Share

บทที่ 5

Author: ปะการังเรืองแสง
ฉันตื่นขึ้นช้า ๆ บิดขี้เกียจเหมือนแมวเกียจคร้านหลังจากค่ำคืนที่ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าจนเหลือเชื่อ

ผ้าปูที่นอนนุ่มลื่นสัมผัสผิวฉันอย่างแผ่วเบา ร่างกายฉันปวดเมื่อยแต่น่าอภิรมย์ มันเป็นความเมื่อยที่ดี เพราะมันเกิดจากค่ำคืนที่คุ้มค่าทุกวินาที

ฉันถอนหายใจด้วยความพึงพอใจก่อนจะลืมตาขึ้น

แล้วฉันก็พลิกตัว หวังจะซุกกลับไปอิงแอบกายอุ่น ๆ เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ซึ่งควรจะอยู่ข้างฉัน

แต่สิ่งที่ฉันพบคืออะไร?

ความว่างเปล่าไงล่ะ

อีกฝั่งของเตียงว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของคริสเตียน ไม่มีเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ ไม่มีมือที่ดึงฉันกลับไปหาสำหรับรอบสองในยามเช้า

แหม เยี่ยมไปเลย พ่อหนุ่มขายบริการทิ้งฉันไปซะแล้ว

ฉันหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

แม้แต่อาหารเช้าก็ไม่มีให้งั้นเหรอ? การบอกลาอันแสนหวานก็ไม่มี? ขนาดโน้ตที่เขียนว่า ‘มันยอดเยี่ยมมาก ไว้มาทำกันอีกวันหลังนะ’ ก็ไม่มีงั้นเหรอ?

ไอ้จอมยั่วราคาถูกเอ๊ย

อ้อ ไม่สิ… ไม่ถูกเลย แพงมากต่างหาก

ฉันรู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้

แล้วทำไมความเจ็บแปลบที่น่ารำคาญจากความผิดหวัง ถึงก่อตัวขึ้นในใจฉันล่ะ?

บางที… บางทีฉันอาจจะได้เจอเขาอีกก็ได้ ถ้าฉันเก็บเงินได้อีกหน่อย บางทีฉันอาจจ่ายค่าค้างคืนกับเขาอีกครั้งได้...

ไม่ ไม่ ไม่!

ฉันส่ายหัวแรง ๆ ปัดความคิดนั้นทิ้งเหมือนมันเป็นยุงที่น่ารำคาญ

“เพ้อเจ้ออะไรของเธอเนี่ย โซอี้ เขาก็แค่หนุ่มขายบริการ… เขาก็ทำกับเธอเหมือนที่ทำกับคนอื่นนั่นแหละ”

นี่ฉันกำลังคิดจะเอาเงินที่เหลืออยู่น้อยนิดไปจ่ายให้หนุ่มขายบริการจริง ๆ น่ะเหรอ?

พระเจ้าช่วย

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…

ถ้ามีข้อความสั้น ๆ อย่าง ‘เมื่อคืนคุณสุดยอด หลับฝันดีนะที่รัก’ ก็คงดีไม่ใช่เหรอ?

ฉันลุกขึ้น พึมพำกับตัวเอง พลางพันผ้าปูที่นอนไว้รอบตัวก่อนจะเดินออกไปที่ห้องรับแขกของห้องสวีต และนั่นคือตอนที่ฉันเห็น…

อาหารเช้าที่จัดเต็มราวกับสำหรับราชวงศ์

มันเล่นทำเอาฉันชะงักจนต้องกะพริบตาปริบ

ครัวซองต์สีทองอร่าม ผลไม้หายาก กาแฟที่เสิร์ฟในถ้วยกระเบื้องพอร์ซเลนที่แพงกว่าค่าเช่าบ้านฉันแน่ ๆ

ฉันขมวดคิ้ว

“เอ่อ… แปลกจัง ฉันเผลอจ่ายแบบพรีเมียมเซ็ตไปโดยไม่รู้ตัวงั้นเหรอ?”

ก่อนที่ฉันจะทันตั้งคำถามต่อไป ท้องของฉันก็ตัดสินใจแทน ถ้ามีอาหารอยู่ที่นี่มันก็ต้องเป็นของฉันสิ

ฉันนั่งลงแล้วเริ่มกินราวกับตายอดตายอยาก

หลังจากที่กินอาหารราคาเท่ากับมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของประเทศเล็ก ๆ เข้าไปแล้ว ฉันก็มุ่งหน้าไปที่ห้องน้ำ อย่างน้อยคริสเตียนก็ทิ้งฝักบัวระดับห้าดาวไว้ให้ฉันได้เพลิดเพลิน

และมันคือห้องน้ำระดับสุดยอด! ห้องอาบน้ำนี่มีปุ่มเยอะกว่าบนยานอวกาศเสียอีก และฉันใช้เวลาห้านาทีแรกไปกับการกดดูระบบน้ำแต่ละแบบราวกับเด็กเจอของเล่นใหม่

หลังจากอาบน้ำเสร็จ สมองฉันก็กลับมาสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง ฉันต้องไปทำงานแล้ว

โทรศัพท์ของฉันล่ะ? แบตหมดไปแล้ว ศักดิ์ศรีของฉันล่ะ? ก็เกือบหมดไปแล้วเหมือนกัน แต่ความรับผิดชอบต่อเจ้านายของฉันล่ะ? โชคไม่ดีที่มันยังคงยังเต็มร้อยอยู่

จะให้กลับบ้านก่อนแล้วค่อยไปที่ร้านก็ดูไม่ค่อยเข้าท่า ฉันเลยแวะร้านเล็ก ๆ เพื่อซื้อกางเกงยีนกับเสื้อเรียบ ๆ มาใส่ ไม่มีทางที่ฉันจะโผล่ไปทำงานในชุดปาร์ตี้เมื่อคืนหรอก ขอบคุณมาก

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันก็เดินเข้าร้าน แม้จะเหนื่อยล้าแต่ก็ยังสบายดี

อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ฉันคิด จนกระทั่งเห็นว่าใครรอฉันอยู่

ดวงตาฉันเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงเหมือนถูกไฟกระตุก กระเป๋าหล่นจากบ่าและตกลงกระทบพื้นเสียงดังตุ้บ

“ให้ตายเถอะ!” ฉันโพล่งออกมา ก่อนจะยกมือปิดปากตัวเอง

คริสเตียนนั่นเอง เขายิ้มแย้ม ภูมิฐาน และไร้ยางอายอย่างที่สุด เขายืนอยู่ที่นี่ราวกับเขามีสิทธิ์เต็มที่ที่จะบุกรุกชีวิตจริงของฉัน

“คุณมาทำอะไรที่นี่?” เสียงที่หลุดออกมาของฉันสูงจนแทบจะฟังไม่รู้เรื่อง

เขาเผยรอยยิ้มสบาย ๆ

“คิดถึงคุณไง ที่รัก”

“อย่าเรียกฉันแบบนั้น” ฉันกวาดมองไปรอบร้านอย่างร้อนรน เพื่อดูว่ามีใครได้ยินหรือไม่

“เมื่อคืนคุณดูไม่รังเกียจเลยนี่”

คนสารเลว

ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นเกมบ้า ๆ นี่กับเขา โดยเฉพาะหลังจากที่เขาทิ้งฉันไว้บนเตียงเหมือนสินค้าเดลิเวอรี่ราคาถูก

ตอนนั้นเจ้านายของฉันก็ปรากฏตัวขึ้น ด้วยหน้าตาตื่นเต้น

“โซอี้! ดีจังที่เธอมาแล้ว! เรามีลูกค้าคนสำคัญมาก ๆ! และเขาขอให้เธอช่วยเป็นการส่วนตัวด้วยนะ!”

คิ้วฉันกระตุก

“อะไรนะคะ?”

เธอแค่ยิ้มกว้าง มองไม่เห็นรัศมีความหยิ่งยโสที่แผ่ออกมาจากคริสเตียนเลย

“คุณเคนซิงตันต้องการซื้อชุดแต่งงาน แล้วเขายืนกรานว่าอยากให้เธอเป็นคนช่วยเขาเลือก”

ฉันกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

ฉันมองคริสเตียน สลับกับมองเจ้านาย แล้วกลับมามองคริสเตียนอีกที

และนั่นคือตอนที่ฉันเข้าใจทุกอย่างชัดเจน

เขากำลังแกล้งฉัน

เขาต้องกำลังทำแบบนั้นแน่

“อ๋อได้ค่ะ งั้นตอนนี้คุณก็มีรสนิยมแปลก ๆ กับชุดแต่งงานแล้วเหรอ?”

คริสเตียนยิ้ม ดูออกว่ากำลังขำ

“ก็อาจจะ”

ฉันหันไปหาเจ้านายของฉัน

“แน่ใจนะคะว่าเขา… ต้องการจะซื้อจริง ๆ น่ะ?”

“แน่ใจสิ! เขาดูไปหลายชุดแล้ว แต่เขาบอกว่าอยากได้ความเห็นจากเธอ”

ฉันหันกลับไปมองเขา

“คุณคิดจะทำอะไร?”

เขาแค่เอียงศีรษะ

“ก็คุณขายชุดแต่งงาน ผมอยากได้ชุดแต่งงาน มันแปลกตรงไหนล่ะ?”

‘ทุกตรงนั่นแหละ คริสเตียน! ไม่มีส่วนไหนที่ไม่แปลกเลย!’

แต่เจ้านายฉันยังยืนอยู่ตรงนั้น หน้าตาเธอดูเหมือนพร้อมจะไล่ฉันออก ถ้าฉันปฏิเสธ

ดังนั้นฉันเลยหลับตาลง ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

“ก็ได้ มาทำให้จบ ๆ กัไปเถอะ”

ฉันใช้เวลายี่สิบนาทีต่อมาโชว์ชุดต่าง ๆ ให้คริสเตียนดู และเขาก็ปฏิเสธทุกชุด เขามาที่นี่เพื่อทรมานฉันชัด ๆ มาเพื่อดูฉันลำบาก เพื่อมาบันเทิงกับการที่ฉันต้องพยายามรักษาความเป็นมืออาชีพ ทั้งที่อยากเอาไม้แขวนเสื้อฟาดหน้าเขาต่อหน้าเจ้านายของฉันเต็มที

“แล้วชุดนี้ล่ะคะ?” เสียงฉันฟังดูสุภาพ มืออาชีพ แต่ภาพในหัวฉันนั้นฉันกำลังแทงเขาด้วยไม้แขวนเสื้อ

“คุณดูสวยมากเวลาที่คุณโกรธ”

สมองฉันถึงกับลัดวงจร

“ว่ายังไงนะคะ!?”

เขายักไหล่ หยิบอีกชุดขึ้นมาถือไว้ตรงหน้าฉัน ราวกับกำลังจินตนาการถึงฉันตอนสวมชุดนี้… หรือแย่กว่านั้น คือตอนถอดมันออก

“ผมพยายามตัดสินใจอยู่…” เขาพูดเสียงดังพอให้เจ้านายได้ยิน ก่อนจะลดเสียงลงกระซิบเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ “ว่าตอนคุณโกรธ… หรือตอนกำลังสุขสุด ๆ เนี่ย ตอนไหนคุณดูสวยกว่ากัน”

ทั้งร่างฉันแข็งทื่อ

“คริสเตียน!” ฉันกระซิบเสียงเขียว ใบหน้าร้อนผ่าว

เขาเพียงส่งยิ้มมุมปากราวปีศาจมาให้ฉัน

“อยากทดสอบอีกสักรอบก็คงจะดี แต่ระหว่างนี้…” สายตาเขากวาดมองฉันช้า ๆ ขณะถือชุดไว้แนบตัวฉัน เอียงคอเหมือนกำลังประเมินอย่างพิถีพิถันจนน่าโมโห “ชุดนี้ก็ดี แต่คุณน่าจะเหมาะกับอะไรที่โดดเด่นกว่านี้หน่อย ว่าไหม?”

“คริสเตียน คุณต้องการชุดจริง ๆ หรือแค่จะมาที่นี่เพื่อทำลายชีวิตฉันกันแน่?” ฉันถามพลางหรี่ตามองเขา

เขาเอียงคอเหมือนกำลังครุ่นคิด

“ทั้งสองอย่าง”

เลือดพุ่งขึ้นหน้าฉันจนทุกอย่างกลายเป็นสีแดงไปชั่วขณะ

“ทีนี้โชว์ชุดโปรดของคุณให้ผมดูหน่อยก็แล้วกัน”

ความอดทนของฉันกระโดดลงจากระเบียงไปแล้ว

“อะไรของฉันนะ?”

“ชุดโปรดของคุณไง”

ฉันกะพริบตา

“คุณอยากเห็นชุดโปรดของฉันเหรอ?”

ฉันหยิบชุดของเมซง เดเวอโรซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดราตรีที่หรูหราและพิเศษที่สุดในร้าน ปลายนิ้วของฉันลูบลงบนเนื้อผ้าอันไร้ที่ติ ผ้าไหมที่ลื่นไหลสัมผัสกับผิวของฉันอย่างนุ่มนวล มันเป็นชุดที่สร้างมาเพื่อคนระดับราชวงศ์ เป็นชุดที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝันที่จะได้สวมใส่ขณะที่เธอเดินลงจากแท่นพิธี มันส่องประกายด้วยความเย้ายวนและมีระดับ

และแน่นอนว่า มันแพงระยับ

ฉันสูดลมหายใจ ยกชุดขึ้น แล้วมองไปที่คริสเตียน เตรียมใจรับการยั่วยุจากเขาอีกชุด

เขามองมาที่ฉัน ก่อนจะมองไปที่ชุด

จากนั้นเขาก็พูดคำที่ทำให้หัวใจฉันหยุดเต้น

“งั้นผมเอาชุดนี้แหละ”

ฉันกะพริบตาปริบ พยายามประมวลผล

“ขอโทษที… ว่าไงนะคะ?”

“ผมจะเอาชุดนี้”

ท้องไส้ของฉันบิดมวนด้วยความสงสัย

“เอาไปทำไมคะ?”

เขาเลิกคิ้ว ราวกับว่าคำถามของฉันเป็นคำถามโง่ที่สุดที่เขาเคยได้ยินมา

“สำหรับคู่หมั้นของผมไง” เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะเสริมพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ว่า “หรือคุณคิดว่าคนเขาซื้อชุดแต่งงานไปเดินเล่นในสวนกันล่ะ?”

สมองของฉันเหมือนเหลวเป็นน้ำ

“คุณหมั้นแล้วเหรอ?!”

ให้ตายสิ… ฉันไปนอนกับผู้ชายที่มีเจ้าของแล้วเนี่ยนะ? ก้อนความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาจุกที่คอขณะที่ความรู้สึกผิดกัดกินฉัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ว่าจ้างรัก เศรษฐีพันล้าน   บทที่ 30

    รถปอร์เช่ของคริสเตียนชะลอจนหยุดสนิทตรงหน้าบ้านของฉัน เมื่อเครื่องยนต์ดับลงก็เหลือเพียงความเงียบระหว่างเราที่หนักอึ้งจนเหมือนมีคนที่สามอยู่ในรถด้วย เมื่อมองผ่านหน้าต่าง ฉันเห็นบ้านของตัวเองเหมือนเดิมกับหลายวันก่อน มันเรียบง่าย คุ้นเคย เป็นโลกที่แยกจากไร่องุ่นและคฤหาสน์ที่เราเพิ่งจากมาอย่างสิ้นเชิงตลอดทางขับกลับมาเกือบจะเงียบสนิท ความพยายามพูดคุยกันเล็กน้อยหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับเราทั้งคู่รู้ว่าคำพูดใด ๆ อาจทำลายความสงบอันเปราะบางที่เราสร้างขึ้น คริสเตียนถามอย่างสุภาพว่าฉันสบายดีไหม ต้องการให้จอดที่ไหน ฉันก็สุภาพไม่แพ้กัน ตอบเป็นคำสั้น ๆ เราแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ว่าเราไม่ได้นอนในห้องเดียวกัน ไม่ได้แบ่งปันเรื่องราวส่วนตัว ไม่ได้เต้นรำด้วยกัน และไม่ได้จูบกันเราทั้งคู่แสร้งทำเหมือนไม่มีความปรารถนาใด ๆ“ถึงแล้วครับ” คริสเตียนพูด มือยังวางอยู่บนพวงมาลัยทั้งที่รถจอดสนิท “ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง โซอี้ เบนเน็ตต์”ความเป็นทางการในน้ำเสียงที่เรียกชื่อเต็มของฉันเจ็บกว่าที่ควรจะเป็น“ขอบคุณค่ะ” ฉันตอบ น้ำเสียงนิ่งจนน่าประหลาดใจ “สำหรับการเคลียร์หนี้ของพ่อฉัน สำหรับการทำตามข้อตกลง”คร

  • ว่าจ้างรัก เศรษฐีพันล้าน   บทที่ 29

    ฉันวิ่ง โดยไร้ทิศทาง ปราศจากจุดหมาย แค่อยากหนีไปให้ไกล แค่หนีจากภาพนั้น หนีจากเขาภาพของคริสเตียนกับฟรานเชสก้าที่อยู่ใกล้กันจนเกือบจะจูบกันเผาไหม้อยู่ในใจฉันเหมือนรอยตราประทับร้อน ๆ “ไม่ต้องห่วง มันจบแล้ว” เขาพูดก่อนจะเดินออกไป ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าคำพูดนั้นหมายถึงอะไรฉันไม่ควรจะรู้สึกอะไร นี่เป็นแค่ข้อตกลง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น คริสเตียน เคนซิงตันไม่ได้มีภาระผูกพันเรื่องความซื่อสัตย์หรือความจงรักภักดีกับฉัน นอกเหนือจากอะไรก็ตามที่ตกลงกันไว้ แล้วทำไมใจฉันถึงเจ็บเหมือนโดนต่อย ทำไมภาพตรงหน้าถึงพร่ามัวไปด้วยน้ำตาที่ไม่ยอมหยุดไหลเท้าของฉันพาฉันผ่านสวน แล้วเข้าสู่ไร่องุ่น แสงจันทร์ส่องทางระหว่างแถวองุ่น ชุดสีน้ำเงินที่ดูสมบูรณ์แบบเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนนี้พันขาฉันไว้ทำให้วิ่งได้ช้าลง แต่มันก็ไม่สำคัญหรอกว่าฉันจะไปไหน ฉันไม่มีทางหนีจากตัวเองได้ จากความรู้สึกทรยศที่กำลังฉีกหัวใจฉันในที่สุดฉันก็หยุดวิ่ง ฉันหายใจหอบอยู่ที่จุดชมวิวเล็ก ๆ บนยอดเขา จากตรงนั้นฉันเห็นคฤหาสน์ที่สว่างไสว งานอีเวนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ยังคงคึกคักอยู่เบื้องล่าง ร่างเล็ก ๆ เคลื่อนไหวเหมือนมดหลากสี ทำไมบางสิ่งถึง

  • ว่าจ้างรัก เศรษฐีพันล้าน   บทที่ 28

    มุมมองของคริสเตียน“ไม่ คริสเตียน นี่มันเกินไปแล้ว!”ผมรู้สึกว่านิ้วของโซอี้หลุดออกจากมือผมไปแล้ว และก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งตัว เธอก็ผละออกไป แล้วหายลับไปในฝูงชนอย่างรวดเร็วชั่วขณะนั้นผมได้แต่ยืนนิ่ง มองชุดสีน้ำเงินของเธอค่อย ๆ กลืนหายไปท่ามกลางสายตาสงสัยนับสิบคู่ที่มองสลับระหว่างผมกับร่างของเธอที่กำลังเดินหนีไปคุณปู่ของผมยังคงอยู่บนเวที สีหน้าเปี่ยมความภาคภูมิของท่านเริ่มเปลี่ยนเป็นความสับสนเสียงของท่านดังผ่านไมโครโฟน กลายเป็นเหมือนคำสั่งมากกว่าเสียงเรียก“คริสเตียน? โซอี้?”ผมไม่มีเวลาให้คิด ประสบการณ์จากการเจรจายาก ๆ หลายปีสอนให้ผมรู้จักแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดีผมฝืนยิ้มให้ดูน่าเชื่อที่สุด แล้วก้าวขึ้นไปบนเวทีคนเดียว พลางโอบไหล่คุณปู่อย่างแนบเนียน“ขอโทษแทนคู่หมั้นของผมด้วยครับ” ผมพูดใส่ไมโครโฟน พยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง “โซอี้แค่กลัวเวทีนิดหน่อย โดยเฉพาะตอนที่ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่เธอ”เสียงพึมพำอย่างเข้าใจดังแว่วในกลุ่มคนดูผมแทบจะมองเห็นเหล่าอินฟลูเอนเซอร์กำลังคิดแคปชั่นกันอยู่ในหัวแล้ว “เจ้าสาวขี้อายแสนน่ารัก!”“เธอแค่รู้สึกซาบซึ้งกับการประกาศจนต้องขอเวลาตั้งตั

  • ว่าจ้างรัก เศรษฐีพันล้าน   บทที่ 27

    ฉันมองตัวเองในกระจกในขณะที่กำลังทาลิปสติกเสร็จ ชุดที่ฉันเลือกสำหรับงานนี้เป็นสีน้ำเงินเข้ม ตัดเย็บราวกับว่าถูกวัดมาพอดีตัวฉัน ผ้าไหมที่พลิ้วไหวขยับเคลื่อนอย่างนุ่มนวลทุกย่างก้าว สร้างภาพลักษณ์ประณีตซึ่งตัดกับความเรียบง่ายของการออกแบบ เช่นเดียวกับของขวัญอื่น ๆ ของคริสเตียน มันสง่างามแต่ไม่ฉูดฉาด ดูดีมีรสนิยมแต่ไม่เกินเลยคริสเตียนลงไปตรวจความเรียบร้อยขั้นสุดท้ายก่อนแล้ว ทิ้งให้ฉันอยู่กับความคิดที่ว้าวุ่นของตัวเอง ฉันอยู่กับความคิดฟุ้งซ่าน การสนทนาจากคืนก่อนยังคงก้องอยู่ในหัว เขายอมรับว่ายังรู้สึกบางอย่างกับฟรานเชสก้า ฉันเปิดเผยความฝันที่ฝังลึกมานานเรื่องการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ คนสองคนที่แตกสลายแสร้งทำเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบ ความย้อนแย้งนี้ยังติดแน่นอยู่กับตัวฉันไม่หายไปไหนเมื่อฉันเดินลงไปถึงไร่องุ่นสถานที่จัดงาน ฉันก็แทบจำสถานที่ไม่ได้ ความสง่างามแบบชนบทของโรงบ่มไวน์ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่มีสีสัน ดูเหมือนถูกดึงออกมาจากงานแสดงของตกแต่งในโซเชียลมีเดียเลยทีเดียว ไหนจะซุ้มลูกโป่งโทนสีพาสเทล หมอนอิงขนาดใหญ่วางกระจัดกระจายอย่างมีแบบแผน ไฟระยิบระยับห้อยลงมาจากโครงโลหะ มีแม้แ

  • ว่าจ้างรัก เศรษฐีพันล้าน   บทที่ 26

    คำถามลอยค้างเติ่งอยู่ระหว่างเรา ทั้งหนักอึ้งและหลีกเลี่ยงไม่ได้ คริสเตียนมองฉันอยู่นาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักว่าฉันสมควรที่จะได้ยินความจริงมากน้อยแค่ไหน จากนั้นเขาก็ยิ้มอย่างน่าประหลาดใจ ไม่ใช่รอยยิ้มเปี่ยมมั่นใจที่เขาแสดงต่อโลกภายนอก แต่เป็นบางสิ่งที่นุ่มนวลกว่า เกือบจะเหมือนยอมจำนน“มันไม่ใช่สิ่งที่ลืมได้ในชั่วข้ามคืน” เขาโยนคำพูดของฉันกลับมา และไม่รู้ทำไมนั่นกลับเจ็บปวดกว่าคำตอบใดฉันเบือนสายตาไปทางอื่น อยู่ ๆ ก็รู้สึกสนใจลวดลายของพรมใต้เท้าของเรา คริสเตียนเดินเข้ามาใกล้ขึ้น แม้ว่าเขายังคงรักษาระยะห่างที่เหมาะสม“มันไม่ใช่แบบที่คุณคิด” เขาอธิบาย “ผมไม่ได้รู้สึกรักเธออีกแล้ว ไม่อีกต่อไป แต่ผมรู้สึกถึงบาดแผลที่เธอทิ้งไว้” เขายกมือขึ้นเสยผม เป็นท่าทางที่บ่งบอกถึงความอึดอัดอย่างที่ฉันเริ่มจำได้ “การทรยศของเธอไม่ได้กระทบแค่ธุรกิจของครอบครัวผม แต่มันส่งผลกระทบต่อความสามารถในการ... ไว้ใจของผมด้วย”ความเปราะบางในน้ำเสียงของเขาทำให้ฉันตั้งตัวไม่ติด นี่ไม่ใช่ซีอีโอผู้มั่นใจหรือเสน่ห์แพรวพราวที่ใคร ๆ เห็น แต่เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่มีแผลจากความรักที่ผิดพลาดเหมือนกับฉัน“ฉันเข้าใจเรื่องนี้ม

  • ว่าจ้างรัก เศรษฐีพันล้าน   บทที่ 25

    คำพูดของอเล็กซ์ยังค้างอยู่ในอากาศ หนักอึ้งไปด้วยนัยยะที่แฝงอยู่ ร่างกายของฉันมีอาการตอบสนองขัดแย้งกัน ทั้งอาการสั่นสะท้านต่อความทรงจำที่เขาทรยศต่อหัวใจของฉัน ซึ่งยังไม่อาจลืมเลือนไปได้หมดก่อนที่ฉันจะเอ่ยตอบ เสียงเย็นชาและมีอำนาจก็แทรกเข้ามาพอดี“ผมมาขัดจังหวะรึเปล่า?”คริสเตียนยืนอยู่ที่ฐานบันได กำลังมองเราด้วยสีหน้าที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน สายตาของเขาที่ปกติมักจะอบอุ่นเมื่อสบตาฉัน ตอนนี้แข็งกร้าวราวกับหิน กรามของเขาเกร็งแน่นท่าทางเคร่งเครียดอเล็กซ์ยิ้ม ก่อนก้าวถอยหลังไปแต่ไม่แสดงอาการกระดากอายแม้แต่น้อย“ผมแค่รำลึกความหลังกับคู่หมั้นของคุณนิดหน่อยเอง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองอย่างจงใจ “ผมกับโซอี้มี… อดีตร่วมกันมากมายน่ะครับ”คริสเตียนก้าวเข้ามาสร้างระยะห่างระหว่างเราอย่างมีชั้นเชิง เขาเข้ามายืนข้างฉัน แขนของเขาโอบรอบเอวฉันในท่าทางเป็นเจ้าของ ปลายนิ้วกดเบา ๆ ลงบนเนื้อผ้าบางเบาของชุดฉัน“อดีต ใช่เลยล่ะ” คริสเตียนตอบ เสียงของเขาเย็นจัด “บางสิ่งที่ควรอยู่แค่ในอดีต”เขามองฉันด้วยสายตาคมกล้าแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปสบตาอเล็กซ์อีกครั้ง“แขกเริ่มเข้าห้องอาหารกันแล้ว ผมขอแนะนำให้คุ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status