LOGINโซอี้ เบนเน็ตต์เพียงต้องการเอาคืนแฟนเก่าเท่านั้น หลังจากได้รับความอัปยศและถูกทิ้งที่แท่นพิธีงานแต่ง สิ่งเดียวที่เธอปรารถนา คือเดินเข้าไปในงานเลี้ยงหรูหราอย่างผู้หญิงที่มีเสน่ห์เกินต้านทาน พร้อมกับคู่ควงที่สมบูรณ์แบบ แต่หนุ่มขายบริการที่เธอจ้างมา กลับกลายเป็นมหาเศรษฐีไปได้อย่างไรกัน? ชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอคือ คริสเตียน เคนซิงตันผู้หยิ่งยโสจนน่าโมโหแต่ก็หล่อเหลาจนทำเอาใจแทบละลาย ซีอีโอแห่งโรงบ่มไวน์เคนซิงตัน หนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ ชั่วขณะนั้น โซอี้รู้สึกราวกับพื้นใต้ฝ่าเท้าของเธอหายวับไป ไม่มีปัญหาเหรอ? โธ่ มันมีปัญหาแน่ เพราะตอนนี้ทั้งโลกออนไลน์พากันเชื่อว่า เธอกับเขาเป็นคู่รักกันจริง ๆ น่ะสิ แล้วอะไรคือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดน่ะเหรอ? ก็การที่คุณปู่ของคริสเตียนเองก็เชื่อด้วยเหมือนกันอย่างไรล่ะ ตอนนี้ครีสเตียนเลยจำเป็นต้องเล่นละครฉากนี้ต่อไป ถ้าหากว่าเขายังอยากสืบทอดธุรกิจของตระกูล ส่วนโซอี้ก็แค่อยากหลุดพ้นจากเรื่องวุ่น ๆ นี้โดยไม่ถูกฟ้องก็เท่านั้น ทว่าเมื่อเส้นแบ่งระหว่างคำลวงและความจริงเริ่มเลือนราง โซอี้ก็รู้ตัวแล้วว่า เธออาจจะกำลังตกอยู่ในกับดักที่อันตรายที่สุด นั่นคือการตกหลุมรักอีกครั้ง “ฉันเคยถูกทิ้งมาก่อนนะ คริสเตียน ฉันจะไม่ทำพลาดแบบนั้นอีกแน่” “แล้วใครบอกว่าคราวนี้คุณจะเป็นฝ่ายเสียอยู่ฝ่ายเดียวกันล่ะ?” นี่คือเรื่องราวโรแมนติกคอมเมดี้ที่เต็มไปด้วยการหักมุม ความลับที่ซ่อนอยู่ และความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน โซอี้จะกล้าพอที่จะเปิดใจตัวเองอีกครั้งหรือไม่นะ?
View Moreรถปอร์เช่ของคริสเตียนชะลอจนหยุดสนิทตรงหน้าบ้านของฉัน เมื่อเครื่องยนต์ดับลงก็เหลือเพียงความเงียบระหว่างเราที่หนักอึ้งจนเหมือนมีคนที่สามอยู่ในรถด้วย เมื่อมองผ่านหน้าต่าง ฉันเห็นบ้านของตัวเองเหมือนเดิมกับหลายวันก่อน มันเรียบง่าย คุ้นเคย เป็นโลกที่แยกจากไร่องุ่นและคฤหาสน์ที่เราเพิ่งจากมาอย่างสิ้นเชิงตลอดทางขับกลับมาเกือบจะเงียบสนิท ความพยายามพูดคุยกันเล็กน้อยหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับเราทั้งคู่รู้ว่าคำพูดใด ๆ อาจทำลายความสงบอันเปราะบางที่เราสร้างขึ้น คริสเตียนถามอย่างสุภาพว่าฉันสบายดีไหม ต้องการให้จอดที่ไหน ฉันก็สุภาพไม่แพ้กัน ตอบเป็นคำสั้น ๆ เราแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ว่าเราไม่ได้นอนในห้องเดียวกัน ไม่ได้แบ่งปันเรื่องราวส่วนตัว ไม่ได้เต้นรำด้วยกัน และไม่ได้จูบกันเราทั้งคู่แสร้งทำเหมือนไม่มีความปรารถนาใด ๆ“ถึงแล้วครับ” คริสเตียนพูด มือยังวางอยู่บนพวงมาลัยทั้งที่รถจอดสนิท “ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง โซอี้ เบนเน็ตต์”ความเป็นทางการในน้ำเสียงที่เรียกชื่อเต็มของฉันเจ็บกว่าที่ควรจะเป็น“ขอบคุณค่ะ” ฉันตอบ น้ำเสียงนิ่งจนน่าประหลาดใจ “สำหรับการเคลียร์หนี้ของพ่อฉัน สำหรับการทำตามข้อตกลง”คร
ฉันวิ่ง โดยไร้ทิศทาง ปราศจากจุดหมาย แค่อยากหนีไปให้ไกล แค่หนีจากภาพนั้น หนีจากเขาภาพของคริสเตียนกับฟรานเชสก้าที่อยู่ใกล้กันจนเกือบจะจูบกันเผาไหม้อยู่ในใจฉันเหมือนรอยตราประทับร้อน ๆ “ไม่ต้องห่วง มันจบแล้ว” เขาพูดก่อนจะเดินออกไป ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าคำพูดนั้นหมายถึงอะไรฉันไม่ควรจะรู้สึกอะไร นี่เป็นแค่ข้อตกลง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น คริสเตียน เคนซิงตันไม่ได้มีภาระผูกพันเรื่องความซื่อสัตย์หรือความจงรักภักดีกับฉัน นอกเหนือจากอะไรก็ตามที่ตกลงกันไว้ แล้วทำไมใจฉันถึงเจ็บเหมือนโดนต่อย ทำไมภาพตรงหน้าถึงพร่ามัวไปด้วยน้ำตาที่ไม่ยอมหยุดไหลเท้าของฉันพาฉันผ่านสวน แล้วเข้าสู่ไร่องุ่น แสงจันทร์ส่องทางระหว่างแถวองุ่น ชุดสีน้ำเงินที่ดูสมบูรณ์แบบเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนนี้พันขาฉันไว้ทำให้วิ่งได้ช้าลง แต่มันก็ไม่สำคัญหรอกว่าฉันจะไปไหน ฉันไม่มีทางหนีจากตัวเองได้ จากความรู้สึกทรยศที่กำลังฉีกหัวใจฉันในที่สุดฉันก็หยุดวิ่ง ฉันหายใจหอบอยู่ที่จุดชมวิวเล็ก ๆ บนยอดเขา จากตรงนั้นฉันเห็นคฤหาสน์ที่สว่างไสว งานอีเวนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ยังคงคึกคักอยู่เบื้องล่าง ร่างเล็ก ๆ เคลื่อนไหวเหมือนมดหลากสี ทำไมบางสิ่งถึง
มุมมองของคริสเตียน“ไม่ คริสเตียน นี่มันเกินไปแล้ว!”ผมรู้สึกว่านิ้วของโซอี้หลุดออกจากมือผมไปแล้ว และก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งตัว เธอก็ผละออกไป แล้วหายลับไปในฝูงชนอย่างรวดเร็วชั่วขณะนั้นผมได้แต่ยืนนิ่ง มองชุดสีน้ำเงินของเธอค่อย ๆ กลืนหายไปท่ามกลางสายตาสงสัยนับสิบคู่ที่มองสลับระหว่างผมกับร่างของเธอที่กำลังเดินหนีไปคุณปู่ของผมยังคงอยู่บนเวที สีหน้าเปี่ยมความภาคภูมิของท่านเริ่มเปลี่ยนเป็นความสับสนเสียงของท่านดังผ่านไมโครโฟน กลายเป็นเหมือนคำสั่งมากกว่าเสียงเรียก“คริสเตียน? โซอี้?”ผมไม่มีเวลาให้คิด ประสบการณ์จากการเจรจายาก ๆ หลายปีสอนให้ผมรู้จักแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดีผมฝืนยิ้มให้ดูน่าเชื่อที่สุด แล้วก้าวขึ้นไปบนเวทีคนเดียว พลางโอบไหล่คุณปู่อย่างแนบเนียน“ขอโทษแทนคู่หมั้นของผมด้วยครับ” ผมพูดใส่ไมโครโฟน พยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง “โซอี้แค่กลัวเวทีนิดหน่อย โดยเฉพาะตอนที่ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่เธอ”เสียงพึมพำอย่างเข้าใจดังแว่วในกลุ่มคนดูผมแทบจะมองเห็นเหล่าอินฟลูเอนเซอร์กำลังคิดแคปชั่นกันอยู่ในหัวแล้ว “เจ้าสาวขี้อายแสนน่ารัก!”“เธอแค่รู้สึกซาบซึ้งกับการประกาศจนต้องขอเวลาตั้งตั
ฉันมองตัวเองในกระจกในขณะที่กำลังทาลิปสติกเสร็จ ชุดที่ฉันเลือกสำหรับงานนี้เป็นสีน้ำเงินเข้ม ตัดเย็บราวกับว่าถูกวัดมาพอดีตัวฉัน ผ้าไหมที่พลิ้วไหวขยับเคลื่อนอย่างนุ่มนวลทุกย่างก้าว สร้างภาพลักษณ์ประณีตซึ่งตัดกับความเรียบง่ายของการออกแบบ เช่นเดียวกับของขวัญอื่น ๆ ของคริสเตียน มันสง่างามแต่ไม่ฉูดฉาด ดูดีมีรสนิยมแต่ไม่เกินเลยคริสเตียนลงไปตรวจความเรียบร้อยขั้นสุดท้ายก่อนแล้ว ทิ้งให้ฉันอยู่กับความคิดที่ว้าวุ่นของตัวเอง ฉันอยู่กับความคิดฟุ้งซ่าน การสนทนาจากคืนก่อนยังคงก้องอยู่ในหัว เขายอมรับว่ายังรู้สึกบางอย่างกับฟรานเชสก้า ฉันเปิดเผยความฝันที่ฝังลึกมานานเรื่องการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ คนสองคนที่แตกสลายแสร้งทำเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบ ความย้อนแย้งนี้ยังติดแน่นอยู่กับตัวฉันไม่หายไปไหนเมื่อฉันเดินลงไปถึงไร่องุ่นสถานที่จัดงาน ฉันก็แทบจำสถานที่ไม่ได้ ความสง่างามแบบชนบทของโรงบ่มไวน์ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่มีสีสัน ดูเหมือนถูกดึงออกมาจากงานแสดงของตกแต่งในโซเชียลมีเดียเลยทีเดียว ไหนจะซุ้มลูกโป่งโทนสีพาสเทล หมอนอิงขนาดใหญ่วางกระจัดกระจายอย่างมีแบบแผน ไฟระยิบระยับห้อยลงมาจากโครงโลหะ มีแม้แ