต่มันทรมานฉัน

ปลายนิ้วของเขาเคลื่อนไหวราวกับเขากำลังสำรวจแผนที่ในตัวฉัน ศึกษาผิวของฉัน ซึมซับปฏิกิริยาเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกอย่าง เหมือนกับเขาต้องการยืดเวลาทุกวินาทีออกไป

และฉันก็กำลังตัวสั่นสะท้าน

ซึ่งเขารู้ดี

แต่เขาไม่ปล่อยให้ฉันมีเวลาได้คิด

เขาช้อนตัวฉันเข้าอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ขาของฉันเกี่ยวรอบเอวเขาโดยไม่ทันคิด และนั่นคือตอนที่ฉันรู้สึกถึงความเร่งเร้าของเขาที่กดทับฉันแน่น มันทั้งแข็ง ทั้งร้อน เต้นตุบ ๆ แถมยังใหญ่ มากจริง ๆ

ส่วนหนึ่งในตัวของฉัน ส่วนที่ใช้เหตุและผล กำลังกรีดร้องว่าเขาแค่กำลังทำงานเท่านั้น การสัมผัสนั้นถูกคำนวณไว้ทุกอย่าง การมองที่เร่าร้อนทุกครั้ง เสียงกระซิบหยอกล้อทุกคำ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแสดง แต่ในเวลานั้นฉันไม่สนใจเลย ฉันต้องการรู้สึกเป็นที่ปรารถนา ฉันต้องการกลบคำพูดโหดร้ายเหล่านั้นที่ยังคงก้องอยู่ในหัว คำที่ว่า 'เธอน่ะน่าเบื่อจะตาย'

“คุณชอบเวลาที่ผมยั่วคุณใช่ไหม?” เขาพึมพำ ขณะที่ริมฝีปากของเขาไล้ลากไปตามลำคอของฉัน

เล็บของฉันจิกเข้าที่ไหล่เขาเมื่อฉันรู้สึกถึงลิ้นอุ่น ๆ ของเขาลากไปตามผิวของฉันอย่างช้า ๆ

“คริสเตียน…”

เขาหัวเราะเสียงต่ำ เสียงนั้นสั่นสะเทือนปะทะกายฉัน ทำให้ฉันหายใจหอบ

“คุณควรจะเกาะไว้ให้แน่น ๆ นะ”

แล้วเขาก็จูบฉัน มันไม่ได้อ่อนโยน มันล้ำลึก เรียกร้อง และร้อนแรง

มือของเขาเลื่อนไปทั่วร่างกายที่เปียกชุ่มของฉัน สำรวจ กอบกุม จับจอง ทุกสัมผัสรู้สึกว่าตั้งใจ ราวกับเขารู้ว่าควรจะวางนิ้วไว้ตรงไหน หรือควรจะกดลงบนผิวฉันด้วยมุมอย่างไร ควรทำอย่างไรให้ฉันสูญเสียการควบคุม

และฉันก็เป็นแบบนั้น

ฉันสูญเสียการควบคุม สูญเสียความตระหนักรู้เรื่องเวลา สูญเสียความทรงจำเรื่องความเจ็บปวดที่ตามหลอกหลอนฉันมาตลอด สำหรับช่วงเวลานั้น มีเพียงเขาและฉัน และความรู้สึกราวมีไฟฟ้าพลุ่งพล่านไปทั่วร่างกายของฉันทุกครั้งที่เขาสัมผัสฉันเท่านั้น

นิ้วของฉันพันเข้ากับผมเปียกชุ่มของเขา ทั้งดึง ทั้งนำทาง และเรียกร้องกว่าเดิม

เขากดฉันให้แนบแน่นกับเขาและเคลื่อนไหว ว่ายน้ำพาฉันไปที่ขอบสระ เขากักฉันไว้กับขอบสระ ก่อนร่างกายที่แข็งแกร่งและร้อนผ่าวของเขาจะกดทับเข้ามา

“ตอนนี้คุณไม่มีที่ให้หนีแล้ว” เขากระซิบชิดริมฝีปากฉัน

ฉันปล่อยเสียงหัวเราะสั้น ๆ ออกมาอย่างขาดห้วง

“แล้วใครบอกว่าฉันอยากจะหนีล่ะ?”

เขายิ้มอย่างพึงพอใจ

บราที่เปียกชุ่มหายไปก่อนที่ฉันจะทันรู้ตัว นิ้วมือของเขาชำนาญเกินไปแล้ว และจากนั้นปากของเขาก็อยู่ที่นั่น ความร้อน เรียวลิ้น และฟันที่ขบเบา ๆ ฉันจิกผมเขาเมื่อลิ้นของเขาวนรอบยอดอกฉัน ก่อนที่เขาจะดูดมันอย่างแรง

“คริสเตียน…”

“คุณเรียกชื่อผมได้หวานที่สุดเลย”

‘ถ้ามันเป็นชื่อจริงของคุณน่ะนะ’ ฉันคิดในใจแวบหนึ่ง เขาเคยแสดงบทบาทนี้มากี่ครั้งแล้ว? ผู้หญิงกี่คนแล้วที่ครางชื่อที่ไม่ใช่ชื่อจริงของเขาแบบนี้?

นิ้วของเขาเลื่อนไปตามขอบกางเกงชั้นในที่เปียกโชกของฉัน ก่อนจะดึงจนมันหลุดออกไป

น้ำกระเพื่อมรอบตัวเราทุกครั้งที่เคลื่อนไหว และเมื่อเขาจัดตำแหน่งฉันในแบบที่เขาต้องการ นั่นก็ไม่มีทางหวนกลับอีกแล้ว

เขาจับฉันไว้แน่น ประคองฉันไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ขณะที่มืออีกข้างนำตัวเขาเข้ามาหาฉัน

จากนั้น เขาก็สอดใส่เข้ามาในตัวฉัน

ฉันสูดหายใจเฮือกใหญ่

ร่างกายของฉันแอ่นเข้าหาเขา

“บ้าจริง โซอี้…” เขาคำรามลอดไรฟัน เสียงของเขาแหบพร่าและเปี่ยมด้วยแรงปรารถนา

บางอย่างในน้ำเสียงของเขาดูจริงเกินกว่าจะเป็นการแสดง ราวกับว่าในชั่วขณะหนึ่ง เขาลืมไปว่าฉันเป็นเพียงลูกค้าอีกคนของเขา

ในตอนแรก เขาขยับอย่างช้า ๆ ดวงตาจับจ้องฉัน ศึกษาทุกปฏิกิริยา

ฉันรู้สึกถึงทุกอย่าง น้ำอุ่นรอบตัวเราดูเหมือนน้ำแข็งเมื่อเทียบกับความเร่าร้อนระหว่างเรา

นิ้วของฉันจิกเข้าที่ไหล่เขา ขาของฉันรัดรอบเอวเขาแน่นขึ้น

ฉันต้องการมากขึ้น ต้องการมันมากกว่านี้ ต้องการลืมทุกสิ่งที่อยู่นอกสระนี้ ทุกสิ่งนอกจากช่วงเวลานี้

และเขาก็รู้ สองมือของเขาจับเอวฉันแน่นขึ้น จากนั้นเขาก็นำพาฉันไปอย่างสมบูรณ์ การสอดใส่ทุกครั้งหนักแน่น ลึก และตั้งใจ

ความสุขก่อตัวขึ้นเป็นคลื่นซัดสาด ท่วมท้น และร่างกายของฉันก็ตอบรับจังหวะของเขา กอดรัด และกระหายมันยิ่งกว่าเดิม

ทุกสิ่งในโลกเลือนหายไป

ที่นี่มีเพียงเขาเท่านั้น

วิธีที่เขาอุ้มฉัน วิธีที่เขาดูเหมือนจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อพาฉันไปให้ถึงขีดสุด

เสียงครวญครางแหบพร่าของเขาผสมกับเสียงของฉัน

เสียงน้ำกระฉอกรอบตัวเรา

แรงปะทะของร่างกายเราที่กระทบกัน แรงขึ้น เร็วขึ้น เร่งเร้ามากขึ้นทุกครั้งที่สอดใส่

ลมหายใจของฉันติดอยู่ในลำคอเมื่อความรุ่มร้อนภายในตัวฉันเขม็งแน่นขึ้น จนเกินกว่าจุดที่จะกลับตัวได้

ฉันใกล้ถึงแล้ว

ใกล้มาก

“คริสเตียน…”

“เสร็จพร้อมผมนะ โซอี้” เขาพึมพำข้างหูฉัน เสียงเขาทุ้มหนักไปด้วยความสุข

คำขอร้องนั้นคือสิ่งที่ทำให้ฉันพังทลาย

แรงกระแทกของการปลดปล่อยฉีกกระชากผ่านฉันเหมือนฟ้าผ่า ฉีกฉันเป็นชิ้น ๆ จากภายใน ทำลายทุกเศษเสี้ยวของการควบคุม

ฉันพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์ในอ้อมแขนเขา กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายสั่นเทา และชักกระตุกด้วยพลังของมัน

และในวินาทีถัดมา เขาก็ตามฉันมา

ด้วยการสอดใส่ครั้งสุดท้ายอันทรงพลัง ร่างกายของเขากระตุกเกร็งและเขาครางชื่อฉันผ่านเรียวฟันที่ขบแน่น ก่อนซบใบหน้าลงที่คอฉันขณะที่เขายอมจำนนอย่างสมบูรณ์

ความเงียบที่ตามมาถูกทำลายด้วยเสียงหายใจหอบเหนื่อยของเราเท่านั้น

ฉันรู้สึกว่าแขนของเขาที่ยังคงกอดฉันไว้นั้นมั่นคง ราวกับเขาปฏิเสธที่จะปล่อยฉันไป

เขาจูบไหล่ฉันอย่างช้า ๆ ริมฝีปากที่ทั้งอุ่นและนุ่มนวลของเขาแนบลงบนผิวของฉัน

และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบ้า ๆ นั่นก็กลับมาอีกแล้ว

“นี่เป็นการจ้างงานที่ดีสุดเลย” ฉันพึมพำออกมาก่อนที่จะหยุดตัวเองได้

แต่ทันทีที่คำพูดออกจากปากฉัน ความว่างเปล่าก็คืบคลานกลับเข้ามา มันคือข้อตกลงว่าจ้าง เป็นแค่การตกลงทางธุรกิจ เป็นธุรกรรมอย่างหนึ่งเท่านั้น

ครู่หนึ่งที่ฉันลืมไปว่าไม่มีอะไรจริงเลย เขาเพียงทำตามบทที่ฉันจ่ายเงินให้เขาเท่านั้น พรุ่งนี้ฉันก็จะกลับไปอยู่ในห้องแคบ ๆ ที่บ้านพ่อแม่ กลับไปขายชุดแต่งงานให้กับผู้หญิงอย่างเอลีส กลับไปร้องไห้คนเดียวตอนกลางคืนกับคำสัญญาที่อเล็กซ์ทำลายทิ้งไปจนหมดแล้ว

แต่เวลาสองสามชั่วโมงในคืนนี้ ฉันไม่ได้เป็นผู้หญิงที่ถูกทรยศและถูกทอดทิ้ง ฉันไม่ได้เป็นคนที่ผิดหวังในหน้าที่การงาน ฉันไม่ได้เป็นผู้หญิงน่าสมเพชที่ต้องย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่ตอนอายุยี่สิบหก

ฉันคือผู้หญิงที่ควบคุมทุกอย่างได้

แล้วคริสเตียนน่ะเหรอ?

คริสเตียนคุ้มค่ากับเงินทุกบาททุกสตางค์

ส่วนปัญหาน่ะเหรอ?

คือการที่ฉันกำลังจะได้รู้ว่าใบเรียกเก็บเงินนี้จะมีราคาจริงเท่าไหร่ไงล่ะ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ว่าจ้างรัก เศรษฐีพันล้าน   บทที่ 30

    รถปอร์เช่ของคริสเตียนชะลอจนหยุดสนิทตรงหน้าบ้านของฉัน เมื่อเครื่องยนต์ดับลงก็เหลือเพียงความเงียบระหว่างเราที่หนักอึ้งจนเหมือนมีคนที่สามอยู่ในรถด้วย เมื่อมองผ่านหน้าต่าง ฉันเห็นบ้านของตัวเองเหมือนเดิมกับหลายวันก่อน มันเรียบง่าย คุ้นเคย เป็นโลกที่แยกจากไร่องุ่นและคฤหาสน์ที่เราเพิ่งจากมาอย่างสิ้นเชิงตลอดทางขับกลับมาเกือบจะเงียบสนิท ความพยายามพูดคุยกันเล็กน้อยหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับเราทั้งคู่รู้ว่าคำพูดใด ๆ อาจทำลายความสงบอันเปราะบางที่เราสร้างขึ้น คริสเตียนถามอย่างสุภาพว่าฉันสบายดีไหม ต้องการให้จอดที่ไหน ฉันก็สุภาพไม่แพ้กัน ตอบเป็นคำสั้น ๆ เราแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ว่าเราไม่ได้นอนในห้องเดียวกัน ไม่ได้แบ่งปันเรื่องราวส่วนตัว ไม่ได้เต้นรำด้วยกัน และไม่ได้จูบกันเราทั้งคู่แสร้งทำเหมือนไม่มีความปรารถนาใด ๆ“ถึงแล้วครับ” คริสเตียนพูด มือยังวางอยู่บนพวงมาลัยทั้งที่รถจอดสนิท “ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง โซอี้ เบนเน็ตต์”ความเป็นทางการในน้ำเสียงที่เรียกชื่อเต็มของฉันเจ็บกว่าที่ควรจะเป็น“ขอบคุณค่ะ” ฉันตอบ น้ำเสียงนิ่งจนน่าประหลาดใจ “สำหรับการเคลียร์หนี้ของพ่อฉัน สำหรับการทำตามข้อตกลง”คร

  • ว่าจ้างรัก เศรษฐีพันล้าน   บทที่ 29

    ฉันวิ่ง โดยไร้ทิศทาง ปราศจากจุดหมาย แค่อยากหนีไปให้ไกล แค่หนีจากภาพนั้น หนีจากเขาภาพของคริสเตียนกับฟรานเชสก้าที่อยู่ใกล้กันจนเกือบจะจูบกันเผาไหม้อยู่ในใจฉันเหมือนรอยตราประทับร้อน ๆ “ไม่ต้องห่วง มันจบแล้ว” เขาพูดก่อนจะเดินออกไป ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าคำพูดนั้นหมายถึงอะไรฉันไม่ควรจะรู้สึกอะไร นี่เป็นแค่ข้อตกลง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น คริสเตียน เคนซิงตันไม่ได้มีภาระผูกพันเรื่องความซื่อสัตย์หรือความจงรักภักดีกับฉัน นอกเหนือจากอะไรก็ตามที่ตกลงกันไว้ แล้วทำไมใจฉันถึงเจ็บเหมือนโดนต่อย ทำไมภาพตรงหน้าถึงพร่ามัวไปด้วยน้ำตาที่ไม่ยอมหยุดไหลเท้าของฉันพาฉันผ่านสวน แล้วเข้าสู่ไร่องุ่น แสงจันทร์ส่องทางระหว่างแถวองุ่น ชุดสีน้ำเงินที่ดูสมบูรณ์แบบเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนนี้พันขาฉันไว้ทำให้วิ่งได้ช้าลง แต่มันก็ไม่สำคัญหรอกว่าฉันจะไปไหน ฉันไม่มีทางหนีจากตัวเองได้ จากความรู้สึกทรยศที่กำลังฉีกหัวใจฉันในที่สุดฉันก็หยุดวิ่ง ฉันหายใจหอบอยู่ที่จุดชมวิวเล็ก ๆ บนยอดเขา จากตรงนั้นฉันเห็นคฤหาสน์ที่สว่างไสว งานอีเวนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ยังคงคึกคักอยู่เบื้องล่าง ร่างเล็ก ๆ เคลื่อนไหวเหมือนมดหลากสี ทำไมบางสิ่งถึง

  • ว่าจ้างรัก เศรษฐีพันล้าน   บทที่ 28

    มุมมองของคริสเตียน“ไม่ คริสเตียน นี่มันเกินไปแล้ว!”ผมรู้สึกว่านิ้วของโซอี้หลุดออกจากมือผมไปแล้ว และก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งตัว เธอก็ผละออกไป แล้วหายลับไปในฝูงชนอย่างรวดเร็วชั่วขณะนั้นผมได้แต่ยืนนิ่ง มองชุดสีน้ำเงินของเธอค่อย ๆ กลืนหายไปท่ามกลางสายตาสงสัยนับสิบคู่ที่มองสลับระหว่างผมกับร่างของเธอที่กำลังเดินหนีไปคุณปู่ของผมยังคงอยู่บนเวที สีหน้าเปี่ยมความภาคภูมิของท่านเริ่มเปลี่ยนเป็นความสับสนเสียงของท่านดังผ่านไมโครโฟน กลายเป็นเหมือนคำสั่งมากกว่าเสียงเรียก“คริสเตียน? โซอี้?”ผมไม่มีเวลาให้คิด ประสบการณ์จากการเจรจายาก ๆ หลายปีสอนให้ผมรู้จักแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดีผมฝืนยิ้มให้ดูน่าเชื่อที่สุด แล้วก้าวขึ้นไปบนเวทีคนเดียว พลางโอบไหล่คุณปู่อย่างแนบเนียน“ขอโทษแทนคู่หมั้นของผมด้วยครับ” ผมพูดใส่ไมโครโฟน พยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง “โซอี้แค่กลัวเวทีนิดหน่อย โดยเฉพาะตอนที่ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่เธอ”เสียงพึมพำอย่างเข้าใจดังแว่วในกลุ่มคนดูผมแทบจะมองเห็นเหล่าอินฟลูเอนเซอร์กำลังคิดแคปชั่นกันอยู่ในหัวแล้ว “เจ้าสาวขี้อายแสนน่ารัก!”“เธอแค่รู้สึกซาบซึ้งกับการประกาศจนต้องขอเวลาตั้งตั

  • ว่าจ้างรัก เศรษฐีพันล้าน   บทที่ 27

    ฉันมองตัวเองในกระจกในขณะที่กำลังทาลิปสติกเสร็จ ชุดที่ฉันเลือกสำหรับงานนี้เป็นสีน้ำเงินเข้ม ตัดเย็บราวกับว่าถูกวัดมาพอดีตัวฉัน ผ้าไหมที่พลิ้วไหวขยับเคลื่อนอย่างนุ่มนวลทุกย่างก้าว สร้างภาพลักษณ์ประณีตซึ่งตัดกับความเรียบง่ายของการออกแบบ เช่นเดียวกับของขวัญอื่น ๆ ของคริสเตียน มันสง่างามแต่ไม่ฉูดฉาด ดูดีมีรสนิยมแต่ไม่เกินเลยคริสเตียนลงไปตรวจความเรียบร้อยขั้นสุดท้ายก่อนแล้ว ทิ้งให้ฉันอยู่กับความคิดที่ว้าวุ่นของตัวเอง ฉันอยู่กับความคิดฟุ้งซ่าน การสนทนาจากคืนก่อนยังคงก้องอยู่ในหัว เขายอมรับว่ายังรู้สึกบางอย่างกับฟรานเชสก้า ฉันเปิดเผยความฝันที่ฝังลึกมานานเรื่องการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ คนสองคนที่แตกสลายแสร้งทำเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบ ความย้อนแย้งนี้ยังติดแน่นอยู่กับตัวฉันไม่หายไปไหนเมื่อฉันเดินลงไปถึงไร่องุ่นสถานที่จัดงาน ฉันก็แทบจำสถานที่ไม่ได้ ความสง่างามแบบชนบทของโรงบ่มไวน์ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่มีสีสัน ดูเหมือนถูกดึงออกมาจากงานแสดงของตกแต่งในโซเชียลมีเดียเลยทีเดียว ไหนจะซุ้มลูกโป่งโทนสีพาสเทล หมอนอิงขนาดใหญ่วางกระจัดกระจายอย่างมีแบบแผน ไฟระยิบระยับห้อยลงมาจากโครงโลหะ มีแม้แ

  • ว่าจ้างรัก เศรษฐีพันล้าน   บทที่ 26

    คำถามลอยค้างเติ่งอยู่ระหว่างเรา ทั้งหนักอึ้งและหลีกเลี่ยงไม่ได้ คริสเตียนมองฉันอยู่นาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักว่าฉันสมควรที่จะได้ยินความจริงมากน้อยแค่ไหน จากนั้นเขาก็ยิ้มอย่างน่าประหลาดใจ ไม่ใช่รอยยิ้มเปี่ยมมั่นใจที่เขาแสดงต่อโลกภายนอก แต่เป็นบางสิ่งที่นุ่มนวลกว่า เกือบจะเหมือนยอมจำนน“มันไม่ใช่สิ่งที่ลืมได้ในชั่วข้ามคืน” เขาโยนคำพูดของฉันกลับมา และไม่รู้ทำไมนั่นกลับเจ็บปวดกว่าคำตอบใดฉันเบือนสายตาไปทางอื่น อยู่ ๆ ก็รู้สึกสนใจลวดลายของพรมใต้เท้าของเรา คริสเตียนเดินเข้ามาใกล้ขึ้น แม้ว่าเขายังคงรักษาระยะห่างที่เหมาะสม“มันไม่ใช่แบบที่คุณคิด” เขาอธิบาย “ผมไม่ได้รู้สึกรักเธออีกแล้ว ไม่อีกต่อไป แต่ผมรู้สึกถึงบาดแผลที่เธอทิ้งไว้” เขายกมือขึ้นเสยผม เป็นท่าทางที่บ่งบอกถึงความอึดอัดอย่างที่ฉันเริ่มจำได้ “การทรยศของเธอไม่ได้กระทบแค่ธุรกิจของครอบครัวผม แต่มันส่งผลกระทบต่อความสามารถในการ... ไว้ใจของผมด้วย”ความเปราะบางในน้ำเสียงของเขาทำให้ฉันตั้งตัวไม่ติด นี่ไม่ใช่ซีอีโอผู้มั่นใจหรือเสน่ห์แพรวพราวที่ใคร ๆ เห็น แต่เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่มีแผลจากความรักที่ผิดพลาดเหมือนกับฉัน“ฉันเข้าใจเรื่องนี้ม

  • ว่าจ้างรัก เศรษฐีพันล้าน   บทที่ 25

    คำพูดของอเล็กซ์ยังค้างอยู่ในอากาศ หนักอึ้งไปด้วยนัยยะที่แฝงอยู่ ร่างกายของฉันมีอาการตอบสนองขัดแย้งกัน ทั้งอาการสั่นสะท้านต่อความทรงจำที่เขาทรยศต่อหัวใจของฉัน ซึ่งยังไม่อาจลืมเลือนไปได้หมดก่อนที่ฉันจะเอ่ยตอบ เสียงเย็นชาและมีอำนาจก็แทรกเข้ามาพอดี“ผมมาขัดจังหวะรึเปล่า?”คริสเตียนยืนอยู่ที่ฐานบันได กำลังมองเราด้วยสีหน้าที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน สายตาของเขาที่ปกติมักจะอบอุ่นเมื่อสบตาฉัน ตอนนี้แข็งกร้าวราวกับหิน กรามของเขาเกร็งแน่นท่าทางเคร่งเครียดอเล็กซ์ยิ้ม ก่อนก้าวถอยหลังไปแต่ไม่แสดงอาการกระดากอายแม้แต่น้อย“ผมแค่รำลึกความหลังกับคู่หมั้นของคุณนิดหน่อยเอง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองอย่างจงใจ “ผมกับโซอี้มี… อดีตร่วมกันมากมายน่ะครับ”คริสเตียนก้าวเข้ามาสร้างระยะห่างระหว่างเราอย่างมีชั้นเชิง เขาเข้ามายืนข้างฉัน แขนของเขาโอบรอบเอวฉันในท่าทางเป็นเจ้าของ ปลายนิ้วกดเบา ๆ ลงบนเนื้อผ้าบางเบาของชุดฉัน“อดีต ใช่เลยล่ะ” คริสเตียนตอบ เสียงของเขาเย็นจัด “บางสิ่งที่ควรอยู่แค่ในอดีต”เขามองฉันด้วยสายตาคมกล้าแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปสบตาอเล็กซ์อีกครั้ง“แขกเริ่มเข้าห้องอาหารกันแล้ว ผมขอแนะนำให้คุ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status